LOGINหลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วย
หยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย
เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะ
แม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่
จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วย
ในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบมาหมาด ๆ นี้เอง ด้วยความที่เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของหยวนเข่อซิง อีกทั้งครอบครัวของเธอเองยังพากันหน้าตาดีทั้งบ้าน หยวนเข่อฟู่เองจึงหล่อเหลาเอาการไม่แพ้ใคร แต่เมื่อยามที่ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันนั้น หยวนเข่อซิงก็มักจะถูกคนภายนอกมองว่าเธอเป็นน้องสาวของหยวนเข่อฟู่เสมอ เพราะน้องชายของเธอมีรูปร่างสูงใหญ่ส่วนตัวเธอเองกลับเป็นคนรูปร่างเล็ก ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์ จึงทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมาโดยตลอด
ติ๊งน๊อง ๆ
หยวนเข่อซิงกดออดหน้าประตูที่พักของติงฉางโม่ว อยู่สองสามครั้งด้วยกัน ไม่นานนัก หญิงสาวรูปร่างเพรียว
ระหงราวกับนางแบบก็เดินมาเปิดประตูให้กับเธอในทันใด
“เข้ามานั่งข้างในก่อนสิอาซิง ห้องของฉันค่อนข้างรกไปหน่อยนะ ตามประสาคนมีลูกเล็กแหล่ะ”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมผายมือเชื้อเชิญให้หยวนเข่อซิงนั่งลงตรงโซฟารับแขก
“อื้อ ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ต้องคิดมากอะไรไปหรอกหน่าอาโม่ว เอ่อนี่ฉันซื้อนมรสตอร์เบอร์รี่มาฝากเธอด้วยนะ ยังไงเธอก็ดื่มนมรองท้องสักหน่อยก่อนค่อยขับรถไปคุยเรื่องงานก็แล้วกัน ฉันขอให้เธอโชคดี ปิดจ๊อบงานได้ปัง ๆ อย่างที่เธอตั้งใจหวังเอาไว้ด้วยนะ”
หยวนเข่อซิงกล่าวถ้อยคำอวยพรออกมาให้กับติงฉางโม่วด้วยความจริงใจ
“จ้า ขอบใจเธอมากนะอาซิง แล้วฉันจะรีบไปรีบกลับนะ เธอเองก็ดูแลตัวเองและเจ้าไป่ไป๋น้อย ดี ๆ ละ ฉันไปแล้วนะ บาย”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมหยิบขวดนมขึ้นมาเปิดฝาขวดยกขื่นดื่มเสียจนหมดขวดแล้วจึงเดินส่งยิ้มจากไป
ด้านหยวนเข่อซิงเองเมื่อเห็นติงฉางโม่วเดินจากไป
แล้วเธอจึงได้เดินไปปิดประตูห้องเอาไว้ด้วยความเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงนำของเล่นที่ตัวเองซื้อมาด้วย ออกมาเล่นกับไป่ไป๋หนูน้อยวัยเก้าเดือนที่ถูกมารดาจัดให้อยู่ในคอกกั้นเด็กด้วยความสนุกสนาน
หยวนเข่อซิงพยายามสอนให้หนูน้อยพูดชื่อของเธอว่า “น้าซิง” ด้วยความมุ่งมั่นหลังได้ยินเด็กน้อยเปล่งเสียงออกมาว่า “จิง ๆ” ก็ทำเอาหยวนเข่อซิงถึงกับยิ้มกว้างเบิกบานเสียจนแก้มแทบแตก ในช่วงตอนที่เด็กน้อยหิวนม หยวนเข่อซิงก็รีบไปชงนมมาให้กับเด็กน้อยด้วยความคล่องแคล่วว่องไว เพราะในช่วงที่ติงฉางโม่วคลอดไป่ไป๋น้อยออกมาใหม่ ๆ นั้น เธอก็ได้กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไปเสียแล้ว หยวนเข่อซิงจึงต้องรับบทในการให้ความช่วยเหลือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ด้วยการหาตำราต่าง ๆ มาคอยอ่านเพื่อช่วยให้คำแนะนำกับติงฉางโม่วเสมอ
ด้านบิดาของติงฉางโม่วเองเขาได้จากไปด้วยโรคร้ายตอนที่ติงฉางโม่วเรียนอยู่ระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่หนึ่งเพียงเท่านั้น มารดาของติงฉางโม่วเองก็ยังทำงานเป็นคุณครูอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้เกษียณ เพราะฉะนั้นในตอนนี้เองติงฉางโม่วจึงต้องรับบทหนักในการเลี้ยงดูไป่ไป๋น้อยแต่เพียงลำพัง มีเพียงหยวนเข่อซิงที่มาช่วยดูแลเด็กน้อยเป็นครั้งคราว
ติงฉางโม่วแอบจับได้ว่าสามีของเธอนั้นนอกใจเธอเมื่อตอนที่เธอตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดพอดี ด้วยการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวเธอจึงยอมเลิกรากับหลี่ชุ่ยเหอผู้เป็นสามีโดยไม่ขอรับเงินเลี้ยงดูจากเขาสักบาท แลกกับการที่เธอจะได้เป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูหลี่ไป่ไป๋แต่เพียงผู้เดียว และหาก
หลี่ชุ่ยเหอต้องการที่จะพบปะกันกับหลี่ไป่ไป๋แล้วล่ะก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากเธอเท่านั้นหยวนเข่อซิงเองเมื่อให้เด็กน้อยกินนมแล้ว เธอจึงเล่านิทานให้เด็กน้อยฟังต่อ หลังจากที่ฟังนิทานไปได้สักพัก ดวงตากลมโตของเด็กน้อยก็เริ่มหรี่ลงไปเรื่อย ๆ จนนอนหลับปุ๋ยไปในที่สุด
หยวนเข่อซิงเห็นดังนั้น เธอจึงนำไหมพรมสีชมพูที่เธอหาซื้อเอาวิออกมาถักหมวกไหมพรมในทันใด
เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะถักหมวกไหมพรมนี้ให้กับเจ้าไป่ไป๋น้อยเอาไว้สวมใส่เวลาออกไปเที่ยวข้างนอก เด็กน้อย
เองคงจะดูน่ารัก น่าหอมแก้มขึ้นมาเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง
นึกได้ดังนั้นแล้ว หยวนเข่อซิงจึงได้ตั้งอกตั้งใจถักหมวกไหมพรมนี้อย่างขมีขมัน จนกระทั่งเธอเองก็ได้นอนหลับไปอย่างไม่รู้ตัวบนโซฟานี้ด้วยเช่นเดียวกัน
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจิ้นฮวา จางหลี่เฉียงก็ตั้งชื่อให้กับบุตรสาวขึ้นมาอย่างขอไปทีว่า จางเฟยฉีหนูน้อยจางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวทางฝั่งมารดามานานถึงสองปี หลังจากที่หนูน้อยพอเดินได้ทางครอบครัวของจิ้นฮวาจึงมิอาจดูดายปล่อยให้จางเฟยฉีแยกห่างจากผู้เป็นบิดาได้อีก พวกเขาจึงส่งจางเฟยฉีมาให้กับจางหลี่เฉียงได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรสาวบ้าง ซึ่งจางหลี่เฉียงเองก็มิขัดศรัทธาแต่อย่างใด มิว่าเขาจะเดินทางไปแห่งหนใดก็มักจะนำบุตรสาวกระเตงไปด้วยทุกสารทิศพร้อมพี่เลี้ยงเด็กจำนวนหนึ่งเสมอ จางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ โดยมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ และไม่ได้รับซึ่งการสั่งสอนใดจนนางเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบเอาชนะ หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจางเฟยฉีอายุได้สี่ปีเต็ม จางหลี่เฉียงก็มีเหตุให้ได้รับหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่ในกองทัพด้วย เธอมีนามว่าฟางเข่อซิน พี่ชายของฟางเข่อซิงเป็นทหารชั้นนายกองผู้หนึ่งที่มีผลงานเสี่ยงชีวิตช่วยรับคมดาบจากศัตรูแทนจางหลี่เฉียงจนสิ้นใจตายไป ก่อนตายเขาได้ขอให้จางหลี่เฉียงช่วยดูแลน้องสาวของเขานามฟางเข่อซิงแทนตัวเขาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไ
“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อหลังจากนั้นจึงเป็นเวล
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้นอีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อเมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาท
ทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่วอยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้
หยวนเข่อซิงนอนหลับไปนานเพียงไรแล้วก็มิอาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ราดรดเข้ากับใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ จึงทำให้หยวนเข่อซิงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว หยวนเข่อซิงก็ต้องรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบเจอเข้ากับใบหน้าของหลี่ชุ่ยเหออดีตสามีของติงฉางโม่วในระยะประชิดเอาเช่นนี้“เอ่อ คือว่า”หยวนเข่อซิงพูดขึ้นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมพยายามเขยิบตัวถอยห่างออกมาจากหลี่ชุ่ยเหอและลุกขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า“คุณชุ่ยเหอ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหรือคะ?”หยวนเข่อซิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอจำได้ดีว่าเธอล็อคประตูห้องนี้เอาไว้เรียบร้อยดีแล้วนี่นา แล้ว หลี่ชุ่ยเหอเขาเข้ามาได้ยังไงกัน“พอดีผมซื้อของมาฝากไป่ไป๋น่ะ ผมได้ส่งไลน์แจ้งฉางโม่วแล้ว แต่เขายังไม่อ่าน ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาข้างในก่อน”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับมาน้ำเสียงเรียบ“อ้อค่ะ พอดีอาโม่วเขาออกไปทำธุระเรื่องงานขาย น่ะค่ะ อีกสักหน่อยก็น่าจะกลับเข้ามาแล้ว”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมหันหน้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่ห้อยไว้ข้างฝาผนัง“เชิญคุณหลี่ชุ่ยเหอนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปนำน้ำ
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วยหยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะแม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วยในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบ







