Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

Share

ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

Author: Chalam whale
last update Last Updated: 2026-01-30 19:26:30

หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา

“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ 

“งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ

 “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”

กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้

“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันนี้ผมก็พักรบกับเถียงนาแล้ว ขอไปดูออฟฟิศของคุณหน่อยว่ามันจะ 'สมาร์ต' ขนาดไหน”

“สิไปอีหลีเบาะ มันฮ้อนเด้ออ้าย แล้วอย่าไปยืนเกะกะข่อยล่ะ!” อิปิ๊ยักคิ้วให้เป็นเชิงท้าทาย

กริชกระโดดขึ้นซาเล้งอีกครั้ง คราวนี้อิปิ๊พาเขาขับแยกออกไปทางหลังหมู่บ้าน เพียงไม่นานทุ่งนาโล่ง ๆ ก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่เขียวชอุ่มที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ กริชเบิกตากว้างเมื่อเห็นโรงเรือนพลาสติกสีขาวขนาดใหญ่ตั้งเรียงราย มีระบบท่อน้ำหยดที่พาดผ่านแปลงผักอย่างมีระบบ และที่สำคัญ... มันสะอาดและดูทันสมัยกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

“นี่เหรอสวนของคุณ” กริชก้าวลงจากรถพลางเดินไปสำรวจแปลงผักสลัดที่กำลังชูคอเขียวเข้ม

“แม่นแล้วจ้า... นี่ล่ะออฟฟิศข่อย” อิปิ๊เริ่มเปลี่ยนโหมด เธอหยิบหมวกปีกกว้างมาสวม สวมถุงมือ แล้วเดินไปตรวจสอบระบบควบคุมน้ำ 

“งานเกษตรอินทรีย์มันบ่แม่นแค่บ่ใส่ปุ๋ยเคมีเด้ออ้าย แต่มันคือการบริหารจัดการนิเวศวิทยา ข่อยต้องปรุงดินเองจากจุลินทรีย์ ต้องคุมอุณหภูมิ คุมความชื้น วางแผนการปลูกให้ผักออกตามออเดอร์ทุกอาทิตย์ อ้ายเบิ่งนี่... แปลนการปลูกผักข่อยละเอียดปานพิมพ์เขียวตึกอ้ายพู้นล่ะ!”

กริชเดินตามอิปิ๊เข้าไปในโรงเรือน เขาเห็นเธอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาจดค่า pH ของน้ำและตรวจเช็กศัตรูพืชด้วยสายตาที่เฉียบคม กริชพยายามทำความเข้าใจกับคำศัพท์ที่เธอพูด ทั้ง

 "การทำปุ๋ยหมักแบบพึ่งพาธาตุอาหาร" "การใช้ราไตรโคเดอร์ม่าคุมเชื้อโรค" และ "การจัดการแมลงด้วยสมุนไพรสกัด"

“คุณทำทั้งหมดนี่คนเดียวเหรอ” กริชถามด้วยความทึ่ง สายตาเขาเริ่มมองเห็นความซับซ้อนในสิ่งที่เคยคิดว่าง่าย

“กะมีคนงานช่วยนำจ้า แต่หลัก ๆ ข่อยต้องคุมเอง ผักอินทรีย์มันบ่มีทางลัด ถ้าอ้ายพลาดนิดเดียว แมลงลงแปลงเดียวคือจบ!” 

อิปิ๊หันมามองกริชที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ดูระบบน้ำ

 “เป็นจั่งใด๋อ้ายกริช งานเกษตรอินทรีย์ข่อยพอสิเทียบกับงานออกแบบตึกอ้ายได้บ่”

กริชเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกว่าสาวบ้านนาที่เขาเคยคิดว่าแค่ขี่ซาเล้งกวนประสาทไปวัน ๆ กลับมีความรู้และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคาดคิดมาก

“ผมยอมรับเลยปิ๊... คุณไม่ใช่แค่เกษตรกรนะ คุณเป็นวิศวกรธรรมชาติชัด ๆ” กริชเอ่ยอย่างจริงใจ

 “งานที่นี่ดูเป็นระบบและสะอาดกว่าเถียงนาที่ผมเห็นเมื่อกี้ล้านเท่าเลย ทำไมไม่ช่วยผมจัดระบบเถียงนาให้เป็นแบบนี้บ้างล่ะ?”

“ฮั่นแน่! หลอกใช้งานข่อยอีกแล้ว!” อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางสะบัดน้ำใส่กริชจนเขาต้องหลบพัลวัน

 “เถียงนาอ้ายมันคือบททดสอบมรดกย่าบุญมา อ้ายต้องใช้ 'แฮง' เจ้าของจัดการก่อน ส่วนเทคโนโลยีพวกนี่... ถ้าอ้ายผ่านโปรพาวัวลงทุ่งได้ ข่อยสิพิจารณาช่วยอีกที!”

กริชได้แต่ยืนมองความคล่องแคล่วของอิปิ๊ท่ามกลางสวนผักอินทรีย์ที่เขียวขจี เขาเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่นี่ไม่ได้ง่ายเหมือนในนิยายที่เขาเคยอ่าน

 แต่มันคือศาสตร์และศิลป์ที่เขาต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด และ "ครู" ของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... ก็คือสาวบูทส้มจอมแสบที่กำลังยืนสั่งงานคนงานอยู่ตรงหน้านี่เอง!

ท่ามกลางแดดเปรี้ยงยามเที่ยงที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มเกือบจะละลายไปกับแปลงผัก อิปิ๊ที่เห็นสภาพแข้งขาอ่อนแรงของกริชก็อดสงสารไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจพักงานในสวนผักอินทรีย์ไว้ชั่วคราว

“ไปอ้ายกริช... มื้อเที่ยงมื้อนี่ ข่อยสิพาไปกินข้าวบ้านข่อย พ่อใหญ่เพิ่นสั่งไว้ว่าถ้าพ้ออ้ายกะให้พาไปกินข้าวด้วยกัน เพิ่นมีแนวอยากคุยนำ”

กริชพยักหน้าเห็นดีเห็นงามทันที อย่างน้อยบ้านผู้ใหญ่บ้านก็น่าจะมีพัดลมหรือที่ร่มให้เขาได้หลบแดดบ้าง ซาเล้งคันเดิมพาเขาแล่นลัดเลาะกลับมายังใจกลางหมู่บ้าน จนมาหยุดอยู่ที่บ้านไม้หลังใหญ่ทรงไทยประยุกต์ ใต้ถุนโล่งกว้างขวาง มีแคร่ไม้ไผ่ตัวยาวตั้งอยู่กลางเรือนรับลมเย็นสบาย

พ่อผู้ใหญ่ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ในมือถือพัดสานโบกไปมา บนแคร่มีสำรับอาหารถูกจัดเตรียมไว้อย่างน่าทาน กลิ่นปลาร้าหอมนัวโชยมาปะทะจมูกกริชจนท้องส่งเสียงร้องประท้วง

“มา ๆ หลานกริช นั่งลงลูก... อีปิ๊มันใช้แรงงานเจ้าหนักเบาะมื้อนี่ หน้าตาแดงก่ำเชียว” พ่อผู้ใหญ่ทักทายด้วยรอยยิ้มเมตตาพลางขยับที่ทางให้

“ขอบคุณครับผู้ใหญ่... ปิ๊เขาสอนงานเก่งครับ แต่แดดที่นี่โหดกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย” กริชตอบพลางพับเพียบนั่งลงบนแคร่อย่างนอบน้อม (แม้จะยังเก้ ๆ กัง ๆ กับโสร่งอยู่บ้าง)

บนวงสำรับวันนี้มี "จองกิน" (กับข้าว) ที่ดูพิเศษกว่ามื้อไหน ๆ มีทั้ง "ลาบปลาคัง" ที่โรยด้วยสะระแหน่หอมฟุ้ง "อ่อมไก่ใส่ปลี" ร้อน ๆ ควันฉุย และที่สะดุดตากริชที่สุดคือถ้วยน้ำพริกสีเข้มที่มีผักเคียงเป็น "ผักลืมผัว" และ "ยอดมะตูม"

“กินหลาย ๆ เด้อหลาน นี่ล่ะของดีบ้านเฮา” พ่อผู้ใหญ่ปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมส่งให้กริช 

“จกนี่ดู๊... ลาบปลาคังฝีมือแม่บ้านข่อย เนื้อปลาสด ๆ จากแม่น้ำโขงพู้นล่ะ”

กริชรับก้อนข้าวมา แล้วลองจิ้มลงในลาบปลา รสชาติเผ็ดร้อนของพริกคั่วและความหอมของข้าวคั่วซึมซาบเข้าไปในลิ้น ความนัวของปลาร้าปรุงสุกทำเอาเขาเผลออุทานออกมา 

“อร่อยมากครับ! รสชาติมันมีมิติมากครับผู้ใหญ่”

“มิติอิหยังล่ะอ้ายกริช? แซ่บกะว่าแซ่บโลด!” อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางโซ้ยอ่อมไก่อย่างเอร็ดอร่อย 

“จองกินมื้อนี่ พ่อข่อยตั้งใจให้แม่เฮ็ดรับขวัญอ้ายเลยเด้อ เห็นว่าสิมาเป็นลูกบ้านโคกอีแหลวเต็มตัวแล้ว”

ขณะที่กำลังล้อมวงกินข้าว บทสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้น พ่อผู้ใหญ่วางกระติ๊บข้าวลงแล้วมองกริชด้วยสายตาที่เป็นงานเป็นการ

“กริชเอ๊ย... ย่าบุญมาเพิ่นนับถือพ่อไกรมาก และเพิ่นกะหวังในตัวเจ้าสูง ที่ดินห้าสิบไร่นั่นน่ะ มันบ่ใช่แค่ที่นา แต่มันคือลมหายใจของคนแถวนี้ ถ้าเจ้าคิดจะทำแค่ให้ได้โฉนดแล้วเอาไปขายทิ้ง... ข่อยว่าเจ้าคิดใหม่เถอะลูก ดินมันมีหัวใจเด้อ ถ้าเจ้าฮักดิน ดินกะสิเลี้ยงเจ้า”

กริชนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดภาษากลางที่หนักแน่นของผู้ใหญ่บ้านทำเอาเขาเริ่มฉุกคิด 

“ผมเข้าใจครับผู้ใหญ่... ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นจริง ๆ แต่พอเห็นปิ๊ทำงานในสวน เห็นความตั้งใจของทุกคนที่นี่ ผมเริ่มรู้สึกว่าอาชีพสถาปนิกของผมมันก็น่าจะทำประโยชน์ให้ที่นี่ได้มากกว่าแค่สร้างตึกคอนกรีต”

“เว้าดี!” พ่อผู้ใหญ่ตบเข่าฉาด “ถ้าเจ้าคิดได้จั่งซี่ ข่อยกะเบาใจ เอ้า... กินต่อ ๆ มื้อเที่ยงมื้อนี่กินให้เต็มคราบ บ่ายนี้อีปิ๊มันสิพาเจ้าไปบุกเถียงนาต่อแม่นบ่?”

“แม่นจ้าพ่อ! บ่ายนี้สิพาอ้ายกริชไปออกแฮงล้างเถียงนาให้เลี่ยม (เงา) วับเลยล่ะ!” อิปิ๊ตอบพลางยิ้มแฉ่ง จนกริชรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

มื้อเที่ยงบ้านพ่อผู้ใหญ่จบลงด้วยความอบอุ่นใจ กริชไม่ได้แค่ได้กินของอร่อยที่เรียกว่า "จองกิน" เท่านั้น แต่เขาเริ่มได้รับ "การยอมรับ" จากผู้ใหญ่ที่นับถือที่สุดคนหนึ่งในหมู่บ้าน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เริ่มซึมลึกเข้าไปในใจของสถาปนิกหนุ่ม... แม้ว่าบ่ายนี้เขาจะต้องไปสู้กับฝุ่นและหยากไย่ที่เถียงนาก็ตาม!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status