Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 16: ไม้ไผ่สะท้านทุ่ง กับรอกเก่าของลุงหวัง

Share

ตอนที่ 16: ไม้ไผ่สะท้านทุ่ง กับรอกเก่าของลุงหวัง

Author: Chalam whale
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-09 16:35:27

รถกระบะของพ่อผู้ใหญ่บ้านแล่นมาจอดหน้าร้านไม้เล็ก ๆ ของ ลุงหวัง ช่างไม้ฝีมือเอกที่กริชเพิ่งจะจ้างให้ไปซ่อมเถียงนาเมื่อวันก่อน กลิ่นขี้เลื่อยและกลิ่นไม้แดงหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ลุงหวังกำลังนั่งง่วนอยู่กับการลับคมสิ่ว พอเห็นกริชเดินหน้ามุ่งมั่นลงจากรถมาพร้อมไอแพด แกก็ขมวดคิ้วสงสัย

“ว่าจั่งใด๋หลานกริช สิให้ลุงไปซ่อมตรงไหนเพิ่มอีกเบาะ หรือสิให้ทำชั้นวางของเพิ่ม”

“เปล่าครับลุงหวัง คราวนี้ผมมีโปรเจกต์ใหญ่กว่านั้น” กริชวางไอแพดลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นไม้

“ในเมื่อผมหาวาล์วไฟฟ้าไม่ได้ ผมเลยจะออกแบบ 'ประตูน้ำกลไกไม้ไผ่' ที่ควบคุมด้วยรอกและเชือกครับลุง ผมอยากให้มันทำงานด้วยแรงโน้มถ่วง แต่ต้องล็อกระดับน้ำได้แม่นยำ ลุงพอจะมีเศษรอกเก่า ๆ หรือพวกตลับลูกปืนบ้างไหมครับ”

ลุงหวังนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะเดินไปหลังร้านแล้วลากลังไม้เก่า ๆ ออกมา ภายในมีรอกเหล็กขึ้นสนิมนิด ๆ สองสามตัว และแกนล้อเกวียนเก่าที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง

“ลุงมีของพวกนี้ล่ะ... แต่มันสิไปสู้ของนอกที่เจ้าอยากได้เบาะหลาน”

“ลุงครับ ของพวกนี้แหละคือคำตอบ” กริชเริ่มเขียนแบบสเก็ตช์ลงในหน้าจอ

“เราจะใช้ไม้ไผ่ลำใหญ่ทำเป็นท่อส่งน้ำหลัก แล้วใช้แผ่นไม้แดงทำเป็นบานประตูน้ำกั้นน้ำไว้ ส่วนกลไกการเปิด-ปิด เราจะใช้รอกเหล็กของลุงเชื่อมกับคานดีดคานงัด เวลาผมดึงเชือกจากบนเถียงนา ประตูน้ำในแปลงนาสีทองก็จะเปิดออกเอง

ลุงหวังขยับแว่นสายตา เพ่งมองภาพสเก็ตช์ 3 มิติในหน้าจอไอแพดที่กริชพยายามขยายให้ดูทีละจุด ทั้งจุดหมุนของรอก การวางองศาของคานดีดคานงัดที่ต้องรับน้ำหนักบานประตูไม้แดง ผสมผสานกับภูมิปัญญาการจัดการน้ำแบบดั้งเดิม

“หลานกริช... ลุงเห็นภาพแล้วล่ะ แต่งานฝีมือแบบนี้มันต้องใจเย็น ๆ” ลุงหวังเอ่ยพลางเอามือลูบคาง

“เอาแบบนี้ เจ้าส่งรูปรายละเอียดพวกนี้เข้าเครื่องไว้ให้ลุงแน เดี๋ยวลุงสิให้ลูกชายไปพรินต์ออกมาเบิ่งประกอบตอนเฮ็ด” กริชพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“ได้เลยครับลุงหวัง ผมจะลงรายละเอียดสเกลไว้อย่างดีเลยครับ”

“ดีมาก... แต่มื้อนี่ลุงรับปากสิเฮ็ดให้ทันทีบ่ได้เด้อ” ลุงหวังพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

“พอดีลุงติดงานซ่อมศาลาวัดอีกสองวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุงสิแวะไปหาตัดไม้ไผ่ลำงาม ๆ เตรียมไว้ แล้วกะหาพวกนอตกับโซ่เก่ามาเสริมรอกพวกนี้ให้มันลื่นหัวแตกเลย อีกสักสองสามวันลุงสิขนเครื่องมือเข้าไปหาเจ้าที่เถียงนาเอง” กริชยิ้มกว้างอย่างเข้าใจ

“ไม่มีปัญหาครับลุงหวัง แค่ลุงตกลงช่วยผมก็มั่นใจขึ้นเยอะแล้วครับ ระหว่างที่รอ ผมจะไปเตรียมขุดร่องน้ำรอไว้ก่อน ระบบนี้ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นประตูน้ำไม้ไผ่ที่เท่ที่สุดในอุบลฯ เลยครับ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าด้วยความพอใจ

“เออ... ตกลงตามนั้น ลุงหวังเพิ่นงานละเอียด ค่อยเป็นค่อยไปลูกเอ๊ย ส่วนเจ้าน่ะหลานกริช ช่วงสองสามวันที่รอช่างหวัง กะอย่าลืมพักผ่อนแนเด้อ เห็นว่าสิขุดร่องน้ำเอง ไหวเบาะนั่น”

“ไหวครับพ่อผู้ใหญ่ ผมอยากลองทำเองดูบ้าง จะได้รู้ว่าดินนาเรามันเหนียวแค่ไหน” กริชตอบด้วยความมั่นใจที่ต่างจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง อิปิ๊เดินเข้ามาตบหลังกริชเบา ๆ

“อย่าเก่งแต่ปากเด้ออ้ายกริช ขุดดินนาหน้าแล้งมันบ่แม่นงานง่ายเด้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข่อยสิเอาบักจ่อยมาช่วยลากคันไถเปิดร่องน้ำให้แนจักหน่อย ถือว่าเป็น 'ค่าธรรมเนียม' เข้าชมนาสีทองล่วงหน้ากะแล้วกัน”

เย็นวันนั้น กริชนั่งรถกระบะพ่อผู้ใหญ่กลับมาที่เถียงนาด้วยใจที่พองโต แม้อุปกรณ์ไฮเทคจะหาซื้อไม่ได้ แต่มิตรภาพและภูมิปัญญาที่ได้รับจากคนในหมู่บ้านกลับดูมีค่าและยั่งยืนกว่ามาก เขาหยิบไอแพดขึ้นมาจดบันทึกสั้น ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนมองแสงไฟโซลาร์เซลล์ที่หัวเตีย

"ความฉลาดของเทคโนโลยี ไม่ได้อยู่ที่ราคาอุปกรณ์ แต่อยู่ที่ว่าเราจะปรับมันให้เข้ากับดินที่เหยียบได้อย่างไร... ขอบคุณนะลุงหวัง ขอบคุณนะปิ๊"

บรรยากาศยามเย็นที่บ้านไม้หลังใหญ่ของย่าบุญมาเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและกลิ่นควันไฟอ่อนๆ จากครัวไฟที่ลอยมาตามลม กริชนั่งพับเพียบอยู่บนเสื่อกกข้างย่าบุญมา บนโตกไม้มีอาหารพื้นบ้านง่ายๆ อย่างอ่อมไก่ใส่ปลีและผักลวก แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกหนักอึ้งด้วยคำถามที่ค้างคามานาน ย่าบุญมามองดูหลานชายที่ผิวเริ่มกร้านแดดและมีรอยแต้มปูนแดงที่น่องขา ท่านวางช้อนลงแล้วถอนหายใจยาว สายตาที่เคยดุดันกลับดูอ่อนแสงลงเมื่อจ้องมองใบหน้าของกริชที่ถอดแบบมาจากลูกชายของท่าน

“กริชเอ๊ย...” ย่ายกมือขึ้นลูบหัวหลานเบาๆ

“ย่าถามอิหยังเจ้าแน... พ่อเจ้าตอนเพิ่นอยู่พู้น (กรุงเทพฯ) เพิ่นเป็นจั่งใด๋แน เพิ่นคือสิสร้างโตจนรวยเป็นเจ้าคนนายคนเนาะ... แล้วเพิ่น... เพิ่นเคยเว้าถึงย่าแนเบาะ เพิ่นยังเคียด (โกรธ) ให้ย่าอยู่เบาะที่ย่าใจดำ ไล่แม่เจ้าออกจากบ้านเมื่อหลายสิบปีก่อน”

กริชนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพของพ่อที่เป็นสถาปนิกผู้เคร่งขรึมและมักจะนั่งมองรูปถ่ายเก่าๆ สีซีดจางในห้องทำงานเพียงลำพังผุดขึ้นมาในหัว

“พ่อไม่เคยพูดคำว่าโกรธให้ผมฟังเลยครับย่า” กริชตอบเสียงนุ่ม

“แต่พ่อมักจะบอกเสมอว่า พ่อเสียใจที่ตอนนั้นตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอที่จะปกป้องใครได้... พ่อใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นด้วยความขยันทำงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ผมเห็นพ่อสร้างตึกสวยๆ มากมาย แต่ในห้องทำงานของพ่อ มีรูปของย่าที่ถ่ายคู่กับพ่อตอนเด็กๆ วางไว้บนโต๊ะเสมอครับ” ย่าบุญมาฟังแล้วขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ ท่านเบือนหน้าไปทางทุ่งนาที่มืดสลัว

“ย่ามันคนโบราณ ทิฐิสูง...” ย่าพึมพำเสียงสั่น

“ตอนนั้นย่าอยากให้พ่อเจ้าแต่งงานกับคนในหมู่บ้าน เพื่อสิได้ดูแลนาแม่ใหญ่สืบต่อไป พอเพิ่นพาคนเมืองกรุงมา ย่ากะกลัว... กลัวว่าแม่เจ้าสิมาพาลูกชายย่าหนีไป แล้วมันกะเป็นเรื่องจริง ย่าเลยใจร้ายขับไล่ไสส่งเขาไป แต่พอย่าแก่ลง ย่ากะฮู้ซึ้งว่า... นา 50 ไร่นี่ มันบ่มีค่าเลย ถ้ามันบ่มีเสียงหัวเราะของคนในครอบครัวอยู่เทิงเฮือน” กริชเอื้อมมือไปกุมมือเหี่ยว ๆ ของย่าไว้แน่น

“ย่าครับ พ่อบอกผมก่อนเสียว่า ถ้ามีโอกาสให้กลับไปดูแลย่าแทนพ่อด้วย พ่อไม่ได้โกรธย่าหรอกครับ พ่อแค่รอเวลาที่จะพิสูจน์ให้ย่าเห็นว่า สิ่งที่พ่อเลือกมันทำให้พ่อเข้มแข็งขึ้น... และวันนี้ ผมกลับมาแล้วครับย่า ผมจะทำให้ 'นาสีทอง' ของเรา เป็นที่ที่ทุกคนในครอบครัวภูมิใจ” ย่าบุญมาปาดน้ำตาแล้วยิ้มออกมาทั้งรอยยิ้มและแววตา

“เออ... ได้ฟังจั่งซี่ ย่ากะนอนตายตาหลับแล้วลูก กินข้าวเถาะหลาน กินเยอะๆ พรุ่งนี้ต้องไปขุดดินสู้แดดอีก ย่าสิอยู่เบิ่ง 'นาสีทอง' ของเจ้า ให้มันเรืองรองปานคำเว้าเจ้าอิหลี”

ค่ำคืนนั้น ความห่างเหินระหว่างคนสองรุ่นที่เคยยาวนานกว่า 20 ปี ถูกทำลายลงด้วยความเข้าใจและซุปอ่อมร้อนๆ เพียงถ้วยเดียว กริชรู้สึกว่ารากเหง้าที่เขาเคยพยายามวิ่งหนี บัดนี้มันเริ่มหยั่งรากลึกและมั่นคงอยู่ในใจของเขาแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status