تسجيل الدخول...อาซือออกจากห้องนอนมายืนอยู่หน้าประตูห้องชั้นนอกแล้วมองผ่านช่องตาแมวเพื่อดูให้แน่ใจ เมื่อเห็นว่าหน้าห้องมีชายใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์และถือกล่องพิชซ่าก็เปิดประตูให้
“ผมมาส่งพิชซ่าให้น้องผู้หญิงน่ะครับ” ...ชายหนุ่มคนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบอกเขาพร้อมกับส่งกล่องพิชซ่าให้ อาซือรับมาถือไว้และทำท่าจะปิดประตู ...ทว่าทันใดนั้นชายหนุ่มในชุดวินมอเตอร์ไซค์กลับรีบคว้าลูกบิดด้านนอกแล้วดึงไว้เพื่อไม่ให้เขาปิดประตูลงได้ อาซือตกใจมองหน้าหนุ่มคนนั้นและรีบออกแรงดันประตูออกไปเพื่อให้ปิดลง ฟึบบบ!!! ...มีบางอย่างเคลื่อนไหวเหนือศีรษะเขาแล้วแล้วผ่านใบหน้าลงมารัดรอบลำคออย่างรวดเร็ว อีกทั้งความแรงที่งัดลำคอเขาจนต้องหงายขึ้นมองเพดานนั้นทำให้เขาตั้งตัวไม่ติด การถูกรัดทำให้หายใจได้สะดวกและเสียหลักในการยืนจนทำให้กล่องพิชซ่าร่วงลงพื้นทันที แล้วชายหนุ่มชุดวินมอเตอร์ไซค์ก็รีบเข้าชาร์จโดยการล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้ตรงด้านหน้า “อื้ออออ อ้ะ!! โอ๊ยยย!! พวกมึงเป็นใครกันเนี่ยย อุๆๆ อ้อกกก!!” ...อาซือพยายามพูดและดิ้น ตาเหลือกลานกรอกเลิ่กลั่กไปมาเพราะขาดอากาศหายใจและอยากจะมองหน้าคนที่รัดลำคอเขาไว้ด้วยท่อนแขนว่าเป็นใคร แต่ด้วยท่าล็อคเป็นท่าพิเศษจึงทำให้เขาทรงตัวลำบากและไม่สามารถเอี้ยวตัวหรือดิ้นได้เลย แต่อาซือก็เดาได้ไม่ยากแล้วล่ะว่าใครเป็นคนล็อคคอเขาไว้ “อ้ากกกกกก!!! อี...แวนนนนด้า มึงเหรอ!!! มึงงงเปนคระ อ้อกกก..ครายยย” ...อาซือยังฝืนพูดทั้งที่เจ็บปวดและหายใจไม่ถนัด “หึๆๆ กูเป็นใครเหรอ!! กูเป็นแม่มึงไงไอ้สัตว์นรก!!!” ...เสียงแวนด้ากัดฟันกรอดๆ แล้วตอบอย่างเยือกเย็นน่าขนลุก แล้วเธอก็รีบคลายท่อนแขนแล้วเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เจาะรัดเข้าที่หลอดลมตรงลูกกระเดือก จัดการล็อคมันอย่างแรงจนอาซือร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดแต่เสียงที่ร้องนั้นกลับอื้ออึงอยู่ตรงหูของมันเอง เพราะการถูกบีบหลอดลมไม่สามารถแหกปากร้องออกมาได้ “มึงไปกับเราดีๆ ทำตัวให้ปกติถ้ามึงตุกติกกูรับรองมึงได้ไปเจอยมบาลแน่!!” ...เสียงทุ้มแน่นของชายหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นอยู่ใกล้ใบหน้าของมัน เขาใช้เคเบิ้ลไทร์หรือสายรัดพลาสติกสีขาวใสล็อคข้อมือของอาซือแล้วช่วยยึดให้ร่างนั้นยืนตรงๆ นิ่งๆ“พวกมึง...!!”
“หุบปาก!! หน้าที่ของมึงคือเดินลงไปกับเราอย่างปกติ ถ้ามึงทำให้ผิดปกติกูจะฉีดพิษงูจงอางใส่มึงทันท!!” ...เสียงเหี้ยมๆ ของแวนด้าก้องอยู่ข้างหูของมัน เธอคลายนิ้วที่ล็อคหลอดลมแล้วจิ้มเข็มที่ได้จากกล่องอุปกรณ์การเสพยาของมันลงบนแผ่นหลังเพื่อให้มันเจ็บและรู้ว่าเธอเอาจริง“โอ๊ยยยย!! โอ๊ยๆๆ”
“ในสลิ้งนี้มีพิษงูจงอาง!! ถ้ามึงตุกติกกูจะทิ่มเข็มกดสลิ้งทันที!! เข้าใจมั้ย!!! ไป๊!!!” ...แวนด้ากัดฟันพูดกระแทกเสียงใส่หูมันพร้อมกับโชว์สลิ้งที่กำไว้ให้มันดู ซึ่งมันไม่เห็นหรอกว่าเป็นสลิ้งเปล่าไม่มีพิษงูจงอางอย่างที่ขู่ ...ชายหนุ่มชุดวินมอเตอร์ไซค์กระชากแขนอาซือเพื่อช่วยดึงให้ร่างนั้นยืนทรงตัวและเดินได้ปกติแล้วนำผ้าที่เตรียมไว้พันรอบข้อมือแล้วเดินนำหน้าอาซือไป ...อาซือยืนทื่อไม่ยอมเดินตามเหมือนจะลีลาขัดขืนเลยโดแนวนด้าถีบเข้าไปที่ก้นอย่างแรงจนมันเซไปข้างหน้า นั่นแหละมันถึงยอมเดินตามชายหนุ่มชุดวินมอเตอร์ไซค์ไปเข้าลิฟท์ แวนด้ารีบประตูห้องอย่างรวดเร็วแต่เบามือที่สุดแล้วเดินคุมเชิงจากด้านหลัง ...ทั้งสองพาอาซือเดินออกมาจากอพาร์ทเม้นท์โดยไม่มีใครสงสัย แล้วต้อนไปขึ้นรถกระบะสีขาวสี่ประตูที่หมวดพิมพ์กับผู้กองชีพจอดรออยู่ข้างอพาร์ทเม้นท์ตั้งก่อนค่ำแล้ว...ทว่าช่วงเดินผ่านเคาน์เตอร์ให้หลังเมื่อสักครู่ ไม่มีใครได้ทันสังเกตว่าอาซือใช้การกระพริบตาเพื่อส่งสัญญาณให้คนในเคาน์เตอร์รู้ถึงสถานการณ์ฉุกเฉินของมัน
...เมื่อต้อนอาซือขึ้นไปนั่งยังเบาะหลังของรถกระบะแล้ว ชายหนุ่มชุดวินมอเตอร์ไซด์หรือหมวดธีรพงษ์ก็รีบกระโดดขึ้นไปนั่งคู่เพื่อควบคุมตัวมันไว้โดยมีหมวดเบญรดาดูเชิงอยู่นอกรถ
“รีบไปเลย!!! เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง!!” ...หมวดเบญรดารีบพูดกับทีมแล้วจัดการปิดประตูรถให้หมวดธีรพงษ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินฉีกไปอีกทาง .................... ...เบญรดาตั้งใจจะเดินอ้อมไปด้านหลังอพาร์ทเม้นท์ที่เพิ่งออกมา แล้วจะเดินไปทะลุอีกซอยเพื่อกลับมายังถนนเส้นเดิมและหาจุดเหมาะๆ สำหรับเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับที่พักของตัวเอง หลังจากนั้นก็จะส่งข่าวให้ ผบ.ตร. ทราบเพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ให้เข้าค้นห้องพักอาซือแล้วนำหลักฐานออกมา เพราะทีมเฉพาะกิจมีน้อยเกินไปที่จะนำของเหล่านั้นออกมาและไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าเธอหรือทีมเข้าไปมีส่วนกับหลักฐานเหล่านั้นด้วย ...ฟ้ามืดสนิทแล้วแต่ไฟถนนในซอยก็สว่างพอให้เบญรดาเห็นทางเดินได้ชัดเจน เธอเร่งฝีเท้าจนกำลังจะเลี้ยวผ่านมุมหักศอกตรงกำแพงอพาร์ทเม้นท์เพื่อออกไปถนนใหญ่ ทว่าอยู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์หกคนโผล่มาจากหัวมุมหักศอกอีกด้านแล้วยืนขวางหน้าเธอไว้จนเต็มถนน ด้วยสัญชาตญาณทำให้รู้ทันทีว่าอาซือทำการส่งซิกระหว่างถูกต้อนไปขึ้นรถกระบะที่รออยู่ ...เธอมองปราดเดียวก็เห็นรายละเอียดทั้งหมดว่าชายกลุ่มนี้ไม่ได้มามือเปล่า ทั้งมีดดาบ ท่อนเหล็กสั้นยาว ไม้หน้าสาม มีครบครันทีเดียว และทันใดนั้นก็มีไอ้ตัวสูงใหญ่กว่าใครเพื่อนก้าวมามายืนข้างหน้าตาหรี่มองมายังเธอจนเหมือนจะขยี้ “เฮ้ยพวกเราห้ามใช้ปืนเด็ดขาด!! เดี๋ยวเสียงปืนจะเรียกพ่อมึงมา!! ผู้หญิงตัวแค่นี้เองเหรอ!! กูก็คิดว่าจะได้เจอพวกที่ลงไม้ลงมือได้หนักๆ เสียหน่อย โธ่เว้ย!! จับมันเลย!!!” ...เสียงเกรี้ยวกราดของชายคนนั้นดังก้องสะเทือน จบคำสั่งก็มีชายคนที่ยืนถัดไปปรี่เข้าหาเบญรดาอย่างรวดเร็วด้วยมือเปล่าเพราะคิดว่าเธอคงไม่มีพิษสงอะไร...เบญรดาก็เร็วปานฟ้าแลบรีบตั้งท่าอย่างมั่นคงในพริบตาแล้วส่งอวัยวะเบื้องล่างนำร่องออกไป
พลั้วะ!!!!!!...ขายาวๆ ส่งฝ่าเท้าเข้าประทับยอดอกมันดังลั่นและแน่น และเมื่อมันเซไปด้านหลังเธอก็ไม่ปล่อยให้มันได้ตั้งตัวอีกเลย
พลั้วะ!! พลั้วะๆๆๆๆ......พลั้วะ!!!! ...ร่างไอ้เหี้ยตัวแรกโดนทั้งหมัดทั้งตีนของเบญรดาเข้าชุดนึงจนถึงกับทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น แล้วเลือดก็ค่อยๆ ทะลักออกจากปากและจมูกของมัน ...ส่วนที่เหลือเมื่อเห็นเพื่อนทรุดลงกับตาก็อ้าปากค้างเพราะตะลึงและตื่นเต้นที่เห็นหญิงสาววาดลวดลายการต่อสู้อย่างคนเป็นมวย ลีลาชั้นเชิงสวยงามตามฉบับมืออาชีพทีเดียว “อ้าวววว!!! อีห่านี่ใช่ย่อยนี่หว่า เฮ้ยยย!!! จัดการ!!!” ...สิ้นคำสั่ง ชายทั้งสี่คนก็กระโดดเข้ารุมเบญรดาหวังจะล็อคตัวพาไปรีดข้อมูลเพื่อนำอาซือกลับมา .......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
