LOGINกระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน
“นายครับวันนี้มีประชุม” “ยกเลิกการประชุมไปเลย” “ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ” “มี” “ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย” “จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ” “ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด “มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้” “ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ” “ไปหาเมีย” “ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต “มึงว่ากูหรือ” สิงโตยกมือจับข้อตีนของเจ้านายตนเองเอ้าไว้ได้ก่อนจะยกมือขึ้นมาประกบกันโทษที่พูดว่าจาไม่เข้าหู “แล้วจะให้ผมไปส่งมั้ยครับมึงไม่ต้องไปส่งมึงเข้าไปสั่งงานแทนกูก็แล้วกัน” “แต่อันที่จริงสั่งงานผ่านมือถือก็ได้ไม่ใช่เหรอครับให้ผมไปส่งด้วยนะ” กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจอีกครั้งเมื่อลูกน้องของเขาทำท่าอยากจะรู้อยากจะติดตามเขาเสียทุกเวลา อย่างกับปลิงหรือไม่ก็กาฝากติดต้นไม้ “กูบอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องไป” กระทิงพูดและเน้นคำ ว่าไม่ต้องไปให้ลูกน้องของตนฟังให้ชัดเจนอีกครั้ง “ไม่ต้องทำหน้าไม่พอใจกูจะไปนานทั้งวันน่ะมึงจะอยู่กับกูได้หรอ” สิงโตยอมทำตามคำสั่งของเจ้านายของตนที่บอกให้เขาไปสั่งงานแทนที่โรงงาน โดยมีเจ้านายของเขา ไปส่งที่โรงงาน ก่อนที่กระทิงจะลงจากรถและมานั่งฝั่งคนขับก่อนจะขับรถออกไปด้วยความเร็ว “สวัสดีครับคุณป้า” “มาแต่เช้าเลย” “ไม่เช้าสำหรับผมแล้วนะครับ”กระทิงยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูตอนนี้ก็เจ็ดโมงสี่สิบแล้ว “จริงด้วยเราทำงานแต่เช้ากันทุกวัน”กระทิงทักทายเกษราแต่ตาของเขากลับไม่ได้จ้องมองคู่สนทนาเลยได้แต่ชะเง้อมองหาหญิงสาวร่างเล็กว่าอยู่ตรงไหนของบ้าน “กำลังมองหาน้องอยู่หรือน้องยังไม่ตื่นเลย” “นี่สายมากแล้วนะครับยังไม่ตื่นอีกหรือ ปกติก็ตื่นเวลานี้ตลอด” กระทิงพึมพำกลับตัวเองแต่ก็พอมีเสียงเล็ดลอดออกจากปากหนาเล็กน้อยพอให้หญิงสาววัยกลางคนได้ยิน “น้องขอกับแม่ไว้แล้วว่าไม่ต้องปลุกขอตื่นสายให้หนำใจสักวัน” “ครับ แล้วนี้คุณป้ากำลังทำอะไรอยู่ให้ผมช่วยไหมครับ” “ข้าวต้มกุ้ง”งั้นผมช่วยต้มข้าวก็แล้วกันนะครับ เมื่อกระทิงเห็นว่าเกษรากำลังแกะกุ้งแล้วล้างทำความสะอาดค้างไว้อยู่ในครัวก่อนที่จะออกมาต้อนรับเขา “จะช่วยป้าหรือว่าจะขึ้นไปปลุกน้อง” “ช่วยคุณป้าก่อนก็แล้วกันครับ น้องขอนอนก็ให้น้องนอนไปก่อนข้าวต้มเสร็จค่อยขึ้นไปปลุกก็ได้ครับ”เกษราพยักหน้ารับรู้ “ข้าวอยู่ตรงนู้นนะช่วยหยิบมาให้ป้าหน่อย” “ครับ” ในขณะที่ชายหนุ่มร่างโตกำลังช่วยแม่ของผู้หญิงที่เขาชอบทำกับข้าวอยู่ก็ไม่วายชะเงอคอมองขึ้นไปด้านบนของบ้านอยู่ตลอดเวลาเพื่อดูว่าเมื่อไหร่หญิงสาวร่างบางจะลงมาข้างล่างเสียที เมื่อเกศราเห็นว่ากระทิงชะเงอคอมองข้างบนอยู่ตลอดเวลาจึงเอ่ยถามขึ้นมา “ป้าขอถามอะไรสักอย่างจะได้ไหมว่าทำไมถึงอยากแต่งงานกับน้อง” กระทิงนิ่งมองหน้าคนที่ถามสักพักก่อนจะตอบ “น้องทำให้ผมลืมคน คนหนึ่งได้”เกษราจ้องมองหน้าผู้ชายที่อยู่ในวัยรุ่นลูกเหมือนไม่พอใจ “ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะเอาน้องมาแทนใคร แต่น้องทำให้ผมลืมผู้หญิงที่เคยทำร้ายหัวใจของผม ผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมไม่อยากรู้จักความรักอีกเลย จนมาเจอน้องและน้องทำให้ผมรู้สึกว่าความรักคือสิ่งที่ ผมพูดไม่ถูกเหมือนกันครับ น้องทำให้ผมอยากกลับมามีความรักอีกครั้ง” “แล้วตกหลุมรักน้องได้อย่างไร” “ไม่รู้สิครับอาจจะเป็นความเคยชินตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แต่ความเคยชินนั่น เมื่อรู้ตัวอีกทีในวันที่น้องจะไปผม ผมก็ขาดน้องไปไม่ได้แล้ว” กระทิงยกมือไหว้เกษรา “ผมขอโทษนะครับคุณป้าที่ผม ล่วงเกินน้องไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามประเพณีเสียก่อน” เกษราทำหน้าหนักใจก่อน “แสดงว่าที่เขาเล่าลือกันเป็นเรื่องจริง” “ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ” เกษรามองหน้าผู้ชายที่มีความกล้าพอที่จะสารภาพ “แล้วมันเป็นอย่างไง” “คืนที่เขาเล่าลือนั้นไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแต่มันเกิดก่อนหน้านั้นครับ แต่ผมขอไม่บอกรายละเอียดนะครับ”เอาเป็นว่าผมผิดเอง “อืม” “งั้นก็ขึ้นไปปลุกน้องและเพื่อนให้ลงมาทานข้าวได้แล้วเดียวข้าวต้มจะเย็นหมด”ในเมื่อทั้งสองรักกัน ส่วนเรื่องส่วนตัวก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ขอล่วงรู้ก็แล้วกันเพียงแค่รู้ว่าทั้งสองจะแต่งงานกันเพราะชอบพอกัน ก็พอแล้ว “คุณป้าครับขอกุญแจห้องได้ไหมครับเพราะเมื่อคืนบอกให้น้องล็อกห้องเอาไว้” “เดี๋ยวป้าหยิบให้” “ขอบคุณครับ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก กระทิงเคาะประตูก่อนเมื่อเคาะประตูแล้วไม่มีเสียงตอบรับจากภายในห้อง กระทิงจึงหยิบกุญแจขึ้นมาที่ขอมาจากเกศรา ไขประตูและเปิดเข้าไปภายในห้อง กระทิงค่อยๆ เดินเข้าไป หาหญิงสาวร่างบางและหยุดอยู่ที่ข้างเตียงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงทำให้ผ้าปูที่นอนยวบลงไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวร่างบางที่นอนหลับใหลอย่างสบายตื่นขึ้นมาได้เลยถึงแม้ว่าภายในห้องจะมีแดดสาดส่องเข้ามาแล้วก็ตาม กระทิงก้มลงมองหน้าของกอหญ้าด้วยความหลงใหลและเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเอื้อมมือปัดไล่ผมบางๆ ที่ปิดหน้าของหญิงสาวออก แต่ถ้าว่าเมื่อกระทิงเห็นแกล้งกลมๆ น่ารักของกอหญ้าก็ทำให้เขาอดใจที่จะสัมผัสมันไม่ได้เขา จึงเอามือลูบที่แก้มเบาๆ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มฟอดใหญ่ “จูบ ฟอด~~~” “พี่กระทิง” การกระทำของกระทิงทำให้กอหญ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ “เรียกพี่ทำไมคะ” คำพูดหวานหวาน ก่อนจะยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ให้หญิงสาวและเอ็นดูกับท่าทางที่เธอตกใจ “พี่กระทิงเข้ามาได้ไงคะ หรือว่าเมื่อคืนไม่ได้ล็อกห้อง แต่กอหญ้าก็เห็นว่าพี่กดปุ่มล็อกประตูแล้วนี่นา” กอหญ้าถามด้วยความมึนงงและคิดทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่าสรุปที่จริงแล้วพี่กระทิงได้ล็อกห้องให้เธอหรือไม่ “ไม่ต้องตกใจเมื่อคืนพี่ล็อกห้องให้กอหญ้าแล้วแต่ที่พี่เข้ามาได้ก็เพราะว่าพี่มีกุญแจสำรอง” กระทิงยกกุญแจสำรองขึ้นมาโชว์ให้กอหญ้าดู “กุญแจสำรอง พี่เอามาจากไหน” “ก็ไปขอคุณป้ามา” “ฮะ แม่ให้กุญแจกับพี่ ทำไมแม่ถึงให้กุญแจสำรองบ้านกับพี่ได้ล่ะ” “ก็พี่เป็นลูกเขยที่ดีมาหาแต่เช้ามาช่วยแม่ของกอหญ้าทำอาหารเช้า แม่ยายก็เลยให้กุญแจสำรองมาปลุกลูกสาวขี้เซาไง ให้ลงไปกินข้าวได้แล้ว” “จู๊ฟ morning ครับ”กระทิงก้มลงจูบที่ปากบางของหญิงสาวเบาๆ “พี่กระทิงกอหญ้ายังไม่ได้แปรงฟันเลยนะคะ” “พี่ไม่สน”กระทิงก้มลงจูบหญิงสาวอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขากับส่งลิ้นหนาๆ ของเขา เข้าไปสัมผัสหาความหวานในโพรงปากของหญิงสาวแทน ก่อนจะงับปากบนของหญิงสาว “พี่กระทิง” “ลุกขึ้นได้แล้ว แล้วลงไปทานข้าว” “ขอนอนต่อไม่ได้หรือคะ” “ไม่ได้ป้าเกศรารอทานข้าวอยู่ เดียวท่านจะรอนาน” “เดี๋ยวกอหญ้าโทรไปบอกให้แม่ทานก่อนเลยก็ได้คะ” “ดีเลยบอกให้คุณป้าทานข้าวไปก่อน แล้วพี่ก็ทานกอหญ้าก่อนที่จะลงไปทานอาหารเช้าดีไหม”กระทิงพูดแล้วมองหน้าหญิงสาวความสีหน้าที่กระหายอยากชิมกายของหญิงสาว “จะบ้าหรือพี่กระทิง กอหญ้าลุกไปอาบน้ำแล้วก็ได้ค่ะหยุดทำสีหน้าแบบนั้นนะ” “ให้พี่อาบน้ำให้ไหม” “จะบ้าหรือพี่กระทิงไม่เอาคะ กอหญ้าเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วเรารีบลงไปทานข้าวกับคุณแม่นะคะ ส่วนเรื่องที่อยู่ในหัวของพี่ตอนนี้พักไว้ก่อนค่ะ”กอหญ้ารีบลุกจากที่นอนและหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำของตัวเองทันที “พี่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไหม” “ไม่ต้องคะ”กอหญ้ายกมือขึ้นห้ามกระทิงเอาไว้ก่อนจะหยิบเสื้อของตนที่จะใส่แล้วหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งก่อนจะออกมา “ป้าเกษราบอกให้กอหญ้าปลุกเพื่อนมาทานข้าวด้วยกัน” “คะ” กอหญ้าส่งข้อความบอกเพื่อนก่อนที่เธอจะบอกให้กระทิงลงมารอเพื่อนทานข้าวข้างล่างก่อนไม่งั้นถ้าเขาอยู่บนห้องต่อกับกระทิงเธอต้องเสียเปรียบร่างกายให้เขาแนะดีไม่ดีอาจจะเลยเถิดมากกว่านั้นก็ได้ เมื่อทุกคนลงมานั่งทานอาหารเช้ากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่คงจะมีนนท์นี่กับกล้าหาญเท่านั้นที่รู้สึกแปลกใจและตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นว่ากระทิงเดินลงมาพร้อมกับกอหญ้า จนอดถามไม่ได้ "เมื่อคืนพี่กระทิงนอน นอนที่นี่หรือ"นนท์นี่เป็นคนถามขึ้นมาส่วนกล้าหาญทำหน้าจ๋อยและทำหน้าไม่ชอบกระทิงอย่างเห็นได้ชัดจากบนใบหน้าถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ “เปล่าพี่กระทิงไม่ได้นอนที่นี่แค่เขามาหาเช้าไปหน่อยนะ” “ถ้าไม่เกรงใจคุณป้าเมื่อคืนก็คงนอนที่นี่ไปแล้ว เพราะอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว”กระทิงพูดคำว่าจะได้แต่งงานกันช้าๆ เน้นคำ เพื่อให้ใครบางคนรับรู้และจำเอาไว้ในใจว่าตอนนี้ต่อให้คิดกับหญิงสาวร่างบางมากกว่าเพื่อนก็ไม่มีสิทธิ์ได้มาครอบครอง เพราะผู้หญิงร่างบางตัวเล็กคนที่ยืนข้างเขาในตอนนี้เป็นว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้ว เมื่อเห็นว่าถ้าจะไม่ดีแล้วเมื่อชายทั้งสองยืนจ้องหน้ากันตาขมึงเกษราจึงเป็นฝ่ายชวนให้ทั้งสองทานข้าว “อาหารเช้าพร้อมแล้วเราไปนั่งทานข้าวเช้ากันก่อนดีกว่าไหมเด็กๆ ” “ครับคุณแม่/ทั้งสองพูดพร้อมกัน” แต่ปกติแล้วกระทิงจะเรียกแม่ของกอหญ้าว่าคุณป้า แต่วันนี้เพื่อเป็นการแสดงตัวตนว่าเขาจะมาเป็นเขยของบ้านหลังนี้ กระทิงจึงไม่เรียกเกศราว่าป้า แต่จะเรียกว่าแม่แทน กล้าหาญในฐานะที่ตัวเองเป็นเพื่อนจะเรียกเกศราว่าแม่คงไม่แปลกแต่มันดันไปขัดใจกระทิงเข้า และยิ่งพูดพร้อมกัน มันยิ่งทำให้ทั้งสองคนต่างก็ไม่ชอบกันมากขึ้นดูขัดหูขัดตาของอีกฝ่าย “แม่ว่ามานั่งทานข้าวกันก่อนดีกว่าจะ”เมื่อนนท์นี่เห็นว่ากระทิงต้องตามมาเฝ้ากอหญ้าอยู่บ่อยๆ แบบนี้ไม่วายที่เพื่อนสนิทของเขาต้องมีเรื่องกับชายหนุ่มร่างใหญ่ขึ้นมาสักวันแน่เขาจึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเสียก่อน “กอหญ้าพรุ่งนี้เรากับกล้าหาญจะกลับแล้วนะ”กล้าหาญหันมามองนนท์นี่อย่างไม่พอใจมากนักเพราะเขาอยากอยู่กับกอหญ้าให้นานที่สุด กล้าหาญจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นมารยาทที่ไม่มีบนโต๊ะอาหารสักเท่าไรแต่ก็เป็นวิธีเดียวที่คุยกันได้สะดวก กล้าหาญ:ใครเขาอยากกลับกัน กูยังอยากอยู่กับกอหญ้าต่อ นนท์นี่: กลับก่อนเถอะขืนอยู่ต่อมีหวังมึงกับพี่กระทิงได้ตีกันแน่ กล้าหาญ:กูไม่กลัว นนท์นี่:กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงกลัว แต่ถ้าเราอยู่พี่กระทิงต้องตามมาเฝ้ากอหญ้าทุกวันแน่ ขนาดจะคุยกันยังไม่มีเวลาเลย ตอนเย็นก็กลับดึก ตอนเช้าก็มาหาแต่เช้าอีก กลับเถอะแล้วค่อยว่ากันว่าจะเอาแบบไหน งั้นเอาแบบนี้ “นนท์นี่ นนท์นี่” “อืมว่าไง” “ฉันเรียกถามตั้งนานละว่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์ทั้งสองคนเลย” “แกถามว่าอะไรนะ” “ทำไมถึงรีบกลับ ยังมีอีกหลายที่ที่ฉันยังไม่ได้พาพวกแกไปเที่ยวเลยนะ” “ฉันก็คิดถึงแสงสีที่เมืองกรุงบ้างแล้วไง แล้วแกจะกลับไปพร้อมพวกเราเลยไหม จะได้ไปเที่ยวด้วยกันด้วย”หญิงสาวร่างบางอยากตกลงใจจะขาดแล้วเธอทำหน้ายิ้มและกำลังจะอ้าปากตอบ “อาอึ้ม”แต่ต้องมาหยุดเพราะเสียงอาอึ้มขัดจังหวะของชายร่างโตที่นั่งอยู่ตรงข้างเธอตอนนี้ กอหญ้าหันไปมองชายหนุ่มร่างโตเล็กน้อยถึงแม้ว่าเขาจะทำหน้าเฉยแต่เขาก็แฝงไปด้วยคำตอบของเธอด้วยว่าไม่อนุญาต หญิงสาวร่างบางจึงทำหน้าจ๋อยก่อนจะตอบกับเพื่อนไปว่า “อีกหนึ่งอาทิตย์จะตามกลับไปแล้วกัน” “อ่า” นนท์นี่ไม่ได้เซ้าซี้เพราะรู้ถึงสถานการณ์ของเพื่อนสาวของตนดี ส่วนกล้าหาญก็ได้แต่ทำหน้านิ่งและเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ข้างในอย่างเจ็บปวดที่สุด เมื่อหญิงสาวที่ตนรักตกเป็นของคนอื่น แถมเธอยังเกรงใจแค่เสียงกระแอมของฝ่ายชายเท่านั้น“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







