Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 12: ปรับปรุงเถียงนาใหม่ ขอเจ้าของเดิม

Share

ตอนที่ 12: ปรับปรุงเถียงนาใหม่ ขอเจ้าของเดิม

Author: Chalam whale
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-08 15:43:42

เช้าวันต่อมา อากาศสดชื่นจนกริชแทบไม่ต้องพึ่งพากาแฟสดเหมือนเก่า แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบแผงโซลาร์เซลล์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหลังคา เป็นสัญญาณว่า "พลังงาน" ของสตูดิโอแห่งนี้พร้อมทำงานแล้ว กริชไม่ได้หยุดเพียงแค่การมีไฟใช้ แต่เขามองไปถึงความมั่นคงและความแข็งแรงของตัวอาคารที่โอบอุ้มความทรงจำของพ่อเขาไว้ ย่าบุญมาได้ช่างซ่อมแซมเถียงนาแล้ว

“เอาล่ะครับลุงหวัง ตรงนี้ผมอยากให้เปลี่ยนไม้ระแนงใหม่ทั้งหมด ส่วนประตูห้องเก็บของข้างล่าง ผมขอเป็นไม้แผ่นหนาหน่อยนะครับ ล็อกได้แน่นหนา เพราะข้างในผมจะเก็บอุปกรณ์ทำงานสำคัญ” กริชหันไปคุยกับ ลุงหวัง ช่างไม้ฝีมือดีประจำหมู่บ้านที่อิปิ๊แนะนำมา ลุงหวังพยักหน้าพลางเอามือลูบคลำเนื้อไม้เก่า

“ได้เลยหลานกริช ไม้พวกนี้มันผุตามกาลเวลา แต่โครงสร้างหลักที่เป็นไม้แดงยังแกร่งอยู่ เดี๋ยวลุงจะถากส่วนที่เน่าออกแล้วเข้าไม้ใหม่ให้เนียนกริบเลย ทายากันปลวก กันชื้นเอาไว้ให้ ยืดอายุการใช้งาน”

ขณะที่เสียงเลื่อยและเสียงค้อนเริ่มบรรเลง กริชปลีกตัวออกมานั่งที่มุมหนึ่งของชานเรือน เขามองดูรอยจารึกจาง ๆ บนเสาไม้ที่เขาเพิ่งขัดสะอาด รอยขีดที่บอกระดับส่วนสูงของใครบางคนในอดีต กริชหลับตาลง นิ่งสงบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ ในใจ

“พ่อครับ... ผมขออนุญาตซ่อมบ้านของพ่อนะครับ ผมจะไม่ทำลายของเดิม แต่จะทำให้มันแข็งแรงขึ้น เพื่อที่ผมจะได้อยู่ที่นี่และสานต่อสิ่งที่พ่อและย่ารัก ผมขอให้พ่อช่วยคุ้มครองสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ของพวกเราด้วยนะครับ”

เหมือนมีลมเย็น ๆ พัดวูบผ่านหน้าไป กริชรู้สึกเบาใจอย่างประหลาด เขาเริ่มลงมือทาสีรักษาเนื้อไม้ด้วยตัวเอง กลิ่นน้ำมันรักษาไม้หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นแห่งการบูรณะที่ทำให้เถียงนาเก่าดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

กริชหยิบแปรงขึ้นมาจุ่มน้ำมันรักษาเนื้อไม้แล้วบรรจงทาลงบนพื้นกระดานอย่างใจเย็น กลิ่นไม้เก่าที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยน้ำยาเคลือบผิวโชยหอมไปทั่วบริเวณ ช่างหวังและลูกมืออีกสองคนกำลังช่วยกันไสไม้เสียงดัง ครืด...ครืด... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านยอดกอไผ่สะท้อนกับพื้นไม้ที่กริชเพิ่งทาเสร็จจนดูมีประกายเงางาม

กริชที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดวางตำแหน่งวางชั้นไม้เล็ก ๆ ตรงมุมชานเรือน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงกระดิ่งคอวัวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางคันนา

“บักหล่าเอ๊ย พักกินน้ำกินท่าก่อนลูก ย่าเอาห่อข้าวมาส่ง”

ย่าบุญมาเดินจูง บักจ่อย พามันลงทุ่งมาด้วยกัน บักจ่อยวันนี้ดูจะสงบเสงี่ยมขึ้นเมื่อเห็นเถียงนาที่มันเคยหวงกำลังถูกแปลงโฉม ย่าบุญมาวางตะกร้าหวายที่มีปิ่นโตและกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ลงบนแคร่ไม้ที่กริชจัดเตรียมไว้ใต้ร่มไม้ข้างเถียงนา

“มาเด้อช่างหวัง พักมือมาจ้ำแจ่วกันก่อน มื้อนี่มีปลาเผากับซุปบักมี้ร้อน ๆ เด้อนี่” ย่าร้องเรียกช่างทุกคนอย่างเป็นกันเอง กริชเช็ดมือที่เปื้อนน้ำมันกับผ้าขาวม้าแล้วเดินลงมาหา

“ย่าครับ ลำบากย่าต้องเดินเอามาให้ทุกวันเลย เดี๋ยววันหลังผมปั่นจักรยานไปเอาเองก็ได้ครับ”

“ลำบากอิหยังหลานเอ๊ย... ย่าพาวัวลงทุ่งกะทางเดียวกันนี่ล่ะ” ย่ายิ้มกว้างพลางมองขึ้นไปบนตัวเถียงนาด้วยแววตาชื่นชม

“ช่างหวัง... เถียงนาอันนี่มันสิแข็งแรงคือจั่งเฮือน (บ้าน) หลังใหญ่เลยเบาะ”

ช่างหวังวางกบไสไม้แล้วเดินมาล้างมือที่โอ่งน้ำเล็ก ๆ “แข็งแรงแท้แม่ใหญ่เอ๊ย! หลานแม่ใหญ่นี่เพิ่นละเอียดคัก ลายไม้ตรงไหนแตกเพิ่นให้ผมเข้าไม้ใหม่เบิด ประตูห้องข้างล่างกะใช้ไม้หนาปึก ล็อคแน่นหนาปานกุฏิหลวงปู่พู้นล่ะ” กริชนั่งลงล้อมวงกับย่าและพวกช่าง บนแคร่ไม้ใต้อุโมงค์ต้นไม้ที่เริ่มเย็นสบาย

“ย่าครับ ผมกะว่าซ่อมแซมส่วนที่ผุพัง แล้วกะเสริมโครงเหล็กรับน้ำหนักแผงไฟที่เพิ่งติดไป ประมาณอาทิตย์นึงก็น่าจะเสร็จเรียบร้อยครับย่า หลังจากนั้นผมก็นอนทำงานที่นี่ได้ยาว ๆ เลย”

“เออ... ดีแล้วลูก ซ่อมแซมให้มันดี” ย่าบุญมาตักห่อหมกปลาตองใส่จานให้หลานชาย

“อาทิตย์นึงมันกะบ่ดน (ไม่นาน) ดอก กะจังหวะดีเลยลูก เพราะหลังจากนี่ชาวบ้านเพิ่นกะสิเริ่มรวมโตกันเตรียมงานบุญเดือนสาม เจ้าสิได้ใช้เถียงนานี่ต้อนรับแขกไปในตัว”

กริชฟังย่าคุยกับช่างเรื่องสัพเพเหระ ทั้งเรื่องฟ้าฝนและเรื่องราคาปุ๋ยในตลาด เขาเริ่มรู้สึกว่าการซ่อมเถียงนาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโครงสร้างสถาปัตยกรรม แต่มันคือการ "ซ่อมความสัมพันธ์" ระหว่างเขากับรากเหง้าของตัวเอง ทุกคำถามที่ย่าถามช่าง ทุกคำปรึกษาที่ช่างขอความเห็นเขา มันทำให้ที่ดิน 50 ไร่นี้เริ่มมีความหมายมากกว่าแค่โฉนดกระดาษ

“ย่าครับ... พอเถียงนาเสร็จ ผมอยากชวนปิ๊กับพ่อผู้ใหญ่มาดูแปลนนาสีทองที่ผมร่างไว้ด้วย ย่าว่าเขาจะสนใจไหมครับ” กริชถามอย่างไม่มั่นใจนัก ย่าบุญมาหัวเราะเบา ๆ พลางตบหลังหลานชาย

“คนบ้านเฮาเพิ่นมัก 'เบิ่งด้วยตา' มากกว่า 'ฟังด้วยหู' เด้อหลาน... ถ้าเถียงนานี่มันออกมางาม เพิ่นกะสิเชื่อใจเจ้าเองว่า 'นาสีทอง' ของเจ้าน่ะมันสิเป็นไปได้อีหลี”

กริชพยักหน้าพลางมองขึ้นไปที่เถียงนาที่กำลังคืนชีพ เขารู้แล้วว่าอาทิตย์แห่งการบูรณะนี้จะเป็นการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สมรภูมิแห่งความคิดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า

ท่ามกลางบรรยากาศการพักผ่อนจิบน้ำแข็งเย็นๆ และแจ่วปลาร้าที่ต้องมีทุกมื้อ อบอวลไปด้วยกลิ่นซุปบักมี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์สี่เท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดทะมัดทะแมงของอิปิ๊ที่จูง "บักทึก" ควายหนุ่มลูกชายหล่าของเธอเดินตรงมาที่สระน้ำข้างเถียงนา

“มาจ้าบักทึก กินน้ำให้เต็มปอด มื้อนี่แดดแผดเผาปานสิย่างสดเฮาแข่นๆ (ร้อนจัดๆ) ”

อิปิ๊ปล่อยให้บักทึกลงไปแช่น้ำสลัดความร้อน ส่วนตัวเองก็สะบัดชายเสื้อไล่ลมเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเงาร่มไม้ใหญ่ที่เถียงนาของกริชพอดี

“ปาดดด! บรรยากาศน่านอนแท้อ้ายกริช ข่อยนึกว่าอยู่รีสอร์ตห้าดาวกลางทุ่งนา” อิปิ๊เอ่ยทักทายพลางยกมือไหว้ลุงช่างและย่าบุญมาอย่างนอบน้อม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ข้างๆ ย่า

“ย่าจ๋า... ปิ๊ขอแจมน้ำเย็นๆ จักแก้วแนเด้อ มื้อนี่บักทึกมันดื้อคัก พาแล่นอ้อมทุ่งจนปิ๊หอบแฮก” กริชยื่นแก้วน้ำแข็งใส่น้ำฝนลอยดอกมะลิให้

“ใช้งานมันหนักเกินไปหรือเปล่าปิ๊ ดูสิ ตัวมันใหญ่กว่าคุณตั้งเยอะ”

“บ่ได้ใช้หนักดอกอ้าย แต่มันหวงถิ่นเพิ่น พอมันเห็นเถียงนาอ้ายงามขึ้น เพิ่นกะอยากมานอนเว็น (นอนกลางวัน) หม่องนี่ล่ะมั้ง” อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ขมับ

“แต่เบิ่งไปเบิ่งมา เถียงนานี่มันเปลี่ยนไปอิหลีเนาะอ้าย ลุงหวังเฮ็ดประตูล่างได้แน่นหนาคักปานสิเก็บทองคำพู้นล่ะ” กริชยิ้มภูมิใจ

“ก็เก็บทองจริงๆ นั่นแหละปิ๊ แต่เป็น 'ทอง' ในไอแพดผมนะ ข้อมูลงานทั้งหมดอยู่ในนั้นเลย ผมถึงต้องจ้างลุงหวังมาเสริมความแข็งแรงไง” ย่าบุญมามองหลานชายกับสาวบ้านนาที่คุยกันถูกคอแล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้

“อิปิ๊เอ๊ย... บักหลานย่ามันว่าอาทิตย์นึงสิซ่อมเสร็จ มันอยากชวนเจ้ากับพ่อผู้ใหญ่มาเบิ่ง 'แปลนนาสีทอง' ของมัน เจ้าว่าพ่อเจ้าสิสนใจเบาะ” อิปิ๊วางแก้วน้ำลง ทำหน้าครุ่นคิดเลียนแบบพ่อผู้ใหญ่

“ถ้าถามพ่อข่อย... พ่อเพิ่นมักของจริงอ้ายกริช แต่ถ้าอ้ายเฮ็ดเถียงนานี่ให้งามปานสวรรค์ได้ พ่อเพิ่นกะคงอยากฮู้ล่ะว่า 'หัวเมืองกรุง' อย่างอ้ายสิเสกทุ่งนา 50 ไร่นี่ให้กลายเป็นทองได้จั่งใด๋ แต่อ้ายต้องเตรียมตัวเด้อ... คนแถวบ้านเฮาเพิ่นบ่มักทฤษฎี เพิ่นมักเห็นผลงานที่กินได้อิหลี”

กริชพยักหน้าอย่างเข้าใจ สายตามองไปที่บักทึกที่กำลังเล่นน้ำอย่างสบายใจ และบักจ่อยที่ยืนเล็มหญ้าอยู่ข้างๆ ความแตกต่างระหว่าง "เครื่องจักรมีชีวิต" กับ "โซลาร์เซลล์บนหลังคา" เริ่มดูไม่ขัดแย้งกันอย่างที่คิด

“อ้ายกริช... ซ่อมเถียงนามาทั้งวัน มันกะสิเมื่อย (เหนื่อย) แนล่ะเนาะ มาเถาะ! ปิ๊สิพาไปพักผ่อนแบบคนบ้านโคกอีแหลว พ่อข่อยบอกว่าน้ำในนาลุ่มหลังป่านั่นมันขังอยู่ ปลาคอ (ปลาช่อน) ปลาเข็ง (ปลาหมอ) มันบอน (กระโดด) เต็มอยู่พู้น ไปหาปลามาเฮ็ดกินแลงนี้กัน”

“ห๊ะ หาปลาเหรอปิ๊ ในนานี่นะ” กริชทำหน้าเหลอหลา

“ต้องใช้เบ็ดหรือใช้แหครับ ผมทำไม่เป็นนะ”

“โอ๊ยยย! น้ำขังแค่น่องสิไปใช้แหทำไมอ้าย ใช้มือนี่ล่ะ 'สุ่ม' เอาโลด หรือไม่กะจับมือเปล่านี่ล่ะแซ่บคัก!” อิปิ๊ไม่พูดเปล่า เธอรีบเอาบักทึกไปผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ ๆ แล้วหันมากวักมือเรียกยิก ๆ

“ฟ้าวมาอ้ายกริช! ก่อนที่แดดสิหมด” ย่าบุญมาหัวเราะร่วนพลางโบกมือไล่หลานชาย

“ไปเถอะหลาน ไปหาแนวมากินแลงนำอิปิ๊มัน เดี๋ยวทางนี้ย่าเบิ่งช่างเอง”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status