Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 17: รอยจอบแรกบนแผ่นดินแม่

Share

ตอนที่ 17: รอยจอบแรกบนแผ่นดินแม่

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-02-09 16:36:17

บรรยากาศยามเช้าที่โคกอีแหลวช่างต่างจากเสียงแตรรถในเมืองกรุง แสงเงินแสงทองเริ่มฉาบทับขอบฟ้า ทะลุผ่านม่านหมอกจางๆ ที่ปกคลุมยอดกอไผ่ เสียงไก่ขันรับกันเป็นทอดๆ สลับกับเสียงนกเขาที่ร้องกู่ก้องมาจากดงประดู่ นกกระยางฝูงใหญ่บินร่อนลงสู่หนองน้ำสีเงินยวง ในขณะที่เสียงกระดิ่งคอวัวจากใต้ถุนบ้านดัง กรุ๊งกริ๊ง บอกเวลาตื่นของวิถีชาวนา

กริชในชุดเสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายย้อมครามและหมวกปีกกว้างใบเก่ง ตื่นเช้ามา ใส่บาตร พระที่เดินสายบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านย่าบุญมาด้วยใจที่สงบ วันนี้ท้องฟ้าเปิดโปร่ง ไม่มีเค้าลางของฝนพื้นดินแห้งสนิทไม่เปียกแฉะติดหล่มเหมือนวันก่อน เขาจึงคว้ากุญแจรถยนต์ขับออกไปหาซื้อกาแฟที่ร้านประจำในตัวอำเภอเพื่อปลุกความสดชื่น เขาอยากได้กาแฟรสชาติที่คุ้นเคยเพื่อมาเป็นเชื้อเพลิงในวันลุยหนัก หลังจากขับวนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบร้านที่ดูสะดุดตาจนต้องเหยียบเบรก

ร้านนี้ชื่อว่า "ทุ่งนา คาเฟ่" แต่มันไม่ใช่ร้านไม้เก่าๆ หรือซุ้มสังกะสีแบบร้านป้าแดงยกล้อในหมู่บ้านที่เน้นโอเลี้ยงใส่นมข้นหวานจนหนืด ร้านนี้ถูกออกแบบในสไตล์ Modern Tropical ที่กริชหลงใหล ตัวอาคารเป็นทรงนอร์ดิกหลังคาสูงโปร่งกรุด้วยกระจกใสรอบด้านสลับกับโครงเหล็กสีดำเคร่งขรึม มีชานไม้กว้างยื่นออกไปกลางทุ่งนาสีเขียวขจี

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับใบหน้า พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดสายพันธุ์ดี กริชรู้สึกเหมือน วาร์ปกลับไปอยู่ที่กรุงเทพชั่วขณะ

บนเคาน์เตอร์หินอ่อนมีเครื่องชงกาแฟ Espresso สเตนเลสแวววาวตั้งเด่นอยู่ ข้างกันมีอุปกรณ์ดริปกาแฟวางเรียงราย เสียงเพลงแจ๊ซเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงไอน้ำจากเครื่องชงกาแฟ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสียงบดน้ำแข็งและเสียงพูดคุยเอะอะที่ร้านป้าแดง

“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีเอิร์ธโทนเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ

“Iced Americano เมล็ดคั่วกลางหนึ่งครับ แล้วก็ขอ Iced Latte หวานน้อยอีกหนึ่งแก้วครับ” กริชสั่งอย่างคล่องแคล่ว สายตาเขากวาดมองการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หวายผสมงานเหล็กอย่างชื่นชม “ที่นี่ก็มีสถาปนิกเก่งๆ เหมือนกันแฮะ” เขาคิดในใจ

กริชหยิบแก้วกาแฟสองแก้วเดินกลับมาที่รถยนต์เครื่องยนต์เงียบสนิทที่จอดเด่นอยู่ เขาก้มมองแก้วในมือซ้ายที่เป็น Iced Latte แยกชั้นนมกับกาแฟอย่างประณีต แววตาของเขาอ่อนแสงลงเมื่อ คิดถึงอิปิ๊ ที่ป่านนี้คงมายืนชะเง้อรอเขาอยู่ที่เถียงนาแน่ ๆ เขาตั้งใจเลือกแก้วนี้มาฝากเธอโดยเฉพาะ เพราะอยากให้เธอได้ลองรสชาติที่นุ่มนวลและพิเศษ แตกต่างจากโอเลี้ยงใส่นมข้นหวานรสเข้มจัดที่ร้านป้าแดงยกล้อในหมู่บ้าน

เขายก Americano ของตัวเองขึ้นจิบหนึ่งจิบ รสชาติความขมอมเปรี้ยวของเบอร์รี่กระจายเต็มปาก มันคือรสชาติที่เขาต้องการเพื่อใช้ "กดสวิตช์" สมองสถาปนิกให้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ ภาพแปลนที่เคยดูยากในหน้าจอดิจิทัล บัดนี้เริ่มกลายเป็นภาพที่เขาอยากจะลงมือทำให้เป็นจริงบนผืนดิน

กริชจอดรถยนต์คันงามไว้ใต้ร่มต้นจามจุรีใหญ่ริมคันนา ทันทีที่เขาก้าวลงจากรถพร้อมแก้วกาแฟที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กในชุดม่อฮ่อมที่ยืนเท้าสะเอว ยิ้มแฉ่งรออยู่ข้างบักจ่อยตามที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด

“มาสายไปห้านาทีเด้ออ้ายกริช นึกว่าสิหลบไปนอนตากแอร์ในเมืองลืมนาสีทองซะแล้ว” อิปิ๊ตะโกนทักทายเสียงใส กริชยิ้มมุมปากเดินตรงเข้าไปหาพร้อมยื่นแก้วกาแฟลาเต้ที่เขาประคองมาอย่างดี

“กาแฟสถาปนิกครับ... เห็นบ่นว่าอยากลองอะไรใหม่ ๆ เลยจัดมาให้แก้วหนึ่ง” อิปิ๊รับไปพลางเลิกคิ้วมองแก้วกาแฟสีสวยที่แยกชั้นนมและกาแฟชัดเจน

“โอ้โฮอ้ายกริช คือฮู้งานแท้ อันนี้เพิ่นเอิ้นว่าอิหยังนะ ลาเต้เบาะ คือมาเป็นตาออนซอนแท้” เธอไม่รอช้า รีบปักหลอดดูดเข้าไปคำใหญ่ก่อนจะหลับตาพริ้ม ยิ้มจนแก้มปริ

“นุ่มคักอ้าย หอมปานขนม พลังมาแล้วลุยกันเลย”

เมื่อได้เครื่องดื่มมาเติมเต็มพลังในการทำงาน ทั้งสองคนก็เริ่มลงมือขุดลอกร่องน้ำกันอย่างแข็งขัน ท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีทอง อ่อนๆ และคล้อยต่ำลงทุกที

กริชกัดฟันสับจอบลงบนดินเหนียวปนทรายที่ขุดเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่จบสิ้น ทุกรอยจอบที่งัดขึ้นมาทำเอาเขาสะท้านไปทั้งวงแขน กล้ามเนื้อส่วนที่เขาไม่เคยใช้ตอนนั่งออกแบบตึกเริ่มประท้วงด้วยความปวดแปลบ อิปิ๊เลยช่วยทำหน้าที่เป็นมือโปรให้กริช เธอคุม “บักจ่อย” ให้ลากไถไม้เปิดร่องดินนำทางไปก่อน แผ่นดินที่เคยแข็งปานหินเริ่มถูกคมไถรังสรรค์ให้เป็นร่องตามทิศทางที่กริชกำหนดไว้

ในซอฟต์แวร์ระดับโลก เขาแค่ออกแบบเส้นทางน้ำด้วยปลายนิ้ว ทุกอย่างก็ดูสมมาตรและสมบูรณ์แบบ แต่ในชีวิตจริง แค่ขุดดินให้ตรงแนวไถของบักจ่อยยังยากเกินบรรยาย

“ไม่ง่ายอย่างที่คิดจริง ๆ ปิ๊...” กริชพึมพำกับตัวเองพลางปาดเหงื่อที่อาบหน้า อิปิ๊ที่จูงบักจ่อยอยู่ข้างหน้าหันกลับมายิ้มกว้าง แดดเปรี้ยงทำอะไรเธอไม่ได้เลย

“กะแม่นตั๊วอ้าย ดินแม่ย่ามันหนามันแข็งแรงปานนี่ล่ะ ถ้าอ้ายขุดผ่านมันไปได้ อ้ายกะสิฮู้ว่าน้ำที่ไหลเข้ามามันมีค่าขนาดไหน”

จนกระทั่งดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงสู่ยอดพร้าว ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเริ่มเบาบางลงเมื่อ "ความสวยงาม" อย่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า

“อ้ายกริช... เบิ่งพู้นสิ” อิปิ๊หยุดมือแล้วชี้ไปที่เส้นขอบฟ้า

กริชวางจอบลงแล้วมองตาม แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมทุ่งนาที่เคยแห้งแล้งให้กลายเป็นสีเหลืองทองอร่าม ลมพัดเอากลิ่นหอมของฟางแห้งและดอกหญ้าโชยมาปะทะจมูก แสงสีส้มสะท้อนกับน้ำในร่องน้ำที่พวกเขาเพิ่งขุดเสร็จเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเกล็ดมังกร

“สวยมาก... ผมไม่เคยสังเกตเลยว่าที่นี่สวยขนาดนี้” กริชพึมพำด้วยความทึ่ง

“ที่นี่มันสวยเสมอแหละอ้าย แต่อ้ายมักสิมองผ่านหน้าจอไอแพดมากไปนิดนึง” อิปิ๊ยิ้มละไม แววตาของเธอดูดำขลับและอ่อนโยนในแสงยามเย็น

“ดินที่อ้ายขุดเมื่อกี้ มันบ่แม่นแค่ดินเด้อ แต่มันคือที่มาของชีวิต... เห็นร่องน้ำที่อ้ายทำเบาะ พอน้ำไหลผ่าน มันกะสิมีปลา มีกุ้ง มีชีวิตใหม่ ๆ เกิดขึ้น นี่ล่ะความสวยงามของคนบ้านเฮา”

กริชมองภาพทุ่งนาผ่านสายตาของอิปิ๊เป็นครั้งแรก เขาไม่ได้มองมันในฐานะ "พื้นที่โครงการ" อีกต่อไป แต่มองมันในฐานะ "บ้าน" ที่มีชีวิต รอยจอบที่เขาลงแรงไปทั้งวันเริ่มมีความหมายมากกว่าแค่ร่องดิน แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่จะหล่อเลี้ยงนาสีทองของเขาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status