공유

บทที่ 2

작가: Karawek House
last update 게시일: 2025-08-15 11:40:56

“ท่านฟังสิ ท่านแม่ยังร้องอยู่เลย...ฮึก...แม่นม ท่านพาข้า...ฮึก พาข้าไปดูท่านแม่ที!” เสี่ยวเซียงหรงช้อนตาจ้องมองตาแม่นมหลิน น้ำตาไหลเป็นสาย

แม่นมหลินเห็นสภาพคุณหนูที่ตนเลี้ยงดูมาแล้วก็น้ำตาซึม  

“โถ...คุณหนูสาม...”

เอาเถิด...อุ้มคุณหนูสามเอาไว้ ใช้ผ้าห่อร่างคุณหนูให้หนาๆ สักหน่อย ร่างกายของคุณหนูจะได้อบอุ่นและไม่ต้องลมฝน หากคุณหนูสามหวาดกลัวก็คอยปลอบโยนนาง เช่นนี้ก็คงจะไม่เป็นไรแล้วกระมัง ครั้งนี้ถ้าหาก...ถ้าหากว่าฟูเหรินเป็นอะไรไป อย่างน้อยๆ คุณหนูสามที่รออยู่ด้านนอกก็อาจได้พบหน้าและได้สนทนากับมารดาของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย...

แม่นมหลินซับน้ำตาให้คุณหนูสาม เอาผ้าห่มหนานุ่มห่อตัวนาง วานให้เสี่ยวซี บุตรสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณหนูของตน หยิบเสื้อคลุมของคุณหนูมาใช้คลุมศีรษะน้อยๆ ไว้อีกชั้น

“ไปเจ้าค่ะ พวกเราไปให้กำลังใจฟูเหรินกัน” แม่นมหลินบอกพลางอุ้มร่างน้อยๆ ที่พยายามกลั้นสะอื้นสุดกำลัง มุ่งตรงไปยังเรือนเหลียนฮวาที่กำลังสับสนวุ่นวายทันที เสี่ยวซีที่ตามมารดามาด้วยก็รู้ความเกินวัย นางรีบช่วยถือตะเกียง วิ่งเตาะแตะนำทาง เฉลียวฉลาดรู้งานเป็นอย่างยิ่ง

“ฟูเหริน เบ่งเจ้าค่ะ ออกแรงอีกนิด!

“เบ่งเจ้าค่ะ!”

“เบ่ง!”

เสียงตะโกนของหมอตำแยที่ดังแทรกเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำเอาเซียงหรงตกใจ กำสาบเสื้อแม่นมแน่น

คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงอย่างนาง ตั้งแต่แรกคลอดกระทั่งตอนนี้สี่ขวบครึ่ง ล้วนถูกเลี้ยงดูในเรือนหลังอันเงียบสงบ ไม่เคยเห็นผู้คนเดินสวนกันไปมา โกลาหล ทั้งยังไม่เคยได้ยินใครร้องโวยวายหรือส่งเสียงตะโกนดังๆ เช่นนี้มาก่อน จึงยิ่งตื่นตระหนกและหวาดกลัวยิ่งขึ้น

เสี่ยวเซียงหรงกวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนเหลียนฮวา เมื่อเห็นว่าท่านย่า พี่ชายใหญ่ อนุหาน อนุซู และอนุจาง ล้วนมาอยู่พร้อมกัน ณ ที่นี่ ก็เกรงว่าถ้าตนเองถูกสังเกตเห็นเข้า จะถูกไล่กลับไป

นางรีบขยับริมฝีปากน้อยๆ บอกแม่นมหลินเสียงเบา “แม่นม แม่นมเจ้าขา...รีบพาหรงเอ๋อร์หลบคนเหล่านั้นเร็วเข้า หรงเอ๋อร์...หรงเอ๋อร์อยากเข้าไปหาท่านแม่ หรงเอ๋อร์ไม่อยากถูกส่งกลับเรือน!”

ไม่ทันที่แม่นมหลินจะได้ขยับตัว สตรีที่สูงอาวุโสที่สุด ณ ที่นี่อย่างนายหญิงชรา มารดาแท้ๆ ของท่านกั๋วกง ก็ร้องสั่งเสียงขรึม

“นั่นหรงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ พาหรงเอ๋อร์มาที่นี่! อีกสักเดี๋ยวหาก...หากเด็กยังไม่คลอดออกมา ข้าจะพานางเข้าไปให้กำลังใจลูกสะใภ้!”

แม่นมหลินแม้เพิ่งจะอายุได้เพียงกึ่งหนึ่งของนายหญิงชรา กลับเห็นโลกมาไม่ใช่น้อย จึงเข้าใจความนัย นางรีบกอดกระชับร่างน้อยๆ ในอ้อมแขน พาคุณหนูสามของตนมุ่งตรงไปหานายหญิงชราทันที

“ฟูเหริน เบ่งเจ้าค่ะ อีกนิดเดียว!” ผ่านมาสองเค่อยามแล้ว เด็กก็ยังไม่คลอดออกมา เสียงตะโกนของหมอตำแยฟังคล้ายเสียงคร่ำครวญขึ้นทุกทีแล้ว

“ไม่ไหว! ข้าไม่ไหวแล้ว!” เสียงฟูเหรินกรีดร้องทำเอาทุกคนที่ได้ยินต่างพากันยกมือขึ้นกุมหน้าอก “ผ่าท้องข้า! ช่วยลูกข้าออกมา ข้าไม่ไหวแล้ว จะไม่ไหวแล้ว!!!”

ผ่าท้อง?!

นั่นไม่เท่ากับว่าเป็นการสละมารดารักษาบุตรงั้นรึ?

ท่านกั๋วกงที่รักใคร่หวงแหนฟูเหรินยิ่งกว่าอะไรที่ไหนจะยอมรับได้!

“ไหวเจ้าค่ะ! ต้องไหว!” หมอตำแยพยายามให้กำลังใจเสียงสั่น “เห็นหัวเด็กแล้วนะเจ้าคะ อดทนอีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ!”

“อือออ...อื้อ...ลูกแม่...อื้อออ!!!”

“อื้อออ” หมอตำแยอดทนไม่ไหว ถึงกับร่วมด้วยช่วยออกท่าออกทาง ทำเสียงร้องเบ่งคลอดไปด้วยแล้ว

“อื้อออ!!!”

“อีกนิด อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เอ้า! อื้อออ อื้อออ!!!”

“อื้อออ!!!”

“อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊!”

เสียงทารกร้องที่ดังแทรกเสียงฟ้าผ่าทำเอาเหล่าคนที่รออยู่ด้านนอกต่างก็ถอนหายใจยาว คนกึ่งหนึ่งโล่งอก แย้มรอยยิ้มด้วยความยินดี อีกกึ่งหนึ่งสีหน้าเครียดขึงดูผิดหวังแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ที่แสดงออกชัดเจนที่สุดก็คืออนุจาง จางเหม่ยเหมย

อนุจางที่จนถึงตอนนี้ก็ยังมีเพียงบุตรสาวคับแค้นใจเหลือจะกล่าว นางได้แต่ลอบบิดผ้าเช็ดหน้าในมือ พยายามข่มใจ สงบสติและอารมณ์ รักษากิริยา

น่าชังนัก! ใครจะคิดว่าสตรีจากตระกูลเชื้อพระวงศ์ปลายแถวอ่อนแออมโรคจะดวงแข็งเช่นนี้! เหตุใดสตรีน่าตายที่เอาแต่ครอบครองความรักจากท่านพี่ไว้เพียงผู้เดียวอย่างหลี่เซียงเหลียนจึงสามารถคลอดบุตรชายหญิงออกมาได้อย่างปลอดภัยถึงสามครั้ง! สวรรค์ช่างไร้ตาเกินไปแล้ว!

นับว่าเป็นโชคดีของอนุจางที่ยามนี้ย่าผู้เพิ่งได้หลานไม่มีแก่ใจจะใส่ใจมองสีหน้าใครทั้งนั้น ฟูเหรินผู้เฒ่ารีบยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพระโพธิสัตว์ กล่าวแต่ว่าบรรพชนคุ้มครอง บรรพชนคุ้มครอง ซ้ำๆ ไม่หยุด

ไม่นานนัก ซู่ซิน สาวใช้ข้างกายฟูเหรินของจวนก็เปิดประตูออกมาแจ้งข่าวแก่คนทั้งหมด

“เป็นคุณชายน้อยอย่างที่ท่านหมอหลวงจากในวังได้กล่าวเอาไว้จริงๆ เจ้าค่ะ!” ทั้งๆ ที่ออกมาบอกข่าวดี แต่สีหน้าสาวใช้เยาว์วัยกลับไม่ค่อยจะดีนัก

“มีอะไร พูด!” แม่เฒ่าเฉินตวาด

ตอนนี้บุตรชายแสนประเสริฐที่ซื่อสัตย์เอาจริงเอาจังต่อภาระหน้าที่ยิ่งกว่าสิ่งใดของนางติดราชการด่วนต่างเมือง ลูกสะใภ้ซึ่งมีสายเลือดราชวงศ์สกุลหลี่อันสูงศักดิ์ที่พอถึงกำหนดคลอดกลับคลอดบุตรยาก ยามนี้ก็คลอดเด็กออกมาได้แล้ว แล้วจะยังมีปัญหาใดอีก!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 40

    อู๋ชิงชิงมีความคิดของนาง เฉินเซียงหรงเองก็มีความคิดของนางเช่นกันหลังเห็นว่าคุณหนูสี่สกุลอู๋เริ่มเอาจริงแล้ว เซียงหรงก็เริ่มวางค่ายกลทั้งเพื่อกางกั้นชิงพื้นที่และตัดแบ่งพื้นที่ที่คุณหนูสี่สกุลอู๋คิดครอบครอง พบช่องโหว่ตรงไหนก็วางหมากตรงนั้น วิธีการเล่นหมากแบบนี้ของเซียงหรงเคยถูกท่านอาจารย์ผ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 39

    อู๋ชิงชิงทอดถอนใจ นางเอ่ยเสียงนุ่ม “ตัวข้านั้นนับได้ว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพี่หญิงใหญ่ของท่าน ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ผู้สูงอาวุโสสมควรให้เกียรติผู้น้อยเป็นผู้เริ่มก่อน” นางผายมือพลางเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึม จริงจัง “คุณหนูสาม เชิญ”เซียงหรงเคยได้ยินธรรมเนียมประเภท

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 38

    “เช่นนั้นมาเดิมพันกันหรือไม่” บุรุษต่างถิ่นหนวดเครารกครึ้มกล่าวพลางควงถุงเงินในมือเล่น “ข้าเดิมพันข้างคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง ด้วยเงินถุงนี้ทั้งถุง”เหล่าบุรุษตรงหน้าเขาได้ยินแล้วกลับหัวเราะออกมา ผู้ที่คล้ายร่ำรวยที่สุดในกลุ่มกล่าวอย่างใจกว้าง “พี่

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 37

    ผู้ออกปากปรามเห็นเช่นนี้แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ บ่นพลางเบือนหน้าหนี “...ปากพวกเจ้านี่นะ...เอา เอา เชิญพวกเจ้าสนทนากันตามสบาย อีกไม่ถึงครึ่งเค่อยามก็จะเริ่มประลองหมากแล้วกระมัง ดูสิ เหล่านางกำนัลจากในวังเริ่มยกเบาะรองนั่ง โถใส่หมาก และกระดาน ออกมากันแล้ว ป้ายไม้ที่ใช้จับคู่ประชันฝีมือก็ถูกนำมาว

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status