Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 33 : โฉนดของพ่อต้องอยู่ที่เจ้าของเดิม

Share

ตอนที่ 33 : โฉนดของพ่อต้องอยู่ที่เจ้าของเดิม

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 19:47:38

ทันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากริชไม่รอช้าเขาติดตั้งตะเกียงเจ้าพายุไว้ที่เสาไม้กลางนา แสงไฟวับแวมส่องให้เห็นร่างของชายหนุ่มที่เริ่มเหวี่ยงจอบลงบนดินแข็ง ๆ อีกครั้ง โดยมีอิปิ๊คอยช่วยส่องไฟฉายและเตรียมเสบียงให้

"อ้ายกริช... พักแนเถอะจ้าขุดคนเดียวเจ็ดวันมันสิไหวเบาะ" อิปิ๊เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาที่มองดูแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความวิตก เธอเห็นกริชก้มหน้าก้มตาขุดดินมาหลายชั่วโมงโดยไม่ยอมวางมือ แม้แต่คราบโคลนที่กระเด็นใส่ใบหน้าเขาก็ยังไม่มีเวลาจะเช็ดออก

"ถ้าไม่รีบทำตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าชาวบ้านเดินมาดูแล้วไม่เห็นอะไรคืบหน้า เขาจะยิ่งหมดศรัทธาปิ๊..." กริชตอบเสียงพร่ามือยังคงกำจอบแน่น

"ไหวบ่ไหว... กะให้มันฮู้ไปว่าน้ำใจคนอีแหลวมันแห้งแล้งกว่าดินนา"

เสียงกังวานทึบเข้มดังขึ้นจากความมืดข้างคันนา กริชชะงักจอบแล้วเงยหน้าขึ้นมอง แสงจากไฟฉายคาดหัวหลายดวงสาดส่องเข้ามาที่หลุมขุด ปรากฏร่างของ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ที่เดินนำหน้ามาอย่างมั่นคง และที่ทำเอาขอบตากริชร้อนผ่าว คือร่างชายสูงวัยที่คุ้นเคยซึ่งเดินตามหลังมาติด ๆ

"ลุงหวัง" กริชพึมพำ

"เออ ข่อยเอง" ลุงหวังกระชับด้ามจอบในมือพลางเดินลงมาในหลุมขุด

"ข่อยนอนบ่หลับว่ะกริชข่อยมาคิดดูแล้ว ถ้าข่อยปล่อยให้เจ้าสู้คนเดียวจนเจ้าแพ้ ข่อยกะสิกลายเป็นคนบาปที่พาลูกหลานไปตกนรกเงินล้านของไอ้นายทุนนั่นนำ"

ไม่เพียงแค่ลุงหวัง แต่ข้างหลังยังมีลูกน้องผู้ใหญ่บ้านอีก 5-6 คน ที่แบกจอบ เสียม และพลั่วมาพร้อมสรรพ ทุกคนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ที่เคยเห็นกริชสู้เพื่อหมู่บ้านมาตลอด

"หลานชายคนเดียวของแม่ใหญ่บุญมา แม่ใหญ่เพิ่นดูแลพวกเฮามาโดน มื้อนี้พวกข่อยขอมาซ่วยสถาปนิกบ้านนาแนเถาะ" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนบอกพลางหัวเราะร่า

"อ้ายกริชดูสิ ลุงหวังพาพรรคพวกมาซ่วยแล้ว" อิปิ๊กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เธอรีบกวาดหาไฟฉายและเตรียมน้ำดื่มให้ทันที

บรรยากาศที่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้างพลันกลับมาคึกคักราวกับงานบุญขนาดย่อม เสียงจอบขุดดินดังกึกก้องผสานไปกับจังหวะการทำงานที่รวดเร็วขึ้นเป็นสิบเท่า พ่อผู้ใหญ่บ้านกับลุงหวังยืนคุมอยู่ขอบทางพลางสำทับ

"พวกมึงขุดให้เต็มที่เด้อ มื้ออื่นเช้ากูอยากให้ไอ้บักรุ่งมันมาเห็นจนตาค้าง ว่ากำแพงเงินของพวกมันกะสู้กำแพงใจของพวกเฮาบ่ได้"

กริชรู้สึกเหมือนมีพลังงานมหาศาลไหลเวียนกลับมาในร่างกาย เขาไม่ได้สู้ลำพังอีกต่อไป ภายใต้แสงตะเกียงในคืนนี้ แผนผัง "ทางผ่านน้ำ" ในกระดาษ กำลังถูกเนรมิตขึ้นด้วยหยาดเหงื่อของมวลชนที่ยังเชื่อมั่นในแผ่นดินเกิด เสียงจอบที่กระทบดินสม่ำเสมอเริ่มเบาลงเมื่อเข็มนาฬิกาเดินเลยผ่านเที่ยงคืนไป แสงจากตะเกียงเจ้าพายุเริ่มหรี่ลงเล็กน้อยตามปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ กริชปาดเหงื่อที่โชกใบหน้าพลางมองดูร่องน้ำที่ขุดลึกและเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยพลังของ "คนรักบ้าน"

"พี่ ๆ ครับ พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ ผมเกรงใจทุกคนจริง ๆ มื้อนี้เฮ็ดงานหนักกันมาโดนแล้ว" กริชเอ่ยขึ้นพลางวางจอบลง แล้วยกมือกราบขอบคุณพี่ๆ ลูกน้องผู้ใหญ่บ้านและลุงหวัง

"เออ... ขอบใจหลาย ๆ ไป ๆ พากันพักผ่อนเถอะ" พ่อผู้ใหญ่บ้านสำทับพลางปัดมือไล่ลูกน้องอย่างใจดีพร้อมจ่ายค่าแรงให้ทุกคน

 "พรุ่งนี้สาย ๆ ค่อยมาลุยกันใหม่ตอนนี้งานเดินไปได้เกือบครึ่งแล้ว บักกริชเอยมึงทำได้ดีคัก" ลุงหวังเดินเข้ามาตบไหล่กริชเบาๆ 

"เจ้าพักแนเด้อหลาน แววตาเจ้าสิหลับมิหลับแหล่แล้ว ป่ะอีปิ๊ เมือบ้าน (กลับบ้าน) ได้แล้วลูก" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเรียกลูกสาว อิปิ๊ที่ท่าทางพะวักพะวนไม่อยากทิ้งกริชไว้คนเดียว ยอมลุกขึ้นสะพายกระเป๋า 

"อ้ายกริช... ปิ๊เมือก่อนเด้อ พรุ่งนี้เช้าปิ๊สิหิ้วข้าวปลาอาหารมาส่งแต่เช้าเลยจ้า อย่าแอบขุดต่อคนเดียวเด้อ กลับบ้านไปเบิ่งย่าแน"

เมื่อแสงไฟฉายจากกลุ่มคนค่อยๆ ลับหายไปในความมืด กริชยืนอยู่กลางทุ่งนาเพียงลำพังชั่วครู่ เขามองร่องดินที่ขุดไว้ด้วยความตื้นตันใจพลังใจที่ลุงหวังและคนอื่นๆ มอบให้มันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งหมด เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อนตามคำสั่งของผู้ใหญ่และเป็นห่วงย่าด้วย กริชกลับบ้านมาด้วยสภาพเหนื่อยล้าจนแทบจะก้าวขาไม่ออก หลังจากอาบน้ำชำระคราบโคลนตมออกจนร่างกายสดชื่นขึ้นบ้าง เขาก็เตรียมตัวจะเอนหลังพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้สู้ต่อในวันพรุ่งนี้

ในความเงียบสงัดของตัวบ้านไม้ยามที่ลมพัดลอดช่องลมเข้ามาบางเบา กริชกลับได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบาดังมาจากห้องนอนของย่าบุญมา เสียงนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความอาวรณ์จนเขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปแง้มประตูดูด้วยความเป็นห่วง ที่มุมห้องนอนแสงจากเทียนเล่มเล็กหน้าหิ้งพระส่องสว่างรำไร ย่าบุญมาในชุดแผ่เมตตาสีขาวนั่งอยู่ต่อหน้า ภาพถ่ายเก่าใบหนึ่ง ที่ใส่กรอบไม้ไว้อย่างดีภาพของชายหนุ่มใบหน้าคมสันที่มีรอยยิ้มคล้ายกับกริชไม่ผิดเพี้ยน ชายผู้เป็นพ่อของเขา

"บักไกรเอ๊ย..." ย่าพึมพำพลางใช้ปลายนิ้วเหี่ยวย่นลูบไล้ไปบนกระจกกรอบรูป 

"ลูกชายเจ้ามันคือเจ้าคักเด้อ ใจเด็ด ใจแกร่ง บ่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ... แต่มื้อนี้ชาวบ้านเพิ่นมาฮ้องมาด่าแม่ถึงบ้าน แม่กะหวั่นใจเหลือเกิน ย่านว่าสิรักษาที่นาผืนสุดท้ายที่เจ้าฮักนักหนาไว้บ่ได้"

หยดน้ำตาเล็ก ๆ ร่วงเผาะลงบนตักของหญิงชรา กริชที่ยืนฟังอยู่หลังประตูรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ มาจุกที่ลำคอ เขาค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปแล้วทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ย่าบุญมา ก่อนจะสวมกอดหญิงชราไว้หลวม ๆ

"ย่าครับ..." กริชเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น 

"ผมขอโทษที่ทำให้ย่าต้องลำบากใจ ต้องมาโดนชาวบ้านต่อว่าเพราะผม" ย่าบุญมาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเช็ดน้ำตา 

"บ่เป็นหยังดอกหลาน ย่าแค่คิดถึงพ่อเจ้า...ที่นาผืนนี้พ่อเจ้าก่อนตายเขาหวงนักหนา เขาว่ามันคือรากคือชีวิตของเฮา"

กริชหันไปมองภาพถ่ายของพ่อ แววตาของเขาเป็นประกายมุ่งมั่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เขาเอื้อมมือไปแตะโฉนดที่ดินเก่าคร่ำคร่าที่วางอยู่ข้างรูปถ่าย พลางเอ่ยคำสัญญาที่กลั่นมาจากหัวใจ

"ย่าครับ... ผมขอให้สัญญากับย่า และขอสัญญาต่อหน้าพ่อ โฉนดที่ดินฉบับนี้ที่มีชื่อของพ่อเป็นเจ้าของ มันจะไม่มีวันเปลี่ยนไปเป็นชื่อของนายทุนคนไหนทั้งนั้น ผมจะรักษาแผ่นดินของพ่อไว้ด้วยวิชาความรู้ของผม และผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าที่นาของพ่อมีค่ามากกว่ากระดาษสีเทาพวกนั้นร้อยเท่าพันเท่า" ย่าบุญมามองหน้าหลานชายเห็นเงาของลูกชายผู้ล่วงลับซ้อนทับอยู่ในความมุ่งมั่นนั้น ท่านพยักหน้าช้า ๆ พลางบีบมือหลานชายแน่น

"ย่าเชื่อเจ้า...ทำให้เต็มที่เด้อหลาน ย่าสิอยู่ข้างเจ้าจนลมหายใจสุดท้าย"

คืนนั้น กริชกลับไปนอนด้วยหัวใจที่พองโต ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะตอนนี้เขาไม่ได้สู้เพื่อพิสูจน์วิชาชีพสถาปนิกเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือการรักษา "สมบัติชิ้นสุดท้าย" และคำสัญญาที่มีต่อพ่อของเขาเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status