LOGIN...ออมขับรถเก๋งสีดำขลับออกจากคอนโดมิเนียมหรูกลางเมืองเชียงใหม่จนถึงบ้านซึ่งอยู่ชานเมืองออกไปไม่ไกล
“ไปค้างที่ไหนมาลูก!!! เมื่อคืนแม่โทรหาตั้งหลายรอบไม่รับสายเลย แล้วดูสิเนี่ย!! จะเที่ยงอีกแล้ว ไปไหนมาไหนไม่ยอมบอกยอมกล่าวพ่อกับแม่เป็นห่วงนะ!!” ...แม่เลี้ยงฟองจันทร์นั่งถักไหมพรมตรงโต๊ะรับแขกรีบถามลูกสาวที่กำลังจะเดินผ่านโดยไม่แวะทักทายใดๆ ...ออมได้ยินผู้เป็นแม่ถามเธอเลยต้องหยุดและทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก “ไปนอนคอนโดเพื่อนมาน่ะค่ะ หนูร้อนมากขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ!!” ...เธอรีบตอบแล้วทำท่าจะเดินไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสองของบ้าน “ทำไมต้องไปนอนคอนโดกับเพื่อนด้วย บ้านเราก็ใหญ่โตโอ่โถงและไม่ได้อยู่ไกลอะไรเลย” ...เสียงแม่เลี้ยงฟองจันทร์ดังกว่าเดิมเพราะเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีของลูกสาว ...ออมถอนหายใจแล้วทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายกับการโดนซัก “หนูไปค้างกับแฟนมาค่ะแม่!!! พอใจหรือยังคะ!!!” ...ออมหันมาตอบผู้เป็นแม่แล้วสะบัดร่างกลับไป “หา!!! แฟนเหรอ!! นี่แกจะคบใครที่ไหนพ่อแม่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วนี่ไปนอนค้างอ้างแรมกับเขาแบบนี้...โธ่ๆๆ!!! เฮ้ออออ!! ยายออม...แม่หญิงที่ไหนเขาทำกัน!!!” ...แม่เลี้ยงฟองจันทร์โต้กลับด้วยความตกใจและเหลืออดเต็มทีกับการกระทำของลูกสาว ...ออมได้ยินก็ยิ่งไม่พอใจกับคำพูดของผู้เป็นแม่ “แม่คะนี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้วคะ!!! และแม่ไม่ต้องห่วงค่ะถึงหนูจะมีพฤติกรรมแบบนี้แต่เดี๋ยวพอเขาว่างเขาจะมาเที่ยวบ้านเราจะมาแนะนำตัวให้พ่อกับแม่รู้จักแน่นอนค่ะ” ...ออมบอกกลับไปเหมือนขอไปที “แกพูดยังกะว่าเขาตกลงปลงใจจะคบหากับแกจริงจังแล้วงั้นสิ!!!” ...แม่เลี้ยงฟองจันทร์ถามกึ่งเหน็บ ...ออมเลยต้องเดินช้าๆ มาหาผู้เป็นแม่พร้อมสายตาขุ่นขวางเพราะไม่พอใจที่ต้องมาพูดอะไรยาวๆ แบบนี้ “แม่คะเขาเป็นระดับพ่อเลี้ยงที่ใครๆ ก็รู้จัก หากเขาจะมีใครสักคนเขาต้องเลือกค่ะแม่ และการที่เขาให้หนูสามารถเข้าออกคอนโดของเขาได้แสดงว่าเขาเลือกหนู หนูเข้าใจถูกใช่มั้ยคะ!!” ...กิริยายื่นหน้ายื่นตารวมถึงถ้อยคำที่พูดออกมาทำให้ผู้เป็นแม่รู้ว่าลูกสาวเปลี่ยนไป เพราะออมคนเดิมไม่เคยเป็นแบบนี้ ...ทันใดนั้นพ่อเลี้ยงสิทธิชัยก็เดินเข้ามาพอดี “แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ!!” ...ผู้เป็นพ่อถามลูกสาวเพราะเห็นว่านี่ใกล้เที่ยงแล้วแต่ลูกสาวเพิ่งกลับมาจากข้างนอก “บริษัทเป็นของเรา เราจะไปทำงานหรือไม่ทำ หรือจะไปตอนไหนก็ได้นี่คะคุณพ่อ อีกอย่างงานทุกอย่างหนูก็ติดตามให้ทุกฝ่ายดูแลเรียบร้อยอยู่แล้วถ้าหนูจะชิลบ้างคงไม่เป็นไรมั้งคะ!!” ...ออมสวนกลับผู้เป็นพ่ออย่างเหนื่อยหน่าย เหนื่อยหน่ายที่ต้องรายงานความเป็นอยู่ให้กับพ่อแม่สูงวัยทั้งสองคนอยู่ตลอด ...พ่อเลี้ยงสิทธิชัยสังเกตพฤติกรรมลูกสาวมาระยะหนึ่งแล้วและเห็นว่าพักหลังลูกสาวชักจะไร้วินัยและขาดความรับผิดชอบต่องานบ่อยขึ้น “ออม!!! เพราะเราเป็นเจ้าของและเราเป็นเจ้านายเราเลยยิ่งต้องทำงานให้หนักให้มากกว่าลูกน้องไม่ใช่เหลวไหลแบบนี้!!” “เหลวไหลที่ไหนคะหนูก็ดูแลงานทุกอย่างเรียบร้อยดี ถ้างานไม่โอเคแล้วหนูยังเที่ยวนี่สิคะพ่อถึงจะตำหนิหนูได้!!” ..ออมยังคงเถียงน้ำขุ่น ...ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวอย่างเพ่งพิจแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ “พ่อกับแม่อุตส่าห์ส่งเสียให้ร่ำเรียนเพื่อเอาวิชามาทำมาหากินและทำไมสิ่งที่ได้กลับมาคือความเห็นแก่ตัว เอาเปรียบคนอื่น กินแรงคนอื่น นี่ไม่ใช่วิธีของคนมีการศึกษาเขาทำกันหรอก ถ้าแกคิดสั้นๆ ว่าเป็นเจ้าของบริษัทแล้วจะทำตัวยังไงก็ได้เท่ากับสิ่งที่ไปเรียนมาก็สูญเปล่า คนเราถ้าจะเห็นแก่ตัวไม่ต้องลงทุนไปเรียนต่อตรีต่อโทให้เสียเวลาหรอก เช่นเดียวกันเมื่อเรียนมามากมายแล้วแต่ทำตัวแบบนี้ก็เสียดายเวลา เสียดายเงินทอง ถ้าพ่อรู้ว่าวันนี้แกจะเปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้พ่อจะไม่ส่งเสียแกให้สูญเงินหรอก ไล่แกไปขึงแสลนบังแดดให้กล้วย่ไม้ยังจะมีประโยชน์กว่าอีก!!” ...คำพูดของพ่อที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจ ทำให้ออมยืนขบกรามนิ่งอารมณ์ขุ่นเคืองที่มีอยู่แล้วก็เพิ่มมากขึ้นเพราะสิ่งที่พ่อพูดนั่นคือคำต่อว่าแรงๆ นี่เอง “งั้นก็ให้โอมมันทำทุกอย่างแล้วกัน!!!! ถ้าพ่อกับแม่คิดว่าหนูเห็นแก่ตัวและทำตัวเหลวไหลหนูก็จะขอลาออกค่ะ ดีเหมือนกันจะได้ออกจากบริษัทเล็กๆ นี่ไปเป็นแม่เลี้ยงดูแลกิจการมากมายใหญ่โตกับพ่อเลี้ยงทรงพลท่าจะดีกว่าเยอะ เพราะเมื่อไหร่ที่หนูได้แต่งงานกับเขา เมื่อนั้นทุกอย่างก็จะเป็นของหนู ไม่ต้องมาต๊อกต๋อยอยู่กับบริษัทกล้วยไม้เล็กๆ นี่หรอกค่ะ เชิญพ่อกับแม่ไปบอกไอ้โอมมาดูแลทั้งหมดก็แล้วกัน หนูไม่ยุ่งด้วยแล้ว!!!” ...ออมพูดอย่างเกรี้ยวกราดแล้วสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกเท้าขึ้นข้างบนทิ้งให้พ่อกับแม่ตะลึงงึงงันกับพฤติกรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ...สิ่งที่พ่อเลี้ยงสิทธิชัยและแม่เลี้ยงฟองจันทร์รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คือคำพูดของลูกสาวที่จะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงทรงพล นี่มันอะไรกัน?!! ...ลูกสาวไปรู้จักกับพ่อเลี้ยงทรงพลตอนไหนแล้วรู้จักได้อย่างไรแล้วทำไมต้องเป็นพ่อเลี้ยงทรงพลคนที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีอิทธิพลและธุรกิจเถื่อนมากมายในภาคเหนือ...พ่อเลี้ยงสิทธิชัยเกิดความวิตกขึ้นทันทีจนถึงกับยืนเซจนต้องประคองร่างตัวเองไปนั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆ แม่เลี้ยงฟองจันทร์ผู้เป็นภรรยาแล้วคิดต่อ ว่าลูกสาวจะรู้หรือเปล่าว่าคนที่จะแต่งงานด้วยคือมาเฟียที่ทางการเพ่งเล็งโดยไม่รู้ว่าจะถูกเด็ดหัวลงเมื่อไหร่ การที่ลูกสาวไปคบหากับพ่อเลี้ยงทรงพลช่างเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้เป็นพ่อแม่เสียจริง
...........................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่







