LOGINหยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้น
อีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อ
เมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง
ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาทำขนมขายเก็บเงินเพิ่มเติมจนสามารถหาซื้อรถกระบะมือสองได้สำเร็จด้วยเงินสด จึงมองหาบ้านหลังน้อยเป็นลำดับถัดไป เห็นทีว่าเธอควรไปหาซื้อพวกของตกแต่งสนามหญ้าและหาต้นไม้มาลงเพิ่มเติมด้วยแล้วดูท่าน่าจะเป็นการดี
“เค้กนมสดหนึ่งปอนด์ พร้อมเค้กสตอร์เบอร์รี่อย่าง
ละหนึ่งปอนด์สินะ ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเอาไว้”
หยวนเข่อซิงพึมพำกับตนเองพร้อมหาผ้ากันเปื้อนมาคลุมทับร่างเล็กของเธอเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้ลงมือทำเค้กวันเกิดต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ
เธอใช้เวลาทำเค้กเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นหยวนเข่อซิงจึงได้ขับรถออกไปส่งเค้กให้กับลูกค้า ตามที่อยู่ที่ลูกค้าปักหมุดไว้ให้ในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่เธอสร้างขึ้นไว้สำหรับทำการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าโดยเฉพาะ
หลังจากเสร็จจากการส่งเค้กวันเกิดให้กับลูกค้าแล้ว หยวนเข่อซิงก็พบว่าเป็นเวลาพลบค่ำแล้วพอดี เธอจึงตัดสินใจแวะเดินตลาดนัดยามเย็นที่ขายทุกสิ่งอย่างในนั้นเสียหน่อย เหมือนโชคจะเข้าข้างหยวนเข่อซิงหรืออย่างไรก็มิอาจทราบได้ที่วันนี้ในตลาดมีดอกไม้และต้นไม้หลายชนิดวางจำหน่ายด้วย
ไม่รอช้าหยวนเข่อซิงจึงตัดสินใจซื้อต้นไม้และดอกไม้นา ๆ ชนิดให้คนขายช่วยยกไปใส่ท้ายรถให้กับเธอต่อ หลังจากนั้นหยวนเข่อซิงจึงได้แวะซื้ออาหารเย็นอย่างง่ายกลับเข้าไปกิน โดยไม่ลืมซื้อน้ำสักสองสามแก้วไปฝาก
ยามประจำหมู่บ้านที่เธอพักอาศัยด้วย
หยวนเข่อซิงเป็นคนจิตใจดี มีน้ำใจชอบช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นมาเนิ่นนานตั้งแต่เมื่อครั้นที่เธอยังเด็กแล้ว ฉะนั้นเรื่องการซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากยามประจำหมู่บ้านจึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด เพราะเมื่อคราวที่เธอเดือดร้อนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นสตาร์ถรถไม่ติด น้ำประปารั่ว หลอดไฟขาด เธอก็มักจะได้รับความช่วยเหลือจากเหล่ายามใจดีนั้นเสมอ โดยเฉพาะลุงห่าวนั้นเป็นลุงยามที่ใจดีกับเธอเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาสองเดือนในการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังน้อยนี้ หยวนเข่อซิงก็ได้ลุงห่าวนี่แหล่ะมาคอยช่วยเหลือเธออยู่หลายเรื่องด้วยกัน
เมื่อขับรถมาถึงยังป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้ว หยวนเข่อซิงจึงได้เลื่อนกระจกรถลงส่งมอบน้ำที่เธอตั้งใจซื้อมาฝากลุงห่าวออกมาด้วย แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่ลุงห่าวที่เธอคุ้นเคยด้วยหยวนเข่อซิงก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยไม่ได้
“เอ วันนี้ลุงห่าวไม่ได้มาเข้าเวรยามหรอกหรือคะ?”
หยวนเข่อซิงกล่าวถามน้ำเสียงนุ่ม
“พอดีลูกสาวของลุงห่าวคลอดลูกอยู่ที่ รพ.น่ะครับ ผมเลยมาอยู่เวรแทน”
ยามคนใหม่ที่หยวนเข่อซิงไม่เคยพบเจอหน้าค่าตามาก่อนตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด
“อ้อค่ะ นี่ค่ะ ฉันซื้อน้ำมาฝากให้ไปหมดทั้งสามแก้วเลย คุณใส่ตู้เย็นไว้ได้นะคะ ดึก ๆ เวลาง่วงค่อยนำน้ำมาดื่มอีกยังได้เลย” หยวนเข่อซิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ขอบคุณมาก แล้วนี่คุณซื้อของมาเต็มหลังรถเลย ยกลงเองหมดนี่ไหวหรือครับ?”
เขาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงปนอยากรู้
“ฉันคิดว่าแค่ฉันคนเดียวไม่น่าจะยกไหว แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากเหล่าบรรดาลุงยามให้มายกของช่วยเองค่ะ ขอตัวไปก่อน
นะคะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ก้มศีรษะลงน้อย ๆ พร้อมกดเลื่อนกระจกรถขึ้นอย่างช้า ๆ
“เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อนครับ”
เขาเอ่ยร้องห้ามน้ำเสียงร้อนรน
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจิ้นฮวา จางหลี่เฉียงก็ตั้งชื่อให้กับบุตรสาวขึ้นมาอย่างขอไปทีว่า จางเฟยฉีหนูน้อยจางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวทางฝั่งมารดามานานถึงสองปี หลังจากที่หนูน้อยพอเดินได้ทางครอบครัวของจิ้นฮวาจึงมิอาจดูดายปล่อยให้จางเฟยฉีแยกห่างจากผู้เป็นบิดาได้อีก พวกเขาจึงส่งจางเฟยฉีมาให้กับจางหลี่เฉียงได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรสาวบ้าง ซึ่งจางหลี่เฉียงเองก็มิขัดศรัทธาแต่อย่างใด มิว่าเขาจะเดินทางไปแห่งหนใดก็มักจะนำบุตรสาวกระเตงไปด้วยทุกสารทิศพร้อมพี่เลี้ยงเด็กจำนวนหนึ่งเสมอ จางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ โดยมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ และไม่ได้รับซึ่งการสั่งสอนใดจนนางเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบเอาชนะ หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจางเฟยฉีอายุได้สี่ปีเต็ม จางหลี่เฉียงก็มีเหตุให้ได้รับหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่ในกองทัพด้วย เธอมีนามว่าฟางเข่อซิน พี่ชายของฟางเข่อซิงเป็นทหารชั้นนายกองผู้หนึ่งที่มีผลงานเสี่ยงชีวิตช่วยรับคมดาบจากศัตรูแทนจางหลี่เฉียงจนสิ้นใจตายไป ก่อนตายเขาได้ขอให้จางหลี่เฉียงช่วยดูแลน้องสาวของเขานามฟางเข่อซิงแทนตัวเขาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไ
“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อหลังจากนั้นจึงเป็นเวล
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้นอีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อเมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาท
ทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่วอยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้
หยวนเข่อซิงนอนหลับไปนานเพียงไรแล้วก็มิอาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ราดรดเข้ากับใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ จึงทำให้หยวนเข่อซิงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว หยวนเข่อซิงก็ต้องรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบเจอเข้ากับใบหน้าของหลี่ชุ่ยเหออดีตสามีของติงฉางโม่วในระยะประชิดเอาเช่นนี้“เอ่อ คือว่า”หยวนเข่อซิงพูดขึ้นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมพยายามเขยิบตัวถอยห่างออกมาจากหลี่ชุ่ยเหอและลุกขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า“คุณชุ่ยเหอ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหรือคะ?”หยวนเข่อซิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอจำได้ดีว่าเธอล็อคประตูห้องนี้เอาไว้เรียบร้อยดีแล้วนี่นา แล้ว หลี่ชุ่ยเหอเขาเข้ามาได้ยังไงกัน“พอดีผมซื้อของมาฝากไป่ไป๋น่ะ ผมได้ส่งไลน์แจ้งฉางโม่วแล้ว แต่เขายังไม่อ่าน ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาข้างในก่อน”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับมาน้ำเสียงเรียบ“อ้อค่ะ พอดีอาโม่วเขาออกไปทำธุระเรื่องงานขาย น่ะค่ะ อีกสักหน่อยก็น่าจะกลับเข้ามาแล้ว”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมหันหน้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่ห้อยไว้ข้างฝาผนัง“เชิญคุณหลี่ชุ่ยเหอนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปนำน้ำ
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วยหยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะแม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วยในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบ







