Mag-log in“หยุดตรงนี้แหละ”
“ไหนบอกว่าจะให้ไปดูอาการเมียนาย” พาขวัญถามเพื่อประวิงเวลา เธอต้องทำอะไรสักอย่าง คิดว่าถ้าไม่สู้ก็คงไม่รอด
“ฮ่าๆ”
ชายคนดังกล่าวไม่ตอบกลับหัวเราะราวขบขัน นัยน์ตามองมาอย่างแทะโลม ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก ส่งผลให้พาขวัญขยับหนีพร้อมกลัวจับใจ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
พริบตาต่อมาร่างระหงก็ถูกกระชากเข้าไปปะทะอกกว้างอันน่าสะอิดสะเอียน หญิงสาวพยายามสะบัดตัวออก แต่แล้วก็ต้องหยุดนิ่งเพราะมือกระด้างยกมีดขึ้นมาจ่อลำคอ
“เรามาสนุกกันดีกว่า...”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยตัณหาและราคะ ตนเฝ้ามองมานาน ตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ เวลานี้ความฮึกเหิมในกายมีมาก พร้อมด้วยอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน จนไม่คิดเกรงกลัวต่ออำนาจของคนเป็นนาย รวมถึงตัวบทกฎหมายคนฟังอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด ลมหายใจถี่ยิบยามปลายมีดแหลมๆ นั้นลากผ่านลำคอมายังกระดุมเสื้อ
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง” เธอดูเหมือนคนโง่ที่มามัวขอร้องคนที่กำลังหน้ามืดตามัวกล้าทำสิ่งเลวร้าย
“อย่ากลัวไปเลย เราจะสนุกด้วยกัน” ทันทีที่สิ้นเสียง กระดุมเสื้อเม็ดงามในตำแหน่งช่วงอกก็กระเด็นขาดจากแรงตัดของมีดแหลม ลำตัวบางสะดุ้งเฮือก ก่อนจะถูกผลักจนแผ่นหลังกระแทกกับพื้นดินอย่างแรงจนเจ็บแปลบไปทั่ว
หญิงสาวพยายามคลานหนีทั้งน้ำตา เสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยคราบดิน ไม่ทันไรสองขาก็ถูกฉุดให้กลับไปที่เดิม
“จะหนีไปไหนจ๊ะคนสวย อย่าคิดหนีดีกว่า ไม่อย่างนั้นเด็กสองคนไม่รอดแน่” คนมุ่งร้ายแสนฉลาด เอาสิ่งที่พาขวัญรักที่สุดมาข่มขู่ แต่ไม่ว่าหญิงสาวจะยินยอมหรือขัดขืน อย่างไรเสียเขาก็จะกำจัดทั้งแม่และลูกหลังบรรลุเป้าหมายอยู่ดี ไม่มีวันปล่อยไว้ให้เป็นภัยในภายหลังแน่
“อย่าทำอะไรลูกฉันนะ”
พาขวัญเสียงกร้าวขึ้น เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกเด็ดขาด พร้อมเริ่มแน่ใจแล้วว่าคนโฉดตรงหน้าจะไม่ปล่อยลูกฝาแฝดของเธอไว้ ทำเอามือข้างลำตัวกำมั่น เธอจะไม่มีวันยอม แม้ตัวตายก็จะปกป้องลูกให้คลาดแคล้วจากทุกสิ่ง
แล้ววิธีใดกันล่ะ ในเมื่อเวลานี้เธอตกเป็นรอง พานให้น้ำตาตกในอก
แต่ในจังหวะนั้น สมองก็ได้มีหนึ่งอย่างแล่นเข้ามา อาจเป็นวิธีรอด หรือไม่ก็เป็นการจุดชนวนเหตุให้ทุกอย่างเลวร้ายเร็วขึ้นกว่าเดิม
คนใจทรามเหยียดยิ้มกำชัย เมื่อเห็นพาขวัญนิ่งงันไปเหมือนยอมแพ้ มือข้างหนึ่งเลยยื่นไปไล้เสี้ยวหน้างาม ดวงตาสุมแน่นด้วยเพลิงราคะ อยากจะเสพสิเน่หาใจแทบขาด ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้เนื่องด้วยชอบในรสกามา แม้กายบางตรงหน้าจะมีสายตาปวดร้าวก็ไม่สน
พาขวัญกลั้นลมหายใจยามอีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ทุกที พลางเหลือบสายตามองเจ้าอาวุธร้ายเพื่อเฝ้ารอจังหวะจะปลดปล่อยตนเองออกจากขุมนรก
หนึ่ง...สอง
เจ้าของร่างบางพยายามควบคุมลมหายใจ ต้องมีสติพร้อมทั้งรวบรวมแรงกำลัง และในชั่วนาทีต่อมาโอกาสที่รอคอยก็ได้มาถึง ยามอีกฝ่ายลดมีดลงกับพื้น ในทันใดนั้นพาขวัญก็ใช้เท้าทั้งสองข้างถีบเข้าที่ต้นขาของคนใจทราม ทว่าร่างนั้นเซแค่เล็กน้อย ทำให้ต้องถีบเข้าไปที่กลางลำตัวซ้ำอีกครั้ง
ไม่หยุดเท่านั้นสองมือเล็กยังกำดินขึ้นมาปาใส่ใบหน้าของคนใจทราม
“โอ๊ยยย”
อีกฝ่ายร้องเสียงดังพลางหลับตาปี๋ ไม่คิดว่าเหยื่อจะมีพิษสงเช่นกัน แต่เพียงเท่านี้ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้
คนใจทรามออกแรงฟาดหลังมือใส่ใบหน้านวลสวยไปสองฉาดเต็มๆ ทำให้ปากได้รูปมีเลือดกบ แทบสลบกองกับพื้น กระนั้นยังพอมีสติ ไม่หยุดการขัดขืน ใช้เล็บคมข่วนหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง“อีนี่...มึง”
“ฉันเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไง พอแล้วละกับการอยู่กับอดีต ทุกวันนี้ฉันมีแค่เธอกับลูกเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วตั้งแต่พาขวัญเป็นอิสระ ความใกล้ชิดที่ผ่านมาทำให้เขาเรียนรู้หัวใจได้มากขึ้น จึงเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบัน กว่าจะคิดได้ก็เกือบที่จะสายไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาก็ได้หันไปดึงมือนุ่มมากุมไว้ “แล้วฉันก็อยากจะขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย ตอนนี้คนของคุณย่าสารภาพแล้วว่า เธอไม่ได้เต็มใจ เธอเปลี่ยนใจไม่ยอมทำตามแผนแล้ว แต่โดนคุณย่าซ้อนแผน” เมื่อคนเป็นย่าถูกจับ คนสนิทของเจ้าตัวก็มาสารภาพกับเขา เพราะกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยและอยากจะให้ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พ้นกฎหมาย เพราะช่วยธัญญาเรศทำผิดไว้หลายอย่าง พาขวัญรู้สึกคล้ายได้ปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจและไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร รวมถึงไม่อยากคิดถึงอดีตอีกแล้ว แล้วมองคนที่ยื่นมือมาลูบหน้าท้อง “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ” เขาอยากจะอยู่กับพาขวัญต่อ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งที่ไร่ได้นาน แต่สัญญาว่าจะมาหาอีกแน่ จะมาจนกว่าพาขวัญจะใจอ่อน พาขวัญขบเม้มปากแน่น เพราะหัวใจบอกชัดว่า ไม่อยาก
“คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้
ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา
“พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข
ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
“หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ
รัตติกาลยังไม่ทันพ้นผ่านไป ก็มีบางสิ่งปลุกให้ชายหนุ่มและหญิงสาวต้องรีบลุกขึ้นมา “แง้ แม่…แม่” เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของหนึ่งในสองฝาแฝดแผดจ้าด้วยความกลัว ยามตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบมารดา โดยเจ้าของความคิดถึงนั้นยังนอนหลับใหลไม่รู้เรื่อง ต่างจากร่างกำยำที่เริ่มขยับตัว เสียงนั้นเริ่ม
ชายหนุ่มกลับเลือกระบายยิ้มอ่อนๆ ภาพตรงหน้าไม่มีเค้าของภรรยาสำรอง เขาสร้างจินตนาการขึ้นมาด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา ก่อนจะทำบางอย่างให้คลายความคิดถึง โมกข์จุมพิตหนักๆ ลงบนเรียวปากอิ่ม คลุกเคล้าด้วยแรงปรารถนา ทำเอาคนใต้ร่างเบิกตาโตกว่าเดิม เนื้อตัวชาหนึบ เนื่องด้วยอ่อนประสบการณ์ต่อรสจูบ “
ด้านคนที่กระชากรถออกจากบ้าน เวลานี้มุ่งหน้าไปดับร้อนด้วยสิ่งที่จะทำให้ใจนั้นร้อนกว่า มันคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ชายหนุ่มไม่แตะต้องมานาน ตั้งแต่ลูกสาวฝาแฝดลืมตาดูโลก กระนั้นวันนี้กลับต้องหวนมาพึ่งมันเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้น โมกข์อยากจะตะโกนเพื่อระบายความเดือดที่คุโชนอยู่ในอก ทว่าก
หญิงสาวลูบศีรษะเล็กเบาๆ ก่อนจะปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วตั้งสติ “แม่ขอโทษนะคะที่ทำให้หนูภัคเจ็บ แต่หนูภัคทำผิดรู้ตัวไหม หนูภัคไม่สมควรฉีกของเล่นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม” คนเป็นแม่ต้องซุกซ่อนความรู้สึกสะเทือนใจไว้ เธอจะปล่อยให้ลูกเสียนิสัยไม่ได้ ในเมื่อแกทำผิดก็ต้องรู้และรับผิดชอบ แม้ว่า







