แชร์

ตอนที่ 1 มันมาอีกแล้วรึ

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 21:45:17

มันมาอีกแล้วรึ”

เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธี

ชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบาย

ชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจ

พื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกัน

เข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !

หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งนี้ต่อ ชื่อเสียงหมอแสงโด่งดังไม่แพ้พ่อ เชี่ยวชาญเก่งกาจเรื่องคาถาอาคม จะปัดเป่าเสนียดจัญไรหรือลงมนตร์พิธีสวดของขลัง ฯลฯได้ทั้งนั้น

เว้นอย่างเดียว

น้ำมันพราย !

นอกจากไอ้จุก ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอแสงกลัวผียิ่งกว่าอะไร แม้แต่ไอ้ชิดไอ้ชมก็ไม่รู้ว่าน้ำมันพรายที่ขายมาในช่วงสองสามปีเป็นน้ำมันพรายทำไว้ตั้งแต่รุ่นบิดาโน่น เรื่องนี้เป็นความลับเฉพาะ มีแค่หมอแสงกับไอ้จุกรู้กันสองคน

“มาอีกแล้วจ้าพ่อหมอ”

จันทรเคยมาที่เรือนนี้แล้วสองครั้ง

หญิงสาวเชื่อสนิทว่าที่ไอ้กล่ำเปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับตนเองเป็นเพราะฤทธิ์เดชน้ำมันพราย จะให้หมอแสงไปแก้คุณไสยให้ได้

หมอแสงปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ จะทำได้อย่างไร ผีตนเดียวที่กล้าคุยด้วยก็ไอ้จุกตัวกะเปี๊ยกนี่แหละ ที่กล้าเพราะว่าบิดาปลุกเสกเลี้ยงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม สร้างมากับมือจึงไม่กลัวเกรงอะไร ส่วนผีตนอื่นน่ะเหรอ แค่รู้สึกก็ขนลุกเกรียว ต้องปิดประตูลงยันต์นั่งสวดบทไล่ผีจนฟ้าสางนั่นแหละ

“มันไม่เชื่อว่ากูไม่ได้ทำ”

“ก็ถ้าพูดถึงเรื่องยาเสน่ห์ ยังไงก็ต้องตำหนักพ่อหมอนี่จ้ะ” ไอ้จุกว่า

น้ำมันพรายที่เศรษฐีด้วง พ่อของหมอแสงทำไว้นั้นฤทธิ์แรงดีจริง ๆ  พวกเศรษฐี คหบดี พ่อค้าแม่ค้าขอซื้อกันให้ควั่ก เมื่อขายไปจำนวนก็ร่อยหรอลงทุกวัน กระทั่งเหลือเพียงหยดสุดท้าย หมอแสงจึงให้ไอ้ชิดไอ้ชมบอกชาวบ้านว่าช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา งดทำน้ำมันพราย  

ขนาดนั้นยังมีเศรษฐีหลายคนยอมจ่ายเงินราคาสูงให้เขากลับคำ

หมอแสงปฏิเสธแล้วไปนอนร้องไห้ ก็เงินมากมายขนาดนั้นใครจะไม่เสียดายเล่า แต่มันกลัวผีจริง ๆ จะให้ทำอย่างไร

“พ่อหมอจะให้จุกจัดการให้ไหมขอรับ”

“จัดการยังไงวะ” หมอแสงคิดว่าไอ้จุกจะมีความคิดดี ๆ

ไอ้จุกทำหน้านึก เวลามันครุ่นคิดแก้มมันจะย้อยลงแทบจะถึงคาง คิดไปคิดมาไอ้จุกก็คิดอะไรไม่ออกนอกจาก

“หลอกผีให้จับไข้หัวโกร๋น”

“เอ็งหลอกมันไปแล้วไม่ใช่รึ”

ตอนจันทรมาที่นี่ครั้งที่สอง ไอ้จุกเสนอตัวว่าจะหลอกหลอนหญิงสาวให้จับไข้หัวโกร๋น หมอแสงเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ต้องถึงขนาดจับไข้หรอก แค่อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีความผิดที่เขาไม่ได้ก่อก็พอ

ปรากฏว่าความพยายามของไอ้จุกล้มเหลว

กุมารทองตัวจ้อยหน้าเสียกลับมาบอกว่าจันทรไม่กลัวผี ซ้ำยังจุดธูป 1 ดอกปักลงดินจะสาปแช่งจนไอ้จุกต้องอ้อนวอนขอร้องเสียงหลง ขืนโดนสาปแช่งมันคงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ กุมารทองตัวน้อยหอบความล้มเหลวกลับมารายงานพ่อของมันเสียงอ่อย ๆ ว่า

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมากจ้ะ”

แล้วคราวนี้ยังจะมาเสนอให้หลอกผีอีกรึ โง่จริง ๆ ไอ้นี่

“ก็หลอกอีกรอบไงจ๊ะ คราวก่อนไม่กลัว คราวนี้อาจจะกลัวก็ได้”

ถ้าคนมันจะกลัวมันกลัวตั้งแต่รอบแรกแล้วมั้ย

หมอแสงหนักอกหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงดื้อด้านอย่างจันทรดี เขาบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่เชื่อจะให้ไปถอนของให้อยู่นั่น

คนไม่ได้ทำจะไปถอนยังไงวะ ของนะไม่ใช่ตะปู เอาค้อนไปงัดออกได้ หากคราวนี้เจรจาไม่ได้นังผู้หญิงบ้านี่คงมาอีกเป็นครั้งที่สี่ ห้า หก เจ็ด แปด ไม่สิ้นสุดแน่ ๆ โอ้ย ! เกิดมาเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงน่ารำคาญ ก้าวร้าว หยาบคายแบบนี้มาก่อน แล้วอย่างนี้ผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนมันจะมาแต่งงานด้วยเล่า

หมอแสงก่นด่าจันทรในใจ รำคาญจิตรำคาญใจเหลือจะกล่าว

ไอ้จุกชะเง้ออกไปด้านนอก รับรู้ด้วยจิตของวิญญาณว่าตัวต้นเรื่องกำลังสร้างเรื่องสร้างราวเลยเถิด มันหันมาสะกิดหมอแสงยิก ๆ

“พ่อหมอจ๊ะ จุกว่าออกไปดีกว่า เหมือนข้างนอกน่าจะวุ่นวายแล้วล่ะ ถ้าช้ากว่านี้แย่แน่นะพ่อนะ”

ไม่ทันขาดคำเสียงโหวกเหวกโวยวายก็ลั่นมาจากชานเรือนหน้าตำหนักหมอแสง ชาวบ้านฮือจะบุกเข้าห้องพิธีหากหมอแสงไม่ออกไปอธิบายเรื่องน้ำมันพรายให้กระจ่าง เจ้าของเรือนสะดุ้งออกจากความคิด ลุกจากที่นั่งหน้าตาตื่น

“ไอ้จุก ออกไปกับกู ก่อนมันจะใส่ร้ายป้ายสีกูไปมากกว่านี้ ไป!!!”

 “เอ็งจะมาใส่ร้ายป้ายสีข้าอย่างนี้ไม่ได้นะ อีจันทร” เรือนร่างกำยำก้าวพ้นขอบประตูมาพร้อมเสียงเข้มกังวานลั่น หมอแสงนุ่งผ้าลอยชาย ส่วนท้องถึงอกเปลือยเปล่าเดินอาด ๆ นั่งลงตรงหน้าเรือนตำหนักหมอแสง รายล้อมด้วยข้าวของเครื่องบริกรรมคาถาสำหรับทำพิธีต่าง ๆ

ผู้คนบนเรือนแตกตื่นแย่งกันถาม ไหนว่างดเว้นการปลุกเสกน้ำมันพราย ไฉนจันทรบอกว่าหมอแสงทำน้ำมันพรายให้กับดวงเดือน  

"พ่อหมอทำอย่างนี้ได้กระไร ไหนว่างดทำน้ำมันพรายแล้ว แล้วทำไมไปทำให้นังเดือน แบบนี้มันเลือกปฏิบัตินี่พ่อหมอ ฉันก็มีเงิน ทำให้ฉันบ้างซี" ทิดทอง ลูกชายพ่อค้าขายเครื่องประดับในตลาดประท้วงไม่เต็มเสียง ใจยังแอบเกรง แต่ก็อยากได้น้ำมันพรายเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขามาขอซื้อน้ำมันพรายจากหมอแสง ได้คำตอบว่าเป็นช่วงเข้าพรรษาจึงงดเว้นการทำน้ำมันพราย ทิดทองกลับบ้านไปด้วยความผิดหวัง พอรู้ว่าหมอแสงไปทำน้ำมันพรายให้คนอื่นก็ไม่พอใจ

"ใช่ ๆ ให้แต่สีผึ้งฉันมาใช้ กว่าจะเห็นผลมันนาน" ดาหลา แม่ค้าในตลาดประท้วงตามมาอีกคน

นางน้อมก็ทำท่าจะเอาด้วยเช่นกัน หมอแสงยกมือปรามให้ทุกคนอยู่ในความสงบ

“พวกเอ็งใจเย็น ๆ”

หมอแสงส่งสายตาหาจันทร พยักเพยิดแทนการถามว่าจะเอายังไง

หญิงสาวไม่ได้สะทกสะท้าน ด้วยใจเชื่อมั่นนักหนาว่าหมอแสงนี่แหละที่ทำ

“พ่อหมอต้องไปถอนของไอ้กล่ำให้ฉัน”

“ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำ” หมอแสงยืนยันความบริสุทธิ์ตนเอง “ข้าบอกเอ็งรอบที่ร้อยแล้ว ว่าข้าไม่ได้ทำ”

“ถ้าพ่อหมอไม่ได้ทำแล้วใครจะทำ” ทั่วทั้งคุ้งแควสุพรรณบุรีใครก็รู้ว่าน้ำมันพรายของหมอแสงได้ผลที่สุด ตำหนักอื่นปลอมบ้าง ฤทธิ์อ่อนบ้างทั้งนั้น

“จะไปรู้เหรอวะ” นังนี่ ใส่ร้ายป้ายสีไม่รู้เรื่อง

“พ่อหมอทำเสน่ห์ยาแฝดให้นังเดือน พ่อหมอต้องแก้”

“ก็ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำ ข้าจะไปแก้อะไรวะ” ได้แต่แก้ผ้านั่นแหละ คนไม่ได้ทำก็จะให้ไปแก้อยู่ได้

 “ข้าบอกว่ามันไม่ได้โดนเสน่ห์” หรือถ้าจะโดนก็คงเป็นแม่เดือนโน่นโดนยาเสน่ห์ไอ้กล่ำ

“ถ้ามันไม่โดนเสน่ห์ มันจะไปแต่งงานกับนังเดือนได้ยังไง”

“ก็นังเดือนมันสวย” มันจะไปคิดยากอะไรนักหนา หมอแสงคิดแบบผู้ชายด้วยกัน เจอคนไหนสวยก็พร้อมจะเลี้ยวไปหาได้ทั้งนั้น แล้วคนพ่อรวยแบบไอ้กล่ำ มันจะไปสนใจความสัตย์ซื่ออะไรนักหนา มันเห็นใครดีกว่าก็พร้อมจะเปลี่ยนใจง่าย ๆ อยู่แล้ว

 “พ่อมันเป็นถึงท่านหมื่น แล้วพ่อเอ็งเล่าเป็นใคร”

พูดเรื่องพ่อแววตาหญิงสาวก็วาววาบขึ้นมา

เจ้าของเรือนชะงัก เพิ่งนึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นกำพร้า ชุมชนริมน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตขนาดเขาจะจำใครไม่ได้เลย แล้วหญิงสาวผู้อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยปลงศพของวัดก็มีคนเดียว หมอแสงจึงรู้จักมักจี่จันทรอยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ตอนพ่อเขาตายผู้หญิงตรงหน้าก็ช่วยปลงศพให้นี่แหละ

“พ่อฉันตายไปแล้ว”

“เออ บางทีไอ้กล่ำมันคงอยากได้เมียที่พ่อยังไม่ตาย” หมอแสงพูดอ้อมแอ้ม เผลอหลุดปากไปแล้วจะขอโทษขอโพยก็ศักดิ์ศรีค้ำคอ ทำได้แค่เบาเสียงให้ได้เท่านั้น

“ถ้ามันอยากได้เมียที่พ่อไม่ตายมันจะมาขอฉันแต่แรกทำไม” ทุกคนรู้ คนในหมู่บ้านรู้ จันทรกำพร้าพ่อกำพร้าแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

“จะไปรู้เหรอวะ เอ็งไปถามไอ้กล่ำโน่นไป ข้าไม่รู้” 

มันเกี่ยวกับเขาที่ไหนกัน

จะมาคาดคั้นเอาอะไรเล่า ตอนจะตบจะแต่งไปตกลงกันที่ไหนไม่รู้ ครั้นเลิกร้างเลิกรามาอ้างว่าเป็นเพราะน้ำมันพรายเขา อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน

“ไอ้กล่ำมันไม่ยอมมาเจอฉันนี่ พวกบ่าวในเรือนมันบอกว่ามันหลงนังเดือนจนโงหัวไม่ขึ้น ถ้าไม่เพราะน้ำมันพรายของพ่อหมอ มันจะเป็นอย่างนั้นรึ”

“โอ้ย !” หมอแสงอยากจะกัดลิ้นตายเกิดมาไม่เคยเจอคนดื้อด้านขนาดนี้มาก่อน

จะให้เขาต้องบอกอย่างไรอีก พูดตรงไปตรงมาขนาดว่าเพราะหญิงสาวอีกคนสวยกว่าก็ไม่ฟังไม่รับอย่างนี้ เห็นทีจะพูดกันไม่รู้เรื่อง

ชายหนุ่มเจ้าของตำหนักหน้ายุ่งเสียยิ่งกว่ายุงตีกัน มองจันทรตาขวาง หญิงสาวขอบตาร้อนผ่าว ๆ ก็ใช่ว่าอยากจะแบกหน้ามาที่นี่นักหนา แต่มันยอมรับความจริงไม่ได้ จึงต้องตะแบงให้ตัวเองไม่รู้สึกเจ็บปวดผิดหวังจากการถูกปัดทิ้งไปมากกว่านี้

ครั้นจะให้ยอมรับว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติเป็นที่ต้องการของผู้ชายคนไหนในหมู่บ้านก็ยากเหลือจะทน

จันทรเป็นกำพร้าตั้งแต่แปดขวบ บิดามารดาถูกปล้นฆ่าตายหมดทั้งเรือน หนีรอดมาได้ด้วยการเดินเท้าจากอยุธยามาถึงสุพรรณบุรี อาศัยข้าววัดบ้าง ขอข้าวชาวบ้านบ้าง เอาน้ำลูบท้องแก้หิวจนมาถึงที่นี่ รอนแรมไปอยู่ในวัด ได้สัปเหร่อเชยอุปถัมภ์ช่วยเหลือตามมีตามเกิด

หน้าตาหรือก็ไม่ได้สะสวย ยิ่งไม่มีเงินไม่มีวาสนาผู้ชายยิ่งไม่ชายหางตามาแล คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าเอามาก็เป็นภาระเปล่า ๆ  

ยกเว้นก็แต่ไอ้กล่ำ ลูกชายหมื่นกล้า ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ตาลึก คิ้วรุงรังไม่เป็นระเบียบ จมูกงุ้มปากเบะโดยธรรมชาติ ใบหน้าใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย สีหน้าท่าทางเหมือนคนหวาดกลัวระวังภัยตลอดเวลา

ถึงพ่อจะเป็นถึงท่านหมื่น แต่ไอ้กล่ำไม่เอาอ่าวเอาเสียเลย เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานการไม่ทำ บิดาต้องจ่ายเบี้ยแทนการให้ลูกชายเข้าทำงานราชการ เป็นที่รังเกียจของชาวบ้านจนไม่มีใครอยากยกลูกสาวให้สักคน

ก็เหลือแค่จันทรคนเดียวที่ยอมตกลงแต่งงานกับมัน

แต่สุดท้ายไอ้กล่ำก็ทรยศด้วยการไปเลือกคนอื่น ทิ้งจันทรให้มาโวยวายโหวกเหวกหาทางลงให้ตัวเองไม่ได้อยู่อย่างนี้

#พ่อหมอ #นิยายรัก #พีเรียด #นางเอกน่าสงสาร #นิยายออนไลน์ #แนะนำนิยาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 6 มีผัวชั่วเป็นหม้ายเสียยังดีกว่า

    คนขี้เกียจตัวเป็นขนโดนปลุกหลังจากหลับได้ไม่นาน หมอแสงเรียกบ่าวไพร่ขึ้นมาพาจันทรลงไปยังครัว หญิงสาวยังงุนงงในคราแรก ไม่รู้ว่าเป็นเมียเจ้าของเรือนต้องลงมาเตรียมสำรับข้าวด้วย กระทั่งเห็นว่ามีกับข้าวมากมายก่ายกองความคิดสงสัยจึงถูกปัดทิ้ง รีบกระวีกระวาดแสดงความขยันขันแข็งเสนอหน้าเข้าไปช่วยเหลือทันที“ฉันยกให้นะจ๊ะ ฉันยกให้” หญิงสาวยื้อเอาสำรับข้าวจากมือบ่าว อีกฝ่ายไม่กล้าให้เพราะกลัวว่าจะโดนเอ็ด หมอแสงลงมากำกับเองว่าให้ใช้จันทรได้อย่างเต็มที่พวกคนรับใช้ได้แต่งุนงงว่าเหตุไฉนบ่าวจึงจะใช้เมียเจ้าของเรือนได้ยายทอง..คนรับใช้เก่าแกเข้ามาช่วยสอนจันทรให้ทำกับข้าว ทั้งแกะปลา ทำแกง ตำน้ำพริก ไปถึงล้างผักเด็ดผัก หญิงสาวทำไปน้ำลายสอไป ตาละห้อยรอคอยจะได้กินอาหารมื้อใหญ่ให้เต็มคราบ“พ่อหมอน่ะไม่ชอบก้างปลาเลยนะเจ้าคะ” ยายทองสอนหญิงสาว “นิดนึงก็ไม่ได้ เห็นอย่างนี้เป็นคนละเอียดนะเจ้าคะ แม่หญิง..”“จันจ้ะ ฉันชื่อจัน” จันทรแกะปลาตามยายทองบอก ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก้าง เธอกินได้หมด ถ้าก้างเข้าปากจะเคี้ยวให้ละเอียดกลืนลงคอด้วยซ้ำ “ส่วนผักนี่ใบช้ำ ๆ ให้ทิ้งไปเลย”“ทิ้งเลยเหรอป้า” หญิงสาวมองผักท

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 5 ขี้เกียจตัวเป็นขนจริง ๆ

    เรไรเข้ามากราบพระในโบสถ์ สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกว่าภายในใจคิดอะไรอยู่ มีเพียงแววตาวูบไหวไปมาเท่านั้นบอกว่าข้างในไม่ได้สงบนิ่งเหมือนกิริยาอาการที่แสดงออก กระทั่งหลวงพ่อให้พรพรมน้ำมันเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวไปกวาดลานวัดต่อ หญิงสาวลูกเศรษฐีผู้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของแม่หญิงผู้งามพร้อมแห่งสุพรรณบุรีจึงหันมาหาคนรับใช้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอันเต็มไปด้วยความริษยาว่า“อีจันทรมันงามหรือไม่ พวกเอ็งว่า”“ไม่งามเจ้าค่ะ” คนรับใช้รู้ความตอบแทบจะทันที “อย่างนั้นรึ”“เจ้าค่ะ”“อย่างนั้นทำไมพ่อหมอแสงจึงออกเรือนกับมันเล่า” เรื่องหมอแสงออกเรือนใคร ๆ ก็รู้ แน่นอนว่าเรไรก็ย่อมรู้เรไรไม่ชอบจันทรมาแต่ไหนแต่ไร หรือจะพูดให้ถูกอีกสักนิดหญิงสาวไม่ชอบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นดวงเดือนหรือลออน้องสาวของหมอแสง นิสัยของเรไรเป็นคนขี้อิจฉาริษยาคนไปทั่ว ความอิจฉานั่นกำลังพุ่งเพิ่มขึ้นทบเท่าทวีเมื่อเห็นว่าผู้หญิงกำพร้าพ่อแม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างจันทรได้ออกเรือนไปกับหมอแสง ผู้ชายคนที่ตัวเองแอบสนใจ“มันเล่นของหรือไม่เจ้าคะ” นางเขียว คนรับใช้จีบปากจีบคอตอบเข้าข้างผู้เป็นนาย“มึงจะบ้ารึอีเขียว” เรไรสบ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 4 รับเมียเข้าเรือน

    หลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเองลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกันสัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาต

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

    ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีกคนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอกถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอจันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 2 งั้นก็มาเป็นเมียข้านี่มา

    การเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 1 มันมาอีกแล้วรึ

    “มันมาอีกแล้วรึ”เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธีชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบายชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจพื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกันเข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status