Share

ตอนที่ 10 : งอน

last update publish date: 2026-09-04 20:19:15

ดวงอาทิตย์ในยามสายของวันเคลื่อนขึ้นสูง ส่องแสงแดดเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ คฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์อันเงียบสงบกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวลบริเวณหน้าประตูทางเข้าหลัก ชายชุดดำสองคนรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม

ภายในรถ พรีมนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง ตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยอาการ 'งอน' อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อปนความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเวลาตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว นั่นหมายความว่าเธอขาดเรียนวิชาสำคัญในภาคเช้าไปโดยสมบูรณ์!

"ยังไม่หายงอนอีกเหรอ?"

น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของคิมหันต์เอ่ยถามขึ้นข้างกาย เขาหันมามองใบหน้าบูดบึ้งของภรรยาหมาดๆ ด้วยแววตาเอ็นดูและขำขันในใจ

"ก็เพราะใครล่ะคะ!" พรีมหันขวับมามองเขาด้วยสายตาค้อนขวับ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเอาแต่ใจเมื่อเช้านี้... ฉันคงไม่ต้องขาดเรียนวิชาของอาจารย์วิชัยหรอกค่ะ! คลาสนี้เช็คชื่อตั้งสองเปอร์เซ็นต์เลยนะคุณคิมหันต์!"

คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งของเธอ

"เอาน่า... แค่สองเปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวฉันให้คนไปบริจาคอาคารเรียนใหม่ให้มหาวิทยาลัยของเธอ เอาเกรด A ทุกวิชาคืนมาให้เลยดีไหม?"

"คุณคิมหันต์! ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาเงินมาแก้ปัญหานะคะ!"

พรีมทำตาโตใส่เขา เอ็ดเสียงเขียว

"คนบ้า... เอาแต่ใจตัวเองแล้วยังมาพูดจาเข้าข้างตัวเองอีก"

"โอเคๆ ฉันผิดเอง" คิมหันต์ยอมรับกลายๆ ยิ้มมุมปากอย่างยั่วยวน "แต่สาเหตุที่เธอขยับตัวไม่ไหวจนต้องขาดเรียน... มันก็มาจากความน่ารักของเธอเองไม่ใช่รึไง? ใครใช้ให้เธอยั่วยวนฉันตั้งแต่ตื่นนอนล่ะ?"

"คุณคิมหันต์!" พรีมหน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู อ้าปากค้างด้วยความอับอายกับคำกล่าวหาโต้งๆ ของเขา

"ฉันไปยั่วยวนคุณตอนไหนกัน!"

ยังไม่ทันที่พรีมจะได้ตั้งตัวหรือก้าวลงจากรถ คิมหันต์ก็โน้มตัวลงมาสอดแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับขาและแผ่นหลังบาง ช้อนร่างอรชรขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล!

"กรี๊ด! คุณคิมหันต์ ทำอะไรคะ! ปล่อยฉันลงนะ!" พรีมตกใจจนต้องรีบยกแขนโอบรอบคอแกร่งของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ

"อย่าดิ้นสิ..."

คิมหันต์เอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมบังคับ

"เมื่อเช้าโอดครวญว่าเจ็บตรงนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ? เดินเองเดี๋ยวก็เจ็บระบมหนักกว่าเดิมพอดี ให้ฉันอุ้มนั่นแหละดีแล้ว"

"แต่... แต่นี่มันหน้าบ้านนะคะ! คนอื่นมองกันเต็มเลย!" พรีมกระซิบประท้วงเสียงสั่น ใบหน้าซุกเข้ากับอกแกร่งเพื่อหลบสายตา

และก็เป็นจริงอย่างที่เธอคาดไว้ บรรดาบอดี้การ์ดชายชุดดำที่ยืนเรียงรายรอบคฤหาสน์ รวมทั้ง ป้าอิ่ม และเหล่าแม่บ้านที่เดินออกมารับ ต่างพากันยืนนิ่งตะลึง มองภาพประมุขหนุ่มผู้เยือกเย็นและโหดเหี้ยมกำลังอุ้มภรรยาสาวไว้ในอ้อมแขนด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอม ป้าอิ่มถึงกับยกมือขึ้นทบอก รอยยิ้มปลื้มปิติฉายชัดบนใบหน้าชรา

"อ้าว คุณคิม คุณพรีม กลับมาแล้วเหรอคะ" ป้าอิ่มเอ่ยทักทายพลางยิ้มกริ่ม "เอ๊ะ คุณพรีมเป็นอะไรไปคะ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?"

"เอ่อ... ปะ... ปล่าวค่ะป้าอิ่ม! หนูพรีมไม่ได้เป็นอะไรค่ะ!"

พรีมรีบตอบเสียงหลอน ซบหน้าลงกับอกเสื้อเชิ้ตของคิมหันต์แน่นขึ้นไปอีกเพราะความอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

คิมหันต์ยิ้มรับป้าอิ่มอย่างไม่ยี่หระ

"ไม่มีอะไรหรอกครับป้าอิ่ม พรีมแกแค่เหนื่อยๆ นิดหน่อย... เดี๋ยวผมพาขึ้นไปพักบนห้องครับ ฝากจัดอาหารว่างอุ่นๆ ขึ้นไปให้ด้วยนะครับ"

"ได้เลยค่ะคุณคิม!" ป้าอิ่มรับคำอย่างแข็งขัน

คิมหันต์สาวเท้ายาวก้าวขึ้นบันไดวนตรงไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ พาพรีมเดินเข้าสู่ห้องนอนใหญ่ เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ คิมหันต์พาเธอเดินไปที่เตียงนอนคิงไซส์ ก่อนจะค่อยๆ วางร่างบางลงบนฟูกนุ่มอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมราวกับวางแก้วเจียระไนราคาแพง

"อ๊ะ..."

พรีมสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของเขา ความโกรธงอนที่มีเมื่อครู่เริ่มละลายกลายเป็นความวูบวาบในหัวใจ เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่อ่อนลง

"นอนพักซะ..."

คิมหันต์เอื้อมมือไปเกลี่ยผมที่ปรกหน้าหวานของเธอออกให้อย่างนุ่มนวล

"เลิกงอนได้แล้ว หน้าบึ้งมากๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ"

"ฉันไม่ได้งอนสักหน่อย..."

พรีมพึมพำตอบเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่ฉายแววรักใคร่

ก็อก ก็อก ก็อก!

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอบอุ่นลง คิมหันต์ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปมองที่ประตูห้อง

"นายครับ..."

เสียงของ ธนากร เลขาและลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก

"สายจากทางภาคเหนือและเอกสารสัญญาด่วนจากคาสิโนส่งมาถึงแล้วครับ... ต้องให้นายเซ็นอนุมัติและวิดีโอคอลประชุมด่วนครับ"

คิมหันต์ถอนหายใจยาวเบาๆ สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาสวมหน้ากากความเรียบเฉยและสุขุมของผู้นำตระกูลอีกครั้ง เขาหันมามองพรีมที่นั่งอยู่บนเตียง

"ฉันต้องไปทำงานแล้ว..." คิมหันต์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พักผ่อนเยอะๆ นะ อยากได้อะไรก็บอกป้าอิ่ม... เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะมาทานมื้อเย็นด้วย"

"ค่ะ... ตั้งใจทำงานนะคะคุณคิมหันต์" พรีมส่งยิ้มบางๆ ให้เขา

คิมหันต์ก้มลงประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากเนียนของเธอหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องนอน ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้พรีมนั่งอยู่ลำพังในห้องนอนกว้างขวางที่อบอวลไปด้วยความทรงจำอบอุ่น

ครืด... ครืด... ครืด...

ยังไม่ทันที่พรีมจะได้ขยับตัวไปไหน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟาก็ดังขึ้น พรีมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'น้ำตาล' เพื่อนสนิทตัวแสบที่โทรเข้ามา พรีมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับสาย

"ฮัลโหล... ว่าไงจ๊ะน้ำตาล" พรีมกรอกเสียงลงไป พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

(ยัยพรีมมมมมมม! แกหายหัวไปไหนมาเนี่ย!)

เสียงกรีดร้องด้วยความตระหนกและอยากรู้อยากเห็นของน้ำตาลดังทะลุสายออกมาจนพรีมต้องย้อนโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อย

(คลาสเช้าอาจารย์วิชัยเช็คชื่อนะแก! แถมมีสั่งงานกลุ่มด้วย! ฉันไลน์หาก็ไม่ตอบ โทรหาก็เพิ่งมารับ แกเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย? ไม่สบายเหรอ หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้น?)

พรีมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเมื่อนึกถึง 'สาเหตุจริง' ที่ทำให้เธอต้องขาดเรียนในเช้าวันนี้

"เอ่อ... ขอโทษทีนะน้ำตาล พอดีฉัน... ฉันไม่ค่อยสบายหน่ะ"

พรีมโกหกหน้าตาย เสียงสั่นเล็กน้อย

"ตื่นมาแล้วปวดหัว มึนหัวมาก ก็เลย... ลุกไม่ไหว เผลอหลับยาวไปหน่อย"

(จริงเหรอแก? เป็นอะไรมากไหมเนี่ย? แล้ว... 'พี่ชาย' คนเมื่อวานที่ขับรถสปอร์ตมาส่ง แกอยู่กับเขาหรือเปล่า? ให้ฉันไปเยี่ยมไหม?) น้ำตาลถามด้วยความเปนห่วงปะปนสงสัย

"มะ... ไม่ต้องหรอกน้ำตาล! ฉันกินยาแล้ว ดีขึ้นมากแล้วจ๊ะ!"

พรีมรีบปฏิเสธเสียงหลอน เกรงว่าถ้าเพื่อนรักมาเห็นสภาพคฤหาสน์และรอยรักตามลำคอของเธอ เรื่องใหญ่ได้แตกแน่ๆ

"แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ แล้ว... เรื่องงานกลุ่ม อาจารย์สั่งอะไรบ้างเหรอ?"

(อ๋อ อาจารย์ให้จับคู่ทำรายงานวิเคราะห์โบราณสถานยุคอยุธยา ส่งอาทิตย์หน้าจ้ะ ฉันจับคู่กับแกไว้ให้แล้ว ไม่ต้องห่วง)

น้ำตาลตอบ ก่อนจะถอนหายใจยาว

(เออๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แกพักผ่อนไปเถอะ ยาหมดก็บอกนะ... ไว้เจอกันพักพรุ่งนี้ที่คลาสบ่ายนะแก)

"ขอบใจแกมากนะน้ำตาล แกน่ารักที่สุดเลย... ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"

พรีมกดวางสายโทรศัพท์ลง ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว นึกถึงคำพูดหยอกเย้าและอ้อมกอดอันอบอุ่นของคิมหันต์เมื่อครู่ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แม้ชีวิตนักศึกษาของเธอจะเริ่มวุ่นวายขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของสามีมาเฟียคนนี้...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 15

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเงียบเหงาที่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หรู พรีมตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพไร้ชีวิตชีวา เมื่อเดินลงมาถึงห้องโถงด้านล่าง สายตากลมโตสุกใสที่บัดนี้หมองหม่นก็กวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเคยชิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมองหาใครบางคนอยู่ "มองหาคุณคิมหันต์อยู่เหรอคะคุณพรีม?" ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นพรีมยืนลังเลอยู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มเอ็นดู "เอ่อ... เปล่าค่ะป้าสาย พรีมไม่ได้มองหาใครสักหน่อย" พรีมรีบปฏิเสธเสียงแผ่ว หลบสายตาป้าแม่บ้านอย่างมีเลศนัย "คุณคิมหันต์ออกไปทำงานตั้งแต่ตรู่แล้วค่ะคุณพรีม" ป้าสายพูดพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "เห็นบอกว่ามีประชุมด่วนที่ต่างจังหวัด น่าจะกลับอีกทีก็ค่ำๆ นู่นเลยค่ะ" "อ๋อ... เหรอกับป้า" พรีมพยักหน้ารับเบาๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกห่อเหี่ยวและโหว่งเหวงพุ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจอย่างน่าประหลาด 'เขาออกไปโดยไม่คิดจะลาหรือมองหน้าเราเลยสินะ... คงจะรังเกียจเรามากจริงๆ' "แล้วคุณพรีมจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ? ป้าเ

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 14

    บรรยากาศยามเช้าหน้ามหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าผู้คนที่เดินทางมาเรียน ในขณะที่รถสปอร์ตคันหรูของประมุขหนุ่มขับเข้ามาจอดชิดริมฟุตบาทอย่างนุ่มนวล พรีมขยับตัวเตรียมจะลงจากรถ แต่ก็ถูกมือหนาของชายหนุ่มคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน "เย็นนี้เลิกเรียนกี่โมง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำถามขึ้น สายตาคมกริบมองสบดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย "ประมาณสี่โมงเย็นค่ะ" พรีมตอบเสียงเบา แก้มเนียนยังคงขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนและเมื่อเช้าที่ผ่านมา "อืม... เดี๋ยวพี่ให้คนมารับ แล้วเจอกันที่บ้าน" เขาเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาประทับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากหวานอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ พรีมก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเกร็งเล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อยล้าช่วงล่างยังคงมีอยู่ แต่เธอต้องพยายามเดินให้เป็นปกติที่สุด ทันทีที่รถคันหรูขับออกไป 'น้ำตาล' เพื่อนสาวสนิทที่สุดของพรีมก็รีบวิ่งรี่เข้ามาหาทันที ดวงตาของน้ำตาลเป็นประกายวาววับวิบวับอย่างจับผิด "แหมๆๆ พรีมคะ! นั่นรถใครน่ะ? คันละกี่สิบล้านกันเชียว!" น้ำตาลเอ่ยแซวพร้อมกับใช้นิ้วสะกิดแขนเพื่อนสาวเบาๆ "แล้วแน่ใจนะว่าแค่คนรู้จัก? ดูสายตาคนที

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่13

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาจับเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา พรีมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งกาย โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงมีความรู้สึกชาและผ่าวร้อนลอยเด่นขึ้นมา ความทรงจำจากบทรักดุเดือดเมื่อคืนที่ลากยาวตั้งแต่เคาน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัว หน้าประตู โซฟาหนัง และจบลงบนเตียงใหญ่ พรั่งพรูเข้ามาในหัวจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและขึ้นสีแดงระเรื่อทันที ข้างกายเธอคือแผงอกกว้างกำยำของคิมหันต์ แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามยังคงโอบตระกองกอดเอวคอดของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงและดูทรงอำนาจต่อหน้าคนทั้งโลก บัดนี้ยามหลับใหลกลับดูผ่อนคลายและเสน่ห์แรงเกินต้านทาน พรีมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเรียวเล็กไปสัมผัสสันจมูกโด่งและสันกรอบหน้าของเขาเบาๆ "ตื่นมาแอบมองสามีตัวเองแต่เช้าเลยนะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าระย้าดังขึ้นทั้งที่ดวงตาคมยังปิดอยู่ ก่อนที่มือหนาจะรวบจับมือเล็กของเธอไปประทับจูบที่กลางฝ่ามือหนักๆ "คุณคิมหันต์... เอ่อ พี่คิม ตื่นนานแล้วเหรอคะ" พรีมเอ่ยถามเสียงเบา พยายามจะถดตัวหนีด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงคำสั่งดุดันของเขาเมื่อคืน แต่กลับถูกวงแข

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 12..:ไม่ไหว nc

    ลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงหอบกระสันยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องครัวที่เงียบสงบ พรีมนอนหมดแรงอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน เรือนร่างผ่องใสขึ้นสีแดงระเรื่อฉ่ำไปด้วยเหงื่อและรอยรัก คิมหันต์ถอนตัวตนอันอุ่นร้อนออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะมองดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจและเอ็นดูเป็นที่สุด "มะ... ไม่ไหวแล้วนะคะคุณคิมหันต์... พรีมเหนื่อยจนไม่มีแรงเดินแล้ว" พรีมเอ่ยเสียงแผ่วสั่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาอกแกร่งอย่างออดอ้อนและประหม่า คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ เขาก้มลงประทับจูบเบาๆ ที่พวงแก้มแดงก่ำ ก่อนจะช้อนร่างบางในสภาพเปลือยเปล่าขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยให้เธอพักกันล่ะ?" คิมหันต์เอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระย้า "ยกแรกตรงนี้เป็นแค่ 'น้ำจิ้ม' เท่านั้น... บนห้องของจริงต่างหาก" "คุณคิมหันต์! คนบ้า... อื้อ!" พรีมยังไม่ทันจะได้เอ็ดเสียงเขียว คิมหันต์ก็สาวเท้ายาวๆ ก้าวออกจากห้องครัว อุ้มร่างบางขึ้นบันไดวนตรงไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ทันทีที่ก้าวพ้นบานประตูห้องนอนใหญ่ที่ถูกดันปิดลงดัง ปัง! ความอดทนของประมุขหนุ่มก็พังทลายลงอีกครั้ง เขากด

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่11 : หิวnc

    เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งหนึ่งทุ่มกว่าๆ แสงมืดมิดของยามค่ำคืนครอบคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ พรีมที่เผลอหลับยาวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายค่อยๆ กะพริบตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนคิงไซส์ผืนนุ่ม สายตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องนอนอันกว้างขวางที่บัดนี้เงียบสงบ ไร้เงาร่างสูงของสามีมาเฟีย "สงสัยยังไม่กลับ... ไม่ก็อยู่ที่ห้องทำงานมั้ง" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาลงจากเตียงนอน ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวตรงช่วงล่างที่เคยมีในตอนเช้าหายไปเกือบหมดแล้ว ทว่ายังคงมีความรู้สึกขัดๆ ตึงๆ อยู่บ้างเล็กน้อยยามขยับตัว ทันทีที่ความคิดส่วนลึกหวนนึกไปถึงสาเหตุของความเจ็บระบมและภาพเหตุการณ์บทรักอันดุเดือดเมื่อเช้า ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อฉับพลัน "เลิกคิดได้แล้วยัยพรีม แกนี่มันลามกจริงๆ!" พรีมสะบัดหน้าเรียกสติของตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ภาพหวาบหวามออกจากหัว ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย ร่างบางเลือกสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีครีมตัวยาวผ่าข้างสูง นุ่มลื่นสบายผิว พร้อมสวมทับด้วยเสื้อผ้าคลุมสายสปาเก็ตตี้เข้าชุดกัน จากนั้นจึงเดินก้าวเท้ายาวลงไปยังชั้นล่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องครัวขนาดใหญ่ เพ

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 10 : งอน

    ดวงอาทิตย์ในยามสายของวันเคลื่อนขึ้นสูง ส่องแสงแดดเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ คฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์อันเงียบสงบกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวลบริเวณหน้าประตูทางเข้าหลัก ชายชุดดำสองคนรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม ภายในรถ พรีมนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง ตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยอาการ 'งอน' อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อปนความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเวลาตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว นั่นหมายความว่าเธอขาดเรียนวิชาสำคัญในภาคเช้าไปโดยสมบูรณ์! "ยังไม่หายงอนอีกเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของคิมหันต์เอ่ยถามขึ้นข้างกาย เขาหันมามองใบหน้าบูดบึ้งของภรรยาหมาดๆ ด้วยแววตาเอ็นดูและขำขันในใจ "ก็เพราะใครล่ะคะ!" พรีมหันขวับมามองเขาด้วยสายตาค้อนขวับ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเอาแต่ใจเมื่อเช้านี้... ฉันคงไม่ต้องขาดเรียนวิชาของอาจารย์วิชัยหรอกค่ะ! คลาสนี้เช็คชื่อตั้งสองเปอร์เซ็นต์เลยนะคุณคิมหันต์!" คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status