Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 27 : ขิงก็ราข่าก็แรง

Share

ตอนที่ 27 : ขิงก็ราข่าก็แรง

Author: Chalam whale
last update publish date: 2026-02-20 11:07:15

ตอนที่ 27 : ขิงก็ราข่าก็แรง 

บรรยากาศกลางทุ่งนาสีทองเริ่มทวีความร้อนแรงไม่ใช่แค่จากแสงแดด แต่จากฝีปากของเจ้าถิ่นอย่างบักรุ่งที่ยืนประจันหน้ากับกริชอยู่ที่หัวนา แม้ตามเนื้อตัวจะลายพร้อยและบิดตัวไปมาด้วยความแสบคัน แต่บักรุ่งก็ยังไม่วายพ่นน้ำลายแซะหนุ่มกรุงไม่เลิก

“เฮอะ ฟิตเปรี๊ยะปานนักมวยโอลิมปิกเนาะอ้ายกริช” บักรุ่งเบะปากพลางมองกล้ามแขนกริชด้วยสายตาหมั่นไส้ 

“แต่ระวังเด้อ... ดำนาบ่ใช่ยกเวทพอกล้ามสวย ลงไปเดี๋ยวเดียวหลังกะเดาะ ขากะสั่น สงสัยสิได้หามส่งโรงหมอตั้งแต่ครึ่งนาล่ะมั้ง ปิ๊เอ๊ย... เตรียมยาดมไว้ถ่าอ้ายหน้าขาวของเจ้าโลด” กริชนิ่งสงบเขาเพียงแค่จัดระเบียบผ้าขาวม้าที่เอวให้กระชับ ไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูดแต่สายตาที่จ้องกลับนั้นนิ่งลึกจนบักรุ่งเริ่มใจสั่น

“บักรุ่ง หยุดปากเสียเดี๋ยวนี่เด้อ” อิปิ๊ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างกริชเอ็ดเสียงเขียวจนหน้าดำหน้าแดง 

“เจ้าของนั่นล่ะ สภาพคือจั่งหมาถืกน้ำร้อนลวกขนาดนี้ ยังสิมีแฮงมาแซะผู้อื่นอยู่อีกเบาะ เอาเวลาไปกังวลเถอะว่าสิเกาหรือสิปักให้มันจบทันเพิ่น กล้าอ้ายกริชปักลงดิน แต่กล้ามึงน่ะสิลอยตุ๊บป่องประจานเจ้าของ”

“โธ่ปิ๊... เจ้ากะเข้าข้างแต่มัน” 

บักรุ่งบ่นอุบอิบพลางเอื้อมมือไปขยี้แผ่นหลังที่คันยิบๆ ทันใดนั้น เสียงไมค์ลอยจากเถียงนาที่พ่อผู้ใหญ่บ้านถืออยู่ก็ดังวืดวาดขึ้นมาขัดจังหวะ

“เอ้า ตระเตรียมตัวเด้อทั้งสองฝ่ายแดดสิอ้อมข้าวแล้ว มัวแต่ถ้อยทีถ้อยคำกันอยู่นั่นสิบ่จบค่ำมืดเสียก่อน” พ่อผู้ใหญ่บ้านตะโกนป่าวประกาศ

 “ชาวบ้านเพิ่นมารอเบิ่งเบิดหมู่บ้านแล้ว กองยาวกะรัวจนมือสิพอง ลงไปประจำลู่แข่งเดี๋ยวนี้” กริชหันมาสบตากับอิปิ๊อีกครั้ง เธอเอื้อมมือมาบีบต้นแขนเขาแน่นๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ 

“อ้ายกริช... ปิ๊เชื่อมืออ้ายเด้อ เฮ็ดให้คนทั้งหมู่บ้านเห็นว่า สถาปนิกบ้านนาคนนี้บ่ใช่มีดีแค่ในตำรา” กริชพยักหน้า ก่อนจะก้าวลงสู่โคลนตมที่เย็นเฉียบและอ่อนนุ่ม เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดของแผ่นดินบรรพบุรุษที่กำลังรอรับการปักชำครั้งใหม่

“ไอ้กริช มึงเตรียมตัวแพ้ได้เลย” บักรุ่งตะโกนท้าทายพลางก้าวลงไปในลู่ข้างๆ สภาพทุลักทุเลเพราะมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังเกาตามตัว

“นักกีฬา... เข้าที่” เสียงผู้ใหญ่บ้านประกาศ กริชก้มตัวลงมือซ้ายคว้ามัดกล้าข้าวที่ชุ่มน้ำ มือขวาเตรียมพร้อม แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงขนานกับผิว น้ำเป๊ะตามองศาที่คำนวณไว้ในใจ

ปี๊ดดดดด

สิ้นเสียงนกหวีดที่ดังก้องไปทั่วทุ่งนาสีทอง กลองยาวระเบิดจังหวะรัวกระหน่ำ “ตึก-โป๊ะ-ตึก-ตึก!” บักรุ่งพุ่งตัวราวกับติดสปริง ปักพึ่บพั่บจนน้ำโคลนกระจาย ในขณะที่กริชเริ่มขยับตัวด้วยความนิ่งและจังหวะที่สม่ำเสมอประดุจเครื่องจักร  บรรยากาศรอบนาสีทองพุ่งทะลุจุดเดือด ชาวบ้านโห่ร้องเชียร์กันจนคอโป่ง

บักรุ่ง พุ่งตัวทะยานออกไปเหมือนม้าดีดกะโหลก มือปักพึ่บพั่บราวกับพายุหมุน น้ำโคลนกระเด็นเซ็นซ่านไปทั่วทิศทาง เขาอาศัยความชำนาญพื้นที่ทิ้งห่างกริชไปหลายช่วงตัวภายในเวลาไม่ถึงนาที

"เบิ่งพู้นบักรุ่งมันสิเหาะแล้วอ้ายกริช" เสียงสมุนบักรุ่งตะโกนโห่ฮาอย่างสะใจ

ในขณะที่กริชยังคงนิ่งสงบ เขาเคลื่อนไหวช้ากว่าในตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกท่วงท่านั้นเปี่ยมไปด้วยสมาธิ เขาหายใจเข้า-ออกตามจังหวะการก้ม จังหวะมือของเขา “จิก-ปัก-ถอย” สม่ำเสมอเป๊ะจนแถวข้าวที่ปักออกมาตรงแน่วเป็นระเบียบสวยงาม แตกต่างจากฝั่งบักรุ่งที่เร่งจนแถวเริ่มคดเคี้ยวไปมา

แต่แล้ว... ความสะใจของบักรุ่งก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเขาถอยหลังมาถึงช่วงกลางแปลงนา ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อคืนเขาสะดุดเส้นเอ็นจน "ทำถุงผงหมามุ่ยหก" กระจายไว้เต็มโคลน

ทันทีที่เหงื่อไหลซึมเข้าสู่รอยเกาเดิมที่ระคายเคืองอยู่แล้ว ผสมกับเท้าที่เหยียบย่ำลงไปขยี้เอาผงหมามุ่ยที่จมอยู่ใต้เลนให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาปะทะกับขาแข้งที่เปลือยเปล่าความ"นรก" ก็เริ่มต้นขึ้น

"อึก... ฮ่วย" บักรุ่งเริ่มเสียอาการ เขาหยุดปักไปชั่วครู่ มือซ้ายที่ถือมัดกล้าเริ่มสั่นพั่บ ๆ ความรู้สึกเหมือนโดนเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงบวกกับความร้อนระอุพุ่งพล่านจากง่ามเท้าขึ้นสู่ลำตัว

"เป็นหยันบักรุ่ง คือจั่งเต้นระบำอยู่นั่น" อิปิ๊ตะโกนแซวมาแต่ไกล

บักรุ่งเริ่ม "ดีด" หนักขึ้น เขาพยายามจะเกาสีข้างแต่ลืมไปว่ามือเลอะโคลน ผลที่ได้คือโคลนสีดำป้ายเข้าที่หน้าและคอที่มีแผลถลอก ยิ่งป้ายก็ยิ่งคัน ยิ่งคันก็ยิ่งบ้าคลั่ง บักรุ่งเริ่มเต้นเร่า ๆ อยู่กลางนา มือหนึ่งปัก อีกมือหนึ่งเอื้อมไปเกาก้นสลับกับเกาขา ท่วงท่าจาก "เทพเจ้าแห่งนา" กลายเป็น "ลิงโดนน้ำร้อน" ไปในพริบตา

ในขณะที่บักรุ่งกำลังสติแตก กริชที่เดินหน้าด้วยความนิ่งกลับเริ่มขยับเข้าใกล้คู่แข่งขึ้นเรื่อย ๆ รัศมีแห่งความมุ่งมั่นแผ่ออกมาจนชาวบ้านที่เชียร์อยู่เงียบกริบเพื่อลุ้นระทึก

กริชใช้เทคนิคการ "ทิ้งน้ำหนักลงส้นเท้า" เพื่อไม่ให้เท้าจมโคลนลึกเกินไป ทำให้เขาเคลื่อนตัวถอยหลังได้ไวและนิ่งกว่าปกติ เขาขยับผ่านจุดที่บักรุ่งกำลังยืนเกาขาตัวเองอย่างบ้าคลั่งไปด้วยท่วงท่าที่สง่างาม

"ทางนี้มันลื่นหน่อยนะบักรุ่ง... ระวังตัวด้วยล่ะ" กริชพูดนิ่ง ๆ ขณะที่ปักกล้าแซงหน้าคู่ปรับไปอย่างเหนือชั้น

"ไอ้... ไอ้กริช มึง... โอ๊ยยย คันคักคันแนแท้วะ" บักรุ่งตะโกนเสียงหลง ทรงตัวไม่อยู่เพราะมัวแต่ใช้เท้าซ้ายขยี้เท้าขวาจนเสียหลัก "โพล๊ะ" ร่างของขาโจ๋ประจำหมู่บ้านล้มหงายหลังลงกลางแปลงนาสีทอง น้ำโคลนกระจายเต็มปากเต็มคำประจานความพ่ายแพ้ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน!

กริชเองก็อดกลั้นขำไม่ได้ แต่ก็ไม่เสียสมาธิ เขาปักกล้ากอสุดท้ายลงดินที่ริมคันนาฝั่งเส้นชัยอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยืดตัวขึ้นชูมือกำกล้าที่เหลือหนึ่งกำขึ้นเหนือหัว แสงแดดบ่ายสะท้อนหยดเหงื่อบนแผ่นหลังที่กำยำดูทรงพลังท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกลบเสียงกลองยาว

"อ้ายกริชชนะแล้ว"

 อิปิ๊กระโดดโลดเต้นจนผ้าโพกหัวหลุด แววตาที่มองกริชเต็มไปด้วยความภูมิใจและชัยชนะที่เธอมอบให้เขาตั้งแต่ต้น  ย่าบุญมาประคองถ้วยข้าวมธุปายาสเดินมารอที่หัวนา ยิ้มทั้งน้ำตา

 "ขวัญเอ๊ยขวัญมาหลานรัก... เจ้าพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า แผ่นดินนี้รับฟังคนที่มีความตั้งใจจริง"

กริชเดินลุยโคลนกลับมาท่ามกลางชาวบ้านที่รุมล้อมเข้ามาชื่นชม เขาไม่ได้หยิ่งผยอง แต่เขากลับหันไปมองบักรุ่งที่นอนสภาพดูไม่ได้อยู่กลางนาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจนักกีฬา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status