Share

บทที่ 6

Author: อิ๋นอู้
เซิ่งเจิงโจวไม่มีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่เบ้าตากลับลึกโหลดำสนิทและเยือกเย็น จ้องมองมาที่ใบหน้าของเหวินซูด้วยความไม่พอใจ

อวี้เหยี่ยนเหวยและลู่เฟยต่างชะงักไป

คำพูดของเหวินซูเมื่อครู่นี้ ไม่แรงไปหน่อยหรือ?

นี่เป็นการเปลี่ยนแผนมาใช้เล่ห์เหลี่ยมเต็มขั้นเพื่อดึงดูดความสนใจของเซิ่งเจิงโจวหรือเปล่า?

แถมยังจะขอโทษต่อหน้าสาธารณชนอีก?

นั่นไม่ใช่การจงใจทำให้ซูจื้อเหยาเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อหน้าผู้คนหรอกหรือ?

ซูจื้อเหยาหน้าเย็นชาลง เธอแสยะยิ้มราวกับว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย “เหวินซู คุณอาละวาดพอหรือยัง?”

เหวินซูมองดูท่าทางที่ดูหนักแน่นของอีกฝ่าย ก็ถือว่าได้เห็นฝีมือการโยนความผิดให้คนอื่นของจริงแล้ว

เรื่องที่คนอื่นปักใจเชื่อไปแล้ว เธอไม่คิดจะเสียพลังงานอธิบายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองแม้แต่นิดเดียว!

ไหนๆ ก็จะหย่ากันแล้ว การไปตอแยกับคนเลวก็มีแต่จะทำให้ตัวเองรำคาญใจเปล่าๆ

เหวินซูหมุนตัวเดินจากไปทันที

ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านเซิ่งเจิงโจว

ดวงตาเย็นชาของชายหนุ่มจ้องมองเธอ และเขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหมายแฝง

เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ “ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนเหรอ?”

เหวินซูชะงักไปชั่วครู่ “อะไรนะ?”

เซิ่งเจิงโจวลดสายตาลงเล็กน้อย แย้มยิ้มหยัน “ทีตอนนี้ทำไมไม่เถียงกลับล่ะ?”

เมื่อกี้ปากคอยังจัดจ้านอยู่เลยไม่ใช่หรือ?

เหวินซูเข้าใจแล้ว ขอบตาก็เริ่มแดง

เพราะถูกยั่วโมโหนั่นเอง

อารมณ์ทั้งหมดของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการคลุ้มคลั่ง สติแตกเสียใจ หรือแม้แต่ความสิ้นหวังจนเลือกที่จะถอยออกมา ในสายตาเขา กลับมองว่าเป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายทั้งหมด?

แม้แต่ตอนที่โกรธจนแทบจะกระอักเลือดตาย ก็ยังหนีไม่พ้นคำว่า “เสแสร้ง”

เธอไม่เหมือนซูจื้อเหยา ที่มีคนหนุนหลังมากมาย

การเถียงต่อไป มีแต่จะทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชยิ่งขึ้น

อีกอย่าง

เซิ่งเจิงโจวมองว่าเธอกำลัง “ทำตัวงี่เง่า” เป็นการตำหนิที่เธอไม่รู้จักกาลเทศะ

ไม่ว่าเธอจะพูดหรือทำอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเชื่อใจเธอแม้แต่นิดเดียว

แล้วจะเสียเวลาพูดไปทำไม?

เธอค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง ไม่มีแรงจะเถียงอีกต่อไป จึงพยักหน้าตอบรับ “งั้นฉันขอให้พวกคุณมีความสุขนะคะ พอใจหรือยังคะ?”

ไม่ว่าเขาจะทำหน้าแบบไหน เธอก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

สามเดือน

เธอแค่ต้องอดทนอีกสามเดือน ก็จะจบสิ้นชีวิตแต่งงานที่น่าอึดอัดใจนี้เสียที!

เซิ่งเจิงโจวปรายตามองตามไป

เพียงแค่สองวินาที ก็เบนสายตากลับ

ไม่มีท่าทีที่จะใส่ใจอารมณ์เกรี้ยวกราดของเหวินซูแต่อย่างใด

อารมณ์บางอย่าง ปล่อยให้มันเย็นลง เดี๋ยวก็เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเอง

นี่คือความเข้าใจกันรูปแบบความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อกันตลอดเจ็ดปีมานี้

......

เหวินซูไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฮั่วอี้ฟัง เพราะไม่อยากให้ฮั่วอี้โกรธจนไปหาเรื่องชกต่อยกับใคร

เธอก็ไม่มีอารมณ์จะทานข้าวต่อ หลังจากแยกกับฮั่วอี้ เหวินซูก็กลับไปอพาร์ตเมนต์เพื่อจัดสัมภาระ

ตอนที่จัดของใกล้เสร็จ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่ม

ถึงเพิ่งนึกได้ว่าตำราแพทย์ที่อาจารย์ส่งมาให้ยังไม่ได้หยิบมาด้วย

เหวินซูเกาหัวถอนหายใจ นึกขึ้นได้ว่าเก็บไว้ในตู้เซฟที่เรือนหอ

เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคลุมแล้วขับรถไปที่เรือนหอทันที

ยังไงเซิ่งเจิงโจวก็ไม่ค่อยชอบกลับบ้านอยู่แล้ว เธอคงไม่เจอกับเขาหรอก

เธอเดินขึ้นชั้นบนอย่างคุ้นเคย แล้วผลักประตูห้องนอนออก

จังหวะนั้นสายตาก็ปะทะกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างในเข้าอย่างจัง

เซิ่งเจิงโจวยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ในมือถือหน้าจอวิดีโอคอลค้างอยู่ ภาพที่แวบผ่านตาไป ทำให้เหวินซูเห็นใบหน้าของซูจื้อเหยาในนั้น

พวกเขาราวกับ... คู่รักที่กำลังอินเลิฟ อยากเห็นหน้ากันตลอดเวลา

เซิ่งเจิงโจวขมวดคิ้วมองมาที่เธอ น้ำเสียงตอนท้ายของเขาไม่มีความอบอุ่น “ทำไมไม่เคาะประตู?”

คำพูดนี้ทำให้เหวินซูชะงักไป

ในฐานะภรรยา ในเรือนหอที่อยู่มาตั้งเจ็ดปี กลับต้องมาเจอกฎเกณฑ์เรื่องการเคาะประตูเพียงเพราะเขากำลังอินเลิฟกับซูจื้อเหยาเนี่ยนะ?

“ออกไป!” เซิ่งเจิงโจวสั่งเสียงเข้ม

ราวกับว่าเธอจงใจมาแอบฟังเรื่องของพวกเขา

หัวใจของเหวินซูบีบรัดตัวอย่างกะทันหัน

เธอปิดประตูแล้วถอยออกมาโดยสัญชาตญาณ

เธอไม่ได้มีนิสัยชอบทรมานตัวเองขนาดต้องเข้าไปฟังว่าความสัมพันธ์นอกสมรสของสามีจะหวานชื่นขนาดไหน

เดินลงมาข้างล่าง

พี่เฉินแม่บ้านได้ยินเสียงจึงออกมา

พอเห็นเธอ ก็รีบพูดทันที “คุณนายคะ คุณนายใหญ่โทรมาค่ะ”

เหวินซูเหลือบมองโทรศัพท์ตั้งโต๊ะเครื่องนั้น

ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินเข้าไปหา

พี่เฉินรู้ดีว่าเหวินซูแม้จะไม่ได้รับความสนใจจากสามี แต่คุณนายใหญ่ที่บ้านใหญ่ก็เอ็นดูเหวินซูไม่น้อย จึงไม่ได้อยู่ฟังเรื่องราว แล้วหมุนตัวขึ้นไปเก็บตะกร้าผ้าสกปรกบนชั้นบน

“ซูซู?” เสียงใจดีของคุณย่าดังมาจากปลายสาย

เหวินซูดูเวลา แล้วนึกถึงเรื่องตำราแพทย์ “คุณย่าคะ ยังไม่นอนเหรอคะ”

คุณย่าทำเสียงดุ “ย่าอายุเยอะแต่สุขภาพยังแข็งแรงดี เลยหัดนอนดึกแบบพวกเด็กๆ อย่างน้อยก็ได้ยาบำรุงที่หนูส่งมาให้บ่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก”

เหวินซูนิ่งเงียบรอฟังสิ่งที่ท่านจะพูดต่อ

ก็เป็นไปตามคาด

คุณย่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วเข้าประเด็น “ซูซู ในเมื่อหนูมีความรู้ด้านการแพทย์ ทำไมไม่จัดยาบำรุงร่างกายตัวเองล่ะ? เตรียมตัวให้พร้อม จะได้มีลูกที่แข็งแรงไงล่ะ หนูเองก็น่าจะรู้ ตระกูลเซิ่งเรามีลูกชายเยอะ อยากได้เหลนสาวสักคน การมีลูกช่วยกระชับความสัมพันธ์สามีภรรยาได้นะ ความจริงแล้วเจิงโจวชอบเด็กจะตาย”

หัวข้อสนทนาเร่งเร้าเรื่องลูก ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยขาด

การมีอยู่ของหนูน้อยลิ่งอี๋ เธอไม่เคยหลุดปากบอกใครเลยแม้แต่นิด

ตอนนี้ตัดสินใจจะหย่าแล้ว ยิ่งไม่มีทางบอก

ต่อให้ยังไม่หย่า แต่ลำพังแค่เธอปรุงยาบำรุงจะมีประโยชน์อะไร?

เซิ่งเจิงโจวเป็นคนเย็นชาเรื่องอย่างว่า ไม่มีอะไรให้ต้องไปพยายามทำ

ยิ่งไปกว่านั้น

เซิ่งเจิงโจวเคยพูดด้วยตัวเองเมื่อหลายปีก่อนว่าเขาจะไม่มีลูก

คุณย่าไม่มีทางไม่รู้เรื่องข่าวลือที่ว่า “เป็นหมัน”

แต่กลับมาเกลี้ยกล่อมให้เธอกินยาบำรุงร่างกาย

เธอรู้สึกว่า ผู้หญิงในโลกนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ ถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแห้งเหือดแล้ว ยังต้องมารับผิดชอบความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่ออีก

ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

แต่ตอนนี้เพื่อจบหัวข้อสนทนา

เหวินซูกำนิ้วแน่น และไม่ได้ปิดบัง “คุณย่าคะ หนูตัดสินใจว่าจะหย่ากับเจิงโจวแล้วค่ะ”

ปลายสายเงียบกริบลงทันที

ดูประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ผ่านไปครู่ใหญ่

คุณย่าเซิ่งถึงได้พูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ว่า “ย่ารู้ว่าหนูเจ็บปวด เจ้าเด็กเจิงโจวคนนี้ เป็นคนที่ไม่รู้จักวิธีรักคนอื่น แต่เขาก็ยังทำหน้าที่สามีได้ดีไม่ใช่เหรอ ซูซู ลองพิจารณาดูอีกทีได้ไหม?”

“ไม่พิจารณาแล้วค่ะ หนูตัดสินใจดีแล้ว”

คุณย่านิ่งไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรีบแสดงท่าทีทันที “ซูซู ตระกูลเซิ่งติดค้างหนู หนูวางใจเถอะ ต่อให้หย่ากัน ย่าก็จะหาทางออกดีๆ ให้หนู ในแวดวงนี้มีเด็กหนุ่มดีๆ อีกเยอะ ถ้ามีใครที่เหมาะสมกับหนู ย่าจะรีบจัดการอนาคตของหนูให้เร็วที่สุด”

เหวินซูถึงกับชะงักไป

ไม่นึกเลยว่าคุณย่าจะพูดแบบนี้

ยังไม่ทันหย่าขาด ก็จะรีบหาคนใหม่มาชดเชยให้เธอแล้วเหรอ?

...นี่ไม่รีบไปหน่อยเหรอ?

แต่นั่นก็ทำให้เหวินซูมีความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

ที่แท้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าชีวิตแต่งงานของเธอกับเซิ่งเจิงโจวตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นเลวร้ายแค่ไหน

เพราะพากันยอมรับว่าเธอต้องคอยยอมและคอยอดทนเพื่อเซิ่งเจิงโจวเรื่อยมา ทุกคนเลยเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของเธอไปเสียสนิท

แต่นับจากนี้ จะไม่มีอีกแล้ว

จบการสนทนา

เหวินซูดูเวลา ผ่านไปสิบนาทีแล้ว

เธอคิดในใจว่า เซิ่งเจิงโจวที่ตอนนี้ยังเป็นสามีของเธอ ดื่มด่ำกับแฟนสาวของเขาพอหรือยัง?

เธอแค่อยากหยิบตำราแพทย์แล้วรีบไป

กำลังจะขึ้นไปเร่ง

ประตูก็ถูกผลักออกกะทันหัน

เฉินเป่าผิง ป้าสะใภ้รองเดินเข้ามาด้วยท่าทางฮึกเหิม เดินตรงมาหาเหวินซูด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

ง้างมือตบลงมาทันที!

เหวินซูไหวตัวทัน รีบถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

แรงตบของเฉินเป่าผิงจึงไม่โดนเต็มๆ แต่ปลายนิ้วก็เฉียดผ่านแก้มเธอไป

เพียะ!

แก้มของเหวินซูยังคงรู้สึกชา

ได้ยินเฉินเป่าผิงชี้นิ้วด่าว่า “เหวินซู เธออิจฉาจนบ้าไปแล้วหรือไง? เป็นภรรยาที่สามีไม่รัก พอไม่ได้ดั่งใจก็ลากทุกคนลงนรกไปด้วยแบบนี้ มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา?”

เหวินซูโดนทำร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว ยังตั้งสติไม่ได้

ยังไม่ทันได้โต้เถียงกับเฉินเป่าผิง

เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้า

พอหันกลับไป ก็เห็นเซิ่งเจิงโจวลงมาตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ในมือหน้าจอวิดีโอยังคงเปิดอยู่

เหวินซูมองดูซูจื้อเหยาในหน้าจอนั้น ที่จ้องมองมาที่เธอที่เพิ่งจะถูกตบ แล้วจู่ๆ ก็...

หัวเราะออกมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 100

    คำพูดของเผยจืออวี้ทำให้ทุกคนหันไปมองเซิ่งเจิงโจวเป็นตาเดียวเหวินซูเหลือบมองเผยจืออวี้แวบหนึ่งเธอเข้าใจเจตนาของเผยจืออวี้เขากำลังปกป้องเธอเพื่อไม่ให้เธอตกเป็นเป้าโจมตีของทุกคน และเพื่อไม่ให้เธอเป็นฝ่ายเปิดเผยตัวตนของเซิ่งเจิงโจวต่อหน้าคนหมู่มากจนทำให้เซิ่งเจิงโจวไม่พอใจเขาจึงโยนคำถามกลับไปหาคนต้นเรื่องโดยตรงส่วนเซิ่งเจิงโจวจะตอบอย่างไร...“ผมจำเป็นต้องสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ?”น้ำเสียงเรียบเฉยของชายหนุ่มปราศจากอารมณ์ใดๆ แต่เมื่อเข้าหูแต่ละคนกลับตีความได้แตกต่างกันไปผู้ชายหลายคนจากภาควิชาเภสัชวิทยามองหน้ากัน พลันเข้าใจได้ในทันที “จริงด้วย ประธานเซิ่งเป็นใครกัน จะไปสนใจคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองทำไม”แต่เหวินซูเข้าใจดีคำตอบของเซิ่งเจิงโจวเป็นทั้งการปฏิเสธความสัมพันธ์กับเธอ ตัดโอกาสที่เธอจะเปิดโปงซูจื้อเหยา และในอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกำลังบอกว่า เขาก็เป็นเขาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามพรรค์นี้คำพูดของเขาไม่เคยเปิดช่องโหว่ให้ใครจับผิดคำตอบนี้ทำให้หลายคนรู้ว่าเซิ่งเจิงโจวไม่สนใจหัวข้อแบบนี้ จึงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรู้กาลเทศะจบบทสนทนานี้ในที่สุดเผยจืออวี้มองเหวิน

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 99

    ทีมมหาวิทยาลัยจิงเห็นซูจื้อเหยามาถึงต่างก็หันไปมองด้วยความยินดี “พี่จื้อเหยา ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราต้องขอบคุณแฟนของพี่ด้วยซ้ำที่เป็นสปอนเซอร์ให้งานนี้”“ใช่แล้ว ถ้าไม่ได้พี่ พวกเราจะได้รางวัลดีงามขนาดนี้ได้ยังไง”“ตอนนี้พี่ไม่ต่างอะไรจากเถ้าแก่เนี้ยของพวกเราแล้ว” ใครบางคนทั้งทอดถอนใจและพูดประจบก็นั่นน่ะสิ?ประธานเซิ่งเป็นสปอนเซอร์ให้ซูจื้อเหยา เท่ากับเป็นทั้งเจ้านายและคนให้ข้าวให้น้ำของพวกเขา ถ้าอย่างนั้นซูจื้อเหยาก็คู่ควรกับคำว่า ‘เถ้าแก่เนี้ย’ เหมือนกัน!ซูจื้อเหยายกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ ความยินดีในดวงตาปิดไว้ไม่มิด“ทุกคนพูดเกินไปแล้ว อย่าเกรงใจกันเกินไปเลยค่ะ”เหวินซูเอนพิงพนักเก้าอี้ มองความสัมพันธ์นอกสมรสที่ทุกคนต่างพากันสรรเสริญราวกับตัวเองเป็นคนนอกสายตาเผลอไปหยุดที่เซิ่งเจิงโจวที่คอยปกป้องอยู่ข้างกายและดูแลซูจื้อเหยาไปเสียทุกอย่างรอยยิ้มบางประดับอยู่บนริมฝีปากของชายหนุ่มเขาไม่ได้ปฏิเสธคำว่า “เถ้าแก่เนี้ย” เลยสักคำทุ่มเททั้งหัวใจให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งสูงส่งและจับตาส่วนเธอที่เป็นคุณนายเซิ่งมาถึงเจ็ดปีกลับไม่ต่างอะไรจากคนไร้ตัวตนอาการปวดประจำเดือนบิดเกร็งในท้อ

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 98

    เหวินซูถึงขั้นไม่มีแก่ใจมาใคร่ครวญว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวถึงยังเคยชินกับการนอนร่วมเตียงกับเธอตามประสาคนเป็นสามีภรรยาด้วยซ้ำเธอรู้สึกเพียงว่าภาพในหัวทำให้คลื่นไส้อย่างรุนแรงเธอพลิกตัวแล้วหันไปอาเจียนแห้งๆ ใส่ถังขยะสองสามทีร่างกายของเธอต่อต้านโดยอัตโนมัติ!แค่นึกถึงเรื่องระหว่างเขากับซูจื้อเหยา เธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนที่เซิ่งเจิงโจวเดินออกมาก็เห็นภาพนี้พอดีดวงตาสีดำลุ่มลึกไร้ประกายของเขาค่อยๆ เลื่อนมาหยุดที่ท้องน้อยของเธอ “คุณท้อง?”เหวินซูลุกขึ้นนั่ง แก้มยังคงร้อนผ่าว “เปล่า”จะให้บอกหรือไงว่าเป็นกรดไหลย้อนแค่เพราะนึกถึงฉากสืบพันธุ์ของคนน่ะ?เซิ่งเจิงโจวละสายตากลับอย่างเฉยเมย พลางก้มหน้าติดกระดุมข้อมือสีเขียวมรกต “ผมจะช่วยนัดตรวจให้”“...” เหวินซูไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร เพราะถึงแม้ช่วงนี้พวกเขาจะกำลังหย่ากัน แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันอยู่ดังนั้นที่เซิ่งเจิงโจวสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก“ฉันเป็นหมอ หรือคุณเป็นหมอกันแน่? วางใจเถอะค่ะ” เธอลุกขึ้นสบตากับเขา ลักยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมยิ้มปลอบใจให้เขา “เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันหรอก”ดังนั้นเซิ่งเจิงโจ

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 97

    เซิ่งเจิงโจวนั่งลงบนโซฟาหนังพลางเหลือบมองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนพรม “คุณมาทำอะไรล่ะ?”“มาลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งผลิตสมุนไพร” เหวินซูเม้มริมฝีปากแน่นเขาเงยขนตายาวขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบาง “ในเมื่อเป็นเรื่องงาน ผมหลอกคุณตรงไหน?”“...”เหวินซูพูดไม่ออกแม้เธอกับเซิ่งเจิงโจวแทบไม่เคยทะเลาะกัน แต่เธอรู้มาตลอดว่าฝีปากของเขารับมือได้ยากที่สุดแล้ว เวลาเอาจริงขึ้นมาก็พูดจนอีกฝ่ายเถียงไม่ออกเธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวจึงต้องการให้เธอมาฉลองปีใหม่กับตระกูลเซิ่งที่นี่ให้ได้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามีภรรยาดีถึงขั้นต้องตัวติดกันตลอดเวลาเลยหรือ?การแสดงละครแบบนี้เกินความจำเป็นเกินไป“แล้วคืนนี้คุณจะนอนที่ไหน?” ช่วงสองวันนี้เหวินซูมีประจำเดือน อาการปวดท้องทำให้เธอไม่มีแรงจะเถียงกับเขาจึงอดจะถามไม่ได้เซิ่งเจิงโจวก้มหน้าตอบข้อความในโทรศัพท์ ขณะมองหน้าจอ รอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นตรงมุมปากจากนั้นเขาจึงเงยหน้ามองเธออีกครั้งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย “คุณคิดว่าผมควรนอนที่ไหนล่ะ”เขาถามออกมาอย่างสบายๆราวกับจะแฝงการเสียดสีอยู่น้อยๆแน่นอนว่าเหวินซูสังเกตเห็นว่าเขาอารมณ์ดีเพราะกำลังคุยกับคน

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 96

    โชคดีที่ซูจื้อเหยาไม่ได้ถือสาหาความกับเหวินซูไม่อย่างนั้นด้วยอิทธิพลของซูจื้อเหยาบนโลกออนไลน์ เหวินซูคงถูกชาวเน็ตรุมโจมตีจนเงยหน้าไม่ขึ้นเลยทีเดียวเขาอาจเคยประทับใจเหวินซูตั้งแต่แรกเห็นแต่ตอนนี้...เขาจะไม่มีวันถูกผู้หญิงคนนี้หลอกได้อีกเป็นอันขาด!......เมื่อกลับถึงเฮ่อจื้อ เหวินซูก็ไปหมกตัวอยู่ในห้องทดลองเพื่อวิเคราะห์ยาพยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านห้องทดลองร่วมนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจิง เธอเป็นผู้ควบคุมทิศทางหลักของทีมในฐานะหัวหน้าโครงการ ความรับผิดชอบจึงหนักอึ้งไม่เพียงต้องดูแลการพัฒนายา ควบคุมความคืบหน้า ประเมินความเสี่ยงของแผนงาน แต่ยังต้องประสานงานกับฝ่ายทดลองทางคลินิกและการขึ้นทะเบียนยาอีกด้วยงานมากพอที่จะทำให้เธอไม่มีเวลาปล่อยให้เรื่องของเซิ่งเจิงโจวมากระทบความรู้สึกตั้งแต่เธอปฏิเสธคำชวนไปฉลองปีใหม่กับครอบครัวตระกูลเซิ่งที่มณฑลทางใต้ของเซิ่งเจิงโจว เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลยแต่เหวินซูยังคงครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าจะเอาสินเจ้าสาวของคุณยายกลับคืนมาได้อย่างไรเมื่อใกล้ถึงช่วงปีใหม่ บริษัทต่างๆ ก็ทยอยปิดทำการเดิมทีเหวินซูตั้งใจจะไปฉลองปีใหม

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 95

    ภายในพิพิธภัณฑ์มีคนเดินไปมาขวักไขว่เซิ่งเจิงโจวซื้อเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่างเหวินซูวิ่งตามไปโดยแทบไม่ต้องคิด“เซิ่งเจิงโจว เดี๋ยวก่อน”เหวินซูย่ำรองเท้าส้นสูงไล่ตามฝีเท้าที่รวดเร็วจนแทบตามไม่ทันของเซิ่งเจิงโจวเซิ่งเจิงโจวหันกลับมาจากเชิงบันไดรถจอดรออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ฉินฮั่วลงจากรถมาเปิดประตูให้เหวินซูไม่เห็นเงาของซูจื้อเหยา และไม่มีเวลาจะสนใจ เธอจ้องดวงตาลุ่มลึกของชายหนุ่มเขม็ง “ของโบราณชิ้นนั้นเป็นของตระกูลเหวิน เป็นสินเจ้าสาวของคุณยายฉัน”“อืม แล้วไง?”อารมณ์ของเซิ่งเจิงโจวไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยเธอมองออกว่า เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าการยกสินเจ้าสาวของคุณยายให้ซูจื้อเหยาจะมีปัญหาอะไรความรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมควรนั้นทิ่มแทงเข้าไปในอกของเหวินซูอย่างรุนแรงเธออยากอาละวาดด่าทอเขาวูบหนึ่ง แต่สายตาเย็นชาของเซิ่งเจิงโจวกลับกลายเป็นคมมีดที่ดึงสติเธอไว้“จะเป็นอะไรก็ได้ ต่อให้คุณจะเด็ดดาวเด็ดเดือนมาให้ซูจื้อเหยาก็ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่ของของตระกูลเหวิน ฉันยอมไม่ได้จริงๆ ” เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “เซิ่งเจิงโจว ฉันไม่เคยขออะไรจากคุณเลย มีแค่ครั้งนี้...”เห็นได้ชัด

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 3

    หลังจากแต่งงาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้นเซิ่งเจิงโจวแทบจะไม่กลับบ้าน เดือนหนึ่งจะมีกิจกรรมทางเพศระหว่างสามีภรรยาสักสองครั้งก็นับว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องการพูดคุยสื่อสารในชีวิตประจำวันเลยทว่าในช่วงปลายปีแรกหลังแต่งงาน เซิ่งเจิงโจวต้องเดินทางไปประจำที่สาข

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 2

    พยาบาลสาวชะงักกึก สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนไม่นึกเลยว่าเหวินซูจะแฉความลับของสามีตัวเองได้หน้าตาเฉยขนาดนี้แถมยังรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริงไม่อย่างนั้นจะมีใครที่แต่งงานกันมาเจ็ดปีแล้วยังไม่มีลูกกันล่ะ?ถึงขนาดทำให้สายตาที่มองเหวินซูดูเห็นอกเห็นใจมากขึ้นไปอีกเหวินซูไม่ได้บอกความจร

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 1

    ภายในระยะเวลาเจ็ดปีที่แต่งงาน เหวินซูแอบคลอดลูกออกมาคนหนึ่งเด็กคนนี้ปีนี้อายุห้าขวบแล้วแต่สามีของเธอกลับไม่ระแคะระคายเลยเธอไม่ได้ให้โอกาสเซิ่งเจิงโจวได้ทำหน้าที่พ่อช่วงว่างในตอนพักของกะดึก เหวินซูฟังข้อความเสียงนุ่มนิ่มไร้เดียงสาที่ส่งมาจากลูกสาวซึ่งแอบเลี้ยงไว้ในเมืองเอกของมณฑลข้างเคียงว่า

  • ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก   บทที่ 5

    เพื่อนสนิทอีกคนข้างๆ ชื่อลู่เฟยก็ถามยิ้มๆ ว่า “จริงด้วย ทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ?”หลังจากอวี้เหยี่ยนเหวยนั่งลง เขามองไปทางซูจื้อเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวดูสง่างามเป็นธรรมชาติ ทั้งยังรู้จักกาลเทศะในการคบหากับพวกเขาเสมอมา เป็นคนที่วางตัวได้ไร้ที่ติ แต่กลับถูกเหวินซูเอาไปนินทาว่าร้ายลับหลังแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status