Share

บทที่ 2

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-15 11:40:56

“ท่านฟังสิ ท่านแม่ยังร้องอยู่เลย...ฮึก...แม่นม ท่านพาข้า...ฮึก พาข้าไปดูท่านแม่ที!” เสี่ยวเซียงหรงช้อนตาจ้องมองตาแม่นมหลิน น้ำตาไหลเป็นสาย

แม่นมหลินเห็นสภาพคุณหนูที่ตนเลี้ยงดูมาแล้วก็น้ำตาซึม  

“โถ...คุณหนูสาม...”

เอาเถิด...อุ้มคุณหนูสามเอาไว้ ใช้ผ้าห่อร่างคุณหนูให้หนาๆ สักหน่อย ร่างกายของคุณหนูจะได้อบอุ่นและไม่ต้องลมฝน หากคุณหนูสามหวาดกลัวก็คอยปลอบโยนนาง เช่นนี้ก็คงจะไม่เป็นไรแล้วกระมัง ครั้งนี้ถ้าหาก...ถ้าหากว่าฟูเหรินเป็นอะไรไป อย่างน้อยๆ คุณหนูสามที่รออยู่ด้านนอกก็อาจได้พบหน้าและได้สนทนากับมารดาของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย...

แม่นมหลินซับน้ำตาให้คุณหนูสาม เอาผ้าห่มหนานุ่มห่อตัวนาง วานให้เสี่ยวซี บุตรสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณหนูของตน หยิบเสื้อคลุมของคุณหนูมาใช้คลุมศีรษะน้อยๆ ไว้อีกชั้น

“ไปเจ้าค่ะ พวกเราไปให้กำลังใจฟูเหรินกัน” แม่นมหลินบอกพลางอุ้มร่างน้อยๆ ที่พยายามกลั้นสะอื้นสุดกำลัง มุ่งตรงไปยังเรือนเหลียนฮวาที่กำลังสับสนวุ่นวายทันที เสี่ยวซีที่ตามมารดามาด้วยก็รู้ความเกินวัย นางรีบช่วยถือตะเกียง วิ่งเตาะแตะนำทาง เฉลียวฉลาดรู้งานเป็นอย่างยิ่ง

“ฟูเหริน เบ่งเจ้าค่ะ ออกแรงอีกนิด!

“เบ่งเจ้าค่ะ!”

“เบ่ง!”

เสียงตะโกนของหมอตำแยที่ดังแทรกเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำเอาเซียงหรงตกใจ กำสาบเสื้อแม่นมแน่น

คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงอย่างนาง ตั้งแต่แรกคลอดกระทั่งตอนนี้สี่ขวบครึ่ง ล้วนถูกเลี้ยงดูในเรือนหลังอันเงียบสงบ ไม่เคยเห็นผู้คนเดินสวนกันไปมา โกลาหล ทั้งยังไม่เคยได้ยินใครร้องโวยวายหรือส่งเสียงตะโกนดังๆ เช่นนี้มาก่อน จึงยิ่งตื่นตระหนกและหวาดกลัวยิ่งขึ้น

เสี่ยวเซียงหรงกวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนเหลียนฮวา เมื่อเห็นว่าท่านย่า พี่ชายใหญ่ อนุหาน อนุซู และอนุจาง ล้วนมาอยู่พร้อมกัน ณ ที่นี่ ก็เกรงว่าถ้าตนเองถูกสังเกตเห็นเข้า จะถูกไล่กลับไป

นางรีบขยับริมฝีปากน้อยๆ บอกแม่นมหลินเสียงเบา “แม่นม แม่นมเจ้าขา...รีบพาหรงเอ๋อร์หลบคนเหล่านั้นเร็วเข้า หรงเอ๋อร์...หรงเอ๋อร์อยากเข้าไปหาท่านแม่ หรงเอ๋อร์ไม่อยากถูกส่งกลับเรือน!”

ไม่ทันที่แม่นมหลินจะได้ขยับตัว สตรีที่สูงอาวุโสที่สุด ณ ที่นี่อย่างนายหญิงชรา มารดาแท้ๆ ของท่านกั๋วกง ก็ร้องสั่งเสียงขรึม

“นั่นหรงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ พาหรงเอ๋อร์มาที่นี่! อีกสักเดี๋ยวหาก...หากเด็กยังไม่คลอดออกมา ข้าจะพานางเข้าไปให้กำลังใจลูกสะใภ้!”

แม่นมหลินแม้เพิ่งจะอายุได้เพียงกึ่งหนึ่งของนายหญิงชรา กลับเห็นโลกมาไม่ใช่น้อย จึงเข้าใจความนัย นางรีบกอดกระชับร่างน้อยๆ ในอ้อมแขน พาคุณหนูสามของตนมุ่งตรงไปหานายหญิงชราทันที

“ฟูเหริน เบ่งเจ้าค่ะ อีกนิดเดียว!” ผ่านมาสองเค่อยามแล้ว เด็กก็ยังไม่คลอดออกมา เสียงตะโกนของหมอตำแยฟังคล้ายเสียงคร่ำครวญขึ้นทุกทีแล้ว

“ไม่ไหว! ข้าไม่ไหวแล้ว!” เสียงฟูเหรินกรีดร้องทำเอาทุกคนที่ได้ยินต่างพากันยกมือขึ้นกุมหน้าอก “ผ่าท้องข้า! ช่วยลูกข้าออกมา ข้าไม่ไหวแล้ว จะไม่ไหวแล้ว!!!”

ผ่าท้อง?!

นั่นไม่เท่ากับว่าเป็นการสละมารดารักษาบุตรงั้นรึ?

ท่านกั๋วกงที่รักใคร่หวงแหนฟูเหรินยิ่งกว่าอะไรที่ไหนจะยอมรับได้!

“ไหวเจ้าค่ะ! ต้องไหว!” หมอตำแยพยายามให้กำลังใจเสียงสั่น “เห็นหัวเด็กแล้วนะเจ้าคะ อดทนอีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ!”

“อือออ...อื้อ...ลูกแม่...อื้อออ!!!”

“อื้อออ” หมอตำแยอดทนไม่ไหว ถึงกับร่วมด้วยช่วยออกท่าออกทาง ทำเสียงร้องเบ่งคลอดไปด้วยแล้ว

“อื้อออ!!!”

“อีกนิด อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เอ้า! อื้อออ อื้อออ!!!”

“อื้อออ!!!”

“อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊!”

เสียงทารกร้องที่ดังแทรกเสียงฟ้าผ่าทำเอาเหล่าคนที่รออยู่ด้านนอกต่างก็ถอนหายใจยาว คนกึ่งหนึ่งโล่งอก แย้มรอยยิ้มด้วยความยินดี อีกกึ่งหนึ่งสีหน้าเครียดขึงดูผิดหวังแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ที่แสดงออกชัดเจนที่สุดก็คืออนุจาง จางเหม่ยเหมย

อนุจางที่จนถึงตอนนี้ก็ยังมีเพียงบุตรสาวคับแค้นใจเหลือจะกล่าว นางได้แต่ลอบบิดผ้าเช็ดหน้าในมือ พยายามข่มใจ สงบสติและอารมณ์ รักษากิริยา

น่าชังนัก! ใครจะคิดว่าสตรีจากตระกูลเชื้อพระวงศ์ปลายแถวอ่อนแออมโรคจะดวงแข็งเช่นนี้! เหตุใดสตรีน่าตายที่เอาแต่ครอบครองความรักจากท่านพี่ไว้เพียงผู้เดียวอย่างหลี่เซียงเหลียนจึงสามารถคลอดบุตรชายหญิงออกมาได้อย่างปลอดภัยถึงสามครั้ง! สวรรค์ช่างไร้ตาเกินไปแล้ว!

นับว่าเป็นโชคดีของอนุจางที่ยามนี้ย่าผู้เพิ่งได้หลานไม่มีแก่ใจจะใส่ใจมองสีหน้าใครทั้งนั้น ฟูเหรินผู้เฒ่ารีบยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพระโพธิสัตว์ กล่าวแต่ว่าบรรพชนคุ้มครอง บรรพชนคุ้มครอง ซ้ำๆ ไม่หยุด

ไม่นานนัก ซู่ซิน สาวใช้ข้างกายฟูเหรินของจวนก็เปิดประตูออกมาแจ้งข่าวแก่คนทั้งหมด

“เป็นคุณชายน้อยอย่างที่ท่านหมอหลวงจากในวังได้กล่าวเอาไว้จริงๆ เจ้าค่ะ!” ทั้งๆ ที่ออกมาบอกข่าวดี แต่สีหน้าสาวใช้เยาว์วัยกลับไม่ค่อยจะดีนัก

“มีอะไร พูด!” แม่เฒ่าเฉินตวาด

ตอนนี้บุตรชายแสนประเสริฐที่ซื่อสัตย์เอาจริงเอาจังต่อภาระหน้าที่ยิ่งกว่าสิ่งใดของนางติดราชการด่วนต่างเมือง ลูกสะใภ้ซึ่งมีสายเลือดราชวงศ์สกุลหลี่อันสูงศักดิ์ที่พอถึงกำหนดคลอดกลับคลอดบุตรยาก ยามนี้ก็คลอดเด็กออกมาได้แล้ว แล้วจะยังมีปัญหาใดอีก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status