LOGIN“ลองยั่วให้ผมตื่นดูซักตั้งเป็นไง” ดวงตาคมเข้มจ้องเธออย่างท้าทาย “ห๊ะ! หา...” ภีรดาสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเต้นตึกตักเป็นจังหวะแร๊พรัวๆ หวาย...มาท้าทายกันแบบนี้เธอก็เสียเปรียบสิ เกิดมาเคยแต่ยั่วโมโหคน ไม่เคยลองยั่วยวนผู้ชายสักที มันต้องเริ่มยังไงล่ะนี่? “กะ...ก็ฉันไม่เคยยั่วผู้ชายนี่ ขอทำใจหน่อยสิ” คำพูดซื่อๆ นั่นทำให้คนฟังเผลอขำพรวดออกมา ยัยจอมยุ่งนี่จะตรงไปไหมเนี่ย เล่นสารภาพกันโต้งๆ แบบนี้แล้วเขาจะทำยังไงกับเธอดีล่ะ “ก็ไหนว่าคุณมีฉายาพริตตี้ดาวยั่วไม่ใช่เหรอ” คนฟังเบ้ปากค้อนใส่ “ดาวรั่วต่างหาก คุณน่ะฟังมาผิดแล้วล่ะ” “หรือจะให้ผมสาธิตกับคุณก่อนดี? แต่...” “แต่อะไรคะ” คนตั้งใจฟังสงสัย “แต่ผมไม่รับประกันนะว่าถ้าคุณเกิดหื่นขึ้นมาแล้วผมจะช่วยคุณได้...” เขาคือ...หนุ่มสุดฮอตที่ซ่อน ‘วิกฤต’ บางอย่างไว้ เธอคือ...ผู้ถูกเลือกให้กอบกู้วิกฤตนั้น!
View Moreหลังจากพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่มาร่วมอวยพรและทำพิธีต่างๆ จนเสร็จและทยอยออกจากห้องหอไปจนหมด เหลือเพียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวตามลำพัง ภีรดาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางหันไปมองใบหน้าหล่อเข้มของผู้ชายที่เธอเพิ่งตีตราจอง ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นเจ้าของเขาอย่างเป็นทางการแบบไม่อยากจะเชื่อในวาสนา ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงโก๊ะกังธรรมดาๆ อย่างเธอจะมีโอกาสได้เจอคู่ครองที่แสนจะเพียบพร้อมอย่างบุรุษตรงหน้าภีรดาคิดเพลินๆ จู่ๆ ดวงตาคมที่เจือประกายวับหวานก็เลื่อนมาสบตาพอดี“มองแบบนี้ไม่กลัวว่าผมจะอดใจไม่ได้บ้างเหรอ”“ถ้ากลัวคงไม่มองหรอกค่ะ” หญิงสาวทำปากดี ก่อนประคองใบหน้าคมสันที่แสนจะมีเสน่ห์ของเขาขึ้นมา “อา...เจ้าบ่าวของฉันหล่อจัง”รวินรุตม์มองคนตรงหน้าอย่างแสนรัก แต่บางสิ่งบางอย่างที่คอยรบกวนจิตใจทำให้เขาเผลอตัวถอนหายใจออกมาเบาๆ“เป็นอะไรไปคะ ทำไมคุณทำหน้าเครียดจัง เหนื่อยกับงานเหรอคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “คุณมีอะไรในใจอยากบอกฉันหรือเปล่า อย่าบอกนะว่า...มาคิดเสียใจตอนนี้”“ผมไม่เคยเสียใจที่รักคุณ แต่...” คนพูดมีอาการอึกอัก ท่าทีเหมือนกำลังอยากจะบอกอะไรแต่แล้วก็เงียบไปดื้อๆ จนภีรดาชักเอะใจสงสัย และเธอก็ไ
“ที่พูดเมื่อกี้คุณพูดจริงใช่ไหม” เมื่อได้อยู่กันสองต่อสองในห้องพัก รวินรุตม์ก็หันมาถามหญิงสาวที่ทำหน้าตึง พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจฟังแต่แอบทำปากขมุบขมิบบ่นอะไรสักอย่างอยู่ก็นึกแปลกใจ“นั่นกำลังสวดภาณยักษ์ให้ใครอยู่เหรอ”นั่นแหละ ภีรดาจึงยอมเงยหน้ามา“เปล่าค่ะ...กำลังแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์และเจ้ากรรมนายเวร!”จากที่กำลังเครียด ชายหนุ่มก็เผลอหัวเราะพรวดออกมาทันใด“ขำอะไรคะ” ดวงตาเขียวปั๊ดตวัดมาอย่างเอาเรื่อง“อย่าบอกนะว่าคุณสวดให้รียาเขา”“ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ” สะบัดเสียงใส่นิดๆ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าทำเกินไป จึงหันมาพูดเสียงอ่อยลง “ฉันขอโทษค่ะ พอดีอินไปหน่อย แล้วนี่คุณจะทำยังไงต่อคะ จะไม่ลงไปช่วยคุณชารียาเขาจริงๆ เหรอคะ”รวินรุตม์ยื่นมือไปดึงร่างอรชรลงมานั่งเคียงข้างเขาบนโซฟาตัวเดียวกันแล้วโอบกอดเธอเข้ามาชิดใกล้“ไม่ละ ผมบอกแล้วว่าจะช่วยเท่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะช่วยได้”“แล้วคุณไม่สงสารเธอเหรอ โดนสามีทำร้ายขนาดนั้น เธอคงหวังพึ่งคุณนะคะ แต่คุณดันหนีขึ้นห้องมากับฉันแบบนี้”“อย่าห่วงเลยแพน คนอย่างรียาเขาไม่ได้สิ้นไร้หนทางขนาดนั้น อีกอย่างนี่ก็เป็นเรื่องภายในครอบครัวเขา ถ้าผมขืนเข้าไปยุ่งมันก็จะไม่
“เอ่อ...คือรียาอยาก...ขอค้างที่นี่สักคืนได้ไหมคะ ตอนนี้เขาให้คนไปเฝ้าที่คอนโดที่รียาเช่าอยู่ เข้าไปเมื่อไหร่ดลก็จะรู้ทันที รียากลัวเขาจะลงไม้ลงมืออีกค่ะ” เสียงสะท้านด้วยแรงสะอื้น“ผมคงให้คุณค้างที่นี่ด้วยไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมต้องให้เกียรติคู่หมั้นของผมด้วย แต่เดี๋ยวผมจะลองถามนายเต้ให้ว่าที่โรงแรมเขาพอจะมีห้องว่างคืนนี้ไหม ผมจะได้ให้คุณไปพักที่นั่นก่อน”“ราล์ฟ!” ชารียาเบิกตาค้าง หน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นว่าผิดแผนที่วางไว้ หางตาแลไปทางผู้หญิงที่สังเกตการณ์เงียบๆ ข้างกายเขาอย่างไม่พอใจ“ทำไมคุณถึงใจร้ายกับรียานัก คุณเคยขอรียาแต่งงานตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไม...” ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอามารยาเข้าสู้ ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างเธอจะแพ้นังเด็กกะโปโลนี่“ผมจำได้...แต่คุณต่างหากที่ลืมว่าคุณได้ปฏิเสธโอกาสนั้นอย่างไม่ไยดีเอง เพียงเพราะรู้ว่าผมอาจจะต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต”“เอ่อ...คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะราล์ฟ ที่จริงตอนนั้นรียากำลังเครียดๆ เพราะเป็นห่วงคุณมาก ก็เลยเผลอพูดออกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้รียาสำนึกได้แล้วว่าทำผิดต่อคุณ และต่อให้คุณเป็นอัมพาตตลอดชีวิตจริงๆ รียาก็จะไม่ทิ้งคุณอีก
พวงแก้มใสซับโลหิตระเรื่อ หายใจไม่ทั่วท้อง แอบรู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ เมื่อต้องเป็นฝ่ายคุมเกม“อ๊ะ...” มือใหม่หัดขับสะดุ้งนิดๆ ยามที่ร่างกายสอดประสานรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ความใหญ่โตที่แทรกผ่านเข้ามาสร้างความอึดอัดให้หญิงสาวไม่น้อย“อย่าเกร็ง ปล่อยตัวตามสบายที่รัก อย่างนั้น อืม...เก่งมาก!” นักแข่งรถมือทองบอกอย่างใจเย็น ทั้งที่ร่างกายเขาร้อนจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ อยู่ร่อมร่อแล้ว มือหนาประคองบั้นท้ายกลมกลึงช่วยคุมจังหวะ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อโดนความคับแน่นที่แสนนุ่มละมุนโอบรัดรึงตัวตนของเขาไว้เช่นนี้“ราล์ฟคะ...พะ...แพน...” เสียงหวานกรีดร้องลั่นแทบไม่เป็นภาษาด้วยความรัญจวน สมองปั่นป่วนขาวโพลนด้วยแรงปรารถนาลึกล้ำทุกคราวที่ขยับกายเข้าหาความใหญ่โตนั้น แต่เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชินและปรับตัวได้ ภีรดาก็เริ่มควบทะยานบิ๊กไบก์คู่ใจคันงามด้วยความเร็วแรงถึงใจ จนกระทั่งควงแขนเขาไปสู่จุดหมายปลายทางความสุขและเข้าเส้นชัยพร้อมกันได้อย่างสวยสดงดงาม“แพนรักคุณ...รักที่สุดเลย!” เสียงหวานกระซิบที่ข้างหูราวกับละเมอ ก่อนที่ร่างบางจะซวนซบลงที่อกแกร่ง หอบหายใจถี่กระชั้นอย่างหมดแรงคำที่เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมห
ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลาไว้ ทุกสิ่งรอบกายของหญิงสาวกลายเป็นภาพเลือนลางไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเธอได้ลอยละล่องอยู่ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นอ่อนโยน ความหวานล้ำแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ซึมลึกลงไปในหัวใจ ความรู้สึกที่ถูกสะกดห้ามไว้ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยฤทธิ์เสน่หาแห่งรอยจูบอันร้ายกาจนั้นรวินรุตม์กดยิ้มมุมปากอย่าง
“โอ๊ย! ตามสบายเลยค่ะคุณเต้ เราคนกันเองอยู่แล้ว ยังไงแม่ฝากดูแลน้องด้วยแล้วกัน” นางน้อมจิตต์ยิ้มแป้นไม่ขัดขวาง “ลูกก็อย่าดื้อกับคุณเต้ให้มันมากนักล่ะยายแพน”ภีรดาค้อนแม่ตาคว่ำค่าที่เชียร์ลูกสาวให้หนุ่มหล่อพ่อรวยแบบออกนอกหน้า“งั้นฉันไปก่อนนะเพื่อน ไว้เจอกันวันงาน”ว่าแล้วคนพูดก็ฉวยโอกาสจูงมือนุ่มๆ ข
ตติยะบอกกับเธอก่อนที่จะเข้ามาในห้อง ทำเอาคนฟังเหมือนโดนกำปั้นล่องหนน็อกกลางอากาศ‘หมอบอกว่าลำตัวช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปไร้ความรู้สึก เดินไม่ได้ แม้กระทั่งการขับถ่ายก็ควบคุมไม่ได้’หญิงสาวเม้มปากแน่น เลื่อนมือไปที่ขาของเขาอย่างแผ่วเบา น้ำตาหยดหนึ่งหยดลงบนต้นขาของคนเจ็บอย่างสงสารจับใจ คนที่เคยเดินเหิน
ดูท่าแม่แพนด้าน้อยของเขาคงจะเกิดอาการน้อยใจจนหนีกลับบ้านก่อน เพียงเพราะเห็นว่าเขาเป็นห่วงคนเจ็บ ทั้งที่จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้มีอะไรแอบแฝงเลย เขาดูแลห่วงใยชารียาในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ผู้หญิงที่เขาแคร์ความรู้สึกมากว่าใครก็คือแม่ตัวยุ่งที่หนีกลับไปก่อนต่างหากพอคิดได้ก็รีบบึ่งรถกลับ