Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 15 : แปลนนาสีทอง กับก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง

Share

ตอนที่ 15 : แปลนนาสีทอง กับก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง

Author: Chalam whale
last update publish date: 2026-02-08 15:45:18

เช้าวันต่อมา กริชตื่นขึ้นมาด้วยอาการ "หัวตื้อ" เล็กน้อยจากฤทธิ์น้ำล้างปากของพ่อผู้ใหญ่ แต่เขาก็รีบลุกมาล้างหน้าล้างตาที่บ่อน้ำเย็นฉ่ำ ก่อนจะนำไอแพดและสมุดสเก็ตช์ภาพที่ร่างแผนผัง "นาสีทอง" ไว้ออกมาวางบนโต๊ะไม้ที่ชานเรือนเถียงนา อิปิ๊ที่แวะมาดูแต่เช้าพร้อมกาแฟร้อน ๆ ยืนกอดอกมองดูแผ่นภาพจำลอง 3 มิติในหน้าจออย่างสนอกสนใจ

“เอาล่ะปิ๊... วันนี้ล่ะ ที่ผมจะกางแผนที่ฝันของผมให้พ่อผู้ใหญ่ดู คุณคิดว่าเขาจะช็อกไหม ถ้าผมบอกว่าผมจะเปลี่ยนนาข้าวเดิมๆ ให้กลายเป็นศูนย์เกษตรอัจฉริยะ” กริชเอ่ยด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

อิปิ๊ละสายตาจากหน้าจอไอแพดที่ส่องแสงวิบวับสู้แสงแดดลามเลียปลายทุ่ง เธอจิบกาแฟดำจากแก้วสังกะสีคำใหญ่ก่อนจะหันมายิ้มกึ่งขันกึ่งเอ็นดูสถาปนิกหนุ่ม

“ช็อกน่ะช็อกแน่อ้ายกริช แต่สิช็อกเพราะความดีใจหรือสิช็อกเพราะงงจนตึ้บ ข่อยกะตอบบ่ได้เด้อ” อิปิ๊วางแก้วลง

“ไอ้ศูนย์อัจฉริยะของอ้ายน่ะ ฟังดูคือจั่งในหนังฝรั่งแท้ แต่พ่อข่อยน่ะเพิ่นอยู่กับดินมาทั้งชีวิต เพิ่นมองที่นาเป็น 'จิตวิญญาณ' บ่แม่น 'แผงวงจร' ...มาเถาะ มัวแต่กางแปลนอยู่เถียงนาพ่อกะบ่เห็นดอก ฟ้าวซ้อนท้ายซาเล้งข่อยไปบ้านข่อยหาพ่อพู้น”

กริชรีบเก็บไอแพดใส่เคสกันกระแทกอย่างดี คว้าสมุดสเก็ตช์ภาพแล้วกระโดดขึ้นซาเล้งคู่ใจของอิปิ๊ ทั้งคู่แล่นผ่านคันนาที่เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงจนมาถึงบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังงามของพ่อผู้ใหญ่บ้าน พ่อผู้ใหญ่นั่งเช็ดขวานอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน พอเห็นกริชกับอิปิ๊มาถึงก็รีบทักทาย

“อ้าว! ว่าจั่งใด๋สถาปนิกเมืองกรุง ตื่นมาแล้วแข้งขามีแรงปานวัวปานควายคือข่อยว่าบ่”

“แรงดีมากครับพ่อผู้ใหญ่ แต่ไอเดียผมมันแรงกว่า” กริชยิ้มสู้พลางวางไอแพดลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวกลางใต้ถุนบ้าน

“วันนี้ผมอยากขอเวลาพ่อผู้ใหญ่สักครู่ ผมอยากนำเสนอโปรเจกต์ 'นาสีทอง' ครับ”

กริชเปิดหน้าจอปรากฏโมเดล 3 มิติของ "นาสีทอง" ที่เขาอดตาหลับขับตานอนร่างไว้ มันคือภาพฝันของสถาปนิกมีระบบเซนเซอร์วัดความชื้นใต้ดิน โดรนพ่นปุ๋ยอัตโนมัติ และระบบจัดการน้ำที่สั่งการผ่านมือถือ

“เอาล่ะครับพ่อผู้ใหญ่ ปิ๊... นี่คือผังนาโฉมใหม่” กริชเริ่มอธิบายด้วยแววตาเป็นประกาย

“ผมจะขุดร่องน้ำใหม่รอบที่ดินให้เป็นระบบปิด แล้วติดตั้งประตูน้ำไฟฟ้าควบคุมด้วยโซลาร์เซลล์ ตรงมุมโน้นจะเป็นโรงเรือนเพาะกล้าที่ใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิ ส่วนพื้นที่ 50 ไร่นี้ เราจะไม่ใช้แรงงานคนหว่านแบบเดิม แต่จะใช้โดรนในการหว่านเมล็ดและพ่นน้ำหมักชีวภาพแทนครับ”

พ่อผู้ใหญ่บ้านขยับแว่นสายตา มองจุดเขียว ๆ แดง ๆ ในหน้าจอแล้วเกาหัวแกรก ๆ ส่วนอิปิ๊ชะโงกหน้าเข้ามาดูพลางขมวดคิ้ว

“อ้ายกริช... ไอ้ปุ่ม ๆ แดง ๆ นี่คืออิหยังนะ แล้วโดรนที่อ้ายว่า มันคือเครื่องบินบังคับของเด็กน้อยเบาะ”

“มันคือเทคโนโลยีการเกษตรครับปิ๊ มันจะช่วยให้เราทำงานแม่นยำขึ้น ไม่เหนื่อยแรง” กริชตอบอย่างมั่นใจ พ่อผู้ใหญ่เอ่ยขึ้นช้า ๆ

“ไอ้ระบบที่เจ้าว่าน่ะ มันเท่คักอยู่ดอก แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่งเบาะเ ”

“ลืมอะไรครับ” กริชถามอย่างกระตือรือร้น

“เจ้าลืมว่า... นาบ้านเฮามันมีชีวิต” พ่อผู้ใหญ่วางขวานลง

“คลองไส้ไก่ที่เจ้าวาดมาเป๊ะ ๆ น่ะ ถ้าปีไหนน้ำหลากมาแรง ๆ มันสิเซาะตลิ่งพัง แล้วไอ้เซนเซอร์วัดดินน่ะ ถ้าบักทึกมันเดินไปเหยียบปึกเดียว มันสิยังวัดค่าได้อยู่เบาะลูก” อิปิ๊แอบพยักหน้าเห็นด้วยอยู่เงียบๆ พ่อผู้ใหญ่พูดต่อ

“การใช้เทคโนโลยีมันดี แต่บ้านเฮามันหาช่างมาซ่อมของพวกนี้ยากกว่าหาปลาในนาเด้อ ถ้าวันหนึ่งอินเทอร์เน็ตล่ม หรือแผงวงจรมันไหม้เพราะแดดเมืองไทย ข้าวเราจะไม่แห้งตายทั้งทุ่งเหรอ” กริชนิ่งไปทันที คำถามของพ่อผู้ใหญ่คือ "โจทย์หน้างาน" ที่เขาลืมคำนวณในสตูดิโอติดแอร์

“ผม... ผมอาจจะลืมมองเรื่องความทนทานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมจริงไปครับ” กริชยอมรับเสียงแผ่ว

“บ่เป็นหยังหลานเอ๊ย ไอเดียเจ้ามันดี แต่มันต้อง 'ไฮเทคผสมไฮทัช'” พ่อผู้ใหญ่ยิ้มให้กำลังใจ

“ถ้าเจ้าอยากเริ่มเปลี่ยนแปลง ก้าวแรกมันบ่แม่นการติดตั้งเซนเซอร์ แต่มันคือการปรับพื้นที่ให้เข้ากับธรรมชาติก่อน... ป่ะ! เดี๋ยวพ่อสิพาไปดูร้านวัสดุก่อสร้างในเมืองดูซิว่า อุปกรณ์ 'อัจฉริยะ' ของเจ้า มันสิหาซื้อได้ในรัศมีร้อยกิโลนี่เบาะ” กริชเริ่มเข้าใจแล้วว่า การปฏิวัติทุ่งนาสีทองไม่ได้เริ่มที่หน้าจอไอแพด แต่มันเริ่มจากการเข้าใจดิน ฟ้า อากาศ และข้อจำกัดของพื้นที่จริงๆ

กริชพยักหน้ารับคำท้าทายของพ่อผู้ใหญ่ เขาเก็บไอแพดลงกระเป๋าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความมั่นใจแบบหนุ่มเมืองกรุงเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยว่าโลกความจริงนอกแบบจำลอง 3 มิติหน้าตาเป็นอย่างไร

“ป่ะ! อ้ายกริช ขึ้นรถ!” พ่อผู้ใหญ่ตะโกนเรียก พลางเดินไปเปิดประตูรถกระบะคันเก่งของแกที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้

“ปิ๊! ขึ้นมานำกันลูก เดี๋ยวมื้อนี่พ่อสิพา 'สถาปนิกเมืองกรุง' ไปเปิดหูเปิดตาเบิ่งตลาดวัสดุบ้านเฮาแน”

กริชและอิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งเบาะหลัง รถกระบะพ่อผู้ใหญ่แล่นฝ่าฝุ่นสีแดงไปตามถนนลูกรัง กลิ่นดินและกลิ่นแดดพัดเข้ามาทางหน้าต่างรถ จนกระทั่งมาถึงร้าน "สมศักดิ์การค้า" ซึ่งเป็นร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในละแวกหมู่บ้านโคกอีแหลว

หน้าร้านมีถังปูนวางเรียงราย มีม้วนลวดหนาม และสังกะสีแผ่นเลื่อมที่วางพิงผนังปูนเอาไว้ เฮียสมศักดิ์เจ้าของร้านนั่งกระดิกเท้าอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ พอเห็นรถกระบะพ่อผู้ใหญ่มาจอด แกก็นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะร้องทัก

"พ่อผู้ใหญ่"

“เฮียสมศักดิ์ นี่หลานชายแม่ใหญ่บุญมา เพิ่นอยากได้ของมาทำนาแบบอัจฉริยะน่ะ มีของตามลิสต์นี้บ่” พ่อผู้ใหญ่ตะโกนนำเข้าไปขณะพากริชเดินเข้าไปในร้าน

กริชก้าวเท้าเข้าไป ปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วเดินเข้าไปยื่นไอแพดโชว์หน้าจอรายการวัสดุให้เฮียสมศักดิ์ดู

“อาเฮียครับ ผมต้องการท่อ PVC เกรดหนาพิเศษสำหรับระบบแรงดันน้ำ, เซนเซอร์วาล์วไฟฟ้า 12 โวลต์แบบโซลินอยด์, แล้วก็แผ่นโพลีคาร์บอเนตใสสำหรับทำหลังคาโรงเรือนครับ อ้อ... ถ้ามีชุดบอร์ดควบคุม Arduino ด้วยจะดีมากเลยครับ” เฮียสมศักดิ์ค่อย ๆ ลดหนังสือพิมพ์ลง มองหน้ากริชสลับกับมองหน้าจอไอแพดเหมือนเห็นตัวประหลาดจากต่างดาว แล้วก็หลุดขำออกมาจนพุงกระเพื่อม

“อะไรนะหลาน วาล์วไฟฟ้า แผ่นโพลีอะไรนะ ที่ร้านเฮียมีแต่สังกะสีแผ่นเรียบกับแผ่นลอน, ท่อเกษตรสีฟ้าทั่วไปเกรดธรรมดา, แล้วก็ปูนตราช้าง... อ้อ! ถ้าอยากได้ตัวควบคุมน้ำ เฮียมีแต่วงกบไม้กับบานพับเหล็กนะ เอาไปประยุกต์เอาเองได้ไหม” กริชยืนอึ้งไปครู่ใหญ่

“แล้ว... แล้วสายไฟสำหรับโซลาร์เซลล์เกรดที่ใช้กับตู้คอนโทรลล่ะครับ”

“มีแต่สายไฟบ้านสีขาวธรรมดานั่นล่ะหลานเอ๊ย... ของแปลก ๆ ที่หลานว่ามาน่ะ เฮียว่าต้องสั่งจากกรุงเทพฯ พู้นล่ะ หรือไม่กะต้องขับรถเข้าตัวเมืองอุบลฯ ไปดูร้านใหญ่ ๆ พู้น” เฮียสมศักดิ์พ่นควันบุหรี่มวนโต

“แต่อย่าลืมนะหลาน ทางเข้านาเจ้าช่วงหน้าฝนหรือตอนน้ำหลากน่ะ รถสิบล้อส่งของจากเมืองมันเข้าบ่ได้เด้อ ถนนมันขาด”

กริชเดินคอตกออกมาที่รถกระบะ ในมือมีเพียงเทปพันเกลียวกับกาวทาท่อที่เขาหยิบติดมือมาเพราะเกรงใจเฮียสมศักดิ์ เขาพิงตัวข้างรถมองดูความว่างเปล่าของรายการวัสดุที่ไม่มีอะไรหาได้เลยในพื้นที่

“เป็นจั่งใด๋อ้ายกริช เจอ 'ของจริง' เข้าไป อัจฉริยะสิพักผ่อนก่อนบ่” อิปิ๊เย้าหยอกพลางยื่นขวดน้ำเย็นให้

“ไม่มีเลยปิ๊... แม้แต่ท่อสเปกที่ผมต้องการยังไม่มี แล้วผมจะสร้างระบบน้ำอัจฉริยะได้ยังไง ในเมื่อสายไฟพื้นฐานยังหาที่นี่ไม่ได้เลย” กริชบ่นอย่างหัวเสียพลางมองไปที่ทางถนนที่ขรุขระ พ่อผู้ใหญ่เดินเข้ามาตบไหล่กริชดัง ปึก!

“หลานกริช... พ่อบอกแล้วว่าก้าวแรกมันบ่แม่นเครื่องจักร การที่เจ้าสิเปลี่ยนนา 50 ไร่ให้เป็นทอง เจ้าต้องออกแบบจากสิ่งที่เจ้ามี ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าอยากได้” พ่อผู้ใหญ่ชี้ไปที่กองไม้ไผ่ที่ชาวบ้านมาวางพิงไว้หลังร้านวัสดุ

“ไอ้เซนเซอร์วาล์วไฟฟ้าของเจ้ามันแพงคัก แต่ถ้าเจ้าใช้รอก ใช้ไม้ไผ่ ใช้แรงโน้มถ่วงน้ำที่ไหลลงจากสระ... เจ้ากะคุมน้ำได้คือกัน แถมเสียกะซ่อมเองได้ ช่างหวังเพิ่นกะช่วยเจ้าได้”

กริชนิ่งไป สายตามองดูท่อ PVC สีฟ้าที่หน้าร้านสลับกับกองไม้ไผ่ คำพูดของพ่อผู้ใหญ่เหมือนกระตุกหนวดสถาปนิกของเขาให้ตื่นขึ้น ถ้าเขาออกแบบตึกระฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ได้ ทำไมเขาจะออกแบบ "ระบบไฮเทคในคราบวัสดุพื้นบ้าน" ไม่ได้

“จริงด้วยครับพ่อผู้ใหญ่...” กริชเงยหน้าขึ้น แววตาเริ่มกลับมามีประกาย

“ถ้าหาซื้อไม่ได้ ผมจะออกแบบมันขึ้นมาใหม่จากของในหมู่บ้านนี่แหละ! ปิ๊! พ่อผู้ใหญ่ครับ พาผมไปโรงไม้ลุงหวังด่วนเลยอิปิ๊ฉีกยิ้มกว้าง

“เออ! มันต้องจั่งซี้สิอ้ายกริช! พ่อ... ฟ้าว ออกรถ พาสถาปนิกบ้านเฮาไปหาลุงหวังเร็ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status