Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 24: การอ่านจังหวะธรรมชาติ

Share

ตอนที่ 24: การอ่านจังหวะธรรมชาติ

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-02-20 10:44:41

ตอนที่ 24: การอ่านจังหวะธรรมชาติ

ความเงียบสงบในยามบ่ายแผ่ซ่านไปทั่วท้องทุ่งนาสีทอง ลมเอื่อย ๆ พัดเอาความร้อนชื้นจากไอดินขึ้นมาปะทะกับความเย็นใต้ร่มเงาหนาทึบของต้นหูกวางใหญ่ เสียงใบไม้ที่เสียดสีกันดังเป็นจังหวะราวกับเสียงดนตรีกล่อมขวัญ กริชทอดกายลงบนแคร่ไม้ไผ่ที่ขัดจนมันปลาบ ความปวดร้าวที่แผ่นหลังเริ่มทุเลาลงเมื่อได้รับการพักผ่อนที่พอเหมาะ พัดใบตาลในมือของอิปิ๊ยังคงทำหน้าที่ส่งลมเย็น ๆ มาให้ไม่ขาดสาย กริชเอนหลังพิงเสาแคร่ มองออกไปยังทุ่งนาที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนระยิบระยับราวกับเกล็ดปลา พื้นน้ำที่เพิ่งถูกรถไถนวดจนเนียนเริ่มนิ่งสงบ

“เบิ่งหยังปิ๊” กริชถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นครูฝึกสาวจ้องมองไปยังผืนนาด้วยสายตาที่วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน

“เบิ่งลม เบิ่งเงาไม้ และเบิ่งจังหวะของนกจ้า” อิปิ๊ชี้ไปที่ฝูงนกกระยางขาวสะอาดยี่สิบสามสิบตัวที่เริ่มบินร่อนลงมาเกาะตามแปลงนาที่เพิ่งไถเสร็จใหม่ ๆ 

“อ้ายเห็นเบาะ นกมันสิลงหม่องที่ดินนิ่มที่สุด เพราะมันหาปลาหาหอยกินง่าย ถ้ามื้อแข่งอ้ายเห็นดินหม่องใด๋นกชอบลง แสดงว่าดินหม่องนั้นสิปักง่าย แต่อย่าไปปักซ้ำรอยเท้าควายเด้อดินมันสิแน่นปักบ่ลง”

กริชนิ่งฟังพลางมองตามนิ้วของอิปิ๊อย่างพินิจพิจารณา เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า เทคโนโลยีพิกัด GPS หรือการคำนวณในไอแพดที่เขาพกมา อาจช่วยเรื่องความแม่นยำของแถวข้าวได้จริง แต่ความสังเกตที่ถ่ายทอดผ่านภูมิปัญญาพื้นบ้านต่างหาก ที่จะช่วยเรื่องความรวดเร็ว ผ่อนแรง และความอยู่รอดในสถานการณ์จริง

“อ้ายกริช...” อิปิ๊ลดพัดลง แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นจนกริชรู้สึกได้

 “บักรุ่งมันร้ายกว่าที่อ้ายคิดเด้อ ปิ๊ได้ยินคนในหมู่บ้านเว้ากันว่า มันแอบไปสั่งซื้อ ‘ปุ๋ยเคมี’ สูตรเข้มข้นมาเตรียมไว้ ปิ๊ย่านว่ามันสิแอบเอามาโรยในลู่วิ่งของอ้าย เพื่อให้ดินมันร้อน หรือทำให้ขาอ้ายคันจนดำนาบ่ได้” กริชขมวดคิ้วแน่นความรู้สึกขุ่นเคืองแล่นริ้วขึ้นมา 

“ทำแบบนั้นเลยเหรอปิ๊ นั่นมันโกงกันชัด ๆ  ”

“คนอย่างบักรุ่งมันบ่สนคำว่าโกงหรอกอ้าย มันสนแค่คำว่าชนะ” อิปิ๊ถอนหายใจยาว 

“เพราะงั้นช่วงบ่ายที่อ้ายพัก อ้ายต้องวางแผนในหัวให้ดี ว่าถ้าเจออุปสรรคใต้โคลน อ้ายสิจัดการจั่งใด๋”

กริชหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ลมทุ่งลูบไล้ผิวหน้า ความเหนื่อยล้าทางกายค่อย ๆ จางไป แทนที่ด้วยการใช้ความคิดที่เฉียบคมและนิ่งสงบ เขาไม่ได้กลัวแผนสกปรกของบักรุ่ง แต่เขากำลังคิดหาวิธีที่จะเปลี่ยนอุปสรรคเหล่านั้นให้กลายเป็นบทพิสูจน์ศักดิ์ศรีของเขาเอง

“ปิ๊... ไม่ว่าวันแข่งจะเกิดอะไรขึ้น หรือบักรุ่งจะทำอะไร ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ...” กริชลืมตาขึ้นมองหน้าสาวบ้านนาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตามุ่งมั่น 

“ผมจะไม่มีวันยอมแพ้ และผมจะไม่ยอมให้ที่ดินของย่าต้องเปื้อนด้วยการโกงของคนอย่างมัน ผมจะเอาชนะมันด้วยมือสองข้างและวิชาที่ปิ๊สอนผมนี่แหละ” อิปิ๊ยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและชื่นชม 

“ปิ๊เชื่อใจอ้ายจ้า... เอ้า พักผ่อนซะอ้าย อีกงีบเดียวแดดกะสิร่มแล้ว ปิ๊สิพาไปดูมัดกล้าสูตรพิเศษที่จะทำให้อ้ายปักได้ไวกว่าเดิมสองเท่า”

กริชพยักหน้าแล้วเอนกายลงนอนบนแคร่ไม้ไผ่ เสียงลมพัดใบหูกวางดังสม่ำเสมอสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องเบา ๆ ในช่วงบ่ายที่เงียบสงบ เขาหลับตาลงเพื่อเก็บออมพลังงาน เขารู้ดีว่านี่คือความสงบก่อนพายุครั้งใหญ่จะมาถึง และเขาก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ใช่ในฐานะสถาปนิกผู้มาเยือน แต่ในฐานะคนทำงานที่พร้อมจะปกป้องแผ่นดินนาสีทองด้วยศักดิ์ศรี

 อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านโคกอีแหลว ณ กระท่อมท้ายสวนข้างคอกควายของกำนันพงษ์ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นคาวของแผนร้าย บักรุ่ง นั่งยอง ๆ อยู่บนขอนไม้ สองมือของเขาไม่ได้จับมัดกล้าขึ้นมาฝึกซ้อมเหมือนอย่างที่กริชทำ แต่เขากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการผสม "สูตรโกง" ลงในถังพลาสติกใบใหญ่

“ลูกพี่... เอาอีหลีเบาะ ถ้าผู้ใหญ่บ้านจับได้เฮาสิซวยเด้อ” สมุนมือขวาของบักรุ่งเอ่ยถามเสียงสั่น พลางมองดูน้ำสีคล้ำ ๆ ในถังที่ส่งกลิ่นฉุนกึก

“มึงสิกลัวอีหยัน ถ้าขืนปล่อยให้ไอ้หน้าขาวนั่นมันดำนาชนะ มันกะสิได้หน้า ได้ใจคนในหมู่บ้าน และที่สำคัญ... มันสิแย่งปิ๊ไปจากกู” บักรุ่งสบถเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความริษยา 

“กูสิเฮ็ดให้มันฮู้ว่า ทุ่งนาสีทองหม่องนี้ มันบ่แม่นที่สำหรับคนสำอางแบบมัน”

บักรุ่งไม่ได้สนใจการฝึกซ้อม เพราะเขามั่นใจในความไวของตัวเองที่ทำมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่เขากลัวคือ "หัวใจ" ของอิปิ๊ที่ดูจะเอนเอียงไปทางกริชมากขึ้นทุกวัน แผนการของเขาจึงไม่ใช่แค่การชนะดำนา แต่คือการ "ทำลาย" กริชให้เสียหน้าจนอยู่ต่อไม่ได้ ในถังใบนั้นบักรุ่งผสมทั้ง ปุ๋ยเคมีสูตรเข้มข้น ที่มีฤทธิ์กัดผิวหากสัมผัสนาน ๆ และ ผงหมามุ่ย ที่เขาแอบไปเก็บมาจากป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน

“มื้อวันแข่งเช้ามืด ก่อนที่พวกมันสิมาถึงนา กูสิเอาไอ้พวกนี้ไปโรยไว้ในเลนฝั่งที่มันต้องแข่ง” บักรุ่งแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“พอเท้ามันเหยียบลงไป โคลนมันสิเริ่มร้อน และความคันสิแล่นเข้าสู่เส้นเลือด มันสิดำนาบ่ได้แม้แต่กอเดียว ยิ่งมันดิ้นมันกะยิ่งคัน ยิ่งมันเกามันกะยิ่งเสียเวลา... ฮ่า ๆ”

“แล้วถ้าปิ๊ลงไปโดนด้วยล่ะพี่” สมุนอีกคนถามด้วยความกังวล

“กูคำนวณไว้แล้ว ลู่แข่งมันแยกกันชัดเจน กูสิโรยเฉพาะฝั่งไอ้กริชเท่านั้น ฝั่งปิ๊กูสิให้ลุงหวังไถดินใหม่ ๆ ให้ปักง่าย ๆ เลยล่ะ” บักรุ่งหัวเราะร่วนอย่างย่ามใจในแผนการ

ทางด้านนาสีทอง ลุงหวังที่กำลังเดินเช็กความเรียบร้อยของเครื่องยนต์รถไถอยู่ใกล้ ๆ เถียงนา สังเกตเห็นเงาวับ ๆ แวม ๆ ของไฟมอเตอร์ไซค์บักรุ่งที่ขับวนเวียนอยู่แถวทางเข้าป่าท้ายนา แกเป็นคนแก่ที่ผ่านโลกมามาก จึงเริ่มสะกิดใจในความเงียบผิดปกติของขาโจ๋ประจำหมู่บ้าน

“หลานกริช... หลานปิ๊...” ลุงหวังเดินเข้ามาหาทั้งสองที่แคร่ใต้ต้นหูกวาง “เมื่อกี้ลุงเห็นบักรุ่งมันขับรถวนไปวนมาแถวนี้ แววตามันบ่แม่นคนสิมาเบิ่งนาธรรมดาเด้อ ลุงว่าคืนนี้เฮาต้องระวังตัวกันหน่อยแล้วล่ะ” กริชลุกขึ้นนั่ง แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาตื่นตัวทันที 

“มันคงเริ่มลงมือแล้วสินะครับลุง...”

“อ้ายกริชบ่ต้องห่วง” อิปิ๊กำหมัดแน่น “ถ้ามันกล้ามาเล่นสกปรกในที่นาของย่าบุญมา ปิ๊สิสั่งสอนให้มันฮู้สำนึกเอง”

กริชมองออกไปในความมืดที่เริ่มปกคลุมท้องทุ่ง เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่ในสมองของสถาปนิกเริ่มวางแผน "ซ้อนกล" เพื่อรับมือกับสิ่งที่มองไม่เห็นใต้โคลนตม คืนนี้จะเป็นคืนที่ยาวนานที่สุดก่อนที่ศึกแห่งศักดิ์ศรีจะเริ่มต้นขึ้นในวันรุ่งขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status