ログインหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปคอนโดมิเนียมหญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักส่วนตัวที่คอนโด แสงไฟนวลส่องกระทบผิวขาวเนียนพร้อมเงาสะท้อนชุดเดรสยาวสีงาช้างที่เธอสวมอยู่ เดรสถูกออกแบบอย่างเรียบหรูแต่แฝงความอ่อนหวาน โอบเอวคอดกิ่วพอดีตัว ทำให้รูปร่างบอบบางของเธอยิ่งดูสง่างามขึ้น มาลินีหันซ้ายหันขวา ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก“เปิดประตูเร็ว ๆ ยัยลิน ฉันมาแล้ว” น้ำเสียงคุ้นหูดังลอดเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงหญิงสาวรีบวิ่งไปเปิดประตู แล้วร่างโปร่งบางของแพรว เพื่อนรักที่เปรียบเสมือนน้องสาวก็โผล่เข้ามาทันที “ว้าววววว… ยัยลิน วันนี้สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิยายเลยนะ” แพรวอ้าปากค้าง ทำท่าตกตะลึงเกินจริงก่อนจะหัวเราะคิกคัก“อย่ามาล้อเลยน่า ฉันก็แต่งปกติ” หญิงสาวแก้มขึ้นสี ยกมือดันไหล่เพื่อนเบา ๆ“ปกติบ้านเธอสิ นี่มันสวยเวอร์ไปแล้ว ดูสิ หน้าแดงเชียว” แพรวยกคิ้วล้อเลียน ก่อนจะหันไปวางกระเป๋าลงบนโซฟา “ว่าแต่…ใจเต้นใช่มั้ยล่ะ เพราะคืนนี้พี่พีทจะมีเซอร์ไพรส์นะจ๊ะ” หญิงสาใสะดุ้งเฮือก หันขวับมาจ้องหน้าเพื่อน “อะไรนะ แพรว เธอรู้อะไรมาอีกแล้วใช่มั้ย” แพรวยิ้มกรุ้มกริ
หนึ่งปีต่อมา Lin’s Wardrobeแสงแดดยามสายสาดเข้ามาในร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่ใหม่เอี่ยมของมาลินี ผนังไม้โทนอ่อนและโคมไฟสไตล์วินเทจส่องประกายสะท้อนกับกระจกใส ทุกมุมของร้านถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ร้านทั้งสวยงามและอบอุ่นหญิงสาวเดินสำรวจร้านด้วยรอยยิ้มกว้าง รู้สึกภูมิใจที่ฝันหลายปีของเธอถูกสร้างขึ้นจริง พีทยืนอยู่ข้าง ๆ คอยส่งรอยยิ้มให้เธออยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ“เอาล่ะ วันนี้เรามาฉลองการเริ่มต้นใหม่ของลินกันครับ” คุณอภิสิทธิ์ถือกรรไกรทองคำยืนรอหน้าโต๊ะพิธี เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะตัดริบบิ้นสีแดงผืนใหญ่ สัญลักษณ์แห่งการเปิดร้านวันแรก“ลินเก่งที่สุดเลย! วันนี้ฉันภูมิใจในตัวแกจริง ๆ” แพรว เพื่อนสาวสุดที่รักยืนอยู่ข้าง ๆ มาลินี หัวเราะชอบใจหญิงสาวหัวเราะเบา ๆ น้ำตาคลอเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้เสียใจนี่คือความสำเร็จที่เธอคว้าเองด้านนอกหน้าร้าน ทิศเหนือยืนอยู่ห่าง ๆ มองภาพของมาลินีด้วยสายตาที่ผสมระหว่างความอาลัยและยอมรับ เขารู้แล้วว่า…เธอที่เขาไม่อาจครอบครองอีกต่อไป ได้ก้าวไปสู่ความสุขของตัวเองแล้ว และคนที่อยู่เคียงข้างเธอตอนนี
ด้านมาลินีรถยุโรปสีเงินคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดตรงริมฟุตบาท หญิงสาวก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง มือยังถือแฟ้มเอกสารแน่นอยู่ในอ้อมแขน“ตรงนี้แหละครับ ที่พี่บอกว่าทำเลดี เจ้าของที่ต้องการขายขาดเลย ไม่ใช่ปล่อยเช่า” พีทเอ่ยขึ้นพลางหันไปยิ้มอุ่น ๆ ให้เธอดวงตาของหญิงสาวทอดมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า แม้ยังเป็นแค่ที่ดินเปล่าที่มีรั้วกั้นเก่า ๆ และหญ้ารกขึ้นบ้าง แต่ในจินตนาการของเธอกลับเห็นเป็นร้านตัดเย็บเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟส่องอบอุ่น และหน้าต่างกระจกใสโชว์ชุดสวย ๆ ที่เธอออกแบบเอง“ลินอยากได้ค่ะ…” เธอพึมพำเบา ๆ เหมือนบอกกับตัวเองมากกว่าคนข้าง ๆ“งั้นก็ดีเลย วันนี้เจ้าของเขาจะเข้ามาเซ็นสัญญา ถ้าลินมั่นใจพี่จะช่วยดูรายละเอียดเรื่องเอกสารการซื้อขายให้” พีทยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น เขาพร้อมที่จะซัพพอร์ตเธอทุกด้านหญิงสาวก้มหน้ามองแฟ้มในอ้อมแขนแน่น เธอใช้เวลาคิดมานาน กว่าจะกล้าก้าวออกจากความผิดหวังที่ยืดเยื้อมานับปี วันนี้เป็นวันแรกที่เธอเลือกตัวเองจริง ๆ“ลินอยากซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของลินเองค่ะ เงินเก็บที่ลินมีอาจไม่มาก แต่พอรวมกับที่คุณพ่อให้มาเพิ่ม ก็คงเพียงพอสำหรับการเริ่มต้น” เสียงเธ
รุ่งเช้าแสงแดดอ่อนลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง มาลินีลุกขึ้นทั้งที่ตาบวมแดงจากการร้องไห้เมื่อคืน เธอไม่รอให้ใจตัวเองอ่อนแอไปมากกว่านี้ มือเรียวค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋า เพื่อจะได้ย้ายออกไปได้ง่ายที่สุดในวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดเสียงซิปกระเป๋า แกร๊ก... ดังสะท้อนในความเงียบ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าทุกการเคลื่อนไหวกำลังปลุกใครอีกคนชายหนุ่มที่นอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ เขาลุกขึ้นอย่างสงสัย ก้าวไปหยุดที่หน้าประตูห้องของเธอ ก่อนบิดลูกบิดเข้าไป“ลิน…เธอทำอะไร” เสียงทุ้มต่ำแฝงความไม่พอใจดังขึ้น“ลินแค่เก็บของไว้ล่วงหน้า…จะได้ออกไปง่าย ๆ เมื่อถึงเวลาหย่า” หญิงสาวชะงัก มือที่กำลังพับเสื้อหยุดค้างกลางอากาศ ก่อนเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงช้ำแต่เด็ดเดี่ยวหัวใจของชายหนุ่มสะท้านวูบ ร่างสูงยืนนิ่งมองเธอเก็บของทีละชิ้น ราวกับทุกสิ่งที่เคยเป็นของเขากำลังถูกดึงออกไปทีละน้อย เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกใจหายขนาดนี้“ฉันบอกแล้วไง…ฉันไม่หย่า” เสียงของเขาขรึมต่ำ แต่หนักแน่น“พี่เหนือมีคุณปริมอยู่แล้ว และพี่ก็บอกเองว่ารักเธอ..พี่ยังรั้งลินไว้ทำไม...ทำไมถึงไม่ยอมหย่า” ห
เย็นวันสุดท้ายห้องพักริมชายหาดหญิงสาวยืนอยู่กลางห้องพักเล็ก ๆ บนเตียงขนาดคิงไซส์ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวถูกวางระเกะระกะ หญิงสาวค่อย ๆ พับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางด้วยมือที่มั่นคงกว่าก่อนมา วันแรกที่เธอมาถึง ที่นี่เต็มไปด้วยน้ำตาและความสับสน แต่วันนี้…หัวใจกลับเบากว่าเดิมมากเธอยิ้มบางเมื่อหยิบชุดเดรสสีขาวลายดอกเล็กที่ใส่เดินริมทะเลในเช้าวันนั้นขึ้นมา ภาพตัวเองที่หัวเราะกับแพรว เสียงพีทที่บอกให้ยิ้มบ่อย ๆ และสายตาอบอุ่นของพ่อยังชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่“กลับไป…ฉันก็ต้องเข้มแข็งให้ได้” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางรูดซิปกระเป๋าปิดดัง แกร็ก ราวกับสัญญากับหัวใจว่าจะไม่กลับไปเป็นคนที่อ่อนแออีกก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“ลิน เสร็จหรือยังลูก” เสียงทุ้มอบอุ่นของพ่อดังลอดเข้ามา“เสร็จแล้วค่ะพ่อ ลินกำลังออกไปค่ะ” เธอลุกขึ้นยกกระเป๋า รวบผมยาวขึ้นเป็นหางม้าหลวม ๆ ก่อนจะหันมามองห้องอีกครั้ง รอยยิ้มเล็กปรากฏบนใบหน้าเหมือนกำลังบอกลา ความเศร้าที่ทิ้งไว้ที่นี่เมื่อก้าวออกจากห้องพัก กลิ่นทะเลที่คุ้นเคยพัดมากระทบอีกครั้ง หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ เก็บความรู้สึกอบอุ่นไว้ในใจเป็นครั้งสุดท
รุ่งเช้า ริมทะเลสายลมอุ่น ๆ ของเช้าวันใหม่พัดพากลิ่นไอทะเลสดชื่นเข้ามา นกทะเลบินโฉบไปเหนือผืนน้ำที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เสียงคลื่นซัดเบา ๆ กลายเป็นท่วงทำนองที่ทำให้บรรยากาศเช้านี้แตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง หญิงสาวเดินเท้าเปล่าบนหาดทรายละเอียด เธอสวมชุดเดรสสีขาวลายดอกเล็ก ๆ ที่ปลิวไสวตามแรงลม เส้นผมยาวสลวยสะบัดเบา ๆ เมื่อเธอหันมายิ้มให้พีทและแพรวสองพี่น้องที่กำลังวิ่งไล่จับกันอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มสดใสที่เคยเลือนหายไปกลับมาอีกครั้ง แววตาที่เคยหม่นเศร้ากลับส่องประกายคล้ายเด็กสาวที่ได้ปลดปล่อยหัวใจ“ลิน วันนี้แกยิ้มเก่งจังเลย” แพรวหัวเราะคิก วิ่งเข้ามากอดแขนเธออย่างเอ็นดู“อืม…ทะเลมันทำให้ฉันสดชื่นขึ้นเยอะเลย” ลินตอบเสียงใส หันไปมองทะเลกว้างด้วยสายตาเปี่ยมพลัง ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเมื่อวานเหมือนถูกคลื่นซัดพาออกไปไกลพีทยืนมองภาพตรงหน้า เขายกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์เก็บรอยยิ้มของเธอไว้โดยไม่พูดอะไร เพราะภาพหญิงสาวในตอนนี้มีค่ามากกว่าคำพูดใด ๆด้านหลัง พ่อของเธอยืนกอดอกมองลูกสาวด้วยสายตาโล่งใจ เขาเห็นรอยยิ้มจริง ๆ จากหัวใจของลูกสาวอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนาน ความสุขของลูกสาวทำให้หัวใจคน
เสียงหัวเราะของแพรวยังคงดังคลอไปกับบรรยากาศในห้าง มาลินีพยายามยิ้มตาม แม้ในใจยังเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและว่างเปล่า แต่เธอก็รู้สึกว่าการมีเพื่อนอยู่ด้วยทำให้โลกไม่เงียบเหงาเหมือนเคยทั้งคู่เดินทอดน่องเรื่อยๆ เดินผ่านโซนอาหารของห้าง กลิ่นอาหารหอมกรุ่นจากร้านต่าง ๆ ลอยมาแตะจมูก ผู้คนมากมายจับจองโต๊ะ
ร้านอาหารย่านใจกลางเมืองบรรยากาศยามบ่ายหญิงสาวมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกโต๊ะริมกระจกที่มองออกไปเห็นถนนที่รถพลุกพล่านตรงหน้า หญิงสาวนั่งเงียบ ๆ พลางกอดแขนตัวเองไว้หลวม ๆ ราวกับต้องการที่พึ่งทางใจ เสียงช้อนส้อมกระทบกันและเสียงพูดคุยจอแจรอบข้างไม่สามารถกลบความเหงาลึก ๆ ในใจได้ไม่นานนัก ร่างสูงโ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเวลาที่ล่วงเลยไปเหมือนไม่มีความหมายอะไรสำหรับมาลินี ทุกเช้าเธอยังคงตื่นขึ้นมาเจอเพียงความเชยชาของผู้เป็นสามี ทุกคืนยังคงจบลงด้วยน้ำตาที่ซึมเปื้อนผ้าห่ม ทุกวันเหมือนถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหอที่ไร้ความอบอุ่น แม้จะมีสถานะว่าเป็น 'ภรรยา' แต่ในความจริงแล้วเธอไม่ต่างอะไรกับแขกท
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเวลาที่ล่วงเลยไปเหมือนไม่มีความหมายอะไรสำหรับมาลินี ทุกเช้าเธอยังคงตื่นขึ้นมาเจอเพียงความเชยชาของผู้เป็นสามี ทุกคืนยังคงจบลงด้วยน้ำตาที่ซึมเปื้อนผ้าห่ม ทุกวันเหมือนถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหอที่ไร้ความอบอุ่น แม้จะมีสถานะว่าเป็น 'ภรรยา' แต่ในความจริงแล้วเธอไม่ต่างอะไรกับแขกท







