Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 25: แผนซ้อนกลกลางดึก

Share

ตอนที่ 25: แผนซ้อนกลกลางดึก

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-02-20 10:45:48

ตอนที่ 25: แผนซ้อนกลกลางดึก 

บรรยากาศกลางทุ่งนาสีทองยามดึกสงัด มีเพียงเสียงกบเขียดที่ร้องระงมขานรับลมหนาวจาง ๆ แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องพอให้เห็นความวับแวมของผิวน้ำในนาที่เพิ่งถูกนวดจนเลนเนียนกริบ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มของชายสามคนก็ค่อยๆ ย่องผ่านพุ่มข่อยเลาะมาตามคันนาอย่างเงียบเชียบ

“เบา ๆ แหน่บักหลอย มึงสิเหยียบกิ่งไม้ตายหยังดุแท้วะ” บักรุ่ง กระซิบเสียงต่ำพลางดุสมุนคู่ใจ ในมือกำถุงกระสอบปุ๋ยใบเล็กที่มี “สูตรนรก” ทั้งปุ๋ยเคมีกัดผิวและผงหมามุ่ยที่เข้มข้นจนแค่ลมพัดผ่านก็อาจจะคันไปถึงลำไส้

“พี่รุ่ง... ผมว่ามันเงียบโพดว่ะ (เงียบเกินไปนะ) ” บักหลอยกระซิบตอบพลางกวาดสายตามองไปทางเถียงนาที่มืดสนิท

“เงียบน่ะดีแล้ว ไอ้สถาปนิกหน้าขาวนั่นมันคงหลับฝันถึงไอแพดมันอยู่พู้นล่ะ ส่วนปิ๊ป่านนี้กะนอนฝันดี” บักรุ่งแสยะยิ้มด้วยความย่ามใจ 

“มึงสองคนไปรอที่รถ กูสิจัดการโรยเครื่องปรุงสูตรพิเศษใส่ในลู่แข่งมันคนเดียว มื้ออื่นสิได้เบิ่งหมาดิ้น... เอ๊ย เบิ่งหมากริชเต้นระบำกลางตม”

บักรุ่งค่อยๆ ก้าวลงไปที่ขอบแปลงนาฝั่งที่กริชต้องใช้แข่ง เขาเอื้อมมือลงไปในกระสอบ เตรียมจะสาดผงหมามุ่ยลงในเลน ทว่า... ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนดินนิ่มๆ ที่ดูเหมือนโคลนธรรมดา

กริ๊งงงง กริ๊งงงงงง

เสียงกระดิ่งคอวัวที่ผูกติดอยู่กับเส้นเอ็นใสๆ ที่กริชขึงไว้รอบแนวเขตนาในระดับต่ำกว่าผิวน้ำดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุ่ง ไม่เพียงเท่านั้น แสงไฟสปอตไลต์พลังงานแสงอาทิตย์ที่กริชแอบติดตั้งไว้บนยอดต้นหูกวางก็สว่างวาบขึ้นมาทันที ราวกับมีคนเปิดสวิตช์สนามฟุตบอล

“เฮ้ย อีหยังวะ” บักรุ่งตกใจจนสะดุ้งตัวลอย กระสอบในมือหลุดร่วงลงพื้น

“อ้าวนึกว่านกกระยางที่ไหนแอบมาขโมยปลากลางดึก ที่แท้กะเป็นนกกระจอกนี่เอง”

เสียงทุ้มกังวานของกริชดังมาจากเถียงนาที่อยู่ไม่ไกล เขาเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับอิปิ๊และลุงหวังที่ถือจอบถือเสียมติดมือมาด้วย กริชไม่ได้อยู่ในชุดนอน แต่เขาอยู่ในชุดพร้อมทำงาน และในมือถือโทรศัพท์ที่กำลังเปิดโหมด “บันทึกวิดีโอ” ค้างไว้

“ไอ้กริช ปิ๊ ลุงหวัง” บักรุ่งหน้าซีดเผือดพยายามจะวิ่งหนีแต่ดันสะดุดเส้นเอ็นที่กริชขึงไว้ซ้อนกันเป็นตาข่ายจนล้มคะมำลงไปในตม...

“โอ๊ยยย ฮ่วย อีหยังวะ มันคัน ๆ ยิบ ๆ” บักรุ่งตะโกนลั่นพลางตะเกียกตะกายขึ้นมาจากโคลน

“กะฝีมือเจ้าของนั่นล่ะบักรุ่ง” อิปิ๊ยืนเท้าสะเอวหัวเราะร่วน 

“อ้ายกริชเพิ่นคำนวณไว้แล้วว่าคนนิสัยเสียแบบมึงต้องมาแผนนี้ เพิ่นเลยขึงเส้นเอ็นติดกระดิ่งไว้รอบนา ใครแอบย่องมาผีสิบ่หลอกหรอก แต่กระดิ่งสิดังบอกก่อน”

“บักรุ่งเอ๊ย... เขาเรียกว่ากรรมตามสนองไวปานติดเทอร์โบ” ลุงหวังพูดพลางส่ายหน้า 

“ผงหมามุ่ยที่มึงตั้งใจจะแกล้งเขาน่ะ มึงกินเองเต็มๆ เลยเด้นั่น” บักรุ่งเริ่มเกาตามแขนตามขาดิ้นพล่านไปมาปานโดนน้ำร้อนลวก 

“ช่วยกูแน่ โอ๊ย มันแสบ มันร้อน บักหลอยช่วยกู” กริชเดินเข้ามายืนที่ขอบคันนา มองดูบักรุ่งที่กำลังเต้นเร่า ๆ อยู่ในตมด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความเหนือชั้น 

“บักรุ่ง... ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมเป็นสถาปนิก งานของผมคือการป้องกันความเสี่ยง และคุณคือความเสี่ยงที่ผมคำนวณไว้เป๊ะที่สุด” กริชชูโทรศัพท์ขึ้นมา 

“วิดีโอนี้ถ้าส่งให้พ่อกำนันพงษ์ดูตอนประชุมผ้าป่าพรุ่งนี้เช้า คุณว่าท่านสิทำหน้ายังไง หรือสิให้ผมส่งให้พ่อผู้ใหญ่บ้านแจ้งข้อหาบุกรุกและพยายามทำลายทรัพย์สินดี”

“อย่าเด้ออ้าย ผมกราบล่ะอ้ายกริช ลบวิดีโอเถอะ ผมสิยอมทุกอย่าง” บักรุ่งร้องอ้อนวอนพลางเกาพุงรัวๆ จนผิวเริ่มแดง

“ได้...” กริชแสยะยิ้มแบบนักเลงบ้านทุ่งที่เริ่มซึมซับวิถีคนจริง 

“แต่มีข้อแม้ มื้อแข่งพรุ่งนี้ คุณต้องแข่งด้วยความยุติธรรม และห้ามตุกติกแม้แต่นิดเดียว ส่วนเรื่องหมามุ่ย... ปิ๊ มีสูตรแก้ไหม” อิปิ๊ยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“มีจ้าอ้าย... แต่ต้องใช้ ‘ขี้ควายสด’ ผสมน้ำมะนาวพอกตัวไว้สิบนาทีเด้อ ถึงสิหายคัน”

สุดท้ายบักรุ่งต้องแบกสังขารที่ทั้งแสบทั้งคัน กลับไปนอนแช่น้ำยาแก้แพ้ที่บ้าน ทิ้งไว้เพียงกระสอบปุ๋ยที่เป็นหลักฐานคาหนังคาเขา กริชมองตามหลังคู่ปรับไปด้วยความรู้สึกสะใจเล็กๆ

“อ้ายกริช... อ้ายนี่ร้ายกว่าที่ปิ๊คึดเนาะ” อิปิ๊เอ่ยชมพลางยิ้มตาหยี 

“เทคโนโลยีเซนเซอร์กระดิ่งคอวัวนี่มันใช้ได้ผลอีหลี”

“กะสถาปนิกบ้านนานี่ครับปิ๊เราต้องใช้ต้นทุนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูง” กริชตอบพลางยืดอก

 “คืนนี้เราไปนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ศึกจริงรออยู่ ผมจะถล่มมันกลางงานผ้าป่าให้ดู”

ยามดึกในนาสีทองกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แต่คราวนี้ความมั่นใจของกริชพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาไม่ได้ชนะแค่บักรุ่ง แต่เขาชนะความกลัวในใจตัวเอง และพร้อมแล้วที่จะปักดำทุกความหวังลงบนแผ่นดินนี้ในวันรุ่งขึ้น

กลางดึกที่เงียบสงัด ณ บ้านทรงไทยปั้นหยาหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน เสียงมอเตอร์ไซค์วิบากของบักรุ่งดังกระหืดกระหอบเข้ามาจอดใต้ถุนบ้านอย่างไม่เป็นจังหวะ บักรุ่งกะเผลกลงจากรถในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าเปื้อนโคลนสีดำปี๋ ตั้งแต่หัวจรดเท้ามีเศษหญ้าและผงสีขาวๆ ติดเต็มไปหมด แต่ที่หนักกว่านั้นคืออาการ “ดีด” ดิ้นพล่านเหมือนโดนผีเข้า

“โอ๊ย คัน คันอีหลี อีหลอแท้วะ บักหลอย มึงหาซีม่ามาให้กูแหน่ โอ๊ยยย” บักรุ่งร้องลั่นพลางใช้เล็บเกาแขนเกาขาจนผิวหนังเริ่มขึ้นปื้นแดง

เสียงเอะอะโวยวายทำให้ไฟชั้นบนของบ้านเปิดพรึ่บ กำนันพงษ์ ในชุดนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งจัด แสงไฟนีออนใต้ถุนบ้านเผยให้เห็นสภาพลูกชายตัวดีที่กำลังเอาหลังขูดกับเสาบ้านราวกับหมีคันเกา

“บักรุ่ง! มึงไปเฮ็ดอีหยังมา” เสียงตวาดทรงพลังของกำนันทำเอาสมุนสองคนที่ตามมาถึงกับสะดุ้งโหยง

“พ่อ... ช่วยรุ่งแหน่ รุ่งโดนพวกมันเล่นงาน รุ่งคันไปเบิดทั้งตัวแล้ว” บักรุ่งคร่ำครวญ น้ำตาเล็ดด้วยความแสบร้อน

กำนันพงษ์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นฉุนของปุ๋ยเคมีผสมกับกลิ่นสาบของผงหมามุ่ยโชยเข้าจมูก แกเป็นคนทำนามาก่อน มีหรือจะดูไม่ออกว่าไอ้ผงพวกนี้มันคืออะไร กำนันมองกระสอบปุ๋ยที่ขาดวิ่นในมือลูกชายแล้วก็ตบเข่าฉาดด้วยความโมโห

“กูว่าแล้ว! มึงแอบไปเล่นสกปรกเขาใช่ไหมบักรุ่ง!” กำนันพงษ์ชี้หน้าด่า “กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปวุ่นวายกับนาสีทอง ย่าบุญมาน่ะเพิ่นมีบารมี หลานเพิ่นกะคนมีความรู้ มึงสิไปสู้เขาได้จั่งใด๋!”

“กะรุ่งอยากให้มันแพ้นี่พ่อ! มันมาแย่งปิ๊ มันมาทำเก่งข้ามหน้าข้ามตาเฮา...”

“โง่ มึงมันโง่ซ้ำโง่ซาก” กำนันพงษ์ด่าซ้ำพลางส่ายหน้า “ไปวางแผนแกล้งเขา แต่ดันโดนเขาดัดหลังตกหลุมเจ้าของเนี่ยนะ เสียชื่อลูกกำนันเบิด! มึงเห็นไหมว่าเขามีสมอง เขาบ่ได้ใช้แต่แฮงคือมึง มึงไปย่องนากลางดึก เขาวางกับดักรอรับน้องจนมึงหน้าทิ่มแบบนี้ มึงยังคิดว่ามึงสิชนะเขาได้อยู่อีกเบาะ”บักรุ่งนิ่งเงียบ หน้าเสียยิ่งกว่าเดิมเพราะความแสบคันเริ่มทวีคูณ

“คนอย่างมึงน่ะ ถ้าสิชนะเขา ต้องชนะด้วยฝีมือ ให้คนเขาเห็นว่ามึงเก่งจริง ไม่ใช่ไปแอบทำตัวเป็นหัวขโมยกลางดึกแบบนี้” กำนันถอนหายใจยาวพลางหันไปสั่งแม่บ้าน “ไปเอาเหล้าขาวกับเสลดพังพอนมาทาให้มันไป๊! มื้ออื่นถ้ามึงไปแข่งแล้วดำนาบ่ได้เพราะมัวแต่เกา กูสิให้มึงไปขอขมาอ้ายกริชเขากลางงานผ้าป่าให้เบิ่ง!”

บักรุ่งได้แต่กัดฟันข่มความคันและความอายไว้ในใจ แผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า แถมยังโดนพ่อด่าซ้ำเติม สายตามุ่งร้ายของเขายังไม่หายไป แต่มันถูกฉาบไว้ด้วยความกลัวลึกๆ ต่อ "สถาปนิกไฮเทค" ที่เขาเคยสบประมาทไว้

คืนนั้นทั้งคืน บักรุ่งไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจ เขาต้องนั่งแช่น้ำยาเขียวและทายาแก้คันจนตัวซีด ในขณะที่อีกฟากของทุ่งนา กริชนอนหลับอย่างเป็นสุขท่ามกลางเสียงเพลงของธรรมชาติ พร้อมที่จะตื่นขึ้นมาคว้าชัยชนะในวันรุ่งขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status