LOGIN[กล้าหาญ] สายเรียกเข้า
“จะรับก็รับหนวกหู”หลังจากที่นอนดูดาวไม่พูดไม่จากันอยู่นานตอนนั้นชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะสงบและอารมณ์ดีแต่พอมีเสียงโทรศัพท์ของกอหญ้าดังขึ้นเท่านั้นแหละ ดูเหมือนว่ากระทิงจะอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีแถมยังพูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่โมโห กอหญ้าเมื่อได้ยินเสียงคำถามของกระทิงเธอจึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ควรรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามา เพราะดูจากน้ำเสียงของคนที่เธอกำลังนอนหนุนแขนในตอนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเริ่มจะไม่ปกติ น้ำเสียงดูแปลกไป ถ้าเธอรับโทรศัพท์ของกล้าหาญมีหวังพี่กระทิงต้องโกรธเธอแน่ๆ แต่คนที่โทรเข้ามาหากอหญ้าก็ยังโทรอย่างไม่ย่อท้อโทรซ้ำๆ โทรหาเธอเรื่อยเรื่อยเหมือนกลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย “จะรับหรือไม่รับ” “ไม่รับค่ะ” “ไม่รับก็ปิดเครื่องไปฉันหนวกหู” “ค่ะ"ถึงแม้ว่าเธอจะตอบรับคำต้องการของชายหนุ่มว่าให้ปิดเครื่อง แต่เธอก็ไม่เลือกเช่นนั้นเธอเลือกที่จะปิดเสียงรบกวนแทน [คุณมีหนึ่งข้อความ] เวลา 23.50 กอหญ้าตอนนี้เธออยู่ไหน ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยนะแล้วอีกอย่างปีนี้ฉันก็อยากฉลองปีใหม่กับเธอ อยากอวยพรปีใหม่ให้เธอเป็นคนแรก “ถ้าไม่รับโทรศัพท์ก็เลิกสนใจมันได้แล้วมองไปที่ท้องฟ้าโน่น” กอหญ้าวางโทรศัพท์ลงข้างกายเธอก่อนจะคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงกับพื้น ก่อนจะหันกลับไปมองที่ท้องฟ้าตามที่กระทิงบอก กระทิงทั้งๆ ที่เขาบอกให้หญิงสาวมองไปที่ท้องฟ้าหรือดวงดาวแต่เขานั้นกลับมองมาที่ใบหน้าของกอหญ้าโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขา กำลังหลงใหลใบหน้านั้นอยู่ไม่โดยรู้ตัว เขารู้สึกว่าใบหน้านั้นช่างน่ามองยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าเสียอีก “เธอยังจำได้ใช่ไหมข้อตกลงของเรา” “ค่ะ ข้อตกลงอะไร” “ก็ข้อตกลงที่...” “ข้อตกลงที่กอหญ้ามีต่อพี่ ที่กอหญ้าปลุกความตัณหาของพี่ขึ้นมาจากเป็นผู้ที่ถือศีลอดกินเนื้อสาวอยู่นานนั้นหรือคะ” “อืม” “ที่จริงกอหญ้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่จะเป็นผู้ชายที่ถือศีลอดได้นานขนาดนี้ แต่พอเห็น เห็นพี่...” “พี่อะไร” “ทำแบบนั้นอย่างกระหายมันก็เหมือนคนไม่เคยมานานอยู่หรอก” “แล้วทำไมสาวเวอร์จิ้นอย่างเธอจึงยอมทำตามข้อตกลงล่ะ” “...” “ไม่ตอบ” “ค่ะ ขอไม่ตอบ เพราะไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอม”มันไม่ใช่ว่ามันไม่มีเหตุผลมันก็มีเหตุผลของมันอยู่แล้วเพียงแค่เธอไม่อยากตอบเท่านั้นเอง “ช่างมันเถอะที่ถามก็แค่อยากจะย้ำข้อตกลงของพี่อยู่แค่ข้อเดียวเท่านั้น เธอยังเป็นคนของพี่อยู่ห้ามสนใจหรือคิดที่จะมีคนอื่น“ “เข้าใจแล้วค่ะ”กอหญ้ารีบหันไปมองบนท้องฟ้าอีกเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีตกลงพี่กระทิงหึงเธอหรือแค่ไม่อยากใช้เธอร่วมกับคนอื่น ถึงจะย้ำข้อตกลงแต่มีสีหน้าที่นิ่งเฉย เสียงคนนับถอยหลังข้ามปีดังมาแต่ไกล ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ตุ้มๆ เสียงของพลุแตกดังไปทั่วไร่แสงไฟที่ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าอย่างสวยงาม ถึงตอนนี้กอหญ้ารู้แล้วว่าทำไมคนตัวโตถึงได้พาเธอขึ้นมาที่นี่ เพราะคงเป็นที่ที่เดียวที่สามารถดูพลุได้สวยงามที่สุดของไร่ สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่กระทิง เมื่อได้ยินเสียงคำกล่าวคำสวัสดีปีใหม่ของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มเลิกสนใจพลุ ที่กำลังแตกระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าและหันมามองหน้าของหญิงสาวแทนก่อนจะเอ่ยคำว่า “สวัสดีปีใหม่สาวน้อย”กระทิงขยับริมฝีปากเข้าไปใกล้ริมฝีปากบางของกอหญ้าก่อนจะประกบจูบอย่างดูดดื่ม ปากทั้งสองประกบจูบกันไปประกบจูบกันมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่กระทิงจะอดใจไม่ไหวสอดมือหนาเข้าไปในเสื้อผ้าของหญิงสาวทำให้เธอต้องปล่อยจูบออกจากปากของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอทันที “ตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวมีคนมาเห็นอีกอย่างมันก็โล่งเกินไปค่ะ” “ไม่มีใครขึ้นมาได้หรอกพี่สั่งห้ามไว้แล้ว แล้วอีกอย่างทุกคนก็อยู่ในงานกันหมดจะมีใครมาสนใจเรา” “ไม่ใช่ที่นี่ได้ไหมคะ” “ได้” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะยื่นมือให้หญิงสาว เพื่อเป็นการช่วยให้หญิงสาวร่างบางลุกขึ้นตามเขา “อะไรคะ” “กลับบ้าน” “ค่ะ” “แต่ว่า พี่กระทิงคะ” “มีอะไร แล้วเพื่อนของกอหญ้าจะกลับที่พักอย่างไรล่ะคะ” “มีรถรางรับส่งตอนงานเลิกอยู่” “งั้นกอหญ้าขอส่งข้อความบอกเพื่อนก่อน กลัวว่าเขาจะหาทางกลับที่พักไม่ได้” “อืม” เมื่อเธอเปิดมือถือดูก็พบว่ากล้าหาญได้ส่งข้อความหาเธอหลายข้อความแต่ ก็เลือกที่จะเปิดข้อความของนนท์นี่ก่อน" นนท์นี่ : อยู่ไหนคะเพื่อนสาว นนท์นี่ : โดนผู้ชายลากไปกินแล้วมั้ง นนท์นี่ :จะไปไหนก็ช่วยบอกกันบ้างเป็นห่วงค่ะ กอหญ้า: ฉันไม่เป็นอะไรปวดหัวนิดหน่อย ตอนนี้กลับมาบ้านแล้ว ตอนกลับจะมีรถรางมารับนะ ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ฉลองปีใหม่ด้วย สวัสดีปีใหม่ นนท์นี่ :ค่ะ ดีค่ะ ทำไมไม่ส่งมาเร็วกว่านี้ฉันกับกล้าหาญหาเธอจนวุ่นไปหมด ปวดหัวก็พักผ่อน เดียวพวกฉันหาทางกลับเอง นนท์นี่ไม่เซ้าซี้อะไรมากเพราะเขารู้ว่าเพื่อนสาวของเขากำลังหายเป็นไข้ได้ไม่นานการที่ออกมาตากหมอกเหมยแบบนี้อาจทำให้เธอ มีอาการป่วยกลับมาได้ นนท์นี่ :ทักไปบอกกล้าหาญก่อนก็ได้นะตอนนี้แยกกันหาแกไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนแล้ว มันดูห่วงแกมากเลยนะเพื่อนสาว มึงรู้ใช่ไหมว่ามันคิดอย่างไงกับมึง มึงแค่แกล้งไม่รู้เฉยๆ ใช่ไหม กอหญ้า:อืม นนท์นี่:ตลอดสี่ปีกูไม่เคยถามมึงเลยนะตกลงมึงคิดอะไรกับกล้าหาญมันไหม อีกไม่นานก็จะแยกกันอยู่แล้ว กอหญ้า:เราคิดกับกล้าหาญแค่เพื่อนแต่เราก็ไม่อยากให้กล้าหาญตีตัวออกจากเรา เรายังอยากให้เป็นเพื่อนกันแบบนี้ตลอดไป ไม่ได้อยากข้ามความสำพันธุ์และยังอยากมีกล้าหาญเป็นเพื่อนอยู่ นนท์นี่: อืมกูเข้าใจแล้วสวัสดีปีใหม่จ้า อืมพักผ่อนก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวจะกลับมาเป็นหนักขึ้นมาอีก เดี๋ยวฉันไปตามหากล้าหาญก่อน กอหญ้า: "อืม"ในขณะที่กอหญ้ากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะบอกกล้าหาญว่ายังไงดีควรจะส่งข้อความไปหาเขาหรือไม่ กอหญ้าคิดอยู่สักครู่หนึ่งจึงตัดสินใจหันหลังให้ชายหนุ่มที่กำลังขับรถให้เธอ เพราะเธอรู้ว่าเวลาที่เธอพิมพ์คุยกับนนท์นี่ กระทิงก็มักจะชำเลืองตามองข้อความที่เธอพิมพ์ คุยกับนนท์นี่อยู่ตลอดเวลา กอหญ้า:ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วงพอดีว่าฉันรู้สึกไม่สบายเหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาก็เลยขอให้พี่กระทิงส่งฉันกลับก่อน กล้าหาญตามหานนท์นี่แล้วกลับได้แล้วน่ะ สวัสดีปีใหม่ กล้าหาญ: สวัสดีปีใหม่ ของให้หายเร็วๆ น่ะ กอหญ้า: .... ยังไม่ทันที่กอหญ้าจะตอบรับคนที่อยู่ในแชทข้อความเลยก็มีมือหนาคว้าเอาโทรศัพท์ของเธอไป “พี่กระทิงเอาโทรศัพท์ของกอหญ้าคืนมานะ”กระทิงไม่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวไปเฉยๆ เขายังเลื่อนอ่านข้อความแชทที่กล้าหาญส่งให้หญิงสาวร่างบางด้วย “พี่กระทิงเอาโทรศัพท์มือถือของกอหญ้าคืนมานะคะ” “เธอผิดกฎนะสาวน้อย ฉันบอกว่าไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายคนอื่นไง” “กอหญ้าก็ไม่ได้ไปยุ่งกับผู้ชายคนไหนนอกจากพี่” “แล้วนี่อะไร"กระทิงหันหน้าจอมือถือให้หญิงสาวดู”กอหญ้าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ฉันเป็นห่วงเธอมาก แล้วอีกอย่างฉันก็อยากจะฉลองปีใหม่กับเธอ อยากอวยพรวันปีใหม่ให้เธอเป็นคนแรก"กระทิงอ่านออกเสียงข้อความที่กล้าหาญส่งให้หญิงสาว “นี้คงเป็นความรู้สึกที่เพื่อนมีให้เพื่อนละมั้ง อยากอวยพรปีใหม่ให้เป็นคนแรก”กระทิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ประชดประชัน “แล้วพี่กระทิงยุ่งอะไรด้วย เขาจะชอบกอหญ้า หรือไม่ชอบแล้วไง กอหญ้าก็ไม่ได้จะยุ่งกับเขาเชิงชู้สาวอยู่แล้ว แต่ถึงคิดมากเกินเลยไปก็ไม่ได้ผิดข้อตกลงของเรานิ แล้วอีกอย่างยังไงข้อตกลงก็มีเวลาสิ้นสุดของมันชัดเจนอยู่แล้ว พี่จะโมโหไปทำไม” “เธอรอเวลาของเราจบลงแล้วจะไปคบกับมันใช่ไหม”น้ำเสียงที่ตะคอกขึ้นทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขารู้ดีว่ากระทิงโมโหแล้ว “ไม่ใช่แบบนั้นนะพี่กระทิง” “แต่ก่อนที่เธอจะไปหามัน ฉันก็ขอใช้สิทธิร่างกายของเธอก่อนก็แล้วกันดูสิว่ามันยังจะต้องการตัวเธออีกไหม” ชายหนุ่มร่างตัวรีบลงจากรถก่อนจะไปเปิดประตูตรงข้ามกับคนขับแล้วอุ้มหญิงสาวขึ้นมาพาดบ่าเดินเข้าไปในบ้านทันที “พี่กระทิงปล่อยกอหญ้าลงนะ” ตุ้ม “โอ๊ยพี่กระทิง”กระทิงได้ปล่อยร่างบางลงจริงๆ ตามที่เธอบอก ไม่สิไม่เรียกว่าปล่อยเธอหรอกเขาโยนร่างบางลงบนเตียงต่างหาก ก่อนที่จะทิ้งตัวเองลงไปทับร่างบางเอาไว้ “พี่กระทิงลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะพี่กำลังพูดไม่รู้เรื่อง พี่กำลังโกรธอยู่กอหญ้าว่า...” และแล้วเสียงทุกอย่างที่หญิงสาวกำลังโวยวายอยู่ก็กลืนหายไปในปากหนาของชายหนุ่มทันที “ไม่ต้องพูดแล้วบทลงโทษของคนที่ฝ่าฝืนข้อตกลง เตรียมลางานวันพรุ่งนี้ไว้เลย” “พี่กระ...” คำเรียกชื่อของหญิงสาวได้เลือนหายไปในโพรงปากหนาของชายหนุ่มอีกครั้ง และในครั้งนี้ไม่ได้เหมือนก่อนหน้า ชายหนุ่มร่างโตได้จูบกอหญ้าเหมือนกับว่าจะดูดวิญญาณและสูบเลือดสูบเนื้อออกจากร่างกายของหญิงสาว ปากหนาและปากบางประกบกันไปประกบกันมาและจูบกันอย่างดูดดื่ม กอหญ้าเธอไม่รู้ว่าเธอนั้นเป็นอะไรเหมือนไม่อยากขัดขืนชายกระทิงอีกต่อไปแต่กลับกันเธอเหมือนต้องการตอบรับการกระทำของชายหนุ่มร่างโตแทน เธอเลื่อนมือสอดเข้าไปใต้ผมและขยำเบาๆ ไปตามอารมณ์ กระทิงที่ชอบพุ่งชนบัดนี้เขาได้พุ่งชนกายสาวต้องการให้ร่างกายสาวนั้นแหลกสลายคามือของเขาและตอกย้ำให้เธอรู้ว่าเธอนั้นเป็นของเขาเพียงผู้เดียว ชายหนุ่มเปลี่ยนจากจูบเลื่อนลงมาจูบที่คอขาวแทนพร้อมกับกัดดูดเบาๆ “พี่กระทิงอย่าทำรอยนะ เดี๋ยวไปทำงานไม่ได้” “เธอคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะได้ไปทำงานอย่างนั้นหรือ” “พี่กระทิง อ้า” มือหนาๆ ขยำที่เต้าคู่งามอย่างไม่เบามือตามอารมณ์ของชายหนุ่ม ปากหนาๆ ก็ยังโหยหาความหวานจากปากหญิงสาวอย่างไม่หยุดหย่อน มือหนาเลื่อนลงผ่านหน้าท้องบาง ก่อนจะไปยุ่งวุ่นวายกับขอบกางเกงก่อนจะถอดมันออก “พี่กระทิง” “จะห้ามหรือ” “...” หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มแต่กับยกมือขึ้นคล้องคอให้ชายหนุ่มร่างโต ลดหน้าลงมาหาเธอ ก่อนจะเป็นเธอเองที่เริ่มเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน มือหนาดึงกางเกงของหญิงสาวออกทั้งสองตัวก่อนจะเริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองบ้างขณะที่หญิงสาวยังคงจูบกับเขาอย่างดูดดื่มอยู่ มือหนาค่อยๆ ประคับประคองมือบางให้จับแกนกลางรูดขึ้นรูดลงตามใจของฝ่ายชาย ตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ามันขยายใหญ่ขึ้นจากที่มันขยายใหญ่อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว มือบางที่เธอสัมผัสได้ถึงเส้นเลือดปูดโปน “อ้า ~พี่กระทิง”กอหญ้าต้องสะดุ้งทันทีเมื่อชายหนุ่มสอดสองนิ้วหนาเข้าไปใจกลางของหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว “วันนี้เธอพร้อมแล้วนิงั้นขอเลยแล้วกันนะพี่จะไม่ไหวแล้ว”เมื่อชายหนุ่มร่างโตส่งสองนิ้วเข้าไปสัมผัสใจกลางสาวก็รู้ได้ทันทีว่าเธอพร้อมแล้วเพราะในเมื่อร่างกายสาวกำลังผลิตน้ำอยู่ในกลาย ประกอบกับชายหนุ่มเริ่มปวดที่แกนกลางชายเช่นกัน เขาจึงดึงมือหนาออกก่อนจะจับแกนกลางชายถูไถที่ปากช่องรักของหญิงสาวก่อนจะกระซิบข้างหูของหญิงสาวเบาๆ “เอามันใส่เข้าไปในตัวเธอให้หน่อย”เมื่อความต้องการมันอยู่เหนือความเขินอายหญิงสาวร่างบางจึงทำตามที่ชายหนุ่มบอก มือบางจับแกนกลางของชายที่อยู่ตรงหน้าจับให้ตรงช่องรูรักสวาทก่อนจะเป็นฝ่ายร่างโตที่ดันเข้าไปเองจนมิด “อ่า อ้ะ พี่กระทิงเบาๆ หน่อย” “ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกของเธอแต่ด้วยความใหญ่โตของชายหนุ่มที่ดันแกนกลางเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวครั้งเดียวจนมิดก็ทำให้เธอทั้งเจ็บทั้งจุกได้เหมือนกัน “จุก”กระทิงยิ้มให้หญิงสาวก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบ มืออีกข้างลูบผมของหญิงสาวด้วยความเอ็นดูแต่ด้านล่างก็ค่อยๆ ขยับแบบเนิบนาบเน้นจังหว่าก่อนจะค่อยๆเ ร่งจังหว่ะให้เร็วขึ้น ปับ ปับ ปับ อ่า อ่ะ อ่ะ พี่กระทิง ยิ่งหญิงสาวเรียกชื่อของชายหนุ่มร่างโตยิ่งทำให้เขามีแรงที่จะทำบทรักของหนึ่งสาวได้นานขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะอดทนไม่ไหวปล่อยน้ำขาวขุ่นเข้าไปในช่องทางรัก เสียงหอบหายใจถี่ถี่หลังจากออกกำลังกายบนเตียงนอนไม่ได้ต่างจากการวิ่งรอบสนามเลย “เอามันออกไปได้แล้วค่ะกอหญ้าเหนื่อยกอหญ้าจะนอนแล้ว” “จะนอนได้ไงในเมื่อบทลงโทษของเธอในคืนนี้คือสามรอบ” “ฮะสามรอบ กอหญ้าไม่ไหวแล้วค่ะเอาไว้วันอื่นแล้วกันวันนี้ดึกมากแล้วทั้งง่วงนอนแล้วก็เหนื่อยมากแล้ว” “ใช่ฉันเหนื่อยแล้ว เพราะฉะนั้นเธอต้องเป็นคนทำ” หญิงสาวร่างบางรับรู้ถึงแกนกลางของชายหนุ่มกำลังขยายใหญ่และพองตัวโตขึ้นในร่างกายของหญิงสาว “อ้าย พี่กระทิง”กอหญ้าต้องอุทานร้องขึ้นมาทันทีเมื่อชายหนุ่มร่างโตเหวี่ยงตัวเธอให้ขึ้นไปอยู่บนตัวของเขาก่อนจะใช้มือหนาๆ ทั้งสองข้างขยำหน้าอกของหญิงสาวก่อนจะเลื่อนมือทั้งสองข้างมาจับที่เอวคอด บังคับจังหวะให้หญิงสาว “อา อ่า ซี๊ด”ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามของการร่วมรักแต่ช่องรักของหญิงสาวก็ยังตอดรัดแกนกลางของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี “อา อ่า ซี๊ด”แบบนั้นและแรงอีก “อ้ะ อ๊ะ อ๊ะ” ปัง ปัง ปัง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหมหมุนพลิกตัวเป็นคนคุมเกมแทนเขาจับขาเรียวงามของหญิงสาวทั้งสองข้างขึ้นมากอดไว้ก่อนจะกระแทกถี่ๆ และแรงขึ้นจนทำให้เขาได้ปดลปล่อยอีกครั้ง และเช่นเดียวกับหญิงสาวที่เธอกระตุกเกร็งและรู้สึกได้ปลดปล่อยเช่นกัน ตอนนี้เป็นเวลาตีสี่แล้ว “พี่กระทิงกอหญ้าไม่ไหวแล้วง่วงนอนแล้วขอติดอีกรอบไว้ได้ไหม” “ง่วงก็นอนไปเดี๋ยวพี่ทำเอง”บทรักครั้งที่สามทำให้หญิงสาวแทบจะไม่ไหวเมื่อบทรักนั้นจบลงเช่นเดียวกับเปลือกตาของหญิงสาวค่อยๆ ปิดตาลงเช่นกันมีเพียงชายหนุ่มที่เขากำลังถอดแกนกลางชายออกจากหญิงสาวก่อนจะเอาชิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดให้หญิงสาวก่อนจะล้มตัวนอนกอดหญิงสาวด้วยความอ่อนเพลียเช่นกัน“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
แสงแดดอ่อนแยงตาทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นเธอรู้สึกปวดหัวและปวดเมื่อยตามร่างกายไปหมด“ฝันบ้าอะไรก็ไม่รู้เหมือนความจริงชะมัดเลย”หญิงสาวตัวเล็กนำมือมาทุบหัวตัวเองเพื่อแก้อาการปวดหัวแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงปวดหัวเหมือนเดิมไม่หายตื่นแล้วหรือ ปวดหัวละสิ"“พี่กระทิงพี่เข้ามาในห้อง
“ทำไมเธอถึงยอมมาอยู่บ้านเดียวกับฉัน”“คุณป้าให้มาพักกับพี่พร้อมกับคำขอร้องหนึ่งอย่างแลกกับการที่กอหญ้าและเพื่อนจะได้มาฝึกงานที่นี่”ตอนนี้สติของหญิงสาวเริ่มจะเลือนหาย“คำขอร้องอะไร”“คำขอร้องที่ว่าก็คือ”“คือ...”“คืออะไร”“ไม่บอกหรอกค่ะมันเป็นความลับ”ไม่บอกก็ไม่เป็นไรงั้นเรามาชิมไวน์กันต่อ ไ
สองสามวันมานี้กอหญ้าต้องคอยป้อนข้าวป้อนน้ำและติดกระดุมให้ชายหนุ่มร่างโตก่อนไปทำงาน ทุกครั้งทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้นและกระทิงก็พูดกับกอหญ้าเหมือนคนปกติไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อนแล้ว “สิงโต” “ครับ” “แม่นายหายดีแล้วใช่ไหม” “ครับขอบคุณนายมากเลยนะครับที่ยอมให้ผมหยุดงานทั้งๆ ที่ทางนี้กำลังวุ่น
เธอไปเอาผ้าเช็ดตัวแล้วเดินตามฉันเข้าไปในห้องน้ำ กอหญ้าเธอรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องไปอาบน้ำให้กระทิง แต่เธอก็ไม่สามารถเลี่ยงได้เธอจึงเดินเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวตามที่กระทิงบอก แต่หญิงสาวไม่ได้แค่ไปหยิบผ้าเช็ดตัวของชายหนุ่มร่างโตเท่านั้น แต่เธอยังหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยาวที่สามารถผูกตาของเธอได้ไปด้วย







