LOGIN“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว
“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน “เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี “แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…” “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” “พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ” “ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ” “ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง “เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ” “เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย” “แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็นไรหรอก” “แต่งตัวแบบนี้พี่ไม่อยากให้กอหญ้าไปไหนเลย” “พี่กระทิงหยุดห่วงได้แล้วค่ะ แล้วก็ไปส่งกอหญ้านะคะ จะไม่ให้ไปไม่ได้นะเพราะพี่รับปากกับกอหญ้าไว้แล้วว่าไป” “ก็ดูชุดสิ” “พี่กระทิงไปผับนะคะ” “ก็ได้ครับ ห้ามดื่มเหล้าเยอะเกินสามแก้วหากเกินให้โทรบอกพี่ก่อนโอเคไหมพี่จะได้รีบไปรับ ห้ามให้ใครแตะเนื้อต้องตัว” “ขอยกเว้นนนท์นี่คนหนึ่งได้ไหมคะ” กระทิงทำหน้าครุ่นคิด “ค่ะ” “เย้ เย้ แต่ว่าวันนี้พี่กระทิงมีงานไม่ใช่เหรอคะจะรีบมารับกอหญ้าได้ยังไง” “อืม มีธุระที่ต้องไปจัดการนิดหน่อยแต่ถ้าโทรมาพี่ก็จะรีบทำธุระให้เสร็จและรีบมารับเรา” “โอเคค่ะ แต่พี่กระทิงไม่ต้องรีบก็ได้นะคะกว่ากอหญ้าจะเมาก็ตีหนึ่งตีสองนู่นนะคะ” กอหญ้าจับที่คอตัวเองเพื่อเป็นการบอกว่าตนคอแข็งมากไม่ต้องห่วง “ไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวเพื่อนของกอหญ้าจะรอนาน แล้วพี่ก็จะไปทำธุระสายด้วย” “ครับ” เมื่อรถหรูจอดสนิทที่หน้าสถานที่บันเทิง นนท์นี่ก็เดินมาพอดี “สวัสดีครับพี่กระทิง วันนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะดูแลกอหญ้าให้เป็นอย่างดีไม่ให้ใครมายุ่มย่ามเลยครับ” “ถ้ากอหญ้าเมารบกวนรีบโทรหาผมด่วนด้วยนะครับ” “ครับผม ผมจะรีบโทรหาคุณกระทิงโดยด่วนครับ” “แล้วอีกคนยังไม่มาหรือ” “ยังเลยครับแต่เดี๋ยวก็คงจะตามมา” “อืม” กระทิงส่งกุญแจรถให้กับพนักงานก่อนจะเดินตามกอหญ้าเข้าไป “ไหนว่าพี่กระทิงติดธุระไงทำไมเดินตามแกต้อยๆ แบบนี้” “ไม่รู้ก็พี่เขาก็บอกนิว่าวันนี้ติดธุระ” “แกลองถามดูสิ ถ้าพี่กระทิงนั่งเฝ้าวันนี้เราไม่สนุกแน่ถ้ากล้าหาญมาอีกนะโคตรจะอึดอัดเลย” “พี่กระทิงมีธุระไม่ใช่หรือคะวันนี้”กอหญ้าลองเอ่ยถามดู “ครับพี่นัดไว้ข้างบนนี้แหละ” “พี่นัดไว้ข้างบน” “มันบังเอิญนะเขาเป็นคนนัดไม่ใช่พี่” “แล้วน่ะพี่จะขึ้นไปด้วยบนเลยไหมคะ” “ยังรอไอ้สิงห์ก่อน พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ” “ได้ครับ”เมื่อมาถึงโต๊ะก็จะเจอยายแก่ๆ นั่งรออยู่คนหนึ่งแต่งหน้าและแต่งตัวดี นนท์นี่เดินไปพร้อมกับให้เงิน “เรามาไล่ที่คนแก่หรือ” “ไม่ใช่ค่ะเราให้เขามาจองโต๊ะให้เป็นการสร้างรายได้แบบใหม่ของคนวัยชรานะคะ” “ออ” “ทำไมไม่บอกพี่ที่นี่พี่รู้จักเจ้าของร้านนะมันเป็นเพื่อนสมัยเรียน” “ค่ะไม่เป็นไรค่ะ ให้คนมาจองโต๊ะทั้งทีทำไมไม่นั่งแถวหน้าไปละ” “หน้าเวทีเกินไปก็ไม่ดีค่ะคนชอบเดินไปเดินมานั่งอยู่ก็ถูกชนได้นั่งตรงนี้แหละค่ะดี เห็นเวทีชัด แล้วก็คุยกับเพื่อนรู้เรื่องแบบไม่ตะโกนค่ะไม่เจ็บคอค่ะ” “ครับ”เมื่อนั่งได้สักพักก่อนจะขอตัวลุกออกไป “ไอ้สิงห์น่าจะมาแล้วพี่ขอตัวไปก่อนนะ” “ค่ะ” “คุณกระทิงไปแล้ว กูขอถามอะไรมึงหน่อยได้ไหมจริงจังนะ”นนท์นี่เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา “มึงรักพี่กระทิงจริงไหม” “…” “กล้าหาญจะมาไหม” “กูก็ไม่รู้เหมือนกันมันดูหงอยไปเลย ตั้งแต่ที่มันถามมึงตอนกินข้าว กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้มันจะมาไหม” “อืม” “มึงรักคุณกระทิงไหมถ้ามึงไม่รักช่วยเปิดใจให้กล้าหาญมันหน่อยได้ไหมกูเห็นมันแล้วสงสาร มันน่าจะชอบมึงตั้งนานแล้วแต่ไม่กล้าบอก” “อืม” “มึงจะเปิดใจให้กล้าหาญ” “กูชอบพี่กระทิง”นนท์นี่ทำหน้าเศร้าขึ้นมาทันทีเพราะในใจของนนท์นี่นั้นก็แอบเชียร์คู่นี้มาโดยตลอดหวังว่าจะมีสักวันที่ทั้งสองจะได้ลงเอยกัน แต่คำตอบของเพื่อนสาวที่นนท์นี่ได้ฟังได้ผลสรุปทันทีว่า เพื่อนที่เขาเชียร์ให้ได้กันจะไม่มีวันสมหวัง “ทำไมว่ะ กล้าหาญมันดีกับมึงมาตลอดสี่ปีแต่มึงแค่เจอคุณกระทิงแค่สามเดือนมึงก็รักเขาแล้วหรอ” นนท์นี่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม “มันไม่ใช่แค่สามเดือนน่ะสิ” กอหญ้ายกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มบ้าง “กล้าหาญ” “นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว” “อืม” กล้าหาญพยักหน้าเพื่อทักทายกอหญ้า ก่อนจะทำหน้านิ่งไม่พูดไม่จา “ดื่ม” นนท์ชงเหล้าเข้มๆ ให้กล้าหาญดื่มและกล้าหาญก็ยอมดื่มเสียด้วยปกติแทบจะไม่ยอมดื่มหรือดื่มนิดเดียว และชอบพูดเสมอว่าถ้ากูเมาแล้วใครจะเป็นคนเก็บพวกมึงกลับ แต่วันนี้กลับยกแก้วติดต่อกัน “กล้าหาญดื่มเร็ว เดี๋ยวจะเมาเร็วนะเบาๆ หน่อยก็ได้” “กอหญ้าเรามีอะไรจะบอก ขอให้เราได้บอกและพูดมันออกไปได้ไหมเราไม่อยากเก็บมันไว้อีกแล้วเราไม่อยากให้มันค้างคาอยู่ในใจ” จากที่นั่งเงียบอยู่นานไม่พูดไม่จาบทจะ จะพูดก็พูดยาวคงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้เขากล้าถึงขนาดนี้ “…” ในเมื่อเพื่อนชายพูดมาขนาดนี้แล้วกอหญ้าก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพราะเธอรู้แล้วว่ากล้าหาญต้องบอชอบเธอแน่ แล้วเธอกำลังคิดหวั่นอยู่ในใจว่าถ้ากล้าหาญบอกชอบเธอ เธอจะปฏิเสธเพื่อนอย่างไรให้รักษาสถานภาพคำว่าเพื่อนเอาไว้ “การที่กูดูแลมึง มาตลอดสี่ปีที่กูไม่ยอมคุยกับใครไม่ยอมเปิดใจให้ใครก็เพราะว่ากูชอบมึง แล้วกูก็ไม่ได้รักมึงเหมือนเพื่อนแต่กูคิดกับมึงมากกว่านั้น กูอยากให้มึงมาเป็นแฟนกู มึงเข้าใจกูมั้ย” “มึงเมามากแล้วนะ” “กูชอบมึงจริงๆ นะ” กล้าหาญเอื้อมมือมาจับมือเรียวเล็ก “กล้าหาญกูขอโทษนะ กูคิดกับมึงได้แค่เพื่อนจริงๆ ขอบคุณนะที่ดูแลกูมาดีตลอดสี่ปี” “ไม่เป็นไรเรารู้ว่ากอหญ้าน่าจะชอบพี่กระทิงไปแล้ว แต่ถ้าวันไหนเขาทำให้กอหญ้าเสียใจให้โอกาสเราได้เป็นแฟนเธอบ้างได้ไหม”ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ส่งผลให้กล้าหาญกล้าที่จะพูดความในใจของตนที่เก็บเอาไว้ออกมาพูด “ได้ไหม” “ได้ไหม” “ได้ไหม” กล้าหาญถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้งและอีกครั้งพร้อมกับจ้องหน้ากอหญ้าเพื่อเอาคำตอบ “อืม” “พูดจริงนะ ขอบัตรคิวคนที่หนึ่งหน่อย”กล้าหาญยื่นมือของตัวเองมาที่มือของกอหญ้า “ฮ่ะ อะไรนะ”กอหญ้างงกับการกระทำของกล้าหาญไปหมดอันที่จริงเธอไม่เคยเห็นเพื่อนชายของเธอเป็นแบบนี้มาก่อนเลย “ขอบัตรคิวหน่อย”ในเมื่อยื่นมือมาขนาดนี้จะไม่เล่นด้วยเห็นทีจะไม่เลิกรา กอหญ้าจึงยื่นมือของตัวเองตบไปที่มือของกล้าหาญเบาๆ “ดีมาก งั้นก็เตรียมเลื่อนคิวให้เราได้เลยนะเพราะว่าเราเห็นพี่กระทิงกำลังยืนกอดกับผู้หญิง” “มึงว่าไงกล้าหาญ”คนที่พูดไม่ใช่กอหญ้าแต่เป็นนนท์นี่ที่เอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “ก่อนกูเข้ามากูเห็นพี่กระทิงยืนกอดผู้หญิงอยู่ที่ลานจอดรถ” “มึงเมาแล้วมึงพูดไปเรื่อยหรือเปล่า” “กูไม่ได้พูดไปเรื่อยเปื่อยนะกูมีหลักฐาน “แล้วกล้าหาญก็ยื่นโทรศัพท์ให้กอหญ้าดู”แต่คนที่รับไปกลับเป็นนนท์นี่แทน นนท์นี่ทำตาโตและไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากล้าหาญจะมีหลักฐานจริงไม่ได้ใส่ร้ายมั่วซั่ว “จริงว่ะกอหญ้าพี่กระทิงกอดกับผู้หญิงอยู่ลานจอดรถ”กอหญ้าจึงหยิบโทรศัพท์มาดูบ้างก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกอดกระทิงอยู่จริงๆ แต่กระทิงนั้นไม่ได้กอดตอบแต่ก็ยอมยืนเฉยให้ผู้หญิงคนนั้นกอด และเมื่อกอหญ้าสังเกตหน้าตาของฝ่ายหญิงดีก็พอจะจำหน้าและคุ้นตาได้ดี “นางเป็นใครมึงรู้จักไหม” นนท์นี่ถามขึ้นมา “รู้” “เป็นใคร” “แฟนเก่าพี่กระทิง” “ฮ่ะอะไรนะแฟนเก่าของพี่กระทิง” “แล้วเขาจะกลับมาคืนดีกันไหม แล้วแกที่กำลังจะแต่งงานล่ะจะทำอย่างไร” “ไม่ต้องกังวลไปนะกอหญ้าแฟนอันดับที่หนึ่งจะดูแลแทนแฟนเบอร์ศูนย์เอง จะทำให้ดีกว่าทุกอย่างและจะไม่ทำให้กอหญ้าเสียใจ”กล้าหาญทำท่าจะเดินเข้ามากอดกอหญ้า“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ






![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
