Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

Share

ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

Author: Chalam whale
last update Last Updated: 2026-02-01 12:05:03

แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น

“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียก

หลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน

“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลาทูวางบนก้อนข้าวเหนียวให้หลาน

“กินหลาย ๆ มื้อนี่สิไปเฮ็ดอิหยังล่ะ เห็นเตรียมไม้กวาดเตรียมผ้าขนหนูไว้พู้น”

“ผมตั้งใจว่าจะไปจัดการเถียงนาที่พ่อเคยอยู่ครับย่า ผมอยากทำความสะอาดให้มันน่าอยู่ จะเปลี่ยนให้เป็นสตูดิโอทำงานออกแบบของผมด้วย ผมยากปรับโครงสร้าง ถ้าขัดสีฉวีวรรณหน่อยน่าจะดูเท่สุด ๆ ไปเลยครับ” กริชตอบด้วยแววตาเป็นประกายแบบนักออกแบบ ย่าบุญมานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“สิไปล้างเถียงนาเบาะ ระวังเด้อ... ของเก่ามันมีเจ้าของ พ่อเจ้าเพิ่นฮักเถียงนานั่นหลาย เพิ่นเก็บของไว้รกกะจริงแต่มันมีระเบียบในแบบของเพิ่น เจ้าสิไปรื้อไปถอนกะบอกกล่าวเพิ่นแนล่ะหลานเอ๊ย”

“ผมจะแค่ทำความสะอาดครับย่า ไม่รื้อของสำคัญของพ่อออกแน่นอน ผมเริ่มเข้าใจที่ย่าพูดแล้วล่ะครับ ว่าดินมีหัวใจ บ้านก็น่าจะมีเหมือนกัน” ย่าบุญมายิ้มอย่างพอใจ ท่านลูบหัวกริชเบา ๆ

“เออ... เว้าได้จั่งซี่ กระสมเป็นลูกหลานบ้านเฮา ไปเถอะ บ่าย ๆ ย่าพาวัวลงทุ่งแล้วสิแวะไปเบิ่งเด้อ”

10.00 น. ณ เถียงนามหาภัย

กริชมาถึงเถียงนาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งไม้กวาดหยากไย่ แปรงขัด และน้ำยาทำความสะอาดที่เขาแอบไปซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เริ่มกระชับจากการออกแรงพาวัวเมื่อวันก่อน

“เอาล่ะ... กริช สตูดิโอไทยโมเดิร์นกลางทุ่งจะเริ่มต้นที่นี่” เขาเริ่มจากการกวาดหยากไย่ที่โยงใยอยู่บนขื่อ ฝุ่นหนาเตอะฟุ้งกระจายจนเขาต้องไอค่อกแค่ก กริชพยายามย้ายกระสอบปุ๋ยไปวางรวมกันไว้ที่มุมหนึ่งเพื่อให้พื้นที่ตรงกลางโล่งขึ้น แต่ในขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปคว้าคานไม้เพื่อจะขัดเช็ดนั้นเอง...

“ตุ๊บ!”

บางอย่างที่มีน้ำหนักตกลงมาที่บนไหล่ของเขา กริชชะงักนิ่ง ลมหายใจติดขัด เขาค่อย ๆ ชำเลืองมองไปที่ไหล่ขวา... มันคือ แมงมุมขยุ้มหลังคา ตัวโตเท่าฝ่ามือที่มีขนรุงรังและขากางยาวเหยียด

“เฮ้ย!!!” กริชสะบัดตัวอย่างแรง แมงมุมกระเด็นไปตกที่ฝาบ้าน แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะแรงสั่นสะเทือนทำให้ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ อีกตัวโผล่ออกมาจากรูไม้เหนือหัว

“ตับแก! ตับแก!”

เสียงก้องกังวานนั้นไม่ได้มาจากที่ไกล ๆ แต่มันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของกริชในระยะประชิดเพียงไม่กี่คืบ! ตุ๊กแกตัวลายพร้อย ขนาดลำตัวหนาเกือบเท่าลำแขนเด็ก โผล่หัวทรงสามเหลี่ยมออกมาจากซอกคานไม้เก่า ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกโพลงจ้องเขม็งมาที่เขา มันอ้าปากกว้างจนเห็นเพดานปากสีชมพูแดงระเรื่อ พร้อมกับเสียงขู่ “ฟู่... ฟู่...” ราวกับมังกรพ่นไฟในร่างสัตว์เลื้อยคลาน

กริชตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงปลายเท้า มือที่ถือไม้กวาดหยากไย่สั่นพะเยิบพะยาบ

“ใจเย็นนะเจ้าที่... ผมแค่มาทำความสะอาด ไม่ได้มาแย่งบ้าน...”

แต่ดูเหมือนคำขอร้องจะไม่ได้ผล เพราะทันทีที่กริชขยับตัวจะถอยหลัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ "สยอง" ยิ่งกว่าเดิม!ตรงมุมมืดของฝาบ้านที่แสงแดดส่องไปไม่ถึง มีกลุ่มก้อนสีขาวนวลลักษณะเหมือนเปลือกไข่เล็กๆ นับสิบใบเกาะติดอยู่กับเนื้อไม้ และรอบๆ ไข่เหล่านั้น... มีกองทัพ "ลูกตุ๊กแก" ตัวจ้อย ลายพร้อยเหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยน นับสิบตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยออกมาจากเงามืด บ้างก็เกาะอยู่บนกระสอบปุ๋ย บ้างก็เกาะอยู่บนผนังไม้เตรียมจะพุ่งตัวหาเป้าหมาย

“อ๊ากกกกกก! มันมาเป็นกองทัพเลย! ช่วยด้วยยยยย!”

กริชแหกปากร้องลั่นทุ่งนาจนนกกระยางที่หากินอยู่แถวนั้นบินพรึ่บขึ้นฟ้าด้วยความตกใจ สถาปนิกหนุ่มผู้เคยคุมงานก่อสร้างตึกสูงระฟ้า บัดนี้ลืมสิ้นความสุขุมและมาดหนุ่มเมืองกรุง เขาโกยแน่บกระโดดลงจากเถียงนาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่านักวิ่งทีมชาติ โสร่งไหมมัดหมี่ที่เคยนุ่งไว้อย่างประณีตเริ่มหลุดลุ่ยจนเขาต้องใช้มือหนึ่งหอบผ้าไว้ อีกมือหนึ่งกวัดแกว่งไปมากลางอากาศเพื่อไล่ความหลอนที่ยังติดตา

เขาไม่สนแม้แต่อุปกรณ์ทำความสะอาดราคาสูงที่วางทิ้งไว้ กริชวิ่งหน้าตั้งลุยทุ่งนาลัดเลาะไปตามคันดินที่แคบและขรุขระ ก้าวพลาดตกลงไปในเลนบ้างแต่ก็รีบดีดตัวขึ้นมาใหม่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มุ่งหน้าตรงไปสู่บ้านผู้ใหญ่บ้านที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในใจตอนนี้!

ณ บ้านผู้ใหญ่บ้าน

อิปิ๊ที่กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่อยู่บนแคร่ไม้ไผ่อย่างเพลิดเพลิน ถึงกับหยุดมือแล้วมองไปทางทุ่งนาด้วยสายตาฉงน เธอเห็นเงาร่างขาวๆ วิ่งตะบึงมาพร้อมฝุ่นตลบ

“ปาดดดด! นั่นอ้ายกริชเบาะ คือวิ่งไวแท้ หรือว่าบักจ่อยมันหลุดคอกไปขวิดเพิ่น” อิปิ๊ตะโกนคุยกับพ่อผู้ใหญ่ที่กำลังเช็กแหอยู่อีกด้านหนึ่ง

กริชวิ่งมาถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านในสภาพหมดรูป ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีเศษหญ้าและโคลนติดอยู่ที่ขาโสร่ง ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาหอบจนตัวโยนจนแทบจะพูดไม่ออก

“ปิ๊... ปิ๊ ช่วยผมด้วย... มัน... มันมาทั้งตระกูลเลย” กริชพยายามสื่อสารขณะที่มือยังกำปมโสร่งไว้แน่น อิปิ๊เดินเข้ามาใกล้พลางกลั้นขำจนไหล่สั่น

“อิหยังอ้าย ไผมาทั้งตระกูล ผีโพงมาเบาะ”

“ตุ๊กแก ตัวใหญ่เท่าแขนเลย แล้วยังมีลูกมันอีกเป็นโหล ไต่เต็มฝาบ้านไปหมด ไข่มันก็น่ากลัว... ผมทำงานไม่ได้แล้วปิ๊ ผมจะจ้างคนมาจัดการจริง ๆ คราวนี้ย่าจะดุก็ยอม” อิปิ๊ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นบ้าน จนผู้ใหญ่บ้านต้องเดินมาดู

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้ายกริชเอ๊ย! ตุ๊กแกบ้านนอกมันกะคือคนบ้านนอกนั่นล่ะ เพิ่นกะอยากอยู่ใกล้ ๆ คนหน้าตาดีคืออ้าย สงสัยเพิ่นสิมาต้อนรับสมาชิกใหม่ล่ะมั้ง”

“มันไม่ใช่เรื่องตลกนะปิ๊ ! มันอ้าปากใส่ผมด้วย ” กริชหน้ามุ่ย พยายามจัดแจงโสร่งที่เกือบจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ให้เข้าที่

“มานี่มา... เดี๋ยวข่อยพาส่งร้านค้า ไปซื้อสมุนไพรไล่ตุ๊กแก แต่อย่าไปฆ่าเพิ่นเด้อ เพิ่นเป็นเจ้าบ้านเก่า” อิปิ๊ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางกวักมือเรียก

“แต่อ้ายต้องยอมให้ข่อยแกล้งคืนเด่ะ... โทษฐานที่ทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้แย วิ่งหนีตุ๊กแกจนโสร่งเกือบหลุดให้ชาวบ้านเขาเห็นเบิดหมู่บ้านแล้วนี่!”

กริชได้แต่ยืนหน้าแดงซ่าน ทั้งอายทั้งกลัว แต่ในใจก็เริ่มคิดแล้วว่า... มรดกของย่าบุญมานี่มัน "โหด" กว่าที่เขาคิดไว้ทุกขั้นตอนจริงๆ!

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status