Home / โรแมนติก / พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก / ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

Share

ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

last update Last Updated: 2026-02-27 21:50:45

ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีก

คนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ

“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอก

ถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอ

จันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเธอคงสุขสบาย มีกินมีใช้ไม่อดอยาก ทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้าน ผู้หญิงในหมู่บ้านหลายคนคงอิจฉา พวกชาวบ้านก็คงจะเลิกดูถูกดูแคลนเธอ

หลังอาบน้ำอาบท่าขัดสีฉวีวรรณจนผิวตัวนวลผ่อง จันทรก็มานั่งอาบแสงจันทร์ให้เนื้อตัวเปล่งประกายหน้าเหลืองอ๋อยนั่งหน้ากระต๊อบ สัปเหร่อเชยสะพายย่ามใส่อุปกรณ์ทำศพเดินผ่านมาพอดี เห็นหญิงสาวที่ตัวเองรักเหมือนลูกหลานนั่งหน้าแฉล้มแช่มช้อยตรงแคร่หน้ากระต๊อบก็อดทักไม่ได้

"เอ็งไปอาบน้ำมารึอีจัน"

"ใช่จ้ะ"

ถึงว่าหน้ามันเหลืองเชียว

จันทรเรียกสัปเหร่อเชยมากินข้าวบนเรือนด้วย ถือโอกาสนี้จะได้บอกกล่าวเรื่องราวการออกเรือนให้รู้ด้วย

มื้ออาหารเป็นปลาเค็มกับข้าวเปล่าสองห่อ หลวงพ่อที่วัดแบ่งมาให้ สัปเหร่อเชยแวะไปผลัดผ้าที่กระต๊อบของตัวเอง ก่อนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนพาดบ่าอีกผืนกลับมานั่งร่วมวงกินข้าว คนสูงวัยรับฟังข่าวด้วยความรู้สึกไม่อยากสนใจแต่ก็ต้องสนใจเพราะรู้ว่าหมดจากแกจันทรเองก็ไม่มีใครแล้ว พวกผู้หญิงในหมู่บ้านไม่มีใครอยากคบกับผู้หญิงปลงศพ กลัวไปต่าง ๆ นานาว่าถ้าสุงสิงกับจันทรจะมีผีตามกลับเรือนไปด้วย

เพ้อเจ้อเสียไม่มี

ส่วนพวกผู้ชายไม่ต้องพูดถึง ว่าจันทรเหม็นน้ำเหลืองบ้าง ว่าสกปรกบ้าง ผู้ใหญ่ก็ไม่ใคร่จะเอ็นดูหาว่าจันทรก้าวร้าว มีแค่สัปเหร่อเชยคนที่เลี้ยงจันทรมาตั้งแต่เด็ก ๆ เท่านั้นที่รู้ว่าหญิงสาววัยสิบเจ็ดฝนตรงหน้าอ้างว้างโดดเดี่ยวมากแค่ไหน

“ฉันจะออกเรือนจ้ะ”

"เอ็งจะออกเรือนอีกแล้วรึ"

ไอ้กล่ำเพิ่งเปลี่ยนเส้นทางขบวนขันหมากไปเมื่อไม่กี่วันก่อน นังจันทรมันไปหาผัวจากไหนมาอีกวะ

ไวจริง !

ในความคิดของสัปเหร่อเชย แค่ไอ้กล่ำก็เหลือทนเต็มที ไม่เอาอ่าว เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานการไม่ทำ แทนที่จะเข้ารับราชการให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาหรือสร้างความภูมิใจกับพ่อแม่และวงศ์ตระกูลกลายเป็นว่าหมื่นกล้าต้องจ่ายเบี้ยปรับให้ทางการเพื่อให้ลูกชายละเว้นจากการทำงาน ครั้นจะไปขายของไอ้กล่ำก็เกียจคร้านเกินกว่าจะทำ

ตอนจันทรมาบอกว่าจะออกเรือนกับไอ้กล่ำ สัปเหร่อเชยก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ตอนไอ้กล่ำเปลี่ยนใจสัปเหร่อเชยทั้งเจ็บใจและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เจ็บตรงที่มันเทจันทรทิ้งหน้าตาเฉย ส่วนโล่งใจก็เพราะว่าจันทรจะได้ไม่ต้องมีผัวไม่เอาอ่าวมาร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย

ไม่คิดว่าแค่ไม่กี่วันจันทรจะหาคนใหม่มาออกเรือนด้วยได้แล้ว

สัปเหร่อเชยถอนหายใจ ผู้ชายที่จะออกเรือนกับผู้หญิงกำพร้าปลงศพไปวัน ๆ คงไม่แคล้วเป็นพวกไม่เอาอ่าวสำมะเลเมาพึ่งพาไม่ได้อีกแล้วเป็นแน่

"ใช่จ้ะลุง"

"คราวนี้เอ็งจะออกเรือนก็ใครล่ะ"

"หมอแสงจ้ะ ลูกชายแม่อบเชยที่ชอบมาทำบุญที่วัดเราบ่อย ๆ ไงจ๊ะ"

“เอ็งว่ากระไรนะ” สัปเหร่อเชยสำลักข้าวพรวด ไอ้ที่กำลังจะกระเดือกก็กินไม่ลงอีกต่อไป ยกขันน้ำขึ้นจิบตาเหลือกตาลาน “ไอ้หมอแสงที่เป็นหมอเสน่ห์น่ะรึ”

“ใช่จ้ะ” จันทรหน้าแป้น แก้มใสขึ้นสีเรื่อ

ผิดกับสัปเหร่อเชยที่หน้าซีดเซียวแววตาไร้แวว ข้าวจะกลืนลงท้องยังคาอยู่ที่ปาก “เอ็งไม่รู้รึอีจันว่าไอ้หมอแสงมันโหดเหี้ยมขนาดไหน”

โหดเหี้ยม” จันทรไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมอแสงโหดเหี้ยม สิ่งที่ได้ยินมาตลอดคือถ้อยคำชื่นชมจากผู้คนในหมู่บ้านว่าน้ำมันพรายแลอาคมของหมอแสงได้ผลชะงัดนักแล ซ้ำรูปร่างหน้าตาก็งดงามเป็นที่หมายปองต้องใจของสาว ๆ ในหมู่บ้าน

“มันเลี้ยงกุมาร” สัปเหร่อเชยว่า ยกขันน้ำฝนขึ้นดื่มให้โล่งคอก่อนจะอธิบายต่อ

“อย่างนั้นหรอกหรือจ๊ะ”

เรื่องนั้นเธอก็รู้ ก็น่าจะกุมารทองของหมอแสงนั่นแหละมาหลอกเธอเมื่อครั้งก่อน ข่มขู่ว่าไม่ให้ไปเรือนหมอแสงอีก วันนั้นจันทรช่วยสัปเหร่อเชยเผาและเก็บเถ้าจากศพยัยปริก หมอตำแยในหมู่บ้าน กุมารทองหลอกจนเธอรำคาญ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป จันทรง่วงนอนเต็มที ในเมื่อไล่ไม่ไปก็สาปแช่งกันไปเลยให้มันจบ ๆ

หญิงสาวลุกหยิบธูป ถือออกไปจุดหน้ากระต๊อบ กำลังจะกลับปักหัวลงดินเพื่อสาปแช่ง มือเย็นยะเยือกก็จับข้อมือเธอไว้ ทำตาปริบ ๆ ออดอ้อนร้องขอความเมตตา

ถ้าพี่แช่งฉันฉันจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

ก็ถ้าเอ็งยังไม่ไป ข้าก็จะแช่งไม่ให้เอ็งได้ไปผุดไปเกิด”

กุมารทองตนนั้นจึงหายวับไปกับตา

ก็ไม่เห็นจะแปลกกระไร คนทั่วไปบางคนยังเลี้ยง นับประสาอะไรกับหมอเสน่ห์เล่า

“นั่นแหละลูกมัน”

“ลูก” จันทรไม่กระจ่างแจ้งในสิ่งนี้ “หมอแสงไม่เคยมีเมียสักหน่อย จะมีลูกได้อย่างไรลุงเชย บ้าไปแล้ว” เธอไม่เคยได้ยินว่าหมอแสงร่วมเรียงเคียงหมอนกับใครมาก่อนเลย

“บ้าอะไรเล่า” สัปเหร่อเชยว่า เชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้เข้าใจผิดสักนิดเดียว “ผู้ชายมันมีเมียได้ทั้งนั้นแหละ แค่มันจะยกย่องใคร”

“อย่างนั้นหรอกรึ” จันทรคิดตาม “อย่างนั้นหมอแสงคงจะยกย่องฉัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ประกาศทั้งเรือนว่าให้ฉันไปเป็นเมีย”

“ข้าไม่รู้หรอกว่ามันจะยกย่องเอ็งหรือไม่ แต่ไอ้กุมารทองน่ะ ไอ้หมอแสงมันผ่าเอามาจากท้องเมียมัน ตอนมันผ่าข้าก็อยู่ด้วย มันเอาลูกมันออกมาแล้วมันก็ร้องห่มร้องไห้กรีดร้องเหมือนคนบ้า มันคงรู้สึกผิด”

“รู้สึกผิดเรื่องเอาลูกไปทำกุมารหรือจ้ะ”

“คงอย่างนั้นแหละ”

สัปเหร่อเชยจำได้เพียงว่าตอนเกิดเรื่องจันทรน่าจะยังเล็ก สักเก้าขวบสิบขวบเห็นจะได้ ช่วงเวลาสายเด็กหญิงยังนอนอุดอู้ในกระต๊อบ ส่วนแกได้ยินเสียงหมอแสงมาเรียกที่หน้ากระท่อมให้ตามไปยังป่าช้า

ถึงป่าช้ามีศพหญิงสาวผมยาวสวมผ้าแถบสีแสด นุ่งโจมกระเบนสีเข้มนอนนิ่งไม่ไหวติง หมอแสงหยิบมีดขึ้นมากรีดลงตรงท้องนูน ก่อนจะร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลน่าเวทนา

หลังจากได้ร่างทารกในท้องหมอแสงก็เอาใส่หม้อ เดินร้องไห้กลับไปที่เรือน พลางฝากฝังให้แกฝังศพหญิงสาวผู้โชคร้ายให้พร้อมกับทิ้งเงินทำศพไว้จำนวนหนึ่ง

“เขาว่ามันลอบได้บ่าวในเรือนเป็นเมีย พอมีลูกก็ผ่าท้องเอาเด็กมาทำกุมารเพราะไม่อยากได้ลูกจากเมียบ่าว ผู้คนจะติฉินนินทาเอา ขืนเอ็งออกเรือนกับมันไป ข้ากลัวว่าพอเอ็งท้อง มันก็จะฆ่าเอ็งเอาลูกเหมือนที่มันเคยทำ ไอ้แสงน่ะมันไม่ใช่คนดีเด่อะไรหรอกเว้ยจันทร” สัปเหร่อเชยตักเตือนให้จันทรได้คิด “ถ้ามันไม่เจ้าเล่ห์เพทุบายมีหรือมันจะเป็นหมอเสน่ห์ได้ คนอย่างไอ้แสงน่ะก็ผูกมิตรคนนั้นคนนี้เพื่อผลประโยชน์ของมันนั่นแหละ”

จันทรนึกหน้าตายียวนของหมอแสงขึ้นมา นึกถึงผู้คนรายล้อมรอขอความช่วยเหลือแล้วไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มผู้ได้รับความนับถือจากผู้คนจะมีใจคอโหดเหี้ยมขนาดนั้น แต่สัปเหร่อเชยก็ไม่เคยโกหกเธอเช่นกัน หากจะนับหมอแสงกับสัปเหร่อเชย หญิงสาวยอมรับว่าเอนเอียงไปทางสัปเหร่อเชยมากกว่า

กระนั้นความตั้งใจในการออกเรือนก็ยังไม่ถูกล้มเลิก หากหมอแสงเป็นดังเช่นที่สัปเหร่อเชยว่า เธอก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวล จันทรเชื่อว่าตัวเองไม่มีประโยชน์ เงินไม่มี ความสวยก็ไม่ถึงขนาดเอาไปอวดใครได้ ผลประโยชน์อื่น ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีแค่ข้าวก้นบาตรพระนั่นแหละพอจะแบ่งให้ได้ ส่วนเรื่องว่าเขาจะผ่าท้องเอาลูก

ก็ไม่ยาก !

อย่าท้องเสียก็สิ้นเรื่อง

 “เอาอย่างนี้ดีมั้ยจ๊ะ” จันทรเลียริมฝีปากแห้งผาก แววตามุ่งมั่นไม่หวั่นไหว “ถ้าหากว่าหมอแสงจะฆ่าฉันเอาลูกในท้อง” หญิงสาวหยุดหายใจแวบนึง เงยหน้าจากจานข้าวขึ้นสบตากับสัปเหร่อเชยเปิดเผยความเชื่อมั่นให้อีกฝ่ายมั่นใจว่า “อย่างนั้นฉันจะระมัดระวังไม่ตั้งท้องดีมั้ยจ้ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 6 มีผัวชั่วเป็นหม้ายเสียยังดีกว่า

    คนขี้เกียจตัวเป็นขนโดนปลุกหลังจากหลับได้ไม่นาน หมอแสงเรียกบ่าวไพร่ขึ้นมาพาจันทรลงไปยังครัว หญิงสาวยังงุนงงในคราแรก ไม่รู้ว่าเป็นเมียเจ้าของเรือนต้องลงมาเตรียมสำรับข้าวด้วย กระทั่งเห็นว่ามีกับข้าวมากมายก่ายกองความคิดสงสัยจึงถูกปัดทิ้ง รีบกระวีกระวาดแสดงความขยันขันแข็งเสนอหน้าเข้าไปช่วยเหลือทันที“ฉันยกให้นะจ๊ะ ฉันยกให้” หญิงสาวยื้อเอาสำรับข้าวจากมือบ่าว อีกฝ่ายไม่กล้าให้เพราะกลัวว่าจะโดนเอ็ด หมอแสงลงมากำกับเองว่าให้ใช้จันทรได้อย่างเต็มที่พวกคนรับใช้ได้แต่งุนงงว่าเหตุไฉนบ่าวจึงจะใช้เมียเจ้าของเรือนได้ยายทอง..คนรับใช้เก่าแกเข้ามาช่วยสอนจันทรให้ทำกับข้าว ทั้งแกะปลา ทำแกง ตำน้ำพริก ไปถึงล้างผักเด็ดผัก หญิงสาวทำไปน้ำลายสอไป ตาละห้อยรอคอยจะได้กินอาหารมื้อใหญ่ให้เต็มคราบ“พ่อหมอน่ะไม่ชอบก้างปลาเลยนะเจ้าคะ” ยายทองสอนหญิงสาว “นิดนึงก็ไม่ได้ เห็นอย่างนี้เป็นคนละเอียดนะเจ้าคะ แม่หญิง..”“จันจ้ะ ฉันชื่อจัน” จันทรแกะปลาตามยายทองบอก ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก้าง เธอกินได้หมด ถ้าก้างเข้าปากจะเคี้ยวให้ละเอียดกลืนลงคอด้วยซ้ำ “ส่วนผักนี่ใบช้ำ ๆ ให้ทิ้งไปเลย”“ทิ้งเลยเหรอป้า” หญิงสาวมองผักท

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 5 ขี้เกียจตัวเป็นขนจริง ๆ

    เรไรเข้ามากราบพระในโบสถ์ สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกว่าภายในใจคิดอะไรอยู่ มีเพียงแววตาวูบไหวไปมาเท่านั้นบอกว่าข้างในไม่ได้สงบนิ่งเหมือนกิริยาอาการที่แสดงออก กระทั่งหลวงพ่อให้พรพรมน้ำมันเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวไปกวาดลานวัดต่อ หญิงสาวลูกเศรษฐีผู้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของแม่หญิงผู้งามพร้อมแห่งสุพรรณบุรีจึงหันมาหาคนรับใช้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอันเต็มไปด้วยความริษยาว่า“อีจันทรมันงามหรือไม่ พวกเอ็งว่า”“ไม่งามเจ้าค่ะ” คนรับใช้รู้ความตอบแทบจะทันที “อย่างนั้นรึ”“เจ้าค่ะ”“อย่างนั้นทำไมพ่อหมอแสงจึงออกเรือนกับมันเล่า” เรื่องหมอแสงออกเรือนใคร ๆ ก็รู้ แน่นอนว่าเรไรก็ย่อมรู้เรไรไม่ชอบจันทรมาแต่ไหนแต่ไร หรือจะพูดให้ถูกอีกสักนิดหญิงสาวไม่ชอบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นดวงเดือนหรือลออน้องสาวของหมอแสง นิสัยของเรไรเป็นคนขี้อิจฉาริษยาคนไปทั่ว ความอิจฉานั่นกำลังพุ่งเพิ่มขึ้นทบเท่าทวีเมื่อเห็นว่าผู้หญิงกำพร้าพ่อแม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างจันทรได้ออกเรือนไปกับหมอแสง ผู้ชายคนที่ตัวเองแอบสนใจ“มันเล่นของหรือไม่เจ้าคะ” นางเขียว คนรับใช้จีบปากจีบคอตอบเข้าข้างผู้เป็นนาย“มึงจะบ้ารึอีเขียว” เรไรสบ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 4 รับเมียเข้าเรือน

    หลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเองลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกันสัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาต

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

    ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีกคนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอกถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอจันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 2 งั้นก็มาเป็นเมียข้านี่มา

    การเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 1 มันมาอีกแล้วรึ

    “มันมาอีกแล้วรึ”เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธีชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบายชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจพื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกันเข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status