Início / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

Compartilhar

ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

Autor: Chalam whale
last update Última atualização: 2026-02-02 10:48:52

ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น

“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”

อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด

“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”

“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา

“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา

“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ

“เอ้า! เอาเปลออกมา ผูกให้สูงๆ หน่อยที่เสาไม้หนา ๆ หน้าเถียงนานั่นล่ะ ผูกให้พ้นทางเดินมดกับแมลง แล้วกะระวังอย่าให้ต่ำเกินไปเดี๋ยวหมาว้อสิมาเลียหน้าเอาเด้อ”

กริชเริ่มลงมือผูกเปลตามที่อิปิ๊สอน เขาใช้ทักษะการผูกเงื่อนที่พอจำได้สมัยเรียนลูกเสือ (บวกกับการชี้นำอย่างเข้มงวดของอิปิ๊) จนได้เปลญวนที่ตึงและมั่นคงอยู่ระหว่างเสาไม้ใหญ่หน้าเถียงนา ในขณะที่กริชกำลังวุ่นอยู่กับการจัดที่หลับที่นอน อิปิ๊ก็ไม่ได้อยู่ว่าง เธอเดินไปรวบรวมเศษไม้และฟางแห้งมากองไว้ที่ลานดินหน้าเถียงนา

ฉึก! เสียงไฟแช็กดังขึ้นเพียงครั้งเดียว เปลวไฟสีส้มก็เริ่มเริงร่าขึ้นมา อิปิ๊โยนสมุนไพรสดและกิ่งขี้เหล็กบางส่วนลงไปในกองไฟ ควันสีจางๆ ที่มีกลิ่นฉุนอ่อนๆ ลอยขึ้นมาปกคลุมบริเวณนั้น

“นี่ล่ะยาไล่ยุงแบบธรรมชาติ ยุงป่าแถวนี่มันย่านควันไฟปานผีปอบย่านใบบริสุทธิ์พู้นล่ะ” อิปิ๊เอ่ยพลางกวักมือเรียก

“มาอ้าย... ที่นอนกะเสร็จแล้ว ยุงกะบ่มีแล้ว ลงมานั่งหม่องกองไฟนี่มา กินข้าวกันหิวจนไส้สิกิ่วแล้วเนี่ย”

กริชเดินลงมานั่งบนขอนไม้ข้างกองไฟ ความอุ่นจากเปลวไฟช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด เขาหยิบห่อข้าวเหนียวอุ่นๆ ของย่าบุญมาออกมาวางกลางวง อิปิ๊เห็นเข้าก็ตาโต

“ปาดดด! ย่าบุญมาทอดไข่ใส่ชะอมให้พร้อมเบาะ มาๆ แบ่งกันกิน ข่อยกะมีแจ่วบองกับเนื้อแห้งที่แม่ทอดไว้ให้เหมือนกัน”

คนสองคนนั่งล้อมวงกินข้าวริมกองไฟท่ามกลางทุ่งนากว้างใหญ่ กริชปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วบองรสแซ่บสลับกับไข่เจียวฝีมือย่า ความเรียบง่ายของรสชาติอาหารบวกกับบรรยากาศที่มีแสงดาวนับล้านอยู่เหนือหัว ทำให้เขาลืมความวุ่นวายในเมืองกรุงไปชั่วขณะ

“ปิ๊... ขอบคุณนะที่มาเป็นเพื่อน ผมไม่คิดเลยว่าการนอนเฝ้าเถียงนามันจะ... จะรู้สึกดีแบบนี้” กริชเอ่ยขณะที่มองเปลวไฟเต้นระบำ

“บ่ต้องมาขอบคุณดอกอ้าย ข่อยกะแค่ย่านอ้ายวิ่งหนีตุ๊กแกกลับบ้านไปกวนย่านอนซื่อๆ” อิปิ๊แซวพลางเคี้ยวเนื้อแห้งตุ้ยๆ

“แต่กะดีแล้วล่ะ ที่อ้ายกล้าสู้ความกลัว... มรดกน่ะ มันบ่ได้มีไว้ให้แค่ถือโฉนด แต่มันมีไว้ให้เฮามาสัมผัสกลิ่นดินกลิ่นหญ้าแบบนี่ล่ะ”

กริชพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบเชียบ คืนนี้อาจจะเป็นคืนแรกที่เขาได้นอนหลับใต้แสงดาวจริงๆ โดยมีเสียงไฟปะทุ เปรี๊ยะๆ และสาวบ้านนาจอมแสบนั่งเป็นเพื่อนข้างกองไฟ... ค่ำคืนที่เคยน่ากลัว กลับกลายเป็นค่ำคืนที่เขาจะจดจำไปอีกนาน

ความเงียบสงัดของทุ่งนายามดึกสงัดนั้นแตกต่างจากความเงียบในห้องนอนคอนโดหรูอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงเคลื่อนไหวของธรรมชาติ แสงจากกองไฟมอดลงจนเหลือเพียงถ่านแดงโชน กริชนอนขดตัวอยู่ในเปลญวนที่ผูกไว้สูงลิบ เขาพยายามข่มตาหลับโดยมีแสงสีนวลจางๆ จากโซลาร์เซลล์ของอิปิ๊เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ อิปิ๊นอนอยู่อีกเปลหนึ่งที่ผูกเยื้องไปทางใต้ถุนเถียงนา เธอหลับสนิท (หรืออาจจะแกล้งหลับ) จนส่งเสียงกรนเบาๆ เป็นจังหวะ

กริก... กริก... กอด...

กริชสะดุ้งสุดตัว หูผึ่งขึ้นมาทันที เสียงนั่นดังมาจาก "ใต้พื้นไม้เถียงนา" ตรงจุดที่เขากองอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ มันไม่ใช่เสียงลมพัดสังกะสี และไม่ใช่เสียงตุ๊กแกที่เขาคุ้นเคย แต่มันเหมือนเสียงคนกำลังลากของหนักๆ ผ่านกองฟาง

“ปิ๊... ปิ๊! ได้ยินไหม” กริชกระซิบเรียกเสียงพร่า แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากเปลข้างๆ

สวบ... สวบ...

คราวนี้เสียงชัดขึ้น กริชเอื้อมมือไปคว้าไฟฉายคาดหัวที่ย่าบุญมาให้มาสวมไว้ ใจหนึ่งก็กลัว อีกใจก็ห่วงกล้องถ่ายรูปและไอแพดราคาแพงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้ใต้เปล เขาตัดสินใจกลั้นใจกดสวิตช์ไฟฉาย

แสงไฟสีขาวสว่างวาบตัดผ่านความมืดพุ่งตรงไปที่ใต้เถียงนา

สิ่งที่เห็นในคลองจักษุทำให้กริชแทบจะร่วงจากเปล แสงไฟสะท้อนดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่วาววับอยู่หลังกระสอบปุ๋ย มันตัวยาว ผิวหนังขรุขระ และกำลังแลบลิ้นแฉกออกมา

“ปิ๊!!! ตะกวด ตะกวดตัวเท่าจระเข้เลยปิ๊” กริชตะโกนลั่นพลางตะเกียกตะกายจะโดดลงจากเปล แต่ดันเสียหลักจนเปลหมุนเคว้งเป็นดักแด้

“โอ๊ยยย! อีหยังอี๊กกอ้ายกริช” อิปิ๊เด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว (จนน่าสงสัยว่าเธอหลับจริงหรือเปล่า) เธอกระโดดลงพื้นดินแล้วเดินไปทางใต้เถียงนาหน้าตาเฉย

“ไหน ไสล่ะจระเข้อ้าย” กริชตัวสั่นชี้ไปที่หลังกระสอบ

“นั่นไง! มันมองผมอยู่ มันจะกินไอแพดผมไหมปิ๊!” อิปิ๊ส่องไฟฉายไปดู แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

“ฮ่า ๆ อ้ายกริชเอ๊ย นั่นมัน 'พ่อบักแลน' เจ้าบ้านอีกคนหนึ่ง เพิ่นมาหาจับหนูกินซื่อๆ เพิ่นบ่สนใจไอแพดอ้ายดอก เพิ่นเล่นเฟซบุ๊กบ่เป็น!”

“แต่มันตัวใหญ่มากนะปิ๊ ลิ้นมันแฉกด้วย” กริชยังไม่ยอมลงจากเปล อิปิ๊เห็นโอกาสแกล้ง เธอรีบทำหน้าจริงจังทันที

“เอ้อ... แต่ข่อยลืมบอกไปอ้ายกริช คนเฒ่าคนแก่เพิ่นว่า ถ้าเห็นบักแลนมาหาตอนดึกๆ แสดงว่าเพิ่นมี 'ข่าว' มาบอกเด้อ... ข่าวจากเจ้าที่เจ้าทางหั่นน่ะ”

“ข่าวอะไรปิ๊” กริชถามเสียงสั่น อิปิ๊แสร้งทำเป็นเงี่ยหูฟังเสียงลม

“เพิ่นว่า... เพิ่นอยากได้ 'โสร่งไหม' ผืนงามๆ ที่อ้ายนุ่งนั่นล่ะไปทำรัง ถ้าอ้ายบ่แบ่งให้เพิ่น คืนนี้เพิ่นสิปีนขึ้นไปนอนในเปลนำอ้ายเด้อ!”

“เฮ้ย! ไม่เอา!” กริชรีบรวบโสร่งเข้าหาตัว พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง

“กริ้วววววว!” ทันใดนั้น เสียงนกแสกก็ร้องดังขึ้นเหนือหลังคาสังกะสีพอดี กริชขวัญกระเจิงจนเกือบจะตกเปลจริงๆ อิปิ๊ที่แกล้งทำเป็นน่ากลัวตอนแรกทนไม่ไหว ระเบิดหัวเราะออกมาจนตัวงอ

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้าย! เบิ่งหน้าอ้ายแน ซีดปานไก่ต้ม! ข่อยล้อเล่นจ้า บักแลนมันบ่ขึ่นเปลดอก มันย่านกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของอ้ายสิตายอยู่แล้วเนี่ย!” กริชถอนหายใจยาวเหยียด รู้ตัวว่าโดนสาวบ้านนาปั่นประสาทเข้าให้อีกแล้ว

“คุณนี่มัน... แสบจริงๆ นะปิ๊ ผมเกือบหัวใจวายตายกลางทุ่งนาแล้วเนี่ย”

“กะอยากให้อ้ายตื่นตัวตลอดเวลาไงจ้า” อิปิ๊เดินกลับไปนั่งข้างกองไฟที่เริ่มมอด

“เอ้า... ลงมาเถาะ เพิ่นไปแล้ว บักแลนหนีไปทางสระน้ำแล้ว ลุกมาเติมฟืนช่วยข่อยแน เดี๋ยวหนาวตายก่อนแจ้ง”

กริชค่อยๆ ปีนลงจากเปลอย่างทุลักทุเล เขาเดินมานั่งข้างกองไฟข้างๆ อิปิ๊ ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขารู้สึกว่าเสียงธรรมชาตินั้นไม่ได้น่ากลัวเท่าเดิม อย่างน้อยเขาก็รู้ว่า "เจ้าบ้านตัวลาย" หรือ "พ่อบักแลน" ก็แค่เพื่อนร่วมโลกที่มาทักทายสมาชิกใหม่

“ปิ๊... พรุ่งนี้พาผมทำความสะอาดจริงๆ นะ ห้ามแกล้งกันแล้วนะ” กริชเอ่ยเสียงเบา

“เออ... ข่อยสิช่วยจ้า แต่อ้ายต้องเลี้ยงกาแฟยกล้อข่อยอีกถุงนะ!” อิปิ๊ยิ้มกว้าง แสงไฟจากกองไฟสะท้อนแววตาซุกซนของเธอที่เป็นประกายยิ่งกว่าดาวบนฟ้าเสียอีก

ค่ำคืน "เสียงกระซิบกลางดึก" จบลงด้วยการที่สถาปนิกหนุ่มนั่งเรียนรู้วิธีการมอง "ตา" สัตว์ป่าจากสาวบ้านนา จนความกลัวเปลี่ยนเป็นความสงสัย และความห่างเหินเริ่มกลายเป็นความผูกพันโดยที่เขาไม่รู้ตัว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status