Masukสามีของเธอกดตัดสาย บางทีเขาอาจจะกดผิดก็ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดัง แต่สามีก็ยังกดตัดสายเธอเหมือนเดิม
ติ้ด!
ครั้งแรกยังพอรับได้ แต่ครั้งที่สองจะให้เธอคิดเช่นไร เป็นการกดตัดสายที่ทำซิงอีปวดใจ เธอกลั้นน้ำตาต่อไม่ไหว ภาพคู่รักที่จับมือกันตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนมีดทิ่มแทงใจ สามีเคยยิ้มอย่างนี้ให้เธอไหม มันเป็นคำถามที่เธอตอบไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วที่สามีไม่ชวนเธอออกมาเที่ยวเลย
'ใครโทรมาคะ'
ผู้หญิงคนนั้นถาม
'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน'
คำตอบชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่สามีไม่สนใจ รอยยิ้มที่มีจางหาย คำว่า 'รัก' สัมผัสไม่ได้ เธอรู้ตัวช้าไป ทำให้ความห่างเหินเข้ามาคั่นกลางความสัมพันธ์ คำว่า 'ติดประชุม' มันคือข้ออ้าง คำโกหกที่เคยเชื่อนั้นทำเธอสมเพชตัวเองจริงๆ
'โง่งมจริงๆ'
ซิงอีว่าให้ตัวเองที่ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้จนหมดใจ ถึงครอบครัวของสามีจะโขกสับเธอก็ทนได้ แต่ภาพบาดตาบาดใจ มันทำเธอเจ็บปวดจนแทบยืนไม่ไหว สามี 'เธอ' ตอนนี้ไม่ใช่ 'สามี' ของเธอคนเดียวอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างตอนนี้มีเจ้าของแล้ว
"คืนนี้อยู่กับฉันนะคะ"
ผู้หญิงคนนั้นออดอ้อนเสียงหวาน ส่วนสามีเธอนั้นก็พยักหน้าเออ ออ ตาม ภาพที่สองคนยืนหัวเราะต่อกระซิกกัน ถูกซิงอีที่ยืนหลบมุมมองด้วยแววตาเจ็บปวดเหลือเกิน
'วันนี้คุณนอนก่อนเลยนะ'
เซียวหานส่งข้อความหาภรรยา
'มีประชุมเหรอคะ'
ซิงอีแสร้งทำเหมือนไม่รู้อะไร
'พอดีเป็นวันเกิดหัวหน้า ผมก็ปฏิเสธไม่ได้'
เฮอะ!!
วันเกิดหัวหน้างั้นเหรอ??
ซิงอีกรอกตามองข้อความของสามีที่ส่งมา คนโง่ที่โดนความรักปิดหูปิดตา บอกกับตัวเองว่า 'จะไม่ทนอีกต่อไป' เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมรับความสัมพันธ์แบบอยู่สามคนผัวเมียได้ เธอไม่ชอบใช้สามีร่วมกับใคร
ถ้าอยากได้ไป...
ก็ต้องชดใช้ให้สาสมหน่อยแล้วกัน!
ซิงอีคิดขณะมองภาพชู้รักสามีที่ถ่ายมาเองกับมือด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย เรื่องนี้จะโทษแต่ผู้หญิงอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ตบมือข้างเดียวจะดังได้อย่างไร ถ้าสามีของเธอไม่ให้ความร่วมมือ
ที่ทนให้ครอบครัวสามีโขกสับ ทำทุกอย่างเพราะรัก แต่เมื่อโดนหักหลัง ซิงอีที่เคยว่าง่ายก็เปลี่ยนไป ต่อไปนี้ชีวิตเป็นของเธอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร ต่อจากนี้เป็นต้นไป เธอจะรักแต่ตัวเอง!
"ฉันเอาชุดนี้ค่ะ"
"ชุดนี้ด้วยนะคะ"
"ขอลองสร้อยเส้นนั้นค่ะ"
ก่อนหน้านี้ซิงอีมักจะทำตัวประหยัด ไม่กล้าใช้เงินของสามีมาก จะซื้ออะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง แล้วดูสิ่งที่สามีเธอทำ ช่างเลวระยำสิ้นดี
"ทั้งหมด 8x,xxxx หยวนค่ะ"
ของที่วันนี้เธอช็อปปิ้งไป ถูกจ่ายด้วยบัตรเครดิตของสามี และเธอก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ อะไรที่ทำแล้วมีความสุขเธอก็จะทำ เธอเดินเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ หิ้วถุงแบรนด์เนมพะรุงพะรัง ก่อนจะจบที่ร้านเสริมสวยชื่อดังที่มีอินฟลูเอนเซอร์หลายคนรีวิว
"ฉันจะทำผมทรงนี้ค่ะ"
ซิงอี้ชี้รูปทรงผมที่เธออยากได้
"เข้ากับคุณผู้หญิงมากเลยค่ะ"
ช่างตัดผมพูดพลันส่งยิ้มให้ สิ่งแรกที่จะทำให้ผู้หญิงเปลี่ยนไป ก็คือทรงผมที่เข้ากับใบหน้าเรียวรูปไข่ของเธอนั่นเอง
"พอดีวันนี้เป็นวันสำคัญของฉันค่ะ"
ซิงอีบอกช่างที่พอได้ยินว่าเป็น 'วันสำคัญ' ก็ใจดีเพิ่มออฟชั่นแต่งหน้าให้ฟรี ใบหน้าที่ซีดไร้สีสันของซิงอี ตอนนี้ดูสวยจนช่างเองก็ตะลึง
"ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ"
"ค่ะ"
ซิงอีพยักหน้ารับ เธอให้ทิปช่างเสริมสวยที่เปลี่ยนใบหน้าซีดๆ ของเธอให้ดูสดใส ไม่ต้องพึ่งแอพเหมยตูก็สวยได้ เธอกลายมาเป็นจุดสนใจ และเป็นครั้งแรกหลังจากแต่งงานที่มีผู้ชายเดินเข้ามาขออินสทา
"ฉันมีสา..."
เกือบหลุดปากพูดไป เธอควรนับผู้ชายชั่วที่นอกใจเธอเป็นสามีไหม ซิงอีคิดพลันกลืนคำพูดลงคอไป ที่ผ่านมาเธอยอมพลาดช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตไป เพราะอยากเป็นภรรยาที่ดีให้ครอบครัวของสามีเอ็นดู หากแต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมามันช่างไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
"ไว้ครั้งหน้านะคะ"
ซิงอีปฏิเสธไป วันนี้เธอรีบเพราะนัดสามีเอาไว้ นับจากวันที่เธอจับได้ ตอนนี้ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนโดยที่เขาไม่สงสัย เธอทำตัวปกติไม่พูดอะไร ส่วนสามีก็ยังทำตัวตอแหลเหมือนเดิม
'พี่มีทำโอที'
'เธอนอนก่อนเลยนะ'
'เดี๋ยวพี่จะรีบกลับ'
คำโกหกยังคงวนเวียนซ้ำๆ ซิงอีที่ชอกช้ำก็เริ่มชินและชา เธอไม่โทรไปจู้จี้ จุกจิก จับผิด คอยตาม แน่นอนว่าเขาไม่เคยคิดที่จะถาม และเธอก็ไม่ตอบใดๆ ปล่อยให้สามีที่ตอแหลอยูกับชู้ไป เพราะเมื่อวันใดที่ผู้หญิงเงียบและไม่พูดอะไร
วันนั้นคือวันที่เธอตัดสินใจ
ว่าจากนี้เป็นต้นไป...
'ฉันจะไม่ทน'
"อีกไกลไหม""เดินมานานเท่าไหร่แล้ว""ฉันอยากพักขาก่อน"มันผิดที่เจ้าของทัวร์ไม่ได้อธิบายให้ละเอียดว่าเมืองเก่าแก่ของมณฑลเหอที่จะพาไปนั้นอยู่ในซอกหลืบที่รถบัสไม่สามารถขับเข้าไปได้ ดังนั้นจึงต้องเดินด้วยเท้าไป มาถึงขนาดนี้จะให้ล้มเลิกกลางครันได้อย่างไร เดินๆ หยุดๆ ไปพร้อมกับเสียงโอดครวญว่าปวดขากันระนาว"อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว"ไกด์หันมาบอกกับทุกคนที่ไม่ไหว พักขาสักห้านาทีแล้วค่อยเดินต่อไป มีให้กำลังใจนักท่องเที่ยวผู้ร่วมทริปเป็นระยะว่า "มันจะต้องคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน"และพอไปถึง....สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามันคุ้มแล้วกับที่เดินจนขาลากจริงๆ"สวยมากกกกกก""วิวที่หาชมยาก""นี่มันเมืองในฝันชัดๆ"นักท่องเที่ยวในทริปต่างพากันตื่นตา ตื่นใจ ไปกับธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยงาม ซึ่งทุกคนเคยชินกับตึกสูงและควัน พอได้มาเหยียบที่นี่เหมือนคนละโลกจริงๆโปรแกรมท่องเที่ยวในทริปยังมีต่อไป หลังจากชมธรรมชาติจนอิ่มหนำพอใจ ก็ถึงเวลาไปเดินดูเมืองเก่าเมืองแก่ที่ทุกคนเฝ้ารอ มีร้านขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ"ขายหินนี่นะ""เชื่อก็โง่แล้ว""เดินไปดูร้านอื่นดีกว่า"ซิงอีที่เดินตามหลังมองไปยังร้านที่โดนว่าทันที เ
ฤดูใบไม้ผลิวันที่ x เดือน x ปี 20xxหลักฐานที่มีทำให้ซิงอีเป็นผู้ชนะในการฟ้องหย่าสามีได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเธอยังไม่พอใจ เธอใช้สิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายยื่นฟ้องหย่าชู้ของสามีด้วยเงินหลายล้านหยวนทันที"ฉันไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว""ฉันก็เป็นผู้ถูกกระทำนะ""ผู้หญิงด้วยกันต้องเห็นใจกันสิ"แต่ละประโยคที่พ่นออกมาสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คำว่า 'สำนึก' คนหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอสะกดเป็นไหม ไม่ใช่สักแต่จะได้อยู่ฝ่ายเดียว"พูดจบรึยัง"ซิงอีมองคู่กรณีด้วยสายตาว่างเปล่า"เธอจะไม่ฟ้องฉันแล้วใช่ไหม"คนผิดถามเพื่อความแน่ใจ เธออุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ แสร้งตีหน้าเศร้าใส่ หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ ยอมๆ ความกันไป แต่ที่ไหนได้..."คุณทนายคะ""ครับ""ฉันไม่ยอมความค่ะ"ซิงอีเลือกที่จะไม่ไกล่เกลี่ยใดๆ คนที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลาย มีสิทธ์ขอความเห็นใจจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ซิงอีคิดขณะมองหน้าคู่กรณีที่ไม่มีแม้แต่คำว่าสำนึกในใจ ทำตัวหน้าไม่อายผู้หญิงก็ร้าย....ผู้ชายก็เลวจริงๆตอนนี้ซิงอีไม่ต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธอพร้อมเชิดหน้าสู้ต่อไป ผู้หญิงที่เลือกผู้ชายผิดไม่ใช่เรื่
"ฉันถึงร้านแล้วค่ะ"ซิงอีโทรบอกสามีที่นั่งรอในร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิมเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จะต่างก็ตรงที่ช่อดอกไม้ในมือที่เปลี่ยนสีวนไป 'ผู้หญิง' ต้องคู่กับดอกไม้ และกล่องสีแดงที่วางไว้ก็คือ 'ของขวัญ' วันเกิดเธอหนึ่งเดือน...เพียงพอแล้วกับการทำใจ เธอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้ เธอมีเป้าหมายในใจ ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับกรรม"ผมตาฝาดไปรึเปล่า"เซียวหานพูดพลันมองภรรยาที่อยู่ๆ ก็ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา เพราะที่ผ่านมาเธอแต่งตัวไม่ต่างจากป้าข้างบ้านคนหนึ่งเลย"ฉันก็แค่เปลี่ยนทรงผมเอง"ซิงอีพูดยิ้มๆ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ สามีที่หน้าตาดี แต่งตัวก็ดี ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางเขาก็มีสาวๆ หลายคนเหล่มอง"ขอบคุณนะคะ"ซิงอีรับกล่องของขวัญมาเปิดดู ข้างในเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจ ข้างหลังสลักเป็นชื่อของเธอและสามีไว้ ถ้าเธอไม่รู้อะไร ป่านนี้คงร้องไห้น้ำตาแตกกับความโรแมนติกของสามีที่ทำตัวดี แต่...เห็นแก่ตัว"คุณซิงอี"ผู้ชายตัวสูง สวมแว่น เดินเข้ามาทักซิงอี ท่าทางที่เหมือนรู้จักมักจี่กันดี ทำเซียวหานไม่ค่อยสบอารมณ์"คุณจาง"ซิงอีแสร้งทำเหมือนตกใจ ผู้ชายที่มาทักภรรยาของเขาคือใคร ทำไมซิงอี
สามีของเธอกดตัดสาย บางทีเขาอาจจะกดผิดก็ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดัง แต่สามีก็ยังกดตัดสายเธอเหมือนเดิมติ้ด!ครั้งแรกยังพอรับได้ แต่ครั้งที่สองจะให้เธอคิดเช่นไร เป็นการกดตัดสายที่ทำซิงอีปวดใจ เธอกลั้นน้ำตาต่อไม่ไหว ภาพคู่รักที่จับมือกันตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนมีดทิ่มแทงใจ สามีเคยยิ้มอย่างนี้ให้เธอไหม มันเป็นคำถามที่เธอตอบไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วที่สามีไม่ชวนเธอออกมาเที่ยวเลย'ใครโทรมาคะ'ผู้หญิงคนนั้นถาม 'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน'คำตอบชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่สามีไม่สนใจ รอยยิ้มที่มีจางหาย คำว่า 'รัก' สัมผัสไม่ได้ เธอรู้ตัวช้าไป ทำให้ความห่างเหินเข้ามาคั่นกลางความสัมพันธ์ คำว่า 'ติดประชุม' มันคือข้ออ้าง คำโกหกที่เคยเชื่อนั้นทำเธอสมเพชตัวเองจริงๆ'โง่งมจริงๆ'ซิงอีว่าให้ตัวเองที่ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้จนหมดใจ ถึงครอบครัวของสามีจะโขกสับเธอก็ทนได้ แต่ภาพบาดตาบาดใจ มันทำเธอเจ็บปวดจนแทบยืนไม่ไหว สามี 'เธอ' ตอนนี้ไม่ใช่ 'สามี' ของเธอคนเดียวอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างตอนนี้มีเจ้าของแล้ว
ฉันเคยคิดว่า...ความสุขของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน มีเธอ มีฉัน มีกันและกัน ต่อให้ต้องลำบากก็ไม่หวั่น พร้อมจับมือสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน ขอเพียงอย่างเดียวคือ...'รัก' และ 'ซื่อสัตย์' กับเธอเพล้ง!!"คนเลว"ซิงอีเขวี้ยงกรอบรูปงานแต่งใส่ผนังทั้งน้ำตา เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นเฉียดใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืนของเธอไป ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังทนไหว แต่บาดแผลที่จิตใจมันเจ็บจนเธอแทบล้มทั้งยืน'ซิงอี' ครั้งหนึ่งเธอเคยมีอนาคตที่สดใส เธอมีใบหน้าสวยหวานไม่ซ้ำใคร ทำให้ตำแหน่งดาวคณะตกเป็นของเธอ'ซิงอีวันนี้สวยอีกแล้ว''มีแฟนรึยังครับ''วันนี้ว่างไปกินข้าวกันไหม'เพราะความสวยทำให้ซิงอีโดดเด่นกว่าใคร มีหนุ่มๆ ต่างคณะเข้ามาจีบและอยากทำความรู้จักมากมาย ซึ่งเธอที่เป็นเด็กต่างอำเภอใสๆ ก็เลยโดนแสงสีในเมืองมอมเมา"ซิงอีมีแฟนรึยัง"เพื่อนผู้ชายในคณะเอ่ยถาม"ถามทำไม""เหอะน่า มีหรือไม่มี"เพื่อนผู้ชายเร่งเร้า"ไม่มี""จริง??"ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาโดนรุ่นพี่ปีสี่มอบหมายงานสำคัญให้ ถ้าไม่ได้คำตอบไป มีหวังได้โดนแน่ๆ"อืม!"ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา พลันอดค







