Share

บทที่ 3

Penulis: Karawek House
last update Tanggal publikasi: 2025-08-15 11:41:39

“ถอยไป! ข้าจะเข้าไปดูท่านแม่!” เฉินจิ้งอี้ คุณชายใหญ่วัยย่างแปดขวบปีที่เกิดจากฟูเหริน คิดก้าวเข้าไปในห้องที่ใช้ทำคลอด กลับโดนท่านย่าของตนยื่นมือออกมาขวางไว้

“ข้างในเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด หาใช่สถานที่ที่บุรุษสมควรย่างเท้าเข้าไปวุ่นวาย เป็นเด็กดีรออยู่ที่นี่ ย่าจะเข้าไปดูอาการท่านแม่ของเจ้าให้เอง รอจนข้างในเก็บกวาดกันดีแล้ว เจ้าค่อยตามเข้าไปก็ยังไม่สาย” แม่เฒ่าเฉินปรามหลานชาย แต่กลับหันไปทางหลานสาวตัวน้อย บอกเสียงสั่น “ไป! แม่นมหลิน อุ้มหรงเอ๋อร์ตามข้ามา!”

ชั่วอึดใจนั้น เสี่ยวเซียงหรงพลันพบข้อดีของการเป็นสตรีอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ เด็กน้อยวัยสี่ขวบครึ่งอย่างนางสามารถเข้าไปในห้องคลอดของท่านแม่ได้ ในขณะที่พี่ชายใหญ่ผู้เก่งกาจฉลาดเฉลียวของนางกลับเข้าไปไม่ได้...ที่แท้การเป็นสตรีช่างดีนัก!

ในตอนที่ท่านยาของนางพาเซียงหรงเข้าไปพบมารดา ภายในห้องยังเก็บกวาดไม่ทันเรียบร้อยดี สภาพห้องทำคลอดที่เซียงหรงเห็นจึงเต็มไปด้วยเลือด เลือด เลือด และเลือด มองไปทางไหนก็เห็นผ้าเปื้อนเลือดและกะละมังน้ำสีแดงฉาน น่าขนพองสยองเกล้าเป็นที่สุด

ไม่เพียงมีสภาพน่าหวาดกลัวพาให้อกสั่นขวัญหาย ภายในห้องทำคลอดแห่งนี้ยังมีกลิ่นคาวผสมกลิ่นน้ำแกงโสมเข้มข้นคละคลุ้ง

นี่มัน...นี่มันอะไรกัน ที่แท้การคลอดบุตรก็น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้?

เสี่ยวเซียงหรงตัวสั่นระริก

แม่นมหลินรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนกำลังตื่นกลัว จึงลูบหลังปลอบโยนนางไม่หยุด

“ท่าน ท่านแม่...ท่านแม่…” เซียงหรงร้องเรียกมารดา น้ำตาหลั่งเป็นสาย

เดือนก่อนนางหกล้ม เลือดออกนิดเดียวยังเจ็บจนน้ำตาไหล แต่นี่...ครั้งนี้มารดาของนางคลอดน้องชายสาม เลือดออกมากมายถึงเพียงนี้ จะเจ็บปวดทรมานเพียงไหนกัน... มิน่าเล่า...มิน่าเล่าท่านแม่จึงได้กรีดร้องเสียงดังถึงเพียงนั้น ดังจนกลบเสียงพายุฝนเสียมิด!

ที่จริงแล้วยามนี้ ฟูเหรินของจวน หลี่เซียงเหลียน ไร้สิ้นเรี่ยวแรง สติใกล้จะดับวูบเต็มที เป็นเสียงเรียกของบุตรสาวนั่นเองที่รั้งนางไว้

หลี่เซียงเหลียนลืมตาขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า นางส่งยิ้มจางๆ ให้บุตรสาวตัวน้อยในอ้อมอกแม่นมหลิน กล่าวน้ำเสียงแหบแห้ง

“หรงเอ๋อร์...นับจากนี้...เป็นเด็กดี...”

จู่ๆ ลูกสะใภ้ก็กล่าวคล้ายสั่งเสียเช่นนี้ แม่เฒ่าเฉินตกใจจนใบหน้าที่เผือดสีอยู่แล้วพลันซีดเผือดยิ่งขึ้น นางรีบมองไปที่หมอตำแย เพียงเห็นหมอตำแยใบหน้าซีดขาว น้ำตาคลอ คนที่ผ่านโลกมานานอย่างนางก็พลันรับรู้ได้ทันทีว่าครั้งนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

นางเลิกผ้าห่มดูด้วยความร้อนใจ เพียงเห็นว่าลูกสะใภ้ตกเลือดมากมายแค่ไหน ก็หน้าซีด ปากสั่น

“เหตุใด...เหตุใด...” ดูเหมือนโลหิตลูกสะใภ้ที่ไท่โฮ่วพระราชทานสมรสให้บุตรชายนาง จะยังไม่หยุดไหลเลยด้วยซ้ำ!

“ท่านแม่...บุตรชายของข้า...ปลอดภัยดีเจ้าค่ะ...” หลี่เซียงเหลียนเอ่ยอย่างอ่อนแรงเต็มที นางรู้ตัวดีว่าครั้งนี้ความตายคงไม่ละเว้นนางแล้ว เป็นห่วงก็แต่บุตรชายบุตรสาวทั้งสามคน หากสิ้นนางไปแล้ว ต่อไปนี้พวกเขาจะอยู่อย่างไร “ท่านแม่...ต่อไป...บุตรชายทั้งสองและบุตรสาว...คงต้อง...ฝาก…ท่านแล้ว...”

“เจ้า...เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!” แม่เฒ่าเฉินแม้ปากแข็งแต่ใจอ่อน เห็นลูกสะใภ้ซึ่งกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่านางช่างแสนดี ตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ถึงกับหลั่งน้ำตา

เห็นสะใภ้สายเลือดสูงส่งคล้ายอยากพูดบางสิ่ง ทว่าเปล่งเสียงได้เบานัก แม่สามีก็รีบขยับเข้าไปกุมมืออันบอบบาง ขยับหน้าขยับใบหูเข้าประชิดติดริมฝีปากอันซีดเซียว

“...ตรวจสอบ...ยาบำรุง...” เอ่ยได้เท่านั้น ร่างบนเตียงก็ปิดเปลือกตา ลงอย่างอ่อนล้า พร้อมๆ กับที่มือที่กุมมือแม่สามีกลับค่อยๆ คลายออก ก่อนจะแน่นิ่งไป

เสี่ยวเซียงหรงยื่นหน้าออกมาจากผ้าคลุมศีรษะ ร้องถามท่านย่าเสียงใส

“ท่านย่า...ท่านย่าเจ้าขา ท่านแม่พักผ่อนแล้วหรือ?”

ผู้ชราไม่รู้จะตอบอย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่เออออตามหลานสาวที่เพิ่งจะกำพร้าแม่ “ถูกแล้ว มารดาของเจ้า...พักผ่อนแล้ว...” นางไม่กล้าหันไปสบตาหลานสาวสักนิด

หลังควบคุมสติและน้ำเสียงอยู่ครู่หนึ่ง สตรีที่สูงอาวุโสที่สุดในจวนก็ขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาด้วยความสะเทือนใจ “หรงเอ๋อร์คนดี...ยังจำที่มารดาเจ้าพูดเมื่อครู่นี้ได้หรือไม่?”

เสี่ยวเซียงหรงพยักหน้า ตอบอย่างไร้เดียวสา “จำได้เจ้าค่ะ ท่านแม่บอกว่าให้ข้าเป็นเด็กดี”

“จำไว้ให้ดี” แม่เฒ่าเฉินบอก น้ำเสียงอ่อนล้า “ทางนี้หมดเรื่องแล้ว วันนี้เจ้าก็กลับไปอบอุ่นร่างกาย พักผ่อนเถอะ หากล้มป่วยลงไปอีกคน บิดาเจ้าคงไม่มีวันอภัยให้ย่าแล้ว...”

“เจ้าค่ะ ท่านย่า” เสี่ยวเซียงหรงรับคำอย่างว่าง่าย

แม้จะเสียดายที่อุตส่าห์เข้ามาถึงนี่แล้วกลับไม่ได้สนทนากับมารดาให้มากหน่อย...ทว่ามารดามักกล่าวว่านางเป็นเด็กดีอยู่เสมอ เมื่อครู่นี้ก็ยังย้ำเตือนอีกว่าให้นางเป็นเด็กดี เช่นนั้นนางก็จะเชื่อฟังผู้ใหญ่ จะเป็นเด็กดีของท่านแม่ต่อไป จะไม่กระทำตัวดื้อรั้นให้ท่านแม่ที่แสนดีต้องผิดหวังในตัวบุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างนางเด็ดขาด!

เสี่ยวเซียงหรงเหลียวมองน้องชายตัวอวบอ้วนข้างกายมารดาเล็กน้อย เห็นน้องชายสามชูไม้ชูมือดูไร้เดียงสาก็อยากจะเข้าไปจับแก้มนวลเนียนนั่นใจจะขาด ได้แต่หลุบตาก้มหน้าลงซบอกแม่นมหลินอย่างเสียดาย

ทว่า...

เอ...ประเดี๋ยวนะ...

เหตุใดเมื่อครู่ท่านย่าจึงได้ทำเสียงคล้ายกับจะร้องไห้?

หรือท่านย่าจะดีใจที่ท่านแม่สารถคลอดน้องชายสามออกมาได้อย่างปลอดภัย?

อืม...เป็นเช่นนี้กระมัง...

เซียงหรงเงยหน้าบอกแม่นมที่อุ้มตนเองอยู่เสียงใส

“แม่นมเจ้าขา...พวกเราไปกันเถอะ ท่านแม่ของข้าพักผ่อนแล้ว”

“โถ...คุณหนูของบ่าว...” ก็ไม่รู้ว่าทำไมแม่นมหลินถึงได้หลั่งน้ำตา...นางเพียงแต่รู้ว่า ในเมื่อมารดาพักผ่อนแล้วก็ไม่สมควรอยู่รบกวนการพักผ่อนของมารดา ไม่เช่นนั้นหากท่านแม่ของนางล้มป่วย พรุ่งนี้เช้า ท่านแม่ของนางคงไม่อาจลูบผมจูบหน้าผากนางเช่นทุกวันได้อีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
พ่อของเซียงหลงปากก็บอกรักเมียแต่ก็แต่งอนุเข้ามาหลายคนรักประสาอะไรพอเมียเยอะก็อิจฉาริษยาวางยาฆ่าเมียเอกและทำลายหรือฆ่าลูกเมียเอกเพื่อแย่งชิงถ้ามีเมียเดียวปัญหาจะไม่เกิดผู้ชายคนหนึ่งจำเป็นต้องมีลูกเป็นโขลงเหมือนสัตว์เเหรอหาแม่พันธ์มาหลายคนทั้งๆที่เป็นที่ยอมรับเฉพาะลูกเมียเอกแล้วลูกเมียน้อยจะมี..
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 44

    หลังการแข่งขันในรอบที่สองสิ้นสุดลง เหล่าสาวงามผู้เข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีก็ถูกตัดออกกึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้เหลือสาวงามอยู่ราวยี่สิบกว่าคน...จำนวนยี่สิบกว่าคนที่ว่านี้ นับว่าเยอะกว่าปีก่อนๆ ไม่เบาโดยมากแล้ว เมื่อการแข่งขันรอบที่สองสิ้นสุดลง จะคงเหลือสาวงามเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น การที่

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 43

    อู๋ชิงชิงกุมมือเซียงหรงแน่นขึ้น กล่าวเสียงใส “น้ำใจของน้องเซียงหรงในครั้งนี้ พี่หญิงอย่างข้าจะไม่มีวันลืม” นางก็มีชื่อเสียงหน้าตาของทั้งตนเองและวงศ์ตระกูลให้ต้องรักษาเช่นกัน ผลการแข่งขันออกมาว่าเสมอ ไม่ต้องตกรอบไปตั้งแต่ในรอบที่สองเช่นนี้ นับว่าส่งผลดีต่อนางมาก มากจริงๆเซียงหร

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 42

    อู๋ชิงชิงถูกนัยน์ตาแวววาวของเซียงหรงทำให้ถึงกับตาพร่า ชั่วขณะนั้นรู้สึกคล้ายจะมองเห็นอีกฝ่ายมีหูและหางฟูๆ ดูนุ่มนิ่ม ทั้งน่ารัก ทั้งน่าถนอมอู๋ชิงชิงกะพริบตาเพียงครั้ง ภาพที่ว่านั้นก็จางหายไปแล้วนะ นี่มัน...แววตาเช่นนี้...นะ นางนึก

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 41

    หลังผลัดกันวางหมากอย่างรวดเร็ว ทั้งชิงพื้นที่ ทั้งกีดกัน ทั้งดักทางกันไปมาอยู่สองเค่อยาม ในที่สุดกระดานหมากที่คู่มือทั้งสองผลัดกันวางอย่างรวดเร็วราวกับบ้าคลั่งก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ราชบัณฑิตอาวุโสที่เดินมาดูพวกนางประลองหมากอย่างใกล้ชิดกวาดตามองทั่วทั้งกระดานอยู่สองรอบ ก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง กล่าว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status