Início / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

Compartilhar

ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

Autor: Chalam whale
last update Última atualização: 2026-02-01 12:06:35

หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ

“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก

“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”

เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้

“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมา

แต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอย่าง ตอนนี้มันถูกกองไว้แบบไร้การป้องกัน หากเขาทิ้งไว้แล้วกลับไปนอนบ้านย่าคืนนี้ มีหวังวันพรุ่งนี้ของอาจจะหาย หรือไม่ก็โดนฝนหลงฤดูซัดจนพังหมด

“ปิ๊... ผมว่าผมกลับบ้านไม่ได้แล้วล่ะ ของพวกนี้ทิ้งไว้ไม่ได้เลย” กริชเอ่ยพลางมองกองสมบัติด้วยความกังวล

“แม่นแล้วอ้าย ขืนทิ้งไว้นี่ ถ้าบ่แม่นคนลัก กะแม่นปลวกสิมาจองกินก่อน” อิปิ๊ยักคิ้ว

“อ้ายต้องนอนเฝ้าแล้วล่ะมั้งคืนนี่”

18.30 น. ณ บ้านย่าบุญมา

กริชรีบขี่จักรยานกลับมาที่บ้านย่าในสภาพรีบร้อน เขาตรงดิ่งไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้าน ตักน้ำราดตัวโครมๆ เพื่อล้างคราบเหงื่อและคราบโคลน ก่อนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนใหม่ลงมากินข้าวกับย่าบุญมาอย่างรวดเร็ว

“ย่าครับ... คืนนี้ผมขอไฟฉายคาดหัว ยาจุดกันยุง ยาทากันยุง แล้วก็เปลญวนหน่อยครับ ผมจะไปนอนเฝ้าของที่เถียงนา” กริชบอกขณะที่มือยังตักแจ่วเข้าปาก ย่าบุญมาชะงักช้อน ขมวดคิ้วมองหลานชายจากเมืองกรุง

“หือ สิไปนอนเถียงนาอีหลีเบาะหลาน มันบ่คือห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ เด้อ ลมพัดตึง ๆ เสียงสัตว์เสียงป่ามันสิเฮ็ดให้เจ้าขวัญเสียอีกบ่ล่ะ”

“ผมกลัวของหายครับย่า ของของย่าทั้งนั้นเลย อีกอย่างผมอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยครับว่าผมอยู่ได้” กริชตอบเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะยังนึกถึงดวงตาตุ๊กแกตัวนั้นอยู่ก็ตาม

“โอ๊ยยย... ย่าล่ะย่านแต่เจ้าสิวิ่งกลับมาบ้านตอนเที่ยงคืนซั่นดอก” ย่าหัวเราะหึ ๆ แต่ก็เดินไปหยิบไฟฉายคาดหัวดวงใหญ่และยาเส้นมาให้

“เอาไปจุดไฟไล่ยุงนำเด้อ ยุงนาหนังกะหนา ต่อยเจ็บปานมดตะนอยพู้น"

กริชจัดแจงแพ็คของใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ทั้งน้ำดื่ม ขนมปังที่ซื้อตุนไว้ และคลังแสงอุปกรณ์ป้องกันตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นยากันยุงหลากยี่ห้อและสเปรย์ฆ่าเชื้อ เขาแบกเป้ขึ้นบ่าเตรียมตัวจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เถียงนาที่กลายเป็น "ออฟฟิศชั่วคราว" แต่ความกังวลเรื่องของหายทำให้เขาลนลานจนลืมแม้กระทั่งมื้อเย็น

“บักกริช! มากินข้าวก่อนลูก ฟ้าวไปไสแท้!” ย่าบุญมาตะโกนเรียกมาจากบนบ้าน เมื่อเห็นหลานชายกำลังสวมรองเท้าผ้าใบเตรียมเผ่น

“ไม่ทันแล้วครับย่า ผมต้องรีบไปของวางกองไว้หน้าเถียงนาแบบนั้น ผมกลัวคนมาแอบขนไป หรือไม่ก็พวกมดปลวกจะมารุมเอา ย่าไม่ต้องรอผมนะคืนนี้” กริชตะโกนตอบพลางหันซ้ายหันขวาหาทางจะออกไปให้เร็วที่สุด ย่าบุญมาส่ายหัวพลางบ่นพึมพำ

“โอ๊ยยย... ขยันผิดเวลาน้อหลานข่อย กองไว้หั่นล่ะบ่มีไผลักดอก บ้านเฮามันบ่ใช่กรุงเทพฯ” แต่ถึงจะบ่น มือเหี่ยวๆ ของย่าก็รีบคว้ากระติ๊บข้าวเหนียวขนาดเล็ก จัดแจงเอาข้าวเหนียวร้อนๆ ยัดใส่ลงไปจนแน่น ตามด้วยการเจียวไข่ใส่ชะอมหอมๆ สองฟองรีบตักใส่ถุง และไม่ลืมตักแจ่วพริกป่นถ้วยเล็กยัดใส่ถุงพลาสติกมัดยางวงอย่างคล่องแคล่ว

“เอ้า เอาไปกินหั่น หิวมาสิแสบท้อง” ย่าเดินลงบันไดมาส่งถึงที่ พร้อมยัดห่อข้าวอุ่นๆ ใส่มือหลาน

“ในนี่มีข้าวเหนียว ไข่ทอด แล้วกะแจ่ว บ่อยากกินกะต้องกินเด้อ ร่างกายบ่มีแฮงมันสิสู้ตุ๊กแกบ่ไหว”

กริชรับห่อข้าวมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในใจ กลิ่นไข่เจียวหอม ๆ ผสมกลิ่นข้าวเหนียวใหม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ออกไปรบอย่างโดดเดี่ยว

“บรืนนนนนน... ปังๆ!”

ยังไม่ทันที่กริชจะก้าวเท้าออกจากเขตรั้วบ้าน เสียงซาเล้งเจ้าเก่าก็ดังระเบิดเถิดเทิงมาแต่ไกล อิปิ๊ขี่รถมาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดีเป๊ะ เธออยู่ในชุดพร้อมลุย เสื้อเชิ้ตแขนยาวคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กที่มีกระเป๋าเยอะแยะ และที่สำคัญคือเธอมี ‘เปลญวน’ สีเขียวทหารมัดติดมากับราวเหล็กข้างรถด้วย เปลของเธอหนามีมุ้งกันยุงพร้อม

“ปาดดด สัมภาระอ้ายคือจั่งสิไปออกรบแท้” อิปิ๊ตะโกนแซวพลางดับเครื่องยนต์

“ย่าจ๋า ปิ๊มารับอาสาสมัครไปเฝ้าชายแดนแล้วจ้า” ย่าบุญมาหัวเราะร่วน

“ฝากเบิ่งอ้ายเขาแนเด้ออีปิ๊ ย่านเพิ่นตื่นเสียงหนูวิ่งชนสังกะสีจนช็อกตายก่อนแจ้ง”

“บ่ต้องห่วงจร้าย่า ปิ๊เตรียมอุปกรณ์มาพร้อม มื้อนี่ปิ๊สิอยู่เป็นเพื่อนอ้ายเขาเอง ข่อยกะอยากฮู้เหมือนกันว่าสถาปนิกเมืองกรุงเวลาเจอยุงป่ารุมกินโต๊ะสิยังรักษามาดได้ยุเบาะ” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริชที่ยืนอึ้งอยู่

“คุณจะไปนอนที่นั่นจริง ๆ เหรอปิ๊ มันลำบากนะ ผมเกรงใจ...”

“เซาเกรงใจได้แล้วอ้าย ขึ้นรถเถาะ ถ้าช้ากว่านี่ผีตากผ้าอ้อมสิหายไปก่อน (แสงสุดท้ายจะหมด) แล้วเฮาสิปูเปลลำบาก” อิปิ๊ตบเบาะรถเรียกให้เขาขึ้นซ้อนท้าย

“ลำบากสำหรับอ้าย แต่มันคือเรื่องปกติสำหรับข่อยจ้า ฟ้าวขึ้นรถเถาะ เดี๋ยวค่ำกว่านี่ยุงสิหามอ้ายไปกินก่อนฮอดนา” กริชจำใจก้าวขึ้นซาเล้ง ในมือยังกำกระติ๊บข้าวเหนียวไข่เจียวของย่าไว้แน่น

ซาเล้งพาคนสองคนมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืดและเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มบรรเลงเพลง ค่ำคืนนี้จะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของกริช ว่าเขาจะเป็นแค่สถาปนิกที่มาพักร้อน หรือจะเป็นลูกหลานบ้านโคกอีแหลวที่พร้อมจะปกป้องมรดกของบรรพบุรุษจริง

ขณะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาอันมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟหน้าซาเล้งสลัวๆ นำทาง ความกลัวเรื่องตุ๊กแกและความลำบากในใจของกริชเริ่มจางลงไปนิดหน่อย เมื่อรู้ว่าคืนนี้เขาจะมี "ไกด์สาวจอมแสบ" นั่งอยู่ข้างๆ บนเถียงนาไม้เก่านั่นด้วยกัน

 

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status