Masukเย็นวันอาทิตย์
หลบหน้าหลบตาไปเที่ยวพักผ่อนร่างกายและจิตใจมาได้สองคืนสองวัน แล้วนี่เธอต้องกลับมารับกับชะตากรรมของชีวิตที่เธอได้ทำเอาไว้ใช่ไหม “ต้องกลับมาเจอหน้าพี่กระทิงอีกแล้วคราวนี้ไม่รู้จะหลบหน้าอย่างไง อยู่กันแบบอึดอัดอย่างนี้อีกตั้งสองเดือนจริงๆ หรือ เฮ่อ” กอหญ้าถอนาหายใจอย่างหนักเพราะเหนื่อยใจ จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะเป็นความผิดของเธอเอง เพราะเธอเป็นคนเริ่มก่อนเรื่องแบบนั้นจริงเกิดขึ้น “เพราะแอลกอฮอล์ผีร้ายตัวเดียวแท้ๆ ไม่น่าเลย เพราะแอลกอฮอล์แท้ๆ จริงๆ ที่ทำให้เธอมีความกล้าแล้วทำเรื่องบ้าๆ ลงไป เฮ่อ” กอหญ้าเธอถอนหายใจเป็นรอบที่สองก่อนจะทำใจแล้วรวบรวมความกล้าก่อนจะก้าวเท้าเข้าบ้าน “กลับมาแล้วหรอ” “อุ้ย!!!???หญิงสาวทำหน้าตกใจมากเมื่อเธอเปิดประตูเข้าบ้านมาก็เห็นชายหนุ่มนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารทั้งๆ ที่เวลานี้ยังไม่ถึงเวลารับประทานอาหารเลยด้วยซ้ำ “กะ กลับมาแล้วค่ะ” กอหญ้าพูดด้วยน้ำเสียงเบาเอื่อยเฉื่อยและไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่มเธอรู้สึกประหม่าและหายใจไม่ทั่วท้องเพราะน้ำเสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยออกมาจากปากเธอสัมผัสได้เหมือนกับน้ำเสียงคนที่ไม่พอใจและกำลังโกรธอยู่ เธอจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาดูสีหน้าของกระทิงอย่างช้าๆ เพียงแค่เธอสบตากับเขาแค่นิดเดียวเท่านั้นเธอก็ต้องก้มหน้าลงเหมือนเดิม เพราะเธอรู้สึกกลัวขึ้นมายังไงก็ไม่รู้สายตาที่นิ่งเฉยหน้าตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ “กอหญ้าขอตัวเข้าไปในห้องนอนก่อน”เมื่อเห็นท่าว่าบรรยากาศตอนนี้ระหว่างเธอกับเขาเริ่มจะไม่ดีแล้ว กอหญ้าจึงคิดหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการหลบเข้าห้องของตัวเองก่อนไม่อยากมองหน้าของกระทิงในตอนนี้เลย “ใครให้เธอเข้าไป” เท้าเล็กๆ ที่กำลังจะย่างก้าวเดินเข้าห้องต้องชะงักทันที ก่อนจะรวบรวมความกล้าและหันกลับไปกระทิง “ทำไมไปไหนไม่บอก” “กอหญ้าฝากบอกป้าแม่บ้านไว้แล้วสงสัยป้าแม่บ้านจะลืมนะคะ” “แล้วทำไมไม่ไลน์มา ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบโทรหาก็ไม่ติด” “แบตร์หมด” “ที่ที่เธอไปเที่ยวไม่มีที่ชาร์จแบตหรอ” “มีค่ะแต่กอหญ้าลืมเอาที่ชาร์แบตไปกำลังจะรีบไปชาร์จอยู่ค่ะ” “แล้วเพื่อนของเธอไม่มีที่ชาร์จหรือยังไง” “ใช้โทรศัพท์คนละรุ่นกันค่ะ” “คราวหน้าคราวหลังจะไปไหนต้องบอกฉันโดยตรงไม่ต้องฝากบอกใครหรือส่งข้อความไว้ก็ได้” “ค่ะ” “กอหญ้าขอตัวไปพักก่อนนะคะ”เท้าเล็กกำลังตั้งท่าจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง “ทำไมต้องหลบหน้าด้วย” “ไม่ได้หลบหน้าค่ะ” “แน่ใจนะว่าไม่ได้หลบหน้า” “แน่ใจค่ะ”กอหญ้าทำท่าจะเดินหนีออกไปจากตรงนี้เธอไม่อยากที่จะยืนอยู่ต่อหน้าชายตรงหน้านานไปกว่านี้แล้วเพราะเธอทำตัวไม่ถูกและไม่กล้าที่จะสู้หน้าของกระทิง “แบบนี้นั่นเหรอที่เรียกว่าไม่ได้หลบหน้า” “ไม่ได้หลบหน้าปกติเราก็คุยกันน้อยอยู่แล้วแต่พี่ต่างหากเป็นอะไร” “ฉันไม่ได้เป็นอะไรแต่เธอตั้งใจหลบหน้าฉันเพราะเรื่องเมื่อวานก่อนใช่ไหม เธอถึงได้หลบหน้าฉันอยู่แบบนี้”กระทิงเดินเข้าไปหาหญิงสาวร่างเล็กและบีบแขนของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอเดินหนีเขาและต้องการเคลียร์กันให้รู้เรื่อง “ใช่ฉันหลบหน้าพี่เพราะเรื่องคืนนั้น แต่ถ้าพี่ทำเป็นลืมมันไปซะฉันก็จะทำตัวให้ปกติเหมือนเดิมที่สุด...” “ลืมอย่างนั้นหรอเธอเป็นคนเริ่มก่อนเธอจะให้ฉันลืมได้ไงเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบกับการกระทำที่เธอเริ่มในครั้งนั้น” “รับผิดชอบ อะไรยังไง ทำไมต้องรับผิดชอบด้วย” ถึงแม้ว่ากอหญ้าจะเป็นคนจุดไฟในความปรารถนากายดิบของชายหนุ่มให้ลุกขึ้นมา แต่เธอก็เป็นผู้หญิงนะเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหายไม่ใช่เขา เธอยังไม่เรียกร้องให้เขารับผิดชอบเธอเลยแล้วนี่อะไร ฝ่ายผู้ชายเป็นคนเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบอย่างนั้นหรือ “เธอต้องรับผิดชอบเพราะเธอเป็นคนปลุกความต้องการของฉันขึ้นมา” “ฮะ ปลุกความต้องการ” “ใช่เธอเป็นคนปลุกความต้องการของฉันขึ้นมา เพราะฉันไม่ได้ต้องการเรื่องพวกนี้ตั้งแต่…” “ตั้งแต่อะไร” “ตั้งแต่ที่ฉันเลิกกับแฟนเมื่อสี่ปีที่แล้ว” “สี่ปี” “ใช่ฉันไม่มีอะไรกับผู้หญิงมาตั้งสี่ปี เป็นเพราะเธอนั่นแหละที่ปลุกความอยากของฉันขึ้นมาอีกครั้ง” “พี่พูดเป็นเล่นไปเป็นไปไม่ได้หรอกที่พี่จะไม่มีอะไรกับผู้หญิงตั้งสี่ ปี ฉันไม่เชื่อพี่หรอก ผู้ชายอะไรจะมีความอดทนอดกลั้นไม่มีอะไรกับผู้หญิงมาตั้งสี่ปี” “ก็ผู้ชายอย่างฉันไง ขนาดเธอยังเก็บความบริสุทธิ์มาได้ตั้งยี่สิบเอ็ดปีเลย” “ที่ฉันยังบริสุทธิ์อยู่เพราะว่าฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิงก็ต้องรักนวลสงวนตัวให้คนที่ฉันรัก แต่ที่ฉันเสียให้พี่ก็เพราะว่าฉันเมา และฉันไม่เชื่อพี่หรอกนะว่าจะทนความต้องการของตัวเองมาได้ตั้งสี่ปี” “ไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ ฉันคงพิสูจน์อะไรให้เธอดูไม่ได้ แต่ยังไงเธอก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของเธอในครั้งนี้” กระทิงเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวร่างบางจับแขนของเธอค่อยๆ ลงมือบีบจนหญิงสาวตัวน้อยรู้สึกเจ็บที่แขน “จะบ้าหรอใครจะรับผิดชอบ ฉันเป็นผู้หญิงที่จริงฉันก็ต้องเป็นฝ่ายเสียหาย ความบริสุทธิ์ฉันก็เสียให้พี่กอหญ้ายังไม่เรียกร้องให้พี่รับผิดชอบอะไรเลย แต่นี่พี่เป็นผู้ชายแท้ๆ ทำไมต้องให้กอหญ้ารับผิดชอบด้วย” กอหญ้าทำใจกล้าพูดขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะเมื่อเธอพูดขึ้นเธอก็ถูกชายหนุ่มจับเข้าที่แขนและค่อยๆ เพิ่มแรงบีบจนเธอนั้นรู้สึกเจ็บขึ้นมา “โอ๊ยเจ็บนะ ปล่อยจะให้รับผิดชอบยังไงล่ะว่ามาเลย” ถ้าเธอไม่ถามมีหวังเขาต้องเพิ่มแรงบีบแขนของเธอจนแขนเธอซ้ำหมดแน่ แล้วยังจะคุยกันไม่รู้เรื่องอีกด้วย “ในเมื่อเธอเป็นคนปลุกมันขึ้นมา ต่อจากนี้ถ้าฉันมีอารมณ์ขึ้นมา หรือต้องการเธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ” “ไม่…”เสียงคำว่าไม่ของหญิงสาวร่างบางก็ได้หายเข้าไปในโพรงปากหนาของชายหนุ่ม ลิ้นหนาๆ พยายามสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหอมหวานของหญิงสาว แต่กอหญ้าก็ไม่ได้ปล่อยให้กระทิงนั้นเข้าไปสัมผัสกับรสชาติหวานในโพรงปากของเธออย่างง่ายดายหรอกนะ เธอพยายามพับปากให้เป็นรูปสระอีให้ปากมิดชิดที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เธอไม่ยอมปล่อยให้ลิ้นสากนั้นเข้าไปในโพรงปากของเธอเด็ดขาด “โอ๊ย”เมื่อกอหญ้าไม่ยอมชายหนุ่มก็บีบแขนของเธอจนแรงขึ้นจนเธอต้องร้อง เมื่อหญิงสาวได้เผลออ้าปากร้องชายหนุ่มก็รีบส่งลิ้นสากหนาเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อลิ้มรสหวานนั้นทันที ปากที่งับกันไปมาจนริมฝีปากของทั้งสองนั้นเปียกชื้นไปด้วยน้ำลาย และเมื่อกระทิงได้ลิ้มรสอย่างพอใจแล้วเขาจึงถอนริมฝีปากหนาของเขาออก “แค่นี้ชดใช้ให้พี่พอหรือยังละ” “แค่จูบเดียวมันจะพอได้ยังไงล่ะ” “งั้นต้องทำถึงขนาดไหนถึงจะชดใช้ให้พี่ได้ตามที่พี่ต้องการ” “ก็ถ้าฉันต้องการตอนไหนเธอก็ต้องชดใช้ตอนนั้น” “ความผิดครั้งเดียวพี่จะให้ชดใช้ตลอดไม่ได้น่ะ เราต้องตกลงกันก่อน”กระทิงวางมือลงบนหัวของหญิงสาวอย่างเบามือ ก่อนจะเชยคางมนให้หันหน้ามาสบตาเขา “ตกลงอะไรอีก ไม่ต้องตกลงแล้ว เธอเป็นคนเริ่มแต่ฉันเท่านั้นที่จะเป็นคนจบมัน”พูดจบกระทิงก็ก้มหน้าลงมาจูบที่ปากสวยของหญิงร่างบางอีกครั้ง ส่วนหญิงสาวก็พยายามที่จะขัดขืนถึงแม้จะรู้ว่าไม่สามารถต้านแรงของฝ่ายชายได้ มือที่จับคางแน่นและลงน้ำหนักมากขึ้นเมื่อหญิงสาวพยายามขัดขืนเขา ตอนนี้หญิงสาวร่างบางคงทำได้อย่างเดียวคือปล่อยให้เขาจูบไปก่อน ถ้าเธอจะขัดขืนคนที่เจ็บก็คงจะเป็นเธอเอง ลิ้นหนาสากสัมผัสกับลิ้นบางของเธอทั้งกระพุ้งแก้มและฟันที่เรียงสวยตอนนี้ถูกครอบครองด้วยปากของชายหนุ่มจนหมดสิ้นแล้ว แต่หญิงสาวกลับมีความรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมามันทำให้เธอหัวใจเต้นแรงและการเต้นของหัวใจที่ไม่เป็นจังหวะเมื่อเธอไม่ได้ขัดขืนเขาแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบให้เขาจูบเธอแต่บางความรู้สึกที่ไม่ชอบอยู่นั้นกลับมีความรู้สึกดีแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกดีที่ปะปนอยู่ภายในใจของเธอนั้นซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกที่เกิดจากอะไรกันแน่เกิดจากการกระทำของชายที่จูบเธอในตอนนี้หรือเพราะอะไร มือหนาที่จับศีรษะของหญิงสาวกับลูบผ่านท้ายทอยลงมาเรื่อยๆ ลูบวนไปมาที่แผ่นหลังของหญิงสาว ลูบลงมาจนถึงชายเสือก่อนจะสอดมือหนาเข้าไปสัมผัสกับเนื้อเนียนสายที่หลังและขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยมือข้างเดียวของชายหนุ่มมือหนาจะยื่นมือไปหมายจะปลดตะขอของเสื้อตัวจิ๋วภายในเสื้อ “เดี๋ยวก่อน เรายังไม่ได้ตกลงกันเลยนะ”กอหญ้าใช้เรี่ยวแรงที่มีผลักร่างของตัวเองออกจากการจูบของกระทิง “ฮื่อ”กระทิงถอนหายใจออกมาและเริ่มทำหน้าไม่พอใจเมื่อหญิงร่างบางกำลังขัดความต้องการของเขา แต่เขาต้องยอมเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหญิงสาว "จะตกลงอะไรก็ว่ามา" “การชดใช้ครั้งนี้จะต้องจบลงทันทีถ้ากอหญ้าฝึกงานที่นี่เสร็จ เพราะเราไม่ได้รักกันก็กำหนดวันจบเรื่องของเราเสีย” “ได้ถ้าเธอต้องการจบมัน” “เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้ จะมีแค่เราสองคนเท่านั้น” “ทำไมกลัวแฟนเธอรู้หรือ ไม่ใช่สิเธอบอกว่าเป็นเพื่อน เธอว่ากลัวเพื่อนเธอรู้” “...”กอหญ้าไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรเพราะไม่ได้เข้าใจความหมายที่ฝ่ายชายพูดออกมา “หมดแล้วใช่ไหมข้อตกลงของเธอ” “ค่ะ”เพื่อชดใช้ที่เธอเริ่มก่อนแค่ระยะเวลาอีกสองเดือนก็คงพอที่จะชดใช้การที่เธอปลุกความต้องการดิบเถื่อนของฝ่ายชายขึ้นมาได้ “ข้อตกลงเพิ่มเติมของฉันก็คือ ห้ามให้เธอยุ่งกับผู้ชายคนอื่นขณะที่เธอยังเป็นคนของฉัน ทำได้ใช่ไหม” “ได้”กระทิงหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมเปิดรูปที่เขาเคยเห็นมาเมื่อวานนี้ นั่นก็คือรูปถ่ายสามคนโดยที่กล้าหาญกำลังจับศีรษะของหญิงสาวร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ให้เธอดู “แบบนี้ก็ไม่ได้ห้ามให้ใครมาจับเนื้อต้องตัวเธอ ถ้าฉันเห็นเรื่องของเราคงไม่ได้จบแค่เธอฝึกงานจบแน่ เข้าใจไหม” “แต่ว่ากล้าหาญเขาเป็นเพื่อนกอหญ้า เราเล่นกันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” “เมื่อก่อนจะเล่นกันแบบไหนก็แล้วแต่ แต่ตั้งแต่วันที่เธอเป็นของฉันแล้วห้ามเล่นแบบนี้กับมันอีก” “แล้วถ้าเป็นนนท์นี่ละ รายนั้นชอบกอดแขนกับหอมแก้มด้วย จะห้ามไม่ได้หรอกนะเพราะบางทีก็ทำตอนที่กอหญ้าเผลอหรือตอนที่มันดีใจ” “นนท์นี่ไม่เป็นไร แต่เพื่อนอีกคนเธอไม่ได้เด็ดขาด” “ทำไม” “เธอก็มีข้อตกลงของเธอพี่ก็มีข้อตกลงของพี่ไม่ต้องถามมากหรอกว่าทำไมแค่รู้ว่าเป็นความต้องการของพี่ก็พอ ถ้าเธอรับปากข้อตกลงที่เธอเสนอมาพี่จะทำตาม ตกลงไหม” “ตกลง”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







