Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 28: คนแพ้แล้วพาล

Share

ตอนที่ 28: คนแพ้แล้วพาล

Author: Chalam whale
last update publish date: 2026-03-04 19:39:41

ตอนที่ 28: คนแพ้แล้วพาล

แสงอาทิตย์ยามเย็นทอแสงสีส้มอมแดงอาบไล้ไปทั่วทุ่งนาสีทอง กริชยืนอยู่บนคันนาในสภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลน แต่แววตากลับสว่างไสวไปด้วยชัยชนะ ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของชาวบ้าน ทว่าในหลุมโคลนกลางแปลงนานั้น บักรุ่ง กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลนสีดำ และรอยผื่นแดงที่เห่อขึ้นตามผิวหนังเพราะฤทธิ์หมามุ่ยที่เขากลั่นแกล้งตัวเอง

“มึง ไอ้กริชมึงใช้เล่ห์เหลี่ยมอีหยัง” บักรุ่งแผดเสียงลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความคันและความอับอาย 

“มึงต้องทำของใส่กูแน่ ๆ กูเป็นแชมป์มาจักปี ทำไมกูสิมาแพ้คนสำอางแบบมึง มึงโกงกูอีหลี”

บักรุ่งพยายามจะพุ่งเข้าไปหาเรื่องกริช แต่ขาที่สั่นเทาเพราะความคันทำให้เขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เสียงชาวบ้านเริ่มซุบซิบ บ้างก็ว่าบักรุ่งพาล บ้างก็ว่ากริชอาจจะมีของดีจริง ๆ

“หยุดเดี๋ยวนี้เด้อบักรุ่ง” เสียงตวาดแหววของอิปิ๊ดังขึ้น เธอเดินดุ่ม ๆ ลงไปยืนขวางหน้ากริชไว้ แววตาของสาวไทบ้านลุกโชนไปด้วยความโกรธ

 “เจ้าอย่ามาเฮ็ดสันดานพาลแบบนี้ ที่เจ้าแพ้กะย้อนความชั่วของเจ้าของนั่นล่ะ”

“อีปิ๊มึงอย่ามาใส่ร้ายกูนะ” บักรุ่งเถียงคอเป็นเอ็น

“ใส่ร้ายอิหยังพี่น้องทั้งหลายฟังเด้อ” อิปิ๊หันไปประกาศก้องใส่ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ 

“เมื่อคืนนี้บักรุ่งมันแอบย่องมาที่นาผืนนี่ มันกะสิเอาผงหมามุ่ยมาโรยใส่ลู่แข่งอ้ายกริช หวังให้เพิ่นคันจนปักนาบ่ได้ แต่มันโง่มันเดินสะดุดเส้นเอ็นที่อ้ายกริชขึงไว้ จนมันทำหมามุ่ยหกใส่เจ้าของ ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในนานี่ล่ะ อ้ายกริชกับลุงหวังกะเห็นเบิด สปอตไลต์กะส่องหน้ามันจัง ๆ” ชาวบ้านพากันอุทาน 

“ฮ่วย อีหลีเบาะ” 

“มันกล้าเฮ็ดขนาดนั้นเชียว”

“ถ้าบ่เชื่อ กะเบิ่งลายแดง ๆ ตามตัวมันนั่นไง กะนั่นล่ะหลักฐาน” อิปิ๊ชี้ไปที่ตัวบักรุ่ง 

“คนโกงสิมาหาว่าคนอื่นโกง เจ้ามันเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอีหลี”

กำนันพงษ์ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ถึงกับหน้าถอดสี ความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ แกเป็นถึงกำนันปกครองคนทั้งตำบล แต่ลูกชายแท้ ๆ กลับมาทำเรื่องอัปยศขายหน้าต่อหน้าลูกบ้านและแขกเหรื่อกลางงานผ้าป่าแบบนี้

“บักรุ่ง มึงมานี่” กำนันพงษ์เดินดุ่ม ๆ เข้าไปคว้าคอเสื้อลูกชายกระชากขึ้นมาจากโคลน

“พ่อ... ผม... ผมแค่...”

“มึงไม่ต้องพูด” กำนันพงษ์ตวาดจนเสียงหลงแกหันไปคว้าเรียวไม้ไผ่ที่ชาวบ้านใช้ปักเขตนาขึ้นมา 

“กูสอนมึงให้เป็นคนมีน้ำใจนักกีฬา กูสอนมึงให้ฮักบ้านฮักเมือง แต่มึงกลับมาทำตัวเป็นหัวขโมยหน้าตัวเมียแบบนี้ ถ้ากูไม่จัดการมึงมื้อนี้กูสิเอาหน้าไปไว้หม่องใด๋”

ขวับ! ขวับ! ขวับ!

เสียงไม้เรียวกระทบลงบนน่องและหลังของบักรุ่งดังสนั่น กำนันพงษ์ฟาดลูกชายต่อหน้าชาวบ้านนับร้อย บักรุ่งร้องโอดโอยดิ้นพล่านทั้งแสบไม้เรียวทั้งคันหมามุ่ย แต่อันไหนก็ไม่เท่าความอับอายที่โดนประจานความโง่

“กูสิพามึงไปขอขมาย่าบุญมาเดี๋ยวนี้ และมึงต้องมาขุดทางน้ำให้อ้ายเขาฟรี ๆ จนกว่างานสิเสร็จ” กำนันประกาศกร้าวบักรุ่งคอตกพนมมือไหว้ปลก ๆ ยอมสยบต่อความผิดที่ดิ้นไม่หลุด

ท่ามกลางความวุ่นวายของการทำโทษลูกกำนัน มีรถ SUV คันหรูสีดำขลับจอดซุ่มอยู่ที่ถนนลูกรังริมคลองชลประทาน ชายวัยกลางคนในชุดซาฟารีดูดีและผู้ติดตามอีกสองคนยืนกอดอกมองเหตุการณ์การแข่งดำนาตั้งแต่ต้นจนจบ

“คุณเดชาครับ...” ผู้ติดตามกระซิบ 

“แปลงนานี่แหละครับที่ผมบอกนาสีทองของย่าบุญมาดินดีมาก แถมจังหวะที่เด็กนั่นปักกล้าผมสังเกตว่าแถวมันตรงเป๊ะราวกับคำนวณมาอย่างดี”ชายที่ชื่อเดชาหรี่ตามองกริชที่กำลังเดินไปล้างตัว

 “สถาปนิกที่มาจากกรุงเทพนั่นนะเหรอ ไม่ธรรมดาแววตาคนมีของ... แปลงนี้มีพื้นที่เท่าไหร่”

“ของย่าบุญมาเองมีไม่มากครับ  แต่ที่ดินรอบ ๆ ที่เป็นของลูกชายแก 50 ไร่ และคนในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้โฉนด รวม ๆ แล้วถ้ากว้านซื้อได้จะมีพื้นที่หน้ากว้างติดคลองยาวไปถึงตีนเขา รวมกว่า 100 ไร่ ครับคุณเดชา” เดชายิ้มมุมปาก 

“50 ไร่... ถ้าเอามาทำรีสอร์ทเชิงเกษตรพรีเมียม หรือฟาร์มสเตย์ระดับไฮเอนด์ ราคามันจะพุ่งไปอีกสิบเท่า ที่นี่คือทองคำชัด ๆ” เขามองดูความสามัคคีของชาวบ้านที่รุมล้อมกริชแล้วรู้สึกว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย

 “เด็กคนนี้มันมีศรัทธาของชาวบ้านหนุนหลัง การจะฮุบที่ 50 ไร่นี้คงไม่ง่ายเหมือนซื้อที่ดินเปล่าทั่วไป... เตรียมคนไว้ เราต้องเข้าไปทักทาย สถาปนิกบ้านนาคนนี้หน่อยแล้ว”

หลังเหตุการณ์สงบลง กริชเดินมาล้างตัวที่รางน้ำ อิปิ๊เดินตามมาพร้อมผ้าเช็ดตัวผืนหนา แววตาที่เธอมองกริชในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ความนับถือในฐานะหลานเจ้าของบ้าน แต่มันคือความชื่นชมในใจของผู้ชายคนนี้

“อ้ายกริช... เจ็บตรงไหนบ่จ้า” เธอถามเบา ๆ กริชเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้เธอทั้งที่หน้ายังมีโคลนติดอยู่ 

“ไม่เจ็บหรอกปิ๊... ขอบคุณนะที่ช่วยแฉบักรุ่งให้ ผมไม่อยากพูดเองเดี๋ยวจะหาว่ารังแกมัน”

“ปิ๊บ่ยอมให้ใครมาทำร้ายอ้ายหรอก” อิปิ๊พูดพลางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปทางอื่น

 “เอ่อ... ปิ๊หมายถึง อ้ายเป็นคนดี ย่าบุญมาเพิ่นสิเสียใจถ้าอ้ายโดนรังแก”

กริชหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองออกไปที่ทุ่งนาสีทองที่กอข้าวใหม่กำลังชูไสว เขาไม่รู้เลยว่า ชัยชนะครั้งนี้กำลังนำพา "พายุลูกใหม่" ในคราบของนายทุนใหญ่เข้ามาหา แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความฝันที่จะเปลี่ยนโคกอีแหลวให้กลายเป็นแผ่นดินสีทองที่ยั่งยืนแห่งนี้เด็ดขาด

บรรยากาศยามโพล้เพล้ที่บ้านไม้ใต้ถุนสูงของย่าบุญมาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของฟืนไฟและเครื่องเทศสมุนไพร แสงไฟนีออนสีส้มรำไรส่องสว่างท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องขับขานรับลมเย็นยามค่ำ วันนี้เป็นวันพิเศษ ย่าบุญมาสั่งปูสาด(ปูเสื่อ) ผืนใหม่เอี่ยมเต็มชานบ้าน เพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจให้กับ "กริช" ผู้ชนะในศึกดำนาแห่งศักดิ์ศรี บนโตกไม้ไผ่ขนาดใหญ่มีอาหารวางเรียงรายจนเต็มพิกัด ทั้ง "ลาบปลาคัง" รสจัดจ้านที่ลุงหวังไปทอดแหมาสด ๆ จากลำน้ำ "ไก่บ้านต้มใบหม่อน" ที่น้ำซุปหวานกลมกล่อมจนควันกรุ่น และที่ขาดไม่ได้คือ "ตำซั่วถาดใหญ่" ฝีมืออิปิ๊ที่โรยหน้าด้วยเม็ดกระถินสดและปลาร้านัว ๆ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ

"มา ๆ พ่อผู้ใหญ่ ลุงหวัง พี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงนั่งลงเด้อ มื้อนี้กินให้เต็มคราบย่าเฮ็ดมาฉลองขวัญให้หลานกริชเพิ่น" ย่าบุญมาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาของหญิงชราฉายความภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

กริชในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามดูสะอาดสะอ้านนั่งอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ที่เขาเคารพ พ่อผู้ใหญ่บ้านยกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นพนมมือก่อนจะกล่าวออกมา 

"กริชเอ๊ย... มื้อนี้เจ้าได้ใจคนทั้งหมู่บ้านอีหลีเด้อ ตอนแรกลุงคิดว่าคนเมืองสิมาเฮ็ดนาได้จั่งใด๋ แต่พอเห็นเจ้าปักดำนิ่งปานเครื่องจักร แถมยังมีน้ำใจนักกีฬาซ่วยดึงบักรุ่งขึ้นจากโคลน ลุงกะฮู้เลยว่าเจ้าคือลูกชาวนาบ้านเฮาโดยแท้"

"ขอบคุณครับพ่อผู้ใหญ่ ผมก็ได้ความรู้มาจากลุงหวัง และครูฝึกโหดอย่างปิ๊นี่แหละครับ ถ้าไม่มีพวกเขาผมคงนอนคลุกโคลนไปพร้อมบักรุ่งแล้ว" กริชตอบพลางหัวเราะเบา ๆ และหันไปมองอิปิ๊ที่นั่งอยู่ไม่ไกล อิปิ๊วันนี้ดูสวยแปลกตากว่าทุกวัน เธอสวมผ้าถุงทอมือลายขิดสีเข้มและปล่อยผมยาวสลวย เมื่อเห็นกริชมองมา เธอจึงแกล้งค้อนใส่ 

"อ้ายกริชกะอย่ามาปากหวาน ปิ๊แค่สอนตามหน้าที่จ้าแต่อ้ายนั่นล่ะที่มีพรสวรรค์... แต่ว่าไปกลิ่นหอมข้าวมธุปายาสย่ายังติดจมูกอยู่เลยเนาะอ้าย"

การสนทนาบนวงข้าวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ลุงหวังเล่าถึงวีรกรรมความ เก้ ๆ กัง ๆ ของกริชวันแรก ๆ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงหัวเราะได้ทั้งวง จนกระทั่งความเงียบเข้ามาปกคลุมชั่วขณะเมื่อกริชเอ่ยถึงอนาคต

"ย่าครับ พ่อผู้ใหญ่ครับ ชัยชนะมื้อนี้มันแค่จุดเริ่มต้น" กริชเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

"นาสีทอง 50 ไร่นี้ ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแค่ที่นาธรรมดาผมอยากทำให้มันเป็นเกษตรอัจฉริยะที่ทุกคนในหมู่บ้านมาเรียนรู้ได้ เราจะมีธนาคารน้ำ มีระบบจัดการแบบสถาปนิกผสมไทบ้าน เพื่อให้ลูกหลานเราไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำงานในกรุง" ย่าบุญมาวางมือลงบนไหล่กริช 

"ย่าเชื่อเจ้าหลานรักแผ่นดินนี้มันมีชีวิต ถ้าเฮาฮักมัน มันกะสิเลี้ยงเฮาไปจนตาย"

แต่ในคืนนี้ ภายใต้แสงจันทร์และรสชาติอาหารบ้านนาที่แสนอบอุ่น กริชขออนุญาตตัวเองให้มีความสุข เขาตักไก่บ้านคำโตส่งให้อิปิ๊แทนคำขอบคุณที่เธออยู่เคียงข้างเขามาตลอด แสงไฟวับแวมจากหิ่งห้อยรอบชายคาบ้านดูเหมือนจะเป็นพยานให้คำสัญญาของเขา... ว่าเขาจะปกป้องนาสีทองนี้ไว้ด้วยชีวิต

"เอ้า กิน ๆ หลานกริช มื้ออื่นต้องตื่นแต่เช้า บักรุ่งมันสิมาแบกจอบขุดทางน้ำให้เจ้าแต่เช้าตั๊ว" ลุงหวังตะโกนบอกเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ปิดท้ายมื้ออาหารอันแสนประทับใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status