เข้าสู่ระบบทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที
“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”
ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง
“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”
หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”
หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก
“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่ว
อยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้สึกของอดีตภรรยาเลยแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นคุณก็กลับไปเถอะ ส่วนอาซิงเธออยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนนะ ฉันขอเวลาเธอเพียงครู่เดียวเท่านั้น พอดีฉันมีของฝากมาให้กับเธอด้วยน่ะ”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมจับมือของหยวนเข่อซิงเอาไว้
ด้านหลี่ชุ่ยเหอเห็นดังนั้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง เขาตั้งใจจะเดินไปส่งหยวนเข่อซิงขึ้นรถพร้อมพูดคุยกับเธอสักหน่อยก่อนแยกย้ายกันกลับไป แต่ติงฉางโม่วกลับมาขัดจังหวะของเขาเข้าจนได้ เขาจึงทำได้เพียงเดินคอตกออกจากห้องพักของติงฉางโม่วไปในที่สุด
ด้านหยวนเข่อซิงเองก็ถูกลากจูงมือมานั่งลงบนโซฟา ก่อนติงฉางโม่วจะหยิบหนังสือนิยายเล่มหนาออกมาวางลงตรงหน้าของเธอต่อ
“อะไรของเธอน่ะอาโม่ว?” หยวนเข่อซิงย่นหัวคิ้วน้อย ๆ เอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความสงสัย
“หนังสือนิยายเรื่องใหม่ล่าสุด จากนักเขียนที่เธอชื่นชอบยังไงกันล่ะอาซิงก็ นิยายเรื่องนี้สนุกมากเลยน้า ฉันมั่นใจได้เลยล่ะว่าเธออ่านแล้วเธอจะต้องชอบมากเป็นแน่” ติงฉางโม่วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เล่มหนาขนาดนี้ต้องแพงมากแน่เลย เธอเองก็ไม่น่าจะต้องซื้อมาให้กับฉันเลยนะอาโม่วก็”
หยวนเข่อซิงพูดขึ้นด้วยความรู้สึกเกรงใจเพื่อน
“ไม่เป็นไร ๆ ฉันอยากตอบแทนเธอน่ะ เรื่องแค่นี้นับว่าเล็กน้อย ๆ”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมใช้ฝ่ามือของเธอตบลงบนหลังมือของหยวนเข่อซิงแผ่วเบา
“ขอบใจเธอมากนะอาโม่ว แล้วนี่การงานของเธอประสบความสำเร็จผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหรือเปล่า ฉันคอยลุ้นส่งกำลังใจและเอาใจช่วยเธอมากเลยนะ”
หยวนเข่อซิงเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้พร้อมเตรียมให้การสนับสนุนซัพพอร์ทเพื่อนรักของเธออย่างเต็มที่ แต่เมื่อเห็นติงฉางโม่วก้มหน้าลงจนคางชิดอกและมีสีหน้าที่เศร้าสร้อยขึ้นมาทันตาเห็นดังนั้นแล้ว ก็ทำเอาหยวนเข่อซิงหัวใจพลอยหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยทีเดียว
แต่เมื่อติงฉางโม่วเงยหน้าขึ้นมาพูดคำว่า
“เย้ งานขายของฉันสำเร็จไปได้ด้วยดี”
พร้อมส่งยิ้มกว้างขวางออกมาเต็มใบหน้าแล้วก็ทำให้หยวนเข่อซิงถึงกับได้ยกมือขึ้นไปหยิกหมับเข้าที่เอวของเพื่อนสาวเข้าให้ในทันใด
“อาโม่วนะอาโม่ว ทำฉันตกอกตกใจไปหมดเลย”
หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็พ่นลมหายใจออกมาทางปาก
“ขอบใจเธอมากนะอาซิงที่คอยช่วยเหลือฉัน ให้กำลังใจฉันทุก ๆ อย่างเลย อีกสองวันข้างหน้าเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอนี่นา ฉันขอชวนให้เธอมาดื่ม มาดริ๊ง ฉลองกันกับฉันจะได้หรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเธอเอง”
ติงฉางโม่วพูดขึ้นมาอย่างหน้าใหญ่ใจโต
“แล้วไป่ไป๋ล่ะ เธอจะทำยังไง?”
“โถ่ ๆ ๆ ฉันก็เอาไป่ไป๋น้อยไปด้วยน่ะสิ จะไปยากอะไรกันล่ะ เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันมีรถเข็นเด็ก เอาไว้หน้าที่การหาร้านอาหารดี ๆ สักแห่งให้เป็นหน้าที่ของเธอก็แล้วกัน ถ้าหาได้แล้วก็อย่าลืมส่งไลน์มาแจ้งฉันด้วยนะ เอาล่ะ ฉันอนุญาตให้เธอกลับไปได้แล้ว ขอบคุณเธอมากนะอาซิง ถ้าฉันไม่มีเธอเป็นเพื่อน ฉันก็ไม่รู้เลยว่าชีวิตของฉันจะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายเหล่านี้ไปได้ยังไง ฉันขอบคุณเธอมากจริง ๆ”
ติงฉางโม่วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
“จ้าไม่เป็นไรหรอกอาโม่ว ฉันเต็มใจช่วยเหลือเธอทุกอย่างเลย วันนี้ฉันถักหมวกไหมพรมให้กับไป่ไป๋ด้วยนะ
เอาไว้ถ้าฉันถักเสร็จแล้วจะมอบให้ก็แล้วกัน”
หยวนเข่อซิงพูดพร้อมลุกขึ้นไปจัดของของเธอไปด้วย เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงจึงได้หยิบหนังสือนิยายเล่มนั้นใส่ลงในกระเป๋าของเธอต่อก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกไปมา บ๊ายบายเพื่อนรักและหนูน้อย
ไป่ไป๋พร้อมเดินจากไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขหลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจิ้นฮวา จางหลี่เฉียงก็ตั้งชื่อให้กับบุตรสาวขึ้นมาอย่างขอไปทีว่า จางเฟยฉีหนูน้อยจางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวทางฝั่งมารดามานานถึงสองปี หลังจากที่หนูน้อยพอเดินได้ทางครอบครัวของจิ้นฮวาจึงมิอาจดูดายปล่อยให้จางเฟยฉีแยกห่างจากผู้เป็นบิดาได้อีก พวกเขาจึงส่งจางเฟยฉีมาให้กับจางหลี่เฉียงได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรสาวบ้าง ซึ่งจางหลี่เฉียงเองก็มิขัดศรัทธาแต่อย่างใด มิว่าเขาจะเดินทางไปแห่งหนใดก็มักจะนำบุตรสาวกระเตงไปด้วยทุกสารทิศพร้อมพี่เลี้ยงเด็กจำนวนหนึ่งเสมอ จางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ โดยมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ และไม่ได้รับซึ่งการสั่งสอนใดจนนางเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบเอาชนะ หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจางเฟยฉีอายุได้สี่ปีเต็ม จางหลี่เฉียงก็มีเหตุให้ได้รับหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่ในกองทัพด้วย เธอมีนามว่าฟางเข่อซิน พี่ชายของฟางเข่อซิงเป็นทหารชั้นนายกองผู้หนึ่งที่มีผลงานเสี่ยงชีวิตช่วยรับคมดาบจากศัตรูแทนจางหลี่เฉียงจนสิ้นใจตายไป ก่อนตายเขาได้ขอให้จางหลี่เฉียงช่วยดูแลน้องสาวของเขานามฟางเข่อซิงแทนตัวเขาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไ
“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อหลังจากนั้นจึงเป็นเวล
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้นอีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อเมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาท
ทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่วอยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้
หยวนเข่อซิงนอนหลับไปนานเพียงไรแล้วก็มิอาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ราดรดเข้ากับใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ จึงทำให้หยวนเข่อซิงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว หยวนเข่อซิงก็ต้องรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบเจอเข้ากับใบหน้าของหลี่ชุ่ยเหออดีตสามีของติงฉางโม่วในระยะประชิดเอาเช่นนี้“เอ่อ คือว่า”หยวนเข่อซิงพูดขึ้นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมพยายามเขยิบตัวถอยห่างออกมาจากหลี่ชุ่ยเหอและลุกขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า“คุณชุ่ยเหอ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหรือคะ?”หยวนเข่อซิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอจำได้ดีว่าเธอล็อคประตูห้องนี้เอาไว้เรียบร้อยดีแล้วนี่นา แล้ว หลี่ชุ่ยเหอเขาเข้ามาได้ยังไงกัน“พอดีผมซื้อของมาฝากไป่ไป๋น่ะ ผมได้ส่งไลน์แจ้งฉางโม่วแล้ว แต่เขายังไม่อ่าน ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาข้างในก่อน”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับมาน้ำเสียงเรียบ“อ้อค่ะ พอดีอาโม่วเขาออกไปทำธุระเรื่องงานขาย น่ะค่ะ อีกสักหน่อยก็น่าจะกลับเข้ามาแล้ว”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมหันหน้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่ห้อยไว้ข้างฝาผนัง“เชิญคุณหลี่ชุ่ยเหอนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปนำน้ำ
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วยหยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะแม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วยในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบ







