LOGINบ้านเมฆา
หนูหน่อยที่กำลังเดินเล่นกับไอ้มังคุด มองรถหรูสีแดงเพลิงเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็ว แล้วค่อยๆ ช้าลง จนจอดในที่สุด เรียวคิ้วสีอ่อนขมวดเข้าหากัน อยู่ที่นี่มานาน ไม่เคยเห็นรถสีนี้ พลันชะเง้อคอมองด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก กระทั่งเห็นว่าเป็นชายร่างสูงลงจากรถ ท่าทางดูดี หล่อเหลา แต่ดูแบดบอยและเจ้าเล่ห์ไม่น้อย “ใครมาบ้าน” “คุณธาวิน” รังสรรค์เดินมาพร้อมถาดขนม วางบนเก้าอี้ไม้และตอบให้หนูหน่อยหายสงสัย ขณะที่คนตัวเล็กยิ้มให้แบบเขินๆ ไม่นึกว่าคนอายุมากจะเดินมาได้ยินกับความขี้สงสัยของเธอ “เพื่อนเฮียเหรอคะ” “ก็ทำนองนั้นแหละ คุณเหมกับคุณพ่อคุณธาวินรู้จักกัน ลูกๆ เลยรู้จักกัน” หนูหน่อยพยักหน้า ก่อนจะหันมาหยิบขนมของโปรดกิน ส่วนรังสรรค์ก็หันไปเล่นกับไอ้มังคุด หมาจรจัดที่ใครๆ ก็รังเกียจเพราะเนื้อตัวสกปรก แต่ตอนนี้มันเป็นหมาที่คนในบ้านนี้รักมากมาย แขกมาบ้าน เมฆาก็ต้อนรับอย่างดี แม้ทั้งคู่จะไม่ใช่เพื่อนกันมาตั้งแต่แรกและรู้จักกันได้แค่ 2-3 ปี ทว่าก็ไปมาหาสู่และติดต่อกันตามโอกาส นับถือกันเป็นพี่น้อง แม้อายุจะห่างกันแค่ปีเดียว เช่นเดียวกับวันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่ธาวินได้มาเยี่ยมเยือนพร้อมกับของฝากภาคใต้ติดมือมาด้วย “ฝากให้ลุงเหมด้วยนะ” “เตี่ยไม่กินปลาหมึกแห้งหรอก ฟันไม่มี” เมฆาแซวพ่อ พลางหัวเราะอย่างพอใจ จนน่านน้ำที่นั่งข้างๆ ต้องหยิกเพราะดูเสียมารยาท นินทาผู้ให้กำเนิดต่อหน้าแขก ใครเขาทำกัน ขณะที่ธาวินก็ไม่ได้ถือสาอะไร เขารู้นิสัยของคนตรงหน้าอยู่แล้ว “โอ๊ยน่าน!” “นินทาเตี่ย” เมฆาแค่ยิ้ม จากนั้นก็หันมาคุยกับแขกของบ้านต่อ “นึกว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวาน” “เมื่อวานเหนื่อย เลยมาวันนี้แทน” “เอาน้ำเย็นๆ หรือเอาเหล้า” “น้ำก็พอ เมื่อคืนดื่มมาแล้ว ยังรู้สึกแฮงก์ๆ อยู่เลย” เมฆาหัวเราะอย่างเข้าใจ เขาพอเดาออกว่ารุ่นพี่ของเขาคงมีสาวๆ มาช่วยคลายเหงาอีกตามเคย ก่อนจะหันไปหาน่านน้ำแล้วพยักหน้า พลันอีกฝ่ายก็ลุกจากโซฟา เดินไปรินน้ำเย็นลงแก้ว ถือมาเสิร์ฟก่อนจะขอตัวออกไปเดินเล่นหน้าบ้านกับน้องสาว “อยู่กรุงเทพกี่วันเหรอพี่” “อีก 2-3 วันก็กลับ” “ตกลงที่ดินก็ไม่ได้” “ไม่ใช่ไม่ได้ มันไม่ตรงปก” ธาวินเดินทางมากรุงเทพในรอบ 6 เดือน เขาสนใจที่ดิน 10 ไร่ที่ประกาศขายในราคา 20 ล้าน อยากซื้อไว้ทำออฟฟิศย่อยในกรุงเทพ เพราะในอนาคตมีแผนการลงทุนในเมืองหลวง แต่เมื่อมาแล้วเขากลับรู้สึกว่าพื้นที่มันมีโอกาสน้ำท่วมได้ง่าย แค่ฝนตกธรรมดายังเจิ่งนอง รอระบายเป็นวันๆ ยังไม่เหือดแห้ง ถ้าเกิดตกหนักติดต่อกันหลายวัน อาจต้องย้ายออฟฟิศหนี ที่ดินไม่ตรงปก ไม่เหมือนตอนนายหน้าเสนอขาย เลยปฏิเสธเพราะประเมินแล้วว่าซื้อไปก็ไม่คุ้ม “คุณอาเป็นไงบ้าง” “ก็เรื่อยๆ พี่เข้ามาดูแลทุกอย่างแทน แกก็สบาย นอนเล่นหุ้นอยู่บ้าน” “ไม่เหมือนเตี่ยผมเลย กลัวลูกทำงานเละเทะ” “ก็แกมัวแต่เล่น ทำแต่ฮาเร็ม ยังไงลุงเหมก็กังวล” “เอ้อ...มีแพลนพาเมียกับน้องเมียไปเที่ยวนะพี่” “ที่ไหน” ธาวินถาม พลางยกน้ำเย็นๆ ขึ้นมาดื่ม “ไม่รู้ คงภูเก็ตนั่นแหละ” เมฆานึกสถานที่เที่ยวไม่ออก เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่ที่จะไป เพราะอยากพาคนรักและหนูหน่อยไปเปิดหูเปิดตา “จะไปก็บอก ช่วงนี้ไฮซีซัน ห้องพักเต็มเร็ว” “อืม...เดี๋ยวบอกพี่” พูดจบก็ต่างหยิบขนมเข้าปาก และสนทนากันเรื่องอื่นตามประสาคนไม่ได้เจอหน้ากันมานาน “คืนนี้ไปฮาเร็มผมไหมพี่” “มีตัวท็อปไหม” “ชวนไปดื่ม พี่ก็กะเอาอย่างเดียว” “อยากได้มานั่งบีบ ๆ นวด ๆ ให้เฉย ๆ -- มีไหม” “ตัวท็อปคนเก่าออกไปแล้วน่ะสิ ที่มีอยู่ไม่รู้จะถูกใจพี่หรือเปล่า” “ต้องลองก่อนสิ” ว่าแล้วก็ยกแก้วน้ำเปล่าชนแทนเหล้า นั่งหัวเราะคิกคักกันเพียงสองคนภายในห้องรับแขก ส่วนคนอื่นๆ ก็วิ่งเล่นกับไอ้มังคุดอยู่ด้านนอก หลังจากเก็บตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมาหลายวัน ท่ามกลางความเงียบงันและความเบื่อหน่ายที่นับวันมีแต่มากขึ้น ยังฟุ้งซ่านเรื่องเงินที่พล่องบัญชีแทบทุกวัน เมญ่าจึงตัดสินใจลุกก็อาบน้ำอาบท่าและแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ สีโทนอ่อน ออกมาสูดอากาศข้างนอก ให้ความรู้สึกที่ตัวเองก็อธิบายไม่ถูกได้ผ่อนคลายลงบ้าง สวนสาธารณะไม่ไกลจากคอนโด เป็นจุดหมายปลายทางของเธอในตอนนี้ อากาศด้านนอกเย็นสบาย แดดอ่อน ๆ ทอแสงตอนห้าโมงเย็น สาดลงบนพื้นหญ้าเปียกชื้น หลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน ผู้คนทยอยเลิกงาน ถนนเริ่มอัดแน่นด้วยรถรา บนทางเท้าก็พลุกพล่านไปด้วยคนเดินสวนไปมา ส่วนสาธารณะเริ่มมีคนรักษาสุขภาพมาออกกำลังกาย บ้างวิ่งจ๊อกกิ้งไปรอบสวน บ้างปั่นจักรยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็ก ๆ ที่ติดสอยห้อยตาม ต่างเล่นกันเสียงเจื่อยแจ้วข้างสนามหญ้า ขณะที่อีกฟากหนึ่งของสวนเป็นแม่น้ำสายใหญ่ คลื่นน้ำที่เกิดจากเรือโดยสารสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ พลางส่งเสียงเครื่องยนต์ครืดคราดปะปนกับเสียงนกที่บินโฉบไปมาเหนือผิวน้ำ เมญ่านั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใกล้ริมน้ำ ถอนหายใจยาวราวกับมีเรื่องกังวล มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ไว้แนบตัก พลางก้มมองหน้าจอที่ยังคงไร้การแจ้งเตือนใหม่จากเพื่อนของเธอ “นี่ก็หลายวันแล้ว ทำไมยังไม่โทรมาบอกข่าวดีกันบ้าง” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มองหน้าจอมือถือเลื่อนดูแชตที่ยังคุยกันค้างไว้ ก็ไม่มีวี่แววว่าจุ๊บแจงจะส่งข่าวดี “หรือไม่มีงานให้ทำ...รอเก้อหรือเปล่าญ่า” ดวงตาใสปนหม่นละจากหน้าจอ ผงกหน้าขึ้นมองไปยังแม่น้ำไหวติงอยู่ตรงหน้า ในเมืองที่อยู่จนชิน แต่นับวันก็ยิ่งรู้สึกว่าเงียบและเหงามากไปใหญ่ หรือว่าต้องพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ ดี20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







