Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

Share

ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-02-01 12:05:03

แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น

“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียก

หลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน

“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลาทูวางบนก้อนข้าวเหนียวให้หลาน

“กินหลาย ๆ มื้อนี่สิไปเฮ็ดอิหยังล่ะ เห็นเตรียมไม้กวาดเตรียมผ้าขนหนูไว้พู้น”

“ผมตั้งใจว่าจะไปจัดการเถียงนาที่พ่อเคยอยู่ครับย่า ผมอยากทำความสะอาดให้มันน่าอยู่ จะเปลี่ยนให้เป็นสตูดิโอทำงานออกแบบของผมด้วย ผมยากปรับโครงสร้าง ถ้าขัดสีฉวีวรรณหน่อยน่าจะดูเท่สุด ๆ ไปเลยครับ” กริชตอบด้วยแววตาเป็นประกายแบบนักออกแบบ ย่าบุญมานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“สิไปล้างเถียงนาเบาะ ระวังเด้อ... ของเก่ามันมีเจ้าของ พ่อเจ้าเพิ่นฮักเถียงนานั่นหลาย เพิ่นเก็บของไว้รกกะจริงแต่มันมีระเบียบในแบบของเพิ่น เจ้าสิไปรื้อไปถอนกะบอกกล่าวเพิ่นแนล่ะหลานเอ๊ย”

“ผมจะแค่ทำความสะอาดครับย่า ไม่รื้อของสำคัญของพ่อออกแน่นอน ผมเริ่มเข้าใจที่ย่าพูดแล้วล่ะครับ ว่าดินมีหัวใจ บ้านก็น่าจะมีเหมือนกัน” ย่าบุญมายิ้มอย่างพอใจ ท่านลูบหัวกริชเบา ๆ

“เออ... เว้าได้จั่งซี่ กระสมเป็นลูกหลานบ้านเฮา ไปเถอะ บ่าย ๆ ย่าพาวัวลงทุ่งแล้วสิแวะไปเบิ่งเด้อ”

10.00 น. ณ เถียงนามหาภัย

กริชมาถึงเถียงนาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งไม้กวาดหยากไย่ แปรงขัด และน้ำยาทำความสะอาดที่เขาแอบไปซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เริ่มกระชับจากการออกแรงพาวัวเมื่อวันก่อน

“เอาล่ะ... กริช สตูดิโอไทยโมเดิร์นกลางทุ่งจะเริ่มต้นที่นี่” เขาเริ่มจากการกวาดหยากไย่ที่โยงใยอยู่บนขื่อ ฝุ่นหนาเตอะฟุ้งกระจายจนเขาต้องไอค่อกแค่ก กริชพยายามย้ายกระสอบปุ๋ยไปวางรวมกันไว้ที่มุมหนึ่งเพื่อให้พื้นที่ตรงกลางโล่งขึ้น แต่ในขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปคว้าคานไม้เพื่อจะขัดเช็ดนั้นเอง...

“ตุ๊บ!”

บางอย่างที่มีน้ำหนักตกลงมาที่บนไหล่ของเขา กริชชะงักนิ่ง ลมหายใจติดขัด เขาค่อย ๆ ชำเลืองมองไปที่ไหล่ขวา... มันคือ แมงมุมขยุ้มหลังคา ตัวโตเท่าฝ่ามือที่มีขนรุงรังและขากางยาวเหยียด

“เฮ้ย!!!” กริชสะบัดตัวอย่างแรง แมงมุมกระเด็นไปตกที่ฝาบ้าน แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะแรงสั่นสะเทือนทำให้ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ อีกตัวโผล่ออกมาจากรูไม้เหนือหัว

“ตับแก! ตับแก!”

เสียงก้องกังวานนั้นไม่ได้มาจากที่ไกล ๆ แต่มันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของกริชในระยะประชิดเพียงไม่กี่คืบ! ตุ๊กแกตัวลายพร้อย ขนาดลำตัวหนาเกือบเท่าลำแขนเด็ก โผล่หัวทรงสามเหลี่ยมออกมาจากซอกคานไม้เก่า ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกโพลงจ้องเขม็งมาที่เขา มันอ้าปากกว้างจนเห็นเพดานปากสีชมพูแดงระเรื่อ พร้อมกับเสียงขู่ “ฟู่... ฟู่...” ราวกับมังกรพ่นไฟในร่างสัตว์เลื้อยคลาน

กริชตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงปลายเท้า มือที่ถือไม้กวาดหยากไย่สั่นพะเยิบพะยาบ

“ใจเย็นนะเจ้าที่... ผมแค่มาทำความสะอาด ไม่ได้มาแย่งบ้าน...”

แต่ดูเหมือนคำขอร้องจะไม่ได้ผล เพราะทันทีที่กริชขยับตัวจะถอยหลัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ "สยอง" ยิ่งกว่าเดิม!ตรงมุมมืดของฝาบ้านที่แสงแดดส่องไปไม่ถึง มีกลุ่มก้อนสีขาวนวลลักษณะเหมือนเปลือกไข่เล็กๆ นับสิบใบเกาะติดอยู่กับเนื้อไม้ และรอบๆ ไข่เหล่านั้น... มีกองทัพ "ลูกตุ๊กแก" ตัวจ้อย ลายพร้อยเหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยน นับสิบตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยออกมาจากเงามืด บ้างก็เกาะอยู่บนกระสอบปุ๋ย บ้างก็เกาะอยู่บนผนังไม้เตรียมจะพุ่งตัวหาเป้าหมาย

“อ๊ากกกกกก! มันมาเป็นกองทัพเลย! ช่วยด้วยยยยย!”

กริชแหกปากร้องลั่นทุ่งนาจนนกกระยางที่หากินอยู่แถวนั้นบินพรึ่บขึ้นฟ้าด้วยความตกใจ สถาปนิกหนุ่มผู้เคยคุมงานก่อสร้างตึกสูงระฟ้า บัดนี้ลืมสิ้นความสุขุมและมาดหนุ่มเมืองกรุง เขาโกยแน่บกระโดดลงจากเถียงนาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่านักวิ่งทีมชาติ โสร่งไหมมัดหมี่ที่เคยนุ่งไว้อย่างประณีตเริ่มหลุดลุ่ยจนเขาต้องใช้มือหนึ่งหอบผ้าไว้ อีกมือหนึ่งกวัดแกว่งไปมากลางอากาศเพื่อไล่ความหลอนที่ยังติดตา

เขาไม่สนแม้แต่อุปกรณ์ทำความสะอาดราคาสูงที่วางทิ้งไว้ กริชวิ่งหน้าตั้งลุยทุ่งนาลัดเลาะไปตามคันดินที่แคบและขรุขระ ก้าวพลาดตกลงไปในเลนบ้างแต่ก็รีบดีดตัวขึ้นมาใหม่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มุ่งหน้าตรงไปสู่บ้านผู้ใหญ่บ้านที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในใจตอนนี้!

ณ บ้านผู้ใหญ่บ้าน

อิปิ๊ที่กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่อยู่บนแคร่ไม้ไผ่อย่างเพลิดเพลิน ถึงกับหยุดมือแล้วมองไปทางทุ่งนาด้วยสายตาฉงน เธอเห็นเงาร่างขาวๆ วิ่งตะบึงมาพร้อมฝุ่นตลบ

“ปาดดดด! นั่นอ้ายกริชเบาะ คือวิ่งไวแท้ หรือว่าบักจ่อยมันหลุดคอกไปขวิดเพิ่น” อิปิ๊ตะโกนคุยกับพ่อผู้ใหญ่ที่กำลังเช็กแหอยู่อีกด้านหนึ่ง

กริชวิ่งมาถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านในสภาพหมดรูป ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีเศษหญ้าและโคลนติดอยู่ที่ขาโสร่ง ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาหอบจนตัวโยนจนแทบจะพูดไม่ออก

“ปิ๊... ปิ๊ ช่วยผมด้วย... มัน... มันมาทั้งตระกูลเลย” กริชพยายามสื่อสารขณะที่มือยังกำปมโสร่งไว้แน่น อิปิ๊เดินเข้ามาใกล้พลางกลั้นขำจนไหล่สั่น

“อิหยังอ้าย ไผมาทั้งตระกูล ผีโพงมาเบาะ”

“ตุ๊กแก ตัวใหญ่เท่าแขนเลย แล้วยังมีลูกมันอีกเป็นโหล ไต่เต็มฝาบ้านไปหมด ไข่มันก็น่ากลัว... ผมทำงานไม่ได้แล้วปิ๊ ผมจะจ้างคนมาจัดการจริง ๆ คราวนี้ย่าจะดุก็ยอม” อิปิ๊ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นบ้าน จนผู้ใหญ่บ้านต้องเดินมาดู

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้ายกริชเอ๊ย! ตุ๊กแกบ้านนอกมันกะคือคนบ้านนอกนั่นล่ะ เพิ่นกะอยากอยู่ใกล้ ๆ คนหน้าตาดีคืออ้าย สงสัยเพิ่นสิมาต้อนรับสมาชิกใหม่ล่ะมั้ง”

“มันไม่ใช่เรื่องตลกนะปิ๊ ! มันอ้าปากใส่ผมด้วย ” กริชหน้ามุ่ย พยายามจัดแจงโสร่งที่เกือบจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ให้เข้าที่

“มานี่มา... เดี๋ยวข่อยพาส่งร้านค้า ไปซื้อสมุนไพรไล่ตุ๊กแก แต่อย่าไปฆ่าเพิ่นเด้อ เพิ่นเป็นเจ้าบ้านเก่า” อิปิ๊ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางกวักมือเรียก

“แต่อ้ายต้องยอมให้ข่อยแกล้งคืนเด่ะ... โทษฐานที่ทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้แย วิ่งหนีตุ๊กแกจนโสร่งเกือบหลุดให้ชาวบ้านเขาเห็นเบิดหมู่บ้านแล้วนี่!”

กริชได้แต่ยืนหน้าแดงซ่าน ทั้งอายทั้งกลัว แต่ในใจก็เริ่มคิดแล้วว่า... มรดกของย่าบุญมานี่มัน "โหด" กว่าที่เขาคิดไว้ทุกขั้นตอนจริงๆ!

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลว

    ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก

    ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริช

    ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่

    ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง

  • มักสาวอิปิ๊   บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)

    บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)บรรยากาศรอบเรือนหอยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกบางสีขาวนวล เสียงไก่ป่าเริ่มขยับปีกขันรับกันเป็นทอด ๆ ประสานกับเสียงนกกระแตแต้แว็ดที่บินผ่านท้องนาไป กลิ่นหอมกรุ่นของดินและน้ำค้างยามเช้าลอยลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆบนเตียงไม้ที่เมื่อคืนผ่าน "ศึกหนัก" มาจนหมอนกระจัดกระจาย กริชค่อยๆ ลืมตาขึ้นขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างบางที่กำลังหลับสนิทจากด้านหลัง เขาฝังจมูกลงบนไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา"ปิ๊ เมียอ้าย ตื่นหรือยังจ๊ะ" กริชกระซิบเสียงพร่า พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง"อื้อ... อ้ายกริชปล่อยก่อนจ้ะ ปิ๊จะรีบไปนึ่งข้าวเดี๋ยวตักบาตรไม่ทัน" อิปิ๊งึมงำตอบทั้งที่ยังหลับตาพยายามขยับตัวหนีคนขี้อ้อน"ตักบาตรน่ะทันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อ้ายอยากตักตวงความสุขจากเมียก่อนนี่นา" เขาไม่พูดเปล่า กลับซุกไซ้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เมื่อคืนอ้ายยังไม่อิ่มเลย ปิ๊แกะกระดุมให้อ้ายอีกรอบได้ไหมจ๊ะ""อ้ายกริชเสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ จะให้แกะอะไรอีกล่ะ" อิปิ๊ลืมตาขึ้นมาค้อนวงใหญ่หน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงวีรกรรม "เตียงสั่น" เมื่อคืน"

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอบรรยากาศยามค่ำคืนที่นาสีทองอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิป่าและกลิ่นอายแห่งความสุข หลังจากมื้ออาหาร "งันเฮือน" ที่ครื้นเครงผ่านไป แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไม้พะยูงหลังใหม่ส่องสว่างนำทางเข้าสู่พิธีสุดท้ายที่บ่าวสาวรอคอย (และเกรงกลัว) นั่นคือ "พิธีส่งตัวเข้าหอ"ที่หน้าห้องหอ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ย่าบุญมา และบรรดา "นกต่อ" หรือคู่ผัวเมียตัวอย่างที่ครองรักกันมานานจนหัวหงอกหัวขาวอย่าง ลุงหวังกับป้าเนียน นั่งรออยู่บนเสื่อน้ำมันลายสวยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม มีนัยยะหยิกแกมหยอก"มาแล้ว ๆ บ่าวสาวมาแล้ว" ป้านวลตะโกนบอกคนข้างล่างที่แอบมาจอบฟังภายในห้องหอที่กริชออกแบบให้มีช่องลมรับแสงจันทร์และระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม เตียงไม้หลังใหญ่ถูกปูด้วยผ้าห่มแพรสีแดงสด ย่าบุญมาเชิญลุงหวังและป้าเนียนขึ้นไปนั่งและนอนบนเตียงเป็นปฐมฤกษ์"เอ้า... ตาหวัง ยายเนียน ลงไปนอนให้เด็กมันดูซิ" ย่าบุญมาสั่งสองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานลุงหวังแกล้งล้มตัวลงนอนคว่ำแล้วกรนเสียงดัง ครอก... ฟี้ ก่อนจะพลิกตัวมากอดป้าเนียนกลมดิ๊ก "โอ๊ย... เตียงสถาปนิกนี่มันนุ่มดีแท้แม่เนียนเอ๊ย นอนแล้วมันอยากมีลูกอีกสักคนเด้""ลุงนี

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มข

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปาก

    ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปากท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านโคกอีแหลวในยามเย็นถูกฉาบด้วยสีแดงเพลิงราวกับลางบอกเหตุ กลิ่นธูปจางๆ จากในโบสถ์ลอยมาปะทะกับลมทุ่งที่พัดกระโชกแรง ลานวัดที่เคยใช้จัดงานบุญ บัดนี้ถูกดัดแปลงเป็นลานพิพากษา กริชในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายที่ตอนนี้ดูหลวมโพล่งไปเล็กน้อยจากการตรากตรำงาน กำลั

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 45: หน้ากากสถาปนิก

    แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกระจกตึกระฟ้า กริชก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยมาดสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาสวมสูทเนี้ยบใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายจนเชอรี่ถึงกับตายใจ เธอเชื่อสนิทใจว่า "เงินและอำนาจ" ได้ดึงกริชกลับมาสู่โลกของเธอเรียบร้อยแล้ว"กริชคะ วันนี้คุณดูดีจังเลยค่ะ" เชอรี่เกาะแขนกริชพลางพาเดินไปที่ห้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status