Inicio / โรแมนติก / มงกุฎกล้วยไม้ / มงกุฎกล้วยไม้ 10/3

Compartir

มงกุฎกล้วยไม้ 10/3

last update Fecha de publicación: 2026-09-24 17:00:28

...เบญรดาเห็นคนทั้งสี่ปรี่เข้ามาก็ไม่จำเป็นต้องกั๊กวิชาต่อสู้อะไรแล้ว เพราะจำนวนคู่ต่อสู้มากกว่าจะรองมือรองตีนของเธอ แต่ด้วยความว่องไวและชั้นเชิงที่เหนือกว่าก็ทำให้เธอล้มตัวเหี้ยลงได้อีกสองตัว ส่วนอีกสองตัวถึงกับดึงอาวุธออกมาช่วยเพราะดูทรงแล้วอีนี่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

...เบญรดาใช้หลังมือป้ายเลือดตรงมุมปากตัวเองที่ไหลเยิ้มลงมาและตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่แม้จะเก่งกาจแค่ไหนทว่าโดนรุมขนาดนี้ก็พลาดไปหลายดอกเหมือนกัน หูอื้อวิ้งๆ เพราะโดนหมัดไปเต็มๆ แต่ก็ไม่ทำให้เธอเสียสมาธิ ยังคงดูเชิงตัวเหี้ยอีกสองตัวว่าจะฟาดท่อนเหล็กมาเมื่อไหร่

...เมื่อการตะลุมบอนยกใหม่เกิดขึ้น การป้องกันก็ยากขึ้นเพราะคู่ต่อสู้ใช้ไม้และท่อนเหล็กฟาดลงมาที่ตัวเธอแบบไม่ยั้ง หลบได้บ้างไม่ได้บ้างแต่จังหวะพลาดจนล้มลงเธอก็รีบหยิบท่อนเหล็กยาวเท่าไม่พลองซึ่งหล่นอยู่ข้างๆ ทิ่มสวนกลับไปอย่างว่องไวจนเข้าหน้าไอ้ตัวเหี้ยที่กำลังจะฟาดไม้ลงมาเข้าจังๆ

พลั๊วะ!!!!

“โอ๊ยยยยยย!!! โอ๊ยๆๆๆ”

...ไอ้ตัวเหี้ยนั่นหน้าหงายเพราะปลายท่อนเหล็กเสียบเข้าดั้งจมูกเต็มๆ ไม้หลุดจากมือมันขณะร่างเซไปข้างหลัง เมื่อมันพอทรงตัวได้ก็ยกมือสองข้างขึ้นปิดจมูกเพราะเจ็บปวดสาหัส แล้วเลือดก็ทะลักผ่านง่ามนิ้วมันออกมา

...เบญรดาได้จังหวะใช้ปลายท่อนเหล็กปักลงกับพื้นเพื่อค้ำยันแล้วกระเด้งส่งร่างตัวเองขึ้นถีบตัวเหี้ยอีกตัวที่ยืนทำท่าจะฟาดเธอด้วยเหล็กเหมือนกัน

พลั้ก!!!!!!

“อ้ากกกกกก!!!!!”

ตึง!!!!!

...เสียงบาทาสองฝ่าเท้ากระแทกหน้าอกดังสนั่นจนกระดูกอกแทบหัก มันร้องลั่นก่อนร่างนั้นจะร่วงทั้งยืนกระแทกพื้นถนนจนแผ่นดินเกือบแยก

...แต่จังหวะนั้นเบญรดาไม่ทันระวังว่ามีตัวเหี้ยใหญ่สุดอยู่ด้านหลัง

พลั้วะ!!!!

...ไม้ในมือไอ้ตัวเหี้ยยักษ์ใหญ่ฟาดเข้ามาหากกหูของเบญรดาเต็มแรง ร่างเบญรดาเซไปตามแรงฟาดจนจับทิศไม่ถูกก่อนจะล้มลง แต่เธอพยายามกัดฟันลุกขึ้นยืน สติบอกว่านาทีนี้ต้องหนีเอาตัวรอดอย่างเดียว เพราะไอ้ตัวที่เหลือพยายามจะทรงตัวแล้วรุมเข้ามาอีกรอบ

...ทว่าทันใดนั้นเธอรู้สึกได้ว่าเลือดค่อยๆ ไหลออกมาจากกกหู มันไหลเป็นทางยาวลงมาตามลำคอและแผ่นหลัง เบญรดาเหลือบมองไปยังปากซอยเพื่อกะระยะ เธออยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่ไกลมาก ต้องวิ่งเลี้ยวเลาะไปอย่าให้มันตามทัน

...และในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นร่างไอ้ตัวเหี้ยยักษ์ใหญ่ก็เดินอาดๆ เข้ามา เบญรดาตัดสินใจใช้ลูกฮึดว่าต้องวิ่ง แม้จะมีอาการมึนๆ และเลือดก็ไหลไม่หยุด

...พวกที่ร่วงอยู่รีบทรงตัวแล้วรวมตัวกันอีกครั้งแม้มันจะเจ็บปวดร้องโอดโอยแต่ตอนนี้พวกมันสามารถรวมกลุ่มได้ครบจำนวนเท่าเดิม

...ความเร็วในวินาทีที่พวกมันย่างสามขุมเข้ามา เบญรดาก็กัดฟันพุ่งตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่หูยังคงได้ยินเสียงด่าทอตามหลังมาไม่ห่างนัก มันไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก เสียงฝีเท้าเป็นกลุ่มสับกระทบพื้นถนนไล่หลังเธอมาไม่ห่างนัก

....................

...โอมกำลังยืนคุยสัพเพเหระกับพฤกษ์อยู่ภายในร้าน แต่อยู่ๆ ข้างนอกก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายจากไกลๆ  จนทั้งโอมและพฤกษ์หันไปมองตามเสียงนั่น และเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังวิ่งตะโกนอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามร้านยาของพฤกษ์ ทั้งสองมองแค่นั้นก็คิดว่าคงเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทกันแล้วไล่ล่าตีรันฟันแทงอย่างที่ผ่านๆ มา

"สงสัยจะมีเรื่องกันอีกแล้วว่ะ น่าเบื่อฉิบหาย!!"

...พฤกษ์เภสัชกร พูดกับโอมขณะมองผ่านประตูกระจกซึ่งเปิดค้างไว้หนึ่งด้าน

...โอมมองตามเสียงที่ตะโกนใกล้เข้ามาแล้วก็ทันได้เห็นว่ามีคนวิ่งผ่านหน้าร้านไปอย่างรวดเร็ว ความสว่างของไฟถนนและไฟหน้าร้านทำให้พอเห็นร่างที่วิ่งผ่านตาในเว้บเดียวนั้นสวมกางเกงสีดำเสื้อสีน้ำเงิน และไม่ถึงอึดใจก็มีกลุ่มคนที่ตะโกนโหวกเหวกวิ่งข้ามถนนตามมาอย่างไม่ละละและในมือคนกลุ่มนั้นก็มีทั้งไม้ทั้งมีดและท่อนเหล็ก ดูแล้วยังกับในภาพยนต์ยังไงยังงั้น

"เฮ่อออ!! เมื่อไหร่พวกสวะนี้จะหมดเสียทีวะ!! กะเอาถึงตายมั้งนั่นน่ะ!! หกรุมหนึ่งนี่ไม่แฟร์เลยนะเว้ย!!"

...โอมพูดแล้วส่ายหัวด้วยความระอาแล้วหันมาจัดการชำระเงินพร้อมรับถุงใส่ชุดปฐมพยาบาลจากพฤกษ์แล้วพูดลากันสองสามคำก่อนจะออกจากร้านแล้วเดินกลับไปยังรถที่จอดไว้หน้าร้านอุปกรณ์เพราะกล้วยไม้

...โอมเห็นคนกลุ่มนั้นวิ่งไปวิ่งมาเหมือนหาใครสักคน นั่นทำให้เขารู้ว่าคนที่โดนไล่ล่าคงหาที่ซ่อนได้แล้ว แต่ภาพที่ชายกลุ่มนั้นวิ่งถือไม้ถือมีดไปมานั้นช่างเป็นภาพที่น่ารังเกียจสิ้นดี เหมือนพวกอันธพาลที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนแล้วยังมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านต้องหนวกหูหรือลุ้นระทึกเพราะเกรงจะโดนข้าวของเสียหายอีก

...ด้วยความระอาและไม่อยากใส่ใจและอยากไปให้พ้นภาพน่ารังเกียจนั้นไวๆ เขาจึงรีบกดรีโมทกุญแจเพื่อเปิดประตูรถก่อนตัวจะถึงรถเสียอีก เมื่อเดินมาถึงประตูฝั่งคนขับก็รีบเปิดประตูแล้วเหวี่ยงตัวเองเข้าไปประจำที่นั่งตามด้วยเหวี่ยงถุงยาไปไว้ยังเบาะข้างคนขับ แล้วรีบสตาร์ทรถขับเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว

....................

...โอมขับรถมาได้ครึ่งทางถนนก็เริ่มคดเคี้ยวเลี้ยวเลาะไปมาและบางช่วยก็ชันเป็นระยะๆ ขึ้นเรื่อยๆ แม้เขาจะคุ้นเคยกับเส้นทางนี้ดีแต่เขาก็ไม่เคยประมาทยิ่งเวลากลางคืนแบบนี้ยิ่งต้องระวัง

...และแล้วโอมก็ขับรถขึ้นดอยจนมาถึงบ้านเสียที เขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังโรงจอดรถแล้วหันไปหยิบถุงใส่ชุดปฐมพยาบาลถุงใหญ่ เมื่อลงจากรถก็ตรงไปยังท้ายรถเพื่อจะเปิดดูกล่องบรรจุอุปกรณ์เพาะกล้วยไม้ก่อนจะเรียกอินตามาช่วยขน

...ไฟฟ้าจากเพดานโรงจอดรถนั้นสว่างไม่มากทำให้บรรยากาศดูสลัวแต่เขาคุ้นชินกับทุกสิ่งเป็นอย่างดี ทว่าจังหวะที่เขาเปิดประตูท้ายรถขึ้นนั้น อยู่ๆ ก็มีบางอย่างกลิ้งตกลงกับพื้น

ตุ้บบ!!!

...เสียงสิ่งนั้นหล่อนกระเทกพื้นซีเมนต์แบบหนักๆ

"เฮ้ยยยย!!! อะไรเนี่ย!!!"

...โอมตกใจอุทานเสียงดังลั่นพร้อมทั้งกระโดดหนีจากสิ่งที่หล่นมากองอยู่ตรงเท้าเขา แต่แล้วสิ่งนั้นก็เคลื่อนไหว

"ช่วยด้วย!!! ช่วยยย.....!!!!!"

...เสียงนั้นเบาหวิวแต่โอมได้ยินชัดเจนเพราะรอบข้างเงียบสงัด และนั่นทำให้เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่ตกลงมาจากท้ายรถคือร่างของคน

"เฮ้ยย!! ใครเนี่ย!!"

...โอมยังคงยืนมองด้วยความตกตะลึงจนร่างนั้นแน่นิ่งไป

.....................

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/12

    ...สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/11

    “มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/10

    ...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/9

    ...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/8

    ...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/7

    ...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status