Home / วาย / ภรรยามาเฟีย(ไม่)เต็มใจ / บทที่ 2 อย่าคิดลองดีกับเฮีย

Share

บทที่ 2 อย่าคิดลองดีกับเฮีย

last update Last Updated: 2026-03-05 15:01:47

“ชอบแบบไหน เราก็บอกพนักงานเอาแล้วกัน” ทันทีที่ก้าวเหยียบหน้าร้านพรีเวดดิ้งที่นัดจองเอาไว้ เฟิงจื่อรุ่ยก็ออกปากตามใจอีกฝ่ายทันที

“ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

“อืม” เมื่อแน่ใจแล้ว อวี่เฉินก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปในร้านต่อทันที ก่อนเหล่าพนักงานหญิงที่คาดว่าคงยืนรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว จะวิ่งกรูเข้ามาต้อนรับกันเนืองแน่นเต็มไปหมด

“เดินไปดูสิ เดี๋ยวเฮียจะรอเธอตรงนี้” ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนโซฟา พลางหันมองไปดูรอบ ๆ ร้านราวกับต้องการเลือกชุดให้ตัวเองไปด้วย

ระหว่างหานอวี่เฉินกำลังเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นชุดสีแดงกี่เพ้าตัวหนึ่งทั้งเว้าหน้าและหลัง ดูแล้วสวยสะดุดตา แต่ไม่รู้ว่าตระกูลเฟิงจะรับได้หรือเปล่านะสิ เพราะมันค่อนข้างวาบวามพอสมควร ยิ่งคนหัวเก่าคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ใครจะแคร์กันล่ะ

“คะ…คือ คุณเฉินจะใส่ชุดนี้เหรอคะ?” เสียงพนักงานถามขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นลูกค้าเลือกชุดดังกล่าวขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนทาบทับมันและนำไปลองโดยไม่สนคำทัดทานใด

ไม่นานนักร่างบางในชุดที่ตั้งใจคัดเลือกสรรเพื่อเจ้าบ่าวอย่างดีก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และปรากฏอยู่ตรงหน้า

พรึ่บ!

ม่านสีขาวทึบที่ถูกบดบังเอาไว้ถูกเปิดออก พร้อมกับเจ้าสาวในชุดกี่เพ้าสะท้อนผิวขาวนวลเนียนวับวาวน่าจับตามองทั้งหน้าและหลัง ราวกับต้องการเชื้อเชิญให้ใครต่อใครต่างต้องหันมามองราวกับต้องมนต์

“สวยมั้ยครับ...เฮียรุ่ย” อวี่เฉินจงใจพูดจาเน้นคำเพื่อหวังยั่วโมโหอีกฝ่าย เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่มีทางชอบแบบนี้หรอก

“...สวยสิ” กลับกันคนที่กำลังถูกท้าทายรีบพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะ ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองมันโดยไม่คิดละออกไปไหน แม้แต่วินาทีเดียว แต่กว่าเหยื่อจะรู้ตัว ร่างสูงใหญ่ก็ถลาเข้ามาประชิดตัวอยู่ในรัศมีใกล้แค่คืบแล้ว ส่วนเหล่าพนักงานนั้นก็ต่างรู้หน้าที่ของตัวเองดี ก่อนตัดสินใจดึงผ้าม่านลง เพื่อให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน

“เข้ามาทำไม!”

“อ้าว นึกว่าเรากำลังเชิญชวนเฮียอยู่ซะอีก”

“อะไร ทำให้คุณเฟิงจื่อรุ่ยคิดแบบนั้นเหรอครับ” อวี่เฉินถลึงตามองคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาอย่างเอาเรื่อง เพราะตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเดินหน้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนลำตัวในตอนนี้แทบจะติดกับกระจกข้างหลังอยู่แล้ว

“ก็ดูจากการแต่งตัวของเธอไง เฮียชอบนะ คืนเข้าหอจะได้ถอดออกง่าย ๆ หน่อย”  พูดจบ ฝ่ามือใหญ่ยังไม่วายกระตุกซิปหลังอันน้อยนิดให้รูดออก จนเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียนสะท้อนผ่านเงากระงก

“ไอ้คนผีทะเล! ใครให้มาถอดของคนอื่นออกแบบนี้ว่ะ!”

“คนผีทะเลที่ไหน เฮียคือว่าที่ผัวเราต่างหาก”

“ทุเรศ!”

“อยากด่าอะไรก็ด่าไป เพราะถึงยังไงเราก็ทำได้แค่นี้แหละ” จื่อรุ่ยแค่นยิ้มตอบ พร้อมเชยคางมนของใบหน้าสวยที่กำลังหงุดหงิดอยู่หนึ่งที ก่อนเปิดม่านออกจากห้องดังกล่าวไป แล้วปล่อยให้คนถูกแกล้งต้องหน้าแดงก่ำต่อด้วยความโกรธจัดอยู่คนเดียว

ชุดแต่งงานถูกหยิบยกออกมาทั้งหมดสามชุดด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นพิธีเช้าและเย็น ตามด้วยชุดคืนส่งตัวเข้าหอ โดยทั้งสองตัวพนักงานและจื่อรุ่ยคอยช่วยเลือกและจัดแจงให้เรียบร้อย ส่วนอีกชุดเพื่อส่งท้ายค่ำคืนสำคัญก็เป็นไปตามชะตากรรมของเจ้าตัวที่อวดเก่งเลือกมากับมือเองนั่นแหละ

“ช่วยแวะภัตตาคารในผู่ตงหน่อยสิ”

“ครับนาย”

“จะพาไปไหนอีก ไม่กลับบ้านหรือไง” อวี่เฉินเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ใกล้กันอย่างไม่เข้าใจ เพราะตัวเองไม่ค่อยอยากอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่นัก อีกอย่างแค่นี้ก็รู้สึกเหนื่อยมากแล้ว

“พาไปกินข้าวไง ตั้งแต่เช้าเรายังไม่ได้ทานอะไรกันเลยนะ” เมื่อได้รับคำตอบอวี่เฉินก็กอดอกมองไปข้างนอกหน้าต่างต่อทันที แล้วจะให้ปฏิเสธยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้ตัวเองก็หิวจนไส้กิ่วแล้วเหมือนกัน

.

.

.

ภัตตาคารอยู่บนชั้นสูงบนตึกระฟ้าในย่านผู่ตง แสงไฟจากโอเรียนทัลเพิร์ลและหอคอยจินเหมาส่องประกายดุจอัญมณีบนผืนฟ้า พร้อมกลิ่นเหล้าหมักอย่างหวงจิ่วผสานกลิ่นหอมฉุยของอาหารชั้นเลิศรสวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมด

อวี่เฉินมองทั้งหมดด้วยสายตาตัวเองอีกครั้ง เพราะทุกอย่างล้วนดูน่ากินไปเสียหมด ติดอย่างเดียวมากันแค่สองคนแท้ ๆ จะสั่งมาทำไมตั้งเยอะแยะขนาดนี้

“รีบกินสิ เดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อยนะ” อวี่เฉินค้อนขวับมองเฟิงจื่อรุ่ยแวบนึง มือบางคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อปูขนขึ้นมาหนึ่งชิ้นใส่จาน พร้อมซุปหูฉลามน้ำแดงตักลงในถ้วยแยกต่างหาก

ส่วนอีกคนเมื่อเห็นว่าที่ภรรยาจัดแจงของตัวเองเรียบร้อยแล้ว จื่อรุ่ยก็เริ่มตักของตัวเองบ้างเหมือนกัน ระหว่างนั้นก็คอยเหลือบมองอวี่เฉินอยู่บ่อย ๆ ก่อนจะจับสังเกตจากสายตาของอีกฝ่ายได้ว่ากำลังจดจ้องไปทางหอยเป๋าฮื้อตาเป็นมัน อาจเพราะด้วยเป็นอาหารขึ้นชื่อของทางบ้านเกิดที่เจ้าตัวคุ้นเคยนั่นแหละ

จื่อรุ่ยทำเพียงหมุนจานบนโต๊ะอาหารให้หยุดลงเบื้องหน้าของอวี่เฉินเท่านั้น เพราะรู้ว่าอีกคนคงไม่กล้าขยับซี้ซั้ว ยิ่งหากไม่ใช่เจ้าของมื้อนี้แล้วด้วย

“เฮียได้ข่าวว่าเป๋าฮื้อที่นี่ อร่อยมากนะ เธอลองกินหน่อยสิ แล้วดูว่ารสชาติเหมือนกับบ้านเกิดเธอหรือเปล่า” คนอายุน้อยกว่าทำเพียงเหลือบมองเท่านั้น ก่อนในมือจะทำการตักมันขึ้นมาใส่จนเต็มถ้วย

“ไม่พูดขอบคุณเฮียหน่อยหรือไง” คนกำลังก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยหันมองด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก

“ไม่ชอบ และไม่ได้ขอให้ทำสักหน่อยนิ”

“งั้นเหรอ ไม่เป็นไร ดูเหมือนเราจะไม่ชอบสินะ งั้นเฮียกินแทนแล้วกัน” จื่อรุ่ยทำทีหมุนจานบนโต๊ะกลับมา พร้อมกวาดหอยเป๋าฮื้อลงบนจานตัวเองจนหมดเกลี้ยง

อวี่เฉินเบิกตากว้าง ทั้งที่เพิ่งทานอาหารชื่นชอบไปได้เพียงแค่สองคำเท่านั้น

“มึงนี่มันสารเลวจริง ๆ”

!!!

“พูดไม่เพราะอีกแล้วนะ เห็นทีเฮียคงต้องสั่งสอนเธอสักหน่อยแล้วล่ะ” ปลายนิ้วเรียวยาวบ่งบอกฐานะชี้ตรงมาทางอวี่เฉิน ดวงตาดุดันจ้องเขม็งมองมาอย่างน่ากลัว อวี่เฉินเริ่มรู้สึกถึงอันตรายจากคนตรงหน้า จนต้องหาทางเพื่อพาตัวเองออกจากที่นี่

แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกล ร่างสูงใหญ่ก็ตามเข้าประชิด ก่อนยกตัวให้ลอยขึ้นด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างที่ยังว่างอยู่กลับปัดจานอาหารลงจากโต๊ะ จนล้มระเนระนาดไปหมด จากนั้นจัดการทุ้มร่างบางที่ถูกพาดอยู่บนลาดไหล่กว้างให้นอนราบลงไปแทน

“อ่ะ! โอ๊ย!” จื่อรุ่ยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวรีบตามทาบทับอีกครั้ง มือหยาบเอื้อมหยิบหวงจิ่วราคาแพงที่ยังคงหลงเหลือวางเอาไว้บนโต๊ะ ขึ้นมากรอกใส่ปากตัวเอง จากนั้นรีบประกบมันเข้าไปหาคนที่กำลังนอนอยู่ใต้อาณัติ

อวี่เฉินไม่ยอมเปิดปากออก จึงจำต้องบีบปลายจมูกเพื่อเป็นการบังคับ เมื่อได้จังหวะจื่อรุ่ยก็จัดการแทรกปลายลิ้นและหวงจิ่วเข้ามาในโพรงปากลึก จนไหลเลอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของอวี่เฉินไปทั้งตัว

“อื้ม!!” เสียงกำปั้นจากการถูกทุบหน้าอกจากคนใต้อาณัติอย่างแรง แต่มีหรือคนอย่างเฟิงจื่อรุ่ยจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ อย่างน้อยก็ขอสั่งสอนต่ออีกสักหน่อยแล้วกัน

เสื้อเชิ้ตขาวของคนเด็กกว่าบัดนี้เลอะไปด้วยคราบของเหล้าหมักอย่างหวงจิ่ว จนเปียกชุ่มไปเกือบครึ่งตัว แต่ยังไม่ทันได้หายใจอย่างโล่งอก จู่ ๆ ก็ถูกฝ่ามือใหญ่เดิมกลับดันหลังให้แนบชิดติดสนิทกับโต๊ะอีกครั้ง พร้อมทั้งจัดการกระชากกระดุมเสื้อจนหลุดลุ่ยไปคนละทิศละทาง

“อย่า…อย่าทำ” คนแก่กว่าครั้นได้ยินก็ชะงักราวกับได้สติ ดวงตาดุดันแปลเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงถนัดตา ก่อนจ้องคนข้างล่างที่อยู่ในสภาพเปียกปอนดูไม่ได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายโน้มตัวลงไปกัดลำคอขาวเนียน จนเกิดเป็นรอยแดงช้ำอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการสั่งสอนทิ้งท้ายอีกครั้งอยู่ดี

“โอ๊ย!!”

“นี่ถือว่าเป็นการสั่งสอนเพียงเล็กน้อยจากเฮียเท่านั้น หากหลังแต่งงานแล้ว เธอยังทำตัวแบบนี้อีกละก็...คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“คนแบบมึ…มันโคตรสารเลวเลย” อวี่เฉินพูดพลางหัวเราะเยาะให้กับชะตาชีวิตของตัวเอง จากนั้นเตรียมใช้คำพูดหยาบคายทิ้งท้ายอีกสักหนึ่งประโยค แต่เมื่อนึกถึงความระยำตำบอนที่ตัวเองเพิ่งเจอเมื่อครู่แล้ว จึงทำเพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นยืนจากโต๊ะ และปัดป่ายสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวผ้าออกเท่านั้น

“คลุมซะ” จื่อรุ่ยถอดเสื้อคลุมให้อีกฝ่ายลวก ๆ ขืนปล่อยให้ออกไปในสภาพนี้ ใครมองมาก็ไม่รู้เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“เอาออกไป!” หานอวี่เฉินตวาดกลับ และเตรียมจะสลัดเสื้อของอีกฝ่ายทิ้งด้วยความรังเกียจ

“หรืออยากให้เฮียทำแบบเมื่อกี้อีกดี”

“...” คำข่มขู่ของอีกคนเรียกว่าได้ผลชะงัดเลยทีเดียว อวี่เฉินครั้นได้ยินก็ตัวแข็งทื่อ ไม่อือไม่หือ ทำเพียงยืนอยู่นิ่ง ๆ ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ในลำคออย่างขัดใจเท่านั้น

“หยงอี้!” บอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนอารักขาอยู่นอกประตู รีบวิ่งแจ้นเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกคน ก่อนมองเห็นความเละเทะที่เกิดขึ้นภายในห้องอาหารด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นครับนาย?”

“เก็บกวาด แล้วเคลียร์ค่าเสียหายให้เรียบร้อย” เสียงเข้มของผู้นำตระกูลเฟิงปัจจุบันเอ่ยสั่งการกับลูกน้องคนสนิท ก่อนจะกระตุกแขนของคนข้างกายให้เดินตามออกมาด้วยกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยามาเฟีย(ไม่)เต็มใจ   บทที่ 2 อย่าคิดลองดีกับเฮีย

    “ชอบแบบไหน เราก็บอกพนักงานเอาแล้วกัน” ทันทีที่ก้าวเหยียบหน้าร้านพรีเวดดิ้งที่นัดจองเอาไว้ เฟิงจื่อรุ่ยก็ออกปากตามใจอีกฝ่ายทันที“ได้หมดเลยงั้นเหรอ?” “อืม” เมื่อแน่ใจแล้ว อวี่เฉินก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปในร้านต่อทันที ก่อนเหล่าพนักงานหญิงที่คาดว่าคงยืนรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว จะวิ่งกรูเข้ามาต้อนรับกันเนืองแน่นเต็มไปหมด“เดินไปดูสิ เดี๋ยวเฮียจะรอเธอตรงนี้” ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนโซฟา พลางหันมองไปดูรอบ ๆ ร้านราวกับต้องการเลือกชุดให้ตัวเองไปด้วยระหว่างหานอวี่เฉินกำลังเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นชุดสีแดงกี่เพ้าตัวหนึ่งทั้งเว้าหน้าและหลัง ดูแล้วสวยสะดุดตา แต่ไม่รู้ว่าตระกูลเฟิงจะรับได้หรือเปล่านะสิ เพราะมันค่อนข้างวาบวามพอสมควร ยิ่งคนหัวเก่าคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ใครจะแคร์กันล่ะ“คะ…คือ คุณเฉินจะใส่ชุดนี้เหรอคะ?” เสียงพนักงานถามขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นลูกค้าเลือกชุดดังกล่าวขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนทาบทับมันและนำไปลองโดยไม่สนคำทัดทานใดไม่นานนักร่างบางในชุดที่ตั้งใจคัดเลือกสรรเพื่อเจ้าบ่าวอย่างดีก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และปรากฏอยู่ตรงหน้าพรึ่บ!ม่านสีขาวทึบที่ถูกบดบังเอาไว้ถูกเปิดอ

  • ภรรยามาเฟีย(ไม่)เต็มใจ   บทที่ 1 พบพานที่ไม่ได้แปลว่าอยากพบเจอ

    นครเซี่ยงไฮ้23.00 น.การเดินทางครั้งนี้ดูรีบร้อนและหุนหันพลันแล่นไปเสียหมด หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเร่งรัดของตระกูลเฟิงผู้ยิ่งใหญ่ เวลานี้อวี่เฉินคงนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบายใจไปแล้ว“ถึงแล้วครับคุณเฉิน” เสียงบอดี้การ์ดของตระกูลเฟิงเอ่ยบอก “ขอบใจ” ร่างบอบบางในชุดสูทสีดำก้าวฝีเท้าลงจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว ก่อนจะชะโงกหน้าลงมาจากดาดฟ้าด้วยความตกตะลึง เมื่อมองเห็นผืนที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของตระกูลเฟิง ณ เวลานี้กลับขยายอาณาเขต จนกลายเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬาร แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมในอดีตหลายปีก่อนอยู่เลยอวี่เฉินถูกพาเข้ามาในลิฟต์หลายสิบชั้น ก่อนลงมาจนถึงชั้นสิบห้า ครั้นเมื่อจะก้าวฝีเท้าเดินต่อไปกลับถูกบอดี้การ์ดนับสิบกรูกันออกมาจากทิศทางไหนก็ไม่รู้ยืนรุมล้อมเพื่อตรวจสอบหาอาวุธรอบกาย“ใครให้พวกนายมาแตะต้องตัวฉัน ห้ะ!” เสียงของอวี่เฉินตะโกนขึ้นมาอย่างเดือดดาล เพราะไม่ชอบให้ใครมาจับเนื้อต้องตัว“พวกเราต้องทำตามหน้าที่ ขอโทษด้วยนะครับคุณเฉิน”“เรียบร้อยครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณเฉินไปยังห้องพักของนายท่าน” กล่าวเพียงแค่นั้น บอดี้การ์ดตรงหน้าก็ทำการผายมือไปยังอีกฟากฝั่งทันทีนายท่าน?“พวกนายกำลังพูดถึง

  • ภรรยามาเฟีย(ไม่)เต็มใจ   อารัมภบท

    ปัจจุบันปี 2001 บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกกฎหมายทางอาญาที่เคยใช้จับกุมบุคคลรักร่วมเพศอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ยังคงถือเป็นอาชญากรรมรูปแบบหนึ่งต่อสังคม ยิ่งกว่านั้นในวันเดียวกันยังมีข่าวดีจากทางองค์กรแพทย์ได้ยื่นเอกสารเพื่อแจ้งถอดถอนให้กลุ่มคนเหล่านี้ออกจากข้อครหาความผิดปกติทางจิตเภทอีกด้วยภายหลังข่าวสารสำคัญได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง ถึงกระนั้นในสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ล้วนยังเป็นที่น่ารังเกียจอยู่เสมอหนังสือพิมพ์ถูกปิดโดยฝ่ามือใหญ่ ภายใต้กรอบแว่นสีดำสไตล์คลาสสิกและรอยยิ้มเย็นที่ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าบุคคลผู้นี้กำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหนกันแน่“หยงอี้ ตระกูลหานติดต่อมาหรือยัง” เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท“ยังเลยครับ”“งั้นรออีกสักสองสามวันแล้วกัน ถ้ายังไม่ติดต่อมา ก็ดำเนินการตามแผนการได้เลย”“ครับนายท่าน”ณ ตระกูลหานแห่งกว่างโจว หรือมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีถิ่นฐานรกรากตั้งอยู่ทางภาคใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ นับว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยมีอำนาจทางการเมืองล้นหลามควบรวมสองแห่งด้วยกัน หากแต่ปัจจุบันกลับเสื่อมถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status