Masuk“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก
“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”
เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้
“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมา
แต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอย่าง ตอนนี้มันถูกกองไว้แบบไร้การป้องกัน หากเขาทิ้งไว้แล้วกลับไปนอนบ้านย่าคืนนี้ มีหวังวันพรุ่งนี้ของอาจจะหาย หรือไม่ก็โดนฝนหลงฤดูซัดจนพังหมด
“ปิ๊... ผมว่าผมกลับบ้านไม่ได้แล้วล่ะ ของพวกนี้ทิ้งไว้ไม่ได้เลย” กริชเอ่ยพลางมองกองสมบัติด้วยความกังวล
“แม่นแล้วอ้าย ขืนทิ้งไว้นี่ ถ้าบ่แม่นคนลัก กะแม่นปลวกสิมาจองกินก่อน” อิปิ๊ยักคิ้ว
“อ้ายต้องนอนเฝ้าแล้วล่ะมั้งคืนนี่”
18.30 น. ณ บ้านย่าบุญมา
กริชรีบขี่จักรยานกลับมาที่บ้านย่าในสภาพรีบร้อน เขาตรงดิ่งไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้าน ตักน้ำราดตัวโครมๆ เพื่อล้างคราบเหงื่อและคราบโคลน ก่อนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนใหม่ลงมากินข้าวกับย่าบุญมาอย่างรวดเร็ว
“ย่าครับ... คืนนี้ผมขอไฟฉายคาดหัว ยาจุดกันยุง ยาทากันยุง แล้วก็เปลญวนหน่อยครับ ผมจะไปนอนเฝ้าของที่เถียงนา” กริชบอกขณะที่มือยังตักแจ่วเข้าปาก ย่าบุญมาชะงักช้อน ขมวดคิ้วมองหลานชายจากเมืองกรุง
“หือ สิไปนอนเถียงนาอีหลีเบาะหลาน มันบ่คือห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ เด้อ ลมพัดตึง ๆ เสียงสัตว์เสียงป่ามันสิเฮ็ดให้เจ้าขวัญเสียอีกบ่ล่ะ”
“ผมกลัวของหายครับย่า ของของย่าทั้งนั้นเลย อีกอย่างผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยครับว่าผมอยู่ได้” กริชตอบเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะยังนึกถึงดวงตาตุ๊กแกตัวนั้นอยู่ก็ตาม
“โอ๊ยยย... ย่าล่ะย่านแต่เจ้าสิวิ่งกลับมาบ้านตอนเที่ยงคืนซั่นดอก” ย่าหัวเราะหึ ๆ แต่ก็เดินไปหยิบไฟฉายคาดหัวดวงใหญ่และยาเส้นมาให้
“เอาไปจุดไฟไล่ยุงนำเด้อ ยุงนาหนังกะหนา ต่อยเจ็บปานมดตะนอยพู้น"
กริชจัดแจงแพ็คของใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ทั้งน้ำดื่ม ขนมปังที่ซื้อตุนไว้ และคลังแสงอุปกรณ์ป้องกันตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นยากันยุงหลากยี่ห้อและสเปรย์ฆ่าเชื้อ เขาแบกเป้ขึ้นบ่าเตรียมตัวจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เถียงนาที่กลายเป็น "ออฟฟิศชั่วคราว" แต่ความกังวลเรื่องของหายทำให้เขาลนลานจนลืมแม้กระทั่งมื้อเย็น
“บักกริช! มากินข้าวก่อนลูก ฟ้าวไปไสแท้!” ย่าบุญมาตะโกนเรียกมาจากบนบ้าน เมื่อเห็นหลานชายกำลังสวมรองเท้าผ้าใบเตรียมเผ่น
“ไม่ทันแล้วครับย่า ผมต้องรีบไปของวางกองไว้หน้าเถียงนาแบบนั้น ผมกลัวคนมาแอบขนไป หรือไม่ก็พวกมดปลวกจะมารุมเอา ย่าไม่ต้องรอผมนะคืนนี้” กริชตะโกนตอบพลางหันซ้ายหันขวาหาทางจะออกไปให้เร็วที่สุด ย่าบุญมาส่ายหัวพลางบ่นพึมพำ
“โอ๊ยยย... ขยันผิดเวลาน้อหลานข่อย กองไว้หั่นล่ะบ่มีไผลักดอก บ้านเฮามันบ่ใช่กรุงเทพฯ” แต่ถึงจะบ่น มือเหี่ยวๆ ของย่าก็รีบคว้ากระติ๊บข้าวเหนียวขนาดเล็ก จัดแจงเอาข้าวเหนียวร้อนๆ ยัดใส่ลงไปจนแน่น ตามด้วยการเจียวไข่ใส่ชะอมหอมๆ สองฟองรีบตักใส่ถุง และไม่ลืมตักแจ่วพริกป่นถ้วยเล็กยัดใส่ถุงพลาสติกมัดยางวงอย่างคล่องแคล่ว
“เอ้า เอาไปกินหั่น หิวมาสิแสบท้อง” ย่าเดินลงบันไดมาส่งถึงที่ พร้อมยัดห่อข้าวอุ่นๆ ใส่มือหลาน
“ในนี่มีข้าวเหนียว ไข่ทอด แล้วกะแจ่ว บ่อยากกินกะต้องกินเด้อ ร่างกายบ่มีแฮงมันสิสู้ตุ๊กแกบ่ไหว”
กริชรับห่อข้าวมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในใจ กลิ่นไข่เจียวหอม ๆ ผสมกลิ่นข้าวเหนียวใหม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ออกไปรบอย่างโดดเดี่ยว
“บรืนนนนนน... ปังๆ!”
ยังไม่ทันที่กริชจะก้าวเท้าออกจากเขตรั้วบ้าน เสียงซาเล้งเจ้าเก่าก็ดังระเบิดเถิดเทิงมาแต่ไกล อิปิ๊ขี่รถมาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดีเป๊ะ เธออยู่ในชุดพร้อมลุย เสื้อเชิ้ตแขนยาวคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กที่มีกระเป๋าเยอะแยะ และที่สำคัญคือเธอมี ‘เปลญวน’ สีเขียวทหารมัดติดมากับราวเหล็กข้างรถด้วย เปลของเธอหนามีมุ้งกันยุงพร้อม
“ปาดดด สัมภาระอ้ายคือจั่งสิไปออกรบแท้” อิปิ๊ตะโกนแซวพลางดับเครื่องยนต์
“ย่าจ๋า ปิ๊มารับอาสาสมัครไปเฝ้าชายแดนแล้วจ้า” ย่าบุญมาหัวเราะร่วน
“ฝากเบิ่งอ้ายเขาแนเด้ออีปิ๊ ย่านเพิ่นตื่นเสียงหนูวิ่งชนสังกะสีจนช็อกตายก่อนแจ้ง”
“บ่ต้องห่วงจร้าย่า ปิ๊เตรียมอุปกรณ์มาพร้อม มื้อนี่ปิ๊สิอยู่เป็นเพื่อนอ้ายเขาเอง ข่อยกะอยากฮู้เหมือนกันว่าสถาปนิกเมืองกรุงเวลาเจอยุงป่ารุมกินโต๊ะสิยังรักษามาดได้ยุเบาะ” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริชที่ยืนอึ้งอยู่
“คุณจะไปนอนที่นั่นจริง ๆ เหรอปิ๊ มันลำบากนะ ผมเกรงใจ...”
“เซาเกรงใจได้แล้วอ้าย ขึ้นรถเถาะ ถ้าช้ากว่านี่ผีตากผ้าอ้อมสิหายไปก่อน (แสงสุดท้ายจะหมด) แล้วเฮาสิปูเปลลำบาก” อิปิ๊ตบเบาะรถเรียกให้เขาขึ้นซ้อนท้าย
“ลำบากสำหรับอ้าย แต่มันคือเรื่องปกติสำหรับข่อยจ้า ฟ้าวขึ้นรถเถาะ เดี๋ยวค่ำกว่านี่ยุงสิหามอ้ายไปกินก่อนฮอดนา” กริชจำใจก้าวขึ้นซาเล้ง ในมือยังกำกระติ๊บข้าวเหนียวไข่เจียวของย่าไว้แน่น
ซาเล้งพาคนสองคนมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืดและเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มบรรเลงเพลง ค่ำคืนนี้จะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของกริช ว่าเขาจะเป็นแค่สถาปนิกที่มาพักร้อน หรือจะเป็นลูกหลานบ้านโคกอีแหลวที่พร้อมจะปกป้องมรดกของบรรพบุรุษจริง
ขณะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาอันมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟหน้าซาเล้งสลัวๆ นำทาง ความกลัวเรื่องตุ๊กแกและความลำบากในใจของกริชเริ่มจางลงไปนิดหน่อย เมื่อรู้ว่าคืนนี้เขาจะมี "ไกด์สาวจอมแสบ" นั่งอยู่ข้างๆ บนเถียงนาไม้เก่านั่นด้วยกัน
ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม
ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา
ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ
ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง
บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)บรรยากาศรอบเรือนหอยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกบางสีขาวนวล เสียงไก่ป่าเริ่มขยับปีกขันรับกันเป็นทอด ๆ ประสานกับเสียงนกกระแตแต้แว็ดที่บินผ่านท้องนาไป กลิ่นหอมกรุ่นของดินและน้ำค้างยามเช้าลอยลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆบนเตียงไม้ที่เมื่อคืนผ่าน "ศึกหนัก" มาจนหมอนกระจัดกระจาย กริชค่อยๆ ลืมตาขึ้นขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างบางที่กำลังหลับสนิทจากด้านหลัง เขาฝังจมูกลงบนไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา"ปิ๊ เมียอ้าย ตื่นหรือยังจ๊ะ" กริชกระซิบเสียงพร่า พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง"อื้อ... อ้ายกริชปล่อยก่อนจ้ะ ปิ๊จะรีบไปนึ่งข้าวเดี๋ยวตักบาตรไม่ทัน" อิปิ๊งึมงำตอบทั้งที่ยังหลับตาพยายามขยับตัวหนีคนขี้อ้อน"ตักบาตรน่ะทันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อ้ายอยากตักตวงความสุขจากเมียก่อนนี่นา" เขาไม่พูดเปล่า กลับซุกไซ้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เมื่อคืนอ้ายยังไม่อิ่มเลย ปิ๊แกะกระดุมให้อ้ายอีกรอบได้ไหมจ๊ะ""อ้ายกริชเสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ จะให้แกะอะไรอีกล่ะ" อิปิ๊ลืมตาขึ้นมาค้อนวงใหญ่หน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงวีรกรรม "เตียงสั่น" เมื่อคืน"
ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอบรรยากาศยามค่ำคืนที่นาสีทองอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิป่าและกลิ่นอายแห่งความสุข หลังจากมื้ออาหาร "งันเฮือน" ที่ครื้นเครงผ่านไป แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไม้พะยูงหลังใหม่ส่องสว่างนำทางเข้าสู่พิธีสุดท้ายที่บ่าวสาวรอคอย (และเกรงกลัว) นั่นคือ "พิธีส่งตัวเข้าหอ"ที่หน้าห้องหอ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ย่าบุญมา และบรรดา "นกต่อ" หรือคู่ผัวเมียตัวอย่างที่ครองรักกันมานานจนหัวหงอกหัวขาวอย่าง ลุงหวังกับป้าเนียน นั่งรออยู่บนเสื่อน้ำมันลายสวยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม มีนัยยะหยิกแกมหยอก"มาแล้ว ๆ บ่าวสาวมาแล้ว" ป้านวลตะโกนบอกคนข้างล่างที่แอบมาจอบฟังภายในห้องหอที่กริชออกแบบให้มีช่องลมรับแสงจันทร์และระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม เตียงไม้หลังใหญ่ถูกปูด้วยผ้าห่มแพรสีแดงสด ย่าบุญมาเชิญลุงหวังและป้าเนียนขึ้นไปนั่งและนอนบนเตียงเป็นปฐมฤกษ์"เอ้า... ตาหวัง ยายเนียน ลงไปนอนให้เด็กมันดูซิ" ย่าบุญมาสั่งสองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานลุงหวังแกล้งล้มตัวลงนอนคว่ำแล้วกรนเสียงดัง ครอก... ฟี้ ก่อนจะพลิกตัวมากอดป้าเนียนกลมดิ๊ก "โอ๊ย... เตียงสถาปนิกนี่มันนุ่มดีแท้แม่เนียนเอ๊ย นอนแล้วมันอยากมีลูกอีกสักคนเด้""ลุงนี
กริชนั่งชันเข่าอยู่กลางร่องดินที่ขุดเปิดหน้าดินไว้ ในมือนิ้วเรียวยังคงคีบสายวัดและสมุดบันทึกค่าระดับน้ำ เขาจดจ่ออยู่กับการคำนวณทิศทางการไหลของน้ำจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอบข้าง แต่ประสาทสัมผัสของสถาปนิกกลับทำงานอย่างรวดเร็ว เขาซึมซับได้ถึงความเงียบที่ผิดปกติ เสียงจอบที่เคยขุดดินฉึกฉักรอบตัวค่อย ๆ เงี
ตอนที่ 30 : แผนร้ายของกำนันภายในห้องทำงานที่กรุด้วยไม้สักทองของกำนันพงษ์ ความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของนายทุนเดชาที่เพิ่งก้าวออกจากบ้านไป ทิ้งซองน้ำตาลปึกใหญ่ไว้เป็นชนวนเหตุแห่งความโลภ กำนันพงษ์ลูบคลำซองนั้นอย่างเบามือสายตาจ้องมองธนบัตรปึกหนาราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าที่รอมาทั้งชีวิต
ความมืดมิดยังคงปกคลุมทุ่งนาสีทอง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มแผ่วลงท่ามกลางไอหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือผิวน้ำ กริชกำลังจมอยู่ในนิทราอันแสนหวานบนแคร่ไม้ไผ่ที่เถียงนา ทว่า...แก๊ง... แก๊ง... แก๊ง...เสียงระฆังจากวัดเคาะตีบอกเวลาเช้ามืดดังแว่วมาตามลม ตัดสลับกับความเงียบสงัดของท้องทุ่ง แต่ในจังหวะที่กริช
ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"ยามเช้าที่บ้านพ่อผู้ใหญ่บ้าน ควันไฟจากครัวหลังบ้านลอยกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวนของข้าวเหนียวใหม่ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ อิปิ๊ กำลังง่วนอยู่กับการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมรีเสียบไม้ ทาเกลือบางๆ แล้วเอาไปอังไฟบนเตาถ่าน พอข้าวเริ่มเกรียมหอม เธอก็จัดการชุบไข่ไก่พื้นเมืองที่ตีจน

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





