Se connecterเวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง
“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ” “ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอกเวลานัดหมายกับเพื่อนทั้งสองคนของเธอ เวลาหนึ่งทุ่มตรง “ไปกันเลยค่ะ”หญิงสาวรีบเดินมาหาชายหนุ่มขณะที่รถยังไม่จอดสนิทดีด้วยซ้ำ “รีบมาเลยนะกลัวจะไม่ได้ไปขนาดนั้น” “เปล่าค่ะกลัวว่าพี่กระทิงจะรอนานหรือรีบกลับไปทำงานเกรงใจค่ะ”กอหญ้าปิดประตูรถก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไป “อืม ต้องไปรับเพื่อนเธอด้วยใช่ไหม” “ใช้ค่ะ” “ไปเที่ยวกับเพื่อนจำที่ฉันบอกได้ไหมว่าตอนที่เธอยังเป็นของฉันอยู่...” “ห้ามเข้าใกล้กันมากเกินไปจนเกินความพอดีค่ะ อันนี้กอหญ้าจำได้” “ไม่ควงแขนไม่จับมือ” “ขอยกเว้นนนท์นี่ได้ไหม” “ได้” “พี่โทรไปต้องรับ” “ค่ะโทรมาต้องรับ” “วันนี้ฉันเพิ่มให้เธออีกข้อหนึ่งห้ามดื่มเหล้า” “ทำไมเหรอคะ มาเที่ยวงานที่มีดนตรีก็ต้องมีดื่มกันบ้างคะ” “เธอจะดื่มก็ได้แต่เธอต้องมีสติ เข้าใจไหม” เป็นเพราะครั้งนั้นที่เธอดื่มจนทำให้เกิดเรื่องความผูกพันระหว่างเธอกับเขา ดังนั้นกระทิงไม่อยากให้หญิงสาวเมาแล้วไปลวนลามใครอีกที่ไม่ใช้เขา “ดื่มอย่างมีสติค่ะ” กระทิงขับรถไปรับเพื่อนทั้งสองคนของกอหญ้าตามที่หญิงสาวได้บอกไว้ล่วงหน้าแล้ว ก่อนจะขับมาส่งที่หน้างาน ก่อนที่เขาจะขับรถไปทำงานต่อ “ที่นี่ก็จัดใหญ่เหมือนกันน่ะ คนเยอะแยะเลยแสดงว่าเรามาสายคงไม่มีโต๊ะว่างแล้วมั่ง น่าเสียดาย” “แต่ถ้ากอหญ้าอยากได้จริงๆ เราไปลองขอซื้อโต๊ะที่ให้ได้น่ะ”กล้าหาญคิดว่าถ้าเขาเดินเข้าไปขอซื้อโต๊ะนั่งทานในราคาที่สูงหน่อยก็น่าจะมีโต๊ะให้พวกเขานั่งฟังเพลงพร้อมจิบเบียร์ไปด้วยได้เพราะยังไงโต๊ะพวกนี้ก็เป็นโต๊ะฟรีอยู่แล้วขอแค่ซื้อเครื่องดื่ม “ไม่ต้องหรอกกล้าหาญเรายืนฟังหรือเดินเที่ยวเอาก็ได้” “ใช่ๆ ไม่มีใครขายโต๊ะให้เราหรอกเขาต่างมาหาความสุขและสนุกกันถ้าเราเดินเข้าไปขอซื้อโต๊ะนั่งจากพวกเขาเผลอๆ โดนด่ากลับมาด้วย ไม่อยากมีเรื่องอ่ะ” “ใช้กอหญ้าก็ไม่อยากมีเรื่องเหมือนกัน” กอหญ้ามองไปทางกล้าหาญว่าอย่าทำแบบนั้นเลย “สวัสดีค่ะ”หญิงสาวร่างเล็กใส่ชุดสีดำแขวนป้ายที่ขอคำว่า Staff เมื่อกอหญ้าเห็นว่าหญิงสาวที่เดินมาใหม่นั้นน่าจะกล่าวทักทายเธอจึงกล่าวทักทายตอบ “สวัสดีค่ะ” “คุณชื่อกอหญ้าใช่ไหมคะ” “ค่ะ” “เชิญด้านนี้ค่ะคุณกระทิงได้จองโต๊ะไว้ใช้คุณกอหญ้าค่ะ” “อ่ะ อ้อ ค่ะ”ตอนแรกกอหญ้ารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกขอบคุณในตอนที่เขาจ้องโต๊ะไว้ให้ทำให้เธอและเพื่อนมีที่นั่งในงานไม่ต้องยืนจนเมื่อยขา “รู้จักเจ้าของไร่มันดีอย่างนี้ นี้เองเนอะ"นนท์นี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันมายิ้มกรุ้มกริ่มให้กอหญ้า”ไปงั้นเราก็ไปกันเถอะมีที่นั่งแล้ว ทั้งสามคนเดินตามพนักงาน อย่างอารมณ์ดีแต่คงจะมีเพียงหนึ่งในสามคนนั้นที่จะดูไม่ได้ยินดีเสียเท่าแต่เขาก็ยังทำหน้าเฉยๆ ไม่แสดงอารมณ์ “คือดีเนอะไม่ต้องมาเช้าแต่ก็มีโต๊ะให้นั่งด้วย” “อืม”กอหญ้าตอบสั้นๆ อาหารและเครื่องดื่มเริ่ม เครื่องดื่มและอาหารเริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟจนมันเต็มโต๊ะไปหมดจนไม่รู้ว่าจะทานอะไรก่อนดี “ทั้งหมดนี้เท่าไรหรือคะ” “ไม่ต้องจ่ายค่ะคุณกระทิงจ่ายไว้ให้แล้ว อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ” “ไม่แล้วค่ะ” “ค่ะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดที่บนโต๊ะได้เลยนะคะ” “ค่ะขอบคุณค่ะ”ถึงแม้ว่าจะรู้สึกโชคดีที่เวลามางานแบบนี้ไม่ต้องมาเช้าเพื่อมาจองโต๊ะเองก็เถอะ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้อยากให้เขาทำแบบนี้กับเธอ ทำเหมือนว่าเธอพิเศษและดูแลดี เพราะสุดท้ายแล้วอีกหนึ่งเดือนกว่าๆ เธอก็ต้องแยกทางจากเขาอยู่ดี พอถึงตอนนั้นถึงแม้ไร่จะติดกันก็คงไม่ค่อยได้เจอกัน “เป็นอะไรทำหน้าหงอยแบบนี้ละ อุตส่าห์ได้โต๊ะดีๆ นั่งมีอาหารให้ทานฟรียังมาทำหน้าหงอยอยู่ได้” “ไม่สบายหรือเปล่ากอหญ้า"กล้าหาญถามด้วยความเป็นห่วง” “ไม่เป็นไรทานเลย”แสงบนโทรศัพท์แจ้งเตือนถึงแม้ว่าจะมีเสียงเแต่เธอก็คงไม่ได้ยินเมื่อเสียงดนตีดังเพราะมันดังถึงต้องตะโกนพูดกันได้ [คุณมีหนึ่งข้อความ] “อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก ห้ามเมา แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็แค่จิบๆ พอ ถ้าเธอเมาคืนนี้ได้เห็นดีกันแน่ะ” “ค่ะ” ทั้งสามคนนั่งทานอาหารและฟังเพลงอย่างมีความสุขจนเวลาผ่านไปจนถึงจะห้าทุ่มแล้ว ทั้งสามคนต่างคิดว่าคืนนี้ต้องเคาต์ดาวน์ไปด้วยกัน แต่มาดูตอนนี้สินนท์นี่ และกล้าหาญก็เริ่มจะเมาบ้างแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอน เคาน์ดาวน์ อีก หนึ่งชั่วโมงหรือเปล่ากลัวว่าจะสลบกันคาโต๊ะเสียมากกว่า มิว่าเพลงอะไรนนท์นี่ก็เต้นเสียทุกเพลง ส่วนหญิงสาวก็ลุกขึ้นบ้างนั่งบ้างเป็นบางครั้งเพราะเธอไม่ได้ดื่มมาก เพราะมีเสียงห้ามของกระทิงดังอยู่ในหัวทุกครั้งเวลาลาที่เธอยกแก้วขึ้นมาดื่ม จึงไม่ได้ปลดปล่อยพลังที่อยู่ภายในอย่างนนท์นี่ ส่วนกล้าหาญพอเมาแล้วก็ได้แต่นั่งมองหน้าเธอและยิ้มตาหวานให้ 23:10น. “เป็นไงบ้างนั่งตรงนี้เห็นเวทีชัดไหม”กระทิงเดินเข้ามาทักทายก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ว่างข้างๆ กับกอหญ้าก่อนจะยกมือหนาของเขามาวางไว้บนพนักพิงเก้าอี้ของกอหญ้าเหมือนกับว่า กำลังกอดเธอจากทางด้านหลัง “ชัดมากครับคุณกระทิง”คนที่ถามไม่ได้คำตอบจากคนที่อยากให้ตอบแต่เธอเพื่อนของเธอช่วยตอบแทนนั่นก็คือนนท์นี่ แต่อย่างไรเสียกระทิงก็ยังมองหน้าหญิงสาวเพื่อรอคำตอบอยู่ดี “ชัดค่ะ” “ข้อดีของการที่เป็นคนของฉันก็จะสะดวกสบายแบบนี้แหละ อยากเป็นคนของฉันตลอดไปไหม”กระทิงขยับหน้าเข้าไปพูดข้างหูของสาวร่างบางทำให้เขาทั้งสองได้ยินแค่สองคนเท่านั้น และกระทิงยังขยับเข้าไปใกล้ๆ ปากของหญิงสาว “พี่กระทิงจะทำอะไร” “แค่จะดมกลิ่นว่าเธอดื่มไปมากเท่าไรแล้ว” “ฉันไม่ขัดคำสั่งพี่หรอกนะ”ส่วนคำว่าอยากเป็นคนของเขาตลอดไปนั้นไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ได้ยินแต่เธอไม่รู้ว่าคำพูดที่เขาพูดนั้นเป็นเพียงแค่คำหยอกเย้าเล่นหรือเปล่ากระทิงกระซิบที่ข้างหูของกอหญ้าอีกครั้ง “ฉันหิว” “ก็ทานสิคะมีของอยู่เต็มโต๊ะเลย ของพวกนี้พี่เป็นคนสั่งมาทั้งนั้น” “ฉันไม่อยากกินของเหลือจากพวกเธอไปส่งฉันซื้อของหน่อย ได้ไหม”กอหญ้าเธอยังไม่ทันตกปากรับคำจากชายหนุ่มเลยเธอก็โดนดึงมือให้ลุกขึ้นไปตามแรงของชายหนุ่มทันที “พี่ขอยืมตัวน้องกอหญ้าไปส่งหาอะไรทานแป๊บเดียวนะ” “ได้ครับพี่กระทิง” นนท์นี่ตอบรับคำขอของกระทิง โดยที่ไม่ได้หันมองหน้าเพื่อนข้างๆ ของตนเลยว่าตอนนี้กำลังมีสีหน้าที่ไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่อาจห้ามคนที่มีมีอายุแก่กว่าเขาให้ พาเพื่อนของเขาที่เขาแอบรักมันเนิ่นนานไปจากเขาในตอนนี้ได้ ทั้งๆ ที่ อีกไม่กี่นาทีก็จะนับถอยหลังสิ้นสุดปีนี้และเริ่มขึ้นปีใหม่ กล้าหาญตั้งใจว่าจะอยู่นับถอยหลัง กลับกอหญ้าด้วยกัน “พี่กระทิงจะทานอะไรคะ”กอหญ้าถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อเธอถูกจับมือแล้วเดินผ่านร้านขายอาหารและของทานเล่นหลายๆ ร้าน จนจะหมดอยู่แล้วก็ไม่มีวี่แววที่ชายหนุ่มจะหยุดอยู่ที่ร้านไหนเลยแถมเดินไปเรื่อยๆ “จะไปไหนกันแน่คะพี่กระทิง” “ไม่ต้องถามมากเดินตามมาก็พอดี”จะไปไหนก็ยังไม่รู้ถามก็ไม่ให้ถามแถมยังเดินจ้ำเอาๆ กอหญ้าเธอต้องจำใจเดินตามชายหนุ่มออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ พื้นที่บนยอดดอยของไร่ชา จากที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่าตอนนี้กับมีผ้าปูพื้น มีผ้าห่ม หมอนวางเรียงรายอยู่หลายใบ พร้อมกับมีแสงจากดวงไฟดวงเล็กๆ ประดับตกแต่งส่องสว่างอย่างสวยงาม แต่แสงไฟดวงเล็กๆ พวกนั้นก็ยังสู้แสงดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เต็มบนท้องฟ้าไม่ได้ “พี่พาฉันมาที่นี่ทำไม”กระทิงไม่ตอบคำถามของหญิงสาวอีกแล้วแต่กลับเดินเข้าไปล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจก่อนจะตบที่ข้างๆ เป็นความหมายให้เธอลงมานั่งข้างๆ เขา “ไหนพี่บอกว่าหิวไม่ใช่หรือที่นี่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรทานเลย”สายตาที่ชายหนุ่มส่งมาช่างป็นสายตาที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย “หรือว่าพี่หิว”การกระทำและสายตาของเขาในตอนนี้มันชั่งล่อแหลมทำให้เธอคิดไปไกลว่าชายหนุ่มที่กำลังมองเธออยู่ในขณะนี้กำลังหิวเธออยู่ "ไม่นะฉันไม่ชอบทำอะไรนอกสถานที่ แล้วที่นี่ก็โล่งเกินไป “หึ หึ”กระทิงยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อยตลกกับความคิดบ้าๆ บอๆ ของหญิงสาวที่คิดว่าเขาจะทำอะไรเธอที่นี่ “หัวเราะอะไร” “หิวหรือสงสัยคืนนี้ต้องละมั้ง ฉันไม่ได้คิดอะไรพวกนั้นเลยฉันแค่จะพาเธอมาดูดาว แล้วก็มารอดูพลุในวันส่งท้ายปีใหม่เท่านั้น คิดอะไรไปไกลลงมานั่งได้แล้ว ถ้าเธอยังดื้ออยู่ฉันอาจจะทำอย่างที่เธอคิดตรงนี้เลยเอาไหม” “นั่ง นั่งค่ะ น่ะ”กอหญ้ารีบเดินมานั่งข้างๆ ชายหนุ่มทันทีแต่พอเธอนั่งเขาก็เอามือมาโอบกอดเธอไว้ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาห่มให้เธอ ก่อนที่เขาจะขยับตัวนอนลงกับพื้นนุ่มที่ถูกปูเอาไว้ “ฮะอะไรนะ” “นอนลง” “พี่ก็เอาแขนออกสิเดียวฉันก็นอนทับแขนพี่หรอก” “นอนที่แขนฉันสิ” กอหญ้ามองกระทิงอยู่อย่างชั่งใจว่าตนจะลงไปนอนที่แขน แขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มตามที่เขาบอกดีหรือไม่ กระทิงมีเวลาให้หญิงสาวได้คิดแต่เขาไม่ได้ให้หญิงสาวนั้นตัดสินใจ เมื่อกระทิงเห็นว่าหญิงสาว กำลังทำท่าจะลงมานอนอย่างเชื่องช้า จนทำให้ชายหนุ่มรอไม่ไหว ดึงตัวร่างบางให้ล้มตัวลงมานอนที่แขนของเขา “เดียวพี่จะปวดแขนนะถ้าให้ฉันนอนหนุนแขนของพี่” “ฉันไม่ปวดหรอกน่ะ ถ้ากลัวปวดแขนจะให้เธอนอนแขนฉันทำไมนอนและลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดูสิ” “ดาวสวยจังเลย ที่นี่สามารถมองดูแสงดาวได้ชัดเจนขนาดนี้เลยหรือ” นี่คงเป็นใน รอบหลายปี ที่เธอมีโอกาสได้มานอนดูดาวแบบนี้ เพราะว่าเธอไปเรียนในตัวเมืองกรุง ที่นั่นมีแสงสว่างจากดวงไฟมากมายส่องสว่างจนปิดบังแสงที่มันอยู่บนท้องฟ้าไปหมด กอหญ้านอนดูดาวจนเพลิดเพลิน และลืมไปเสียสนิทว่าเธอได้ทิ้งกล้าหาญกับนนท์นี่ ไว้ที่โต๊ะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้กอหญ้าหยิบมันขึ้นมาดู แต่รายชื่อบนหน้าจอนั้นไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียวที่เห็นมันยังมีกระทิงที่เธอนอนบนแขนของเขา เห็นรายชื่อบนหน้าจอมือถือของเธอด้วย กล้าหาญ“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ
เย็นวันอาทิตย์หลบหน้าหลบตาไปเที่ยวพักผ่อนร่างกายและจิตใจมาได้สองคืนสองวัน แล้วนี่เธอต้องกลับมารับกับชะตากรรมของชีวิตที่เธอได้ทำเอาไว้ใช่ไหม“ต้องกลับมาเจอหน้าพี่กระทิงอีกแล้วคราวนี้ไม่รู้จะหลบหน้าอย่างไง อยู่กันแบบอึดอัดอย่างนี้อีกตั้งสองเดือนจริงๆ หรือ เฮ่อ” กอหญ้าถอนาหายใจอย่างหนักเพราะเหนื่อ





![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

