เข้าสู่ระบบ“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”
หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า
“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”
หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ
“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”
เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ”
หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อ
หลังจากนั้นจึงเป็นเวลาพักผ่อนหย่อนใจของเธอเสียที ปกติเดิมทีหยวนเข่อซิงมักจะเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม เธอเหลือบสายตาไปมองดูนาฬิกาบนข้างฝา บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว ฉะนั้นเธอน่าจะยังพอมีเวลาอ่านนิยายที่ติงฉางโม่วซื้อให้ราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งสินะ
นึกได้ดังนั้น หยวนเข่อซิงจึงหยิบหนังสือนิยายที่ติงฉางโม่วซื้อให้ขึ้นมาอ่าน อันดับแรกเธอกวาดสายตาอ่านชื่อเรื่องของนิยายและมองดูภาพหน้าปกก่อนด้วยความตื่นเต้น
“นิยายเรื่อง กลวิธีมัดใจบุตรชายท่านบัณฑิต
ผู้แต่ง 飛爱 เฟยอ้าย โอ้ว ผลงานจากปลายปากกานักเขียนที่เราชื่นชอบเลยนี่นา”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมระบายรอยยิ้มอ่อนโยนให้
ประดับอยู่เต็มใบหน้า ภาพหน้าปกที่เธอเห็นคือภาพครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ส่งสายตามองดูเด็กหญิงวัยสี่ขวบผู้หนึ่งที่กำลังเล่นอยู่กับเด็กชายวัยแปดขวบด้วยประกายสายตาแห่งความรัก
เห็นดังนั้นแล้วหยวนเข่อซิงจึงไม่รอช้า เธอรีบเปิดหนังสือนิยายหน้าถัดไปออกมาอ่านในทันที
นิยายเริ่มต้นมาที่การแต่งงานกันของพระนางในนิยายเรื่องนี้ คืออู่ชางเฉินและหลิงเหมยซู พร้อมมีสายตาเจ็บปวดรวดร้าวจากท่านแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินนามจางหลี่เฉียงที่แอบเฝ้ามองดูหลิงเหมยซูนางเอกของเรื่องอยู่ด้วยแววตาที่เจ็บช้ำ เขาแอบหลงรักหลิงเหมยซูมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว ซึ่งนางเองก็รู้ว่าเขานั้นเฝ้าหลงรักแต่นางเพียงผู้เดียวเช่นเดียวกัน แต่ทว่าสุดท้ายแล้วจางหลี่เฉียงก็มิอาจมีวาสนาได้กินเนื้อหงส์ฟ้า เพราะสตรีที่เขาเฝ้าหมายปองดันได้เข้าพิธีวิวาห์กันกับผู้อื่น ที่มีศักดิ์สูงส่งเป็นถึง
ชินอ๋องของแคว้นอู่ น้องชายขององค์ฮ่องเต้ด้วยความผิดหวังในรัก ในขณะที่เข้าร่วมพิธีวิวาห์มงคลสมรสพระราชทานระหว่างอู่อ๋องและหลิงเหมยซูอยู่นั้น จางหลี่เฉียงจึงดื่มสุราหมดไปหลายสิบกาจนมิอาจคุมสติตนเองเอาไว้ได้อยู่ สุดท้ายก็ได้เกิดเรื่องบัดสีขึ้นกับเขาเข้าจนได้ เมื่อมีสตรีนางหนึ่งจากจวนโหว นามจิ้นฮวา
ที่ได้เข้ามาดูอาการเขายามที่เขาเมาหนักนั้น นางกลับถูกจางหลี่เฉียงข่มเหงเข้าจนเกิดเรื่องอื้อฉาวไปทั่วทั้งวังหลวง ทำให้เขาจำต้องได้เข้าพิธีวิวาห์แต่งงานกันกับคุณหนูจากจวนโหวผู้นี้เข้าจนได้หลังจากแต่งงานกันแล้ว จางหลี่เฉียงก็มิเคยแตะต้องผู้เป็นภรรยาเลยแม้แต่ปลายเส้นผม เขามักให้ข้ออ้างว่าเขาต้องไปคุมกองทัพที่ชายแดนเสมอ นานๆ ครั้งจึงจะกลับเข้าจวนแม่ทัพในเมืองหลวงสักครา แต่ทว่าเมื่อกลับเข้ามาแล้วก็เอาแต่ไปแอบลอบมองดูหลิงเหมยซูรักกันกับอู่อ๋องก็เพียงแต่เท่านั้น ยิ่งเมื่อทราบมาว่าจิ้นฮวาตั้งครรภ์เขาถึงกับแยกเรือนนอนกับนางเลยทีเดียวด้วยเหตุผลข้ออ้างว่าเป็นการป้องกันมิให้เขาเผลอทำอันใดที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ได้
ในช่วงเวลาที่จิ้งฮวาตั้งครรภ์นี้ หลิงเหมยซูก็ได้ตั้งครรภ์ขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งสตรีทั้งสองยังคลอดบุตรสาวออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย แต่หลิงเหมยซูถือได้ว่าโชคดีกว่าจิ้นฮวาเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากคลอดบุตรสาวแล้วนางยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อคอยดูแลเลี้ยงดูบุตรสาวได้ ผิดกันกับจิ้นฮวาที่รายนั้นคลอดบุตรสาวได้เพียงสามวันก็สิ้นใจตายไปมิทันได้อยู่เลี้ยงดูรักใคร่ทะนุถนอมบุตรสาวในดวงใจเลยแม้แต่น้อย แต่ครั้นกระนั้นก่อนตายแม้ว่าจางหลี่เฉียงจะมามิทันได้ดูใจของนางก็ตามแต่ แต่นางก็ยังฝากความกับสาวใช้เอาไว้ว่าขอให้จางหี่เฉียงเป็นคนตั้งชื่อให้กับบุตรสาวตัวน้อยของนางด้วย
“โถ่! ฉันล่ะนึกสงสารเธอมากเสียจริงเลยนะจิ้น
ฮวา” หยวนเข่อซิงอ่านนิยายไปด้วยพร้อมพูดพึมพำขึ้นมาด้วยนึกสงสารตัวละครนามจิ้นฮวาขึ้นมาจับใจ‘นางถูกท่านแม่ทัพชั่วนั่นข่มเหงจนตั้งท้องขึ้นมาเท่านั้นยังไม่พอ ยังถูกเขาทอดทิ้งไม่สนใจไม่มาดูดำดูดีจนนางต้องสิ้นใจตายหลังคลอดไปอีก ท่านแม่ทัพผู้นี้ช่างสารเลวเสียจริง’
หยวนเข่อซิงอดที่จะก่นด่าท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงขึ้นมาในใจอย่างอดไม่ได้
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจิ้นฮวา จางหลี่เฉียงก็ตั้งชื่อให้กับบุตรสาวขึ้นมาอย่างขอไปทีว่า จางเฟยฉีหนูน้อยจางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวทางฝั่งมารดามานานถึงสองปี หลังจากที่หนูน้อยพอเดินได้ทางครอบครัวของจิ้นฮวาจึงมิอาจดูดายปล่อยให้จางเฟยฉีแยกห่างจากผู้เป็นบิดาได้อีก พวกเขาจึงส่งจางเฟยฉีมาให้กับจางหลี่เฉียงได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรสาวบ้าง ซึ่งจางหลี่เฉียงเองก็มิขัดศรัทธาแต่อย่างใด มิว่าเขาจะเดินทางไปแห่งหนใดก็มักจะนำบุตรสาวกระเตงไปด้วยทุกสารทิศพร้อมพี่เลี้ยงเด็กจำนวนหนึ่งเสมอ จางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ โดยมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ และไม่ได้รับซึ่งการสั่งสอนใดจนนางเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบเอาชนะ หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจางเฟยฉีอายุได้สี่ปีเต็ม จางหลี่เฉียงก็มีเหตุให้ได้รับหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่ในกองทัพด้วย เธอมีนามว่าฟางเข่อซิน พี่ชายของฟางเข่อซิงเป็นทหารชั้นนายกองผู้หนึ่งที่มีผลงานเสี่ยงชีวิตช่วยรับคมดาบจากศัตรูแทนจางหลี่เฉียงจนสิ้นใจตายไป ก่อนตายเขาได้ขอให้จางหลี่เฉียงช่วยดูแลน้องสาวของเขานามฟางเข่อซิงแทนตัวเขาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไ
“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อหลังจากนั้นจึงเป็นเวล
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้นอีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อเมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาท
ทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่วอยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้
หยวนเข่อซิงนอนหลับไปนานเพียงไรแล้วก็มิอาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ราดรดเข้ากับใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ จึงทำให้หยวนเข่อซิงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว หยวนเข่อซิงก็ต้องรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบเจอเข้ากับใบหน้าของหลี่ชุ่ยเหออดีตสามีของติงฉางโม่วในระยะประชิดเอาเช่นนี้“เอ่อ คือว่า”หยวนเข่อซิงพูดขึ้นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมพยายามเขยิบตัวถอยห่างออกมาจากหลี่ชุ่ยเหอและลุกขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า“คุณชุ่ยเหอ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหรือคะ?”หยวนเข่อซิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอจำได้ดีว่าเธอล็อคประตูห้องนี้เอาไว้เรียบร้อยดีแล้วนี่นา แล้ว หลี่ชุ่ยเหอเขาเข้ามาได้ยังไงกัน“พอดีผมซื้อของมาฝากไป่ไป๋น่ะ ผมได้ส่งไลน์แจ้งฉางโม่วแล้ว แต่เขายังไม่อ่าน ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาข้างในก่อน”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับมาน้ำเสียงเรียบ“อ้อค่ะ พอดีอาโม่วเขาออกไปทำธุระเรื่องงานขาย น่ะค่ะ อีกสักหน่อยก็น่าจะกลับเข้ามาแล้ว”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมหันหน้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่ห้อยไว้ข้างฝาผนัง“เชิญคุณหลี่ชุ่ยเหอนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปนำน้ำ
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วยหยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะแม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วยในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบ







