Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

Share

ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-02-01 12:06:35

หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ

“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก

“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”

เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้

“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมา

แต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอย่าง ตอนนี้มันถูกกองไว้แบบไร้การป้องกัน หากเขาทิ้งไว้แล้วกลับไปนอนบ้านย่าคืนนี้ มีหวังวันพรุ่งนี้ของอาจจะหาย หรือไม่ก็โดนฝนหลงฤดูซัดจนพังหมด

“ปิ๊... ผมว่าผมกลับบ้านไม่ได้แล้วล่ะ ของพวกนี้ทิ้งไว้ไม่ได้เลย” กริชเอ่ยพลางมองกองสมบัติด้วยความกังวล

“แม่นแล้วอ้าย ขืนทิ้งไว้นี่ ถ้าบ่แม่นคนลัก กะแม่นปลวกสิมาจองกินก่อน” อิปิ๊ยักคิ้ว

“อ้ายต้องนอนเฝ้าแล้วล่ะมั้งคืนนี่”

18.30 น. ณ บ้านย่าบุญมา

กริชรีบขี่จักรยานกลับมาที่บ้านย่าในสภาพรีบร้อน เขาตรงดิ่งไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้าน ตักน้ำราดตัวโครมๆ เพื่อล้างคราบเหงื่อและคราบโคลน ก่อนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนใหม่ลงมากินข้าวกับย่าบุญมาอย่างรวดเร็ว

“ย่าครับ... คืนนี้ผมขอไฟฉายคาดหัว ยาจุดกันยุง ยาทากันยุง แล้วก็เปลญวนหน่อยครับ ผมจะไปนอนเฝ้าของที่เถียงนา” กริชบอกขณะที่มือยังตักแจ่วเข้าปาก ย่าบุญมาชะงักช้อน ขมวดคิ้วมองหลานชายจากเมืองกรุง

“หือ สิไปนอนเถียงนาอีหลีเบาะหลาน มันบ่คือห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ เด้อ ลมพัดตึง ๆ เสียงสัตว์เสียงป่ามันสิเฮ็ดให้เจ้าขวัญเสียอีกบ่ล่ะ”

“ผมกลัวของหายครับย่า ของของย่าทั้งนั้นเลย อีกอย่างผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยครับว่าผมอยู่ได้” กริชตอบเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะยังนึกถึงดวงตาตุ๊กแกตัวนั้นอยู่ก็ตาม

“โอ๊ยยย... ย่าล่ะย่านแต่เจ้าสิวิ่งกลับมาบ้านตอนเที่ยงคืนซั่นดอก” ย่าหัวเราะหึ ๆ แต่ก็เดินไปหยิบไฟฉายคาดหัวดวงใหญ่และยาเส้นมาให้

“เอาไปจุดไฟไล่ยุงนำเด้อ ยุงนาหนังกะหนา ต่อยเจ็บปานมดตะนอยพู้น"

กริชจัดแจงแพ็คของใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ทั้งน้ำดื่ม ขนมปังที่ซื้อตุนไว้ และคลังแสงอุปกรณ์ป้องกันตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นยากันยุงหลากยี่ห้อและสเปรย์ฆ่าเชื้อ เขาแบกเป้ขึ้นบ่าเตรียมตัวจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เถียงนาที่กลายเป็น "ออฟฟิศชั่วคราว" แต่ความกังวลเรื่องของหายทำให้เขาลนลานจนลืมแม้กระทั่งมื้อเย็น

“บักกริช! มากินข้าวก่อนลูก ฟ้าวไปไสแท้!” ย่าบุญมาตะโกนเรียกมาจากบนบ้าน เมื่อเห็นหลานชายกำลังสวมรองเท้าผ้าใบเตรียมเผ่น

“ไม่ทันแล้วครับย่า ผมต้องรีบไปของวางกองไว้หน้าเถียงนาแบบนั้น ผมกลัวคนมาแอบขนไป หรือไม่ก็พวกมดปลวกจะมารุมเอา ย่าไม่ต้องรอผมนะคืนนี้” กริชตะโกนตอบพลางหันซ้ายหันขวาหาทางจะออกไปให้เร็วที่สุด ย่าบุญมาส่ายหัวพลางบ่นพึมพำ

“โอ๊ยยย... ขยันผิดเวลาน้อหลานข่อย กองไว้หั่นล่ะบ่มีไผลักดอก บ้านเฮามันบ่ใช่กรุงเทพฯ” แต่ถึงจะบ่น มือเหี่ยวๆ ของย่าก็รีบคว้ากระติ๊บข้าวเหนียวขนาดเล็ก จัดแจงเอาข้าวเหนียวร้อนๆ ยัดใส่ลงไปจนแน่น ตามด้วยการเจียวไข่ใส่ชะอมหอมๆ สองฟองรีบตักใส่ถุง และไม่ลืมตักแจ่วพริกป่นถ้วยเล็กยัดใส่ถุงพลาสติกมัดยางวงอย่างคล่องแคล่ว

“เอ้า เอาไปกินหั่น หิวมาสิแสบท้อง” ย่าเดินลงบันไดมาส่งถึงที่ พร้อมยัดห่อข้าวอุ่นๆ ใส่มือหลาน

“ในนี่มีข้าวเหนียว ไข่ทอด แล้วกะแจ่ว บ่อยากกินกะต้องกินเด้อ ร่างกายบ่มีแฮงมันสิสู้ตุ๊กแกบ่ไหว”

กริชรับห่อข้าวมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในใจ กลิ่นไข่เจียวหอม ๆ ผสมกลิ่นข้าวเหนียวใหม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ออกไปรบอย่างโดดเดี่ยว

“บรืนนนนนน... ปังๆ!”

ยังไม่ทันที่กริชจะก้าวเท้าออกจากเขตรั้วบ้าน เสียงซาเล้งเจ้าเก่าก็ดังระเบิดเถิดเทิงมาแต่ไกล อิปิ๊ขี่รถมาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดีเป๊ะ เธออยู่ในชุดพร้อมลุย เสื้อเชิ้ตแขนยาวคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กที่มีกระเป๋าเยอะแยะ และที่สำคัญคือเธอมี ‘เปลญวน’ สีเขียวทหารมัดติดมากับราวเหล็กข้างรถด้วย เปลของเธอหนามีมุ้งกันยุงพร้อม

“ปาดดด สัมภาระอ้ายคือจั่งสิไปออกรบแท้” อิปิ๊ตะโกนแซวพลางดับเครื่องยนต์

“ย่าจ๋า ปิ๊มารับอาสาสมัครไปเฝ้าชายแดนแล้วจ้า” ย่าบุญมาหัวเราะร่วน

“ฝากเบิ่งอ้ายเขาแนเด้ออีปิ๊ ย่านเพิ่นตื่นเสียงหนูวิ่งชนสังกะสีจนช็อกตายก่อนแจ้ง”

“บ่ต้องห่วงจร้าย่า ปิ๊เตรียมอุปกรณ์มาพร้อม มื้อนี่ปิ๊สิอยู่เป็นเพื่อนอ้ายเขาเอง ข่อยกะอยากฮู้เหมือนกันว่าสถาปนิกเมืองกรุงเวลาเจอยุงป่ารุมกินโต๊ะสิยังรักษามาดได้ยุเบาะ” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริชที่ยืนอึ้งอยู่

“คุณจะไปนอนที่นั่นจริง ๆ เหรอปิ๊ มันลำบากนะ ผมเกรงใจ...”

“เซาเกรงใจได้แล้วอ้าย ขึ้นรถเถาะ ถ้าช้ากว่านี่ผีตากผ้าอ้อมสิหายไปก่อน (แสงสุดท้ายจะหมด) แล้วเฮาสิปูเปลลำบาก” อิปิ๊ตบเบาะรถเรียกให้เขาขึ้นซ้อนท้าย

“ลำบากสำหรับอ้าย แต่มันคือเรื่องปกติสำหรับข่อยจ้า ฟ้าวขึ้นรถเถาะ เดี๋ยวค่ำกว่านี่ยุงสิหามอ้ายไปกินก่อนฮอดนา” กริชจำใจก้าวขึ้นซาเล้ง ในมือยังกำกระติ๊บข้าวเหนียวไข่เจียวของย่าไว้แน่น

ซาเล้งพาคนสองคนมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืดและเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มบรรเลงเพลง ค่ำคืนนี้จะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของกริช ว่าเขาจะเป็นแค่สถาปนิกที่มาพักร้อน หรือจะเป็นลูกหลานบ้านโคกอีแหลวที่พร้อมจะปกป้องมรดกของบรรพบุรุษจริง

ขณะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาอันมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟหน้าซาเล้งสลัวๆ นำทาง ความกลัวเรื่องตุ๊กแกและความลำบากในใจของกริชเริ่มจางลงไปนิดหน่อย เมื่อรู้ว่าคืนนี้เขาจะมี "ไกด์สาวจอมแสบ" นั่งอยู่ข้างๆ บนเถียงนาไม้เก่านั่นด้วยกัน

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลว

    ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก

    ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริช

    ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่

    ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง

  • มักสาวอิปิ๊   บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)

    บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)บรรยากาศรอบเรือนหอยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกบางสีขาวนวล เสียงไก่ป่าเริ่มขยับปีกขันรับกันเป็นทอด ๆ ประสานกับเสียงนกกระแตแต้แว็ดที่บินผ่านท้องนาไป กลิ่นหอมกรุ่นของดินและน้ำค้างยามเช้าลอยลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆบนเตียงไม้ที่เมื่อคืนผ่าน "ศึกหนัก" มาจนหมอนกระจัดกระจาย กริชค่อยๆ ลืมตาขึ้นขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างบางที่กำลังหลับสนิทจากด้านหลัง เขาฝังจมูกลงบนไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา"ปิ๊ เมียอ้าย ตื่นหรือยังจ๊ะ" กริชกระซิบเสียงพร่า พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง"อื้อ... อ้ายกริชปล่อยก่อนจ้ะ ปิ๊จะรีบไปนึ่งข้าวเดี๋ยวตักบาตรไม่ทัน" อิปิ๊งึมงำตอบทั้งที่ยังหลับตาพยายามขยับตัวหนีคนขี้อ้อน"ตักบาตรน่ะทันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อ้ายอยากตักตวงความสุขจากเมียก่อนนี่นา" เขาไม่พูดเปล่า กลับซุกไซ้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เมื่อคืนอ้ายยังไม่อิ่มเลย ปิ๊แกะกระดุมให้อ้ายอีกรอบได้ไหมจ๊ะ""อ้ายกริชเสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ จะให้แกะอะไรอีกล่ะ" อิปิ๊ลืมตาขึ้นมาค้อนวงใหญ่หน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงวีรกรรม "เตียงสั่น" เมื่อคืน"

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอบรรยากาศยามค่ำคืนที่นาสีทองอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิป่าและกลิ่นอายแห่งความสุข หลังจากมื้ออาหาร "งันเฮือน" ที่ครื้นเครงผ่านไป แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไม้พะยูงหลังใหม่ส่องสว่างนำทางเข้าสู่พิธีสุดท้ายที่บ่าวสาวรอคอย (และเกรงกลัว) นั่นคือ "พิธีส่งตัวเข้าหอ"ที่หน้าห้องหอ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ย่าบุญมา และบรรดา "นกต่อ" หรือคู่ผัวเมียตัวอย่างที่ครองรักกันมานานจนหัวหงอกหัวขาวอย่าง ลุงหวังกับป้าเนียน นั่งรออยู่บนเสื่อน้ำมันลายสวยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม มีนัยยะหยิกแกมหยอก"มาแล้ว ๆ บ่าวสาวมาแล้ว" ป้านวลตะโกนบอกคนข้างล่างที่แอบมาจอบฟังภายในห้องหอที่กริชออกแบบให้มีช่องลมรับแสงจันทร์และระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม เตียงไม้หลังใหญ่ถูกปูด้วยผ้าห่มแพรสีแดงสด ย่าบุญมาเชิญลุงหวังและป้าเนียนขึ้นไปนั่งและนอนบนเตียงเป็นปฐมฤกษ์"เอ้า... ตาหวัง ยายเนียน ลงไปนอนให้เด็กมันดูซิ" ย่าบุญมาสั่งสองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานลุงหวังแกล้งล้มตัวลงนอนคว่ำแล้วกรนเสียงดัง ครอก... ฟี้ ก่อนจะพลิกตัวมากอดป้าเนียนกลมดิ๊ก "โอ๊ย... เตียงสถาปนิกนี่มันนุ่มดีแท้แม่เนียนเอ๊ย นอนแล้วมันอยากมีลูกอีกสักคนเด้""ลุงนี

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 31 : เหยื่อของอำนาจเงิน

    กริชนั่งชันเข่าอยู่กลางร่องดินที่ขุดเปิดหน้าดินไว้ ในมือนิ้วเรียวยังคงคีบสายวัดและสมุดบันทึกค่าระดับน้ำ เขาจดจ่ออยู่กับการคำนวณทิศทางการไหลของน้ำจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอบข้าง แต่ประสาทสัมผัสของสถาปนิกกลับทำงานอย่างรวดเร็ว เขาซึมซับได้ถึงความเงียบที่ผิดปกติ เสียงจอบที่เคยขุดดินฉึกฉักรอบตัวค่อย ๆ เงี

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนัน

    ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนันภายในห้องทำงานที่กรุด้วยไม้สักทองของกำนันพงษ์ ความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของนายทุนเดชาที่เพิ่งก้าวออกจากบ้านไป ทิ้งซองน้ำตาลปึกใหญ่ไว้เป็นชนวนเหตุแห่งความโลภ กำนันพงษ์ลูบคลำซองนั้นอย่างเบามือสายตาจ้องมองธนบัตรปึกหนาราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าที่รอมาทั้งชีวิต

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 23: บทเรียนแรกแห่งความอดทน

    ความมืดมิดยังคงปกคลุมทุ่งนาสีทอง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มแผ่วลงท่ามกลางไอหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือผิวน้ำ กริชกำลังจมอยู่ในนิทราอันแสนหวานบนแคร่ไม้ไผ่ที่เถียงนา ทว่า...แก๊ง... แก๊ง... แก๊ง...เสียงระฆังจากวัดเคาะตีบอกเวลาเช้ามืดดังแว่วมาตามลม ตัดสลับกับความเงียบสงัดของท้องทุ่ง แต่ในจังหวะที่กริช

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"

    ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"ยามเช้าที่บ้านพ่อผู้ใหญ่บ้าน ควันไฟจากครัวหลังบ้านลอยกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวนของข้าวเหนียวใหม่ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ อิปิ๊ กำลังง่วนอยู่กับการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมรีเสียบไม้ ทาเกลือบางๆ แล้วเอาไปอังไฟบนเตาถ่าน พอข้าวเริ่มเกรียมหอม เธอก็จัดการชุบไข่ไก่พื้นเมืองที่ตีจน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status