Masukเขาแหย่นิ้วเข้าไปในร่องรักคับแน่นและเข้ายากเหลือเกิน พอเข้าไปลึกจนสุดทางและเตรียมจะชักนิ้วกลับ เธอกระตุกจับมือหนาไว้มั่น มองหน้าหมอหนุ่มอย่างสงสัย ร่องของเธอตอดนิ้วเขาตุบ ๆ
"เป็นอะไรครับ เสียวเหรอ"
เธอพยักหน้ารับ
"ผมจะทำให้เสียวกว่านี้อีก รับรองคุณจะนอนหลับฝันดีทั้งคืนเลย"
หมอหนุ่มรัวนิ้วเร็วขึ้น ไม่ปล่อยให้ปากว่างนานก้มลงดูดยอดอกอิ่มน้อย ๆ ร่างบางเสียวสะท้านโดนทั้งบนทั้งล่าง หญิงสาวแอ่นอกสู้ปากเขา
"หมอ!!! ข้าปวดเยี่ยว พอก่อนเจ้าค่ะ" เธอร้องขอเสียงหลง จะบอกปวดเยี่ยวก็ไม่ใช่แน่ มันไม่ไหวแล้วรีบดึงมือเขาออก
"หึ ๆ ปล่อยออกมาเลยคนดีไม่ต้องกลั้น มันจะทรมานมาก" เขาบอก แต่เธอกลัวเปื้อนจึงขอเข้าห้องน้ำ แต่เขาไม่ยอม ธาดานั่งคุกเข่าลงพื้นข้างเตียงคนไข้ด้วยความสูงเกือบ 190 เซนติเมตรของเขาจึงไม่ลำบากที่จะนั่งท่านี้ จับเรียวขาขาวแยกออกกว้างเกือบ 180 องศา มองกลีบเนื้ออวบอูมของคนบนเตียงคนไข้ด้วยสายตาอ่อนโยนระคนกระหายอยาก กระซิบบอกเธอปลดปล่อยออกมาเลย เขาจะเป็นคนดื่มกินเอง
ธาดาจุมพิตที่หัวเข่าเล็กของอีกฝ่ายไล้เรียวปากลงมาที่ต้นขาอ่อน อ่าซ์.... หอมไปทั้งตัวเลยแม่คุณทูนหัว ยิ่งเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ร่องรักที่มีแอ่ง
น้ำหวานเอ่อล้นออกมายิ่งได้กลิ่นหอมหวานรัญจวนใจยิ่งนัก กดจุมพิตบริเวณท้องน้อยต่ำกว่าสะดือบุ๋มแล้วใช้ลิ้นเลียวนรอบ ๆแล้วลากลิ้นลงมายังเนินเนื้อสาว ช่องรักปิดสนิทเหมือนไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน
"ซี้ด...อ่า.... ข้าเสียว" เธอส่งเสียงแหบกระเส่าบอกคนข้างล่าง เขาลงลิ้นเลียเน้นบนจุดที่ไวต่อความรู้สึก ดูดขบเม้มแรง ๆ จนเธอกระตุกตอบ แล้วระรัวเร็วจนร่างบางบิดเกลียวเพราะความเสียว
ความรู้สึกที่เขามอบให้ร้อนแรงไม่เคยสัมผัสจากใคร ของต้องห้ามที่ต้องสงวนไว้ให้ชายที่จะมาเป็นสามีเท่านั้น แต่วันนี้ข้าทำผิดมหันต์ หลงลืมคำแม่สอนปล่อยตัวปล่อยใจให้ชายแปลกหน้าได้เชยชม ปรางพร่ำขอโทษพี่หมื่นคู่หมั้นหนุ่มในใจ หากจะหยุดตอนนี้คงไม่ได้แล้วเธอมาไกลเกินกว่าจะหยุด
อ่าซ์...
หญิงสาวไร้เดียงสาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสาวร้อนแรง ด้วยความรู้สึกเสียวสยิว วาบหวิว หรืออารมณ์พาไป ลามปามยกมือบางกดหัวนายแพทย์หนุ่มให้ใบหน้าหล่อเหลาแนบไปกับกลางกายสาว ลิ้นหนาตั้งลำแข็งแหย่เข้าออกในร่องรัก น้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมา ธาดาดูดเลียกินจนหมดตามที่เขาได้พูดไว้
เขาเร่งจังหวะทั้งลิ้นทั้งปากต่างทำหน้าที่ของมัน เธอใกล้จะสุขสมแล้ว
"ข้าอั้นไม่อยู่แล้ว อ้าย!! เฮ้อ...." ร่างบางกระตุกสุดแรงเมื่อถึงฝั่งฝัน เอนตัวนอนราบไปกับเตียงคนไข้ ขาทั้งสองยังอ้าซ่าไร้เรี่ยวแรงจะขยับ บัดนี้ยางอายหลุดหายไปจากจิตสำนึกเธอเสียแล้ว
หมอหนุ่มยืนยิ้มกรุ้มกริ่มชื่นชมผลงานตัวเอง หญิงสาวยังสด ยังใหม่ เขาต้องถนอมเธอมากกว่านี้ ไว้รู้จักเธอให้มากกว่านี้ก่อนแล้วเขาจะเป็นคนแรกของเธอ ธาดาหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะหัวเตียงมาเช็ดปากลวก ๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ
กลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูกับกะละมังใบเล็ก เธอหลับไปแล้ว หลับในท่าอ้าซ่า เปลือยเปล่า หมอหนุ่มจึงทำความสะอาดเนื้อตัวของหญิงสาวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และจัดท่านอนให้ก่อนออกจากห้องไป
พรุ่งนี้เราคงได้คุยกันยาว
เช้าวันถัดมา เขาขับรถกลับบ้านเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วขับรถเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะคิดถึงคนไข้สาวของเขา เมื่อคืนเขานอนค้างที่โรงพยาบาลแต่ก็หลับไม่สนิท มัวแต่คิดถึงดวงหน้านวลและกลิ่นกายหอมของหญิงสาวแสนประหลาดคนนี้ ในความเป็นจริงธาดาไม่มีเวรตอนเช้า แต่ก็มา
ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องคนไข้ที่เมื่อคืน เพิ่งผ่านสมรภูมิรักอันเร่าร้อนมา เธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่บนเตียงคนไข้ เงยหน้ามองที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงรบกวน พอรู้ว่าเป็นใครใบหน้านวลเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อขวยเขินเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา
"ช้อนมี ทำไมไม่ใช้" เขาถามอย่างสงสัย
"ข้าใช้ไม่เป็นเจ้าค่ะ" เธอตอบเขาอย่างอ้อมแอ้ม ไม่กล้าเงยหน้าสบตา เพราะยังเอียงอายเรื่องเมื่อคืนอยู่
"ปราง" เจ้าของชื่อเงยหน้ามองแต่ต้องหลบสายตาหวานฉ่ำ รู้สึกวูบวาบในอก หัวใจเต้นโครมคราม
"ไว้ใจผมไหม ผมจะช่วยคุณ ขอแค่บอกความจริงกับผม" ธาดาหย่อนก้นนั่งบนเตียงคนไข้เดียวกันกับเธอ
เขาไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์ความเป็นหมอแล้ว เมื่ออยู่สองคนกับเธอ เหตุการณ์เมื่อคืนก็น่าจะบอกอะไรได้หลายอย่าง
"ข้าบอกท่านไปหมดแล้ว คำพูดของข้าสัตย์จริงไม่มุสา ข้าอยากกลับบ้าน ท่านหมอช่วยพาข้ากลับได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ได้ บ้านอยู่ไหน กรุงศรีอยุธยาใช่ไหม พรุ่งนี้จะพากลับ" ก่อนเขาจะลุกไป โน้มหน้าหอมแก้มนิ่มทั้งสองข้างด้วยความคิดถึงก่อนจะเดินออกจากห้องไป
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
"หลวงพรรธน์ยศหรือท่านแม่ทัพกองหน้านายทหารหัวเมืองมีชื่อเล่นว่าทิศสมรสกับแม่เดือนแรมมีบุตรชายด้วยกันสองคน" หมวดตะวันอ่านให้เพื่อนฟัง หมื่นพรรธน์ยศ คือชื่อที่ปรางเรียกเขาในครั้งแรกที่เจอ"เมียเขาชื่อเดือนแรมไม่ใช่ชื่อปรางนี่นา เด็กมึงนี่มั่วจริง ๆ คิดจะหลอกกัน ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่เถอะ" หมวดตะวันมั่น
"อ่อย" เธอพูดอะไร หมื่นพรรธน์ยศจ้องมองตาใสที่สั่นระริกเพื่อดูปฏิกิริยาว่าเธอจะไม่ส่งเสียงดัง ถ้าเขายอมแก้ผ้ามัดปากออกให้"รับปากกับข้า ว่าเจ้าจักไม่เสียงดัง หากไม่ .....ข้าจักลักพาตัวเจ้ากลับเรือนของข้า" คำขู่ของเขาได้ผล เธอผงกหัวรับคำ หมื่นพรรธน์ยศจึงคลายผ้าออกให้"ปล่อยข้าเถิดเจ้าค่ะ" เธอเองตกใจแ
เขาเดินลงจากเรือนขุนปวรรัชดล เป้าหมายที่จะไปคือเรือนเล็กด้านหลังซึ่งเป็นเรือนที่แม่เดือนแรมอาศัยอยู่กับแม่เดือน เขาเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังของเรือนใหญ่ของท่านพระยาฯ ไฟบนเรือนมืดสนิท มีไฟสาดส่องอยู่บริเวณด้านหน้าของเรือน ดึกดื่นป่านนี้คงเข้านอนเสียแล้วกระมังแม้นจะคิดได้แต่ก็แอบปีนชานเรือนด้านข้างขึ
เดือนแรม ชื่อนี้ที่ติดอยู่ในใจ ท่านหญิงเทียนถามหานางทำไม แล้วขุนปวรรัชดลเรียกนางว่าอะไรนะ น้องงั้นเหรอ สร้างความสงสัยแคลงใจให้หมื่นพรรธน์ยศไม่น้อย จนอยากจะเอ่ยถามให้คลายสงสัย แต่ก็ไม่อาจทำได้จึงต้องเก็บไว้ให้คาใจเล่น อดทนฟังต่อไป"เมื่อวานน้องเจ้าขึ้นเรือนมาดูแลท่านพ่อ และบอกจะมาคอยดูแลแม่แทนแม่ปร







