Masukเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเงียบเหงาที่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หรู พรีมตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพไร้ชีวิตชีวา
เมื่อเดินลงมาถึงห้องโถงด้านล่าง สายตากลมโตสุกใสที่บัดนี้หมองหม่นก็กวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเคยชิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมองหาใครบางคนอยู่ "มองหาคุณคิมหันต์อยู่เหรอคะคุณพรีม?" ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นพรีมยืนลังเลอยู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มเอ็นดู "เอ่อ... เปล่าค่ะป้าสาย พรีมไม่ได้มองหาใครสักหน่อย" พรีมรีบปฏิเสธเสียงแผ่ว หลบสายตาป้าแม่บ้านอย่างมีเลศนัย "คุณคิมหันต์ออกไปทำงานตั้งแต่ตรู่แล้วค่ะคุณพรีม" ป้าสายพูดพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "เห็นบอกว่ามีประชุมด่วนที่ต่างจังหวัด น่าจะกลับอีกทีก็ค่ำๆ นู่นเลยค่ะ" "อ๋อ... เหรอกับป้า" พรีมพยักหน้ารับเบาๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกห่อเหี่ยวและโหว่งเหวงพุ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจอย่างน่าประหลาด 'เขาออกไปโดยไม่คิดจะลาหรือมองหน้าเราเลยสินะ... คงจะรังเกียจเรามากจริงๆ' "แล้วคุณพรีมจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ? ป้าเตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้แล้ว" "ไม่เป็นไรค่ะป้าสาย พรีมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ขอตัวไปมหาลัยเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะสาย" "แต่คุณพรีมหน้าซีดๆ นะคะ กินสักนิดก็ยังดี" ป้าสายเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "พรีมไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะป้า" พรีมยิ้มบางๆ ให้ป้าแม่บ้าน ก่อนจะเดินตรงไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คันหรู สายตาของพรีมก็เหม่อมองออกไปนอกกระจก รถคันนี้และคนขับรถคนนี้... คือคันเดียวกับที่เคยไปรับไปส่งเธอในวันแรกที่เธอต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ ในฐานะ 'ว่าที่เจ้าสาว' ของคิมหันต์ ภาพความทรงจำในวันแรกพรั่งพรูเข้ามาในหัว... วันนั้นเธอก็ก้าวขึ้นรถคันนี้ด้วยความกลัว สับสน และไม่มั่นใจในอนาคต เธอเคยคิดว่าประมุขหนุ่มผู้เย็นชาคนนั้นจะเป็นซาตานร้ายที่คอยบดขยี้ชีวิตเธอ แต่แล้วเขากลับมอบความอบอุ่น ความใส่ใจ และบทรักอันเร่าร้อนที่ทำให้หัวใจเธอหลอมละลาย... ทว่าสุดท้าย ทุกอย่างมันก็เป็นแค่ภาพลวงตา เขาดูแลเธอแค่เพราะหน้าที่ และพร้อมจะเหยียบย่ำเธอด้วยคำพูดร้ายกาจได้ทุกเมื่อเพียงเพราะความระแวงไร้สาระ พรีมถอนหายใจออกมาแผ่วเบา หยาดน้ำตาคลอเบาๆ ที่หน่วยตา ก่อนที่เธอจะรีบปาดมันทิ้งไปอย่างเด็ดเดี่ยว ณ มหาวิทยาลัย ทันทีที่รถจอดสนิท พรีมก็ก้าวลงมาจากรถแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะหินอ่อนใต้โถงอาคารเรียน น้ำตาลและนนท์ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นพรีมเดินเข้ามา ทั้งสองก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ "ยัยพรีม! ทำไมหน้าตาแกดูแย่ขนาดนั้นล่ะ?!" น้ำตาลร้องทักขึ้นเสียงดังพลางรีบเข้าไปจับตัวเพื่อนสาว "ขอบตาบวมฉึ่ง แถมหน้าก็ซีดเหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย ไปทำอะไรมาเนี่ย?!" "นั่นสิพรีม... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?" นนท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "พรีมไม่สบายหรือเปล่า? หน้าซีดมากเลยนะ ให้พาไปห้องพยาบาลไหม?" พรีมฝืนยิ้มบางๆ ให้เพื่อนทั้งสอง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อน "พรีมไม่ได้เป็นอะไรหรอก... แค่เมื่อคืนอ่านหนังสือดึกไปหน่อย แล้วก็... นอนไม่ค่อยหลับน่ะ" "นอนไม่หลับจนขอบตาบวมขนาดนี้เนี่ยนะ?!" น้ำตาลทำตาโต จ้องหน้าพรีมอย่างจับผิด "แกอย่ามาหลอกฉันเลยพรีม ร้องไห้มาใช่ไหม? บอกฉันมาซะดีๆ ใครทำอะไรแก!" "ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นแหละน้ำตาล พรีมแค่เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยจริงๆ" พรีมรีบแก้ตัว เสียงสั่นเล็กน้อย "พรีม... มีอะไรไม่สบายใจบอกพวกเราได้นะ" นนท์ขยับเข้ามานั่งข้างๆ ยื่นมือทำท่าจะจับไหล่เธอด้วยความห่วงใย แต่แล้วก็ชะงักมือไว้ตามมารยาท "พวกเราเป็นเพื่อนพรีมนะ มีเรื่องอะไรก็เล่าให้ฟังได้ ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียวหรอก" "ขอบใจนะนนท์ ขอบใจนะน้ำตาล..." พรีมมองเพื่อนทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจ "แต่พรีมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ พวกแกอย่าคิดมากเลยนะ" "แน่นะ?" น้ำตาลย้ำเสียงสูง "ถ้ามีใครมารังแกแก ต้องบอกฉันนะ รู้ไหม? ฉันจะไปลุยมันให้เอง!" "จ้าๆ รู้แล้วยัยน้ำตาล" พรีมหัวเราะออกมาได้เล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนสาว "เออพรีม... แล้วเรื่องติวหนังสือเย็นนี้ล่ะ? พรีมไหวไหม หรือจะยกเลิกไปก่อน?" นนท์เอ่ยถามขึ้น "ไหวสิจ้ะ นนท์ไม่ต้องยกเลิกหรอก พรีมอยากติว จะได้สอบผ่านพร้อมๆ กันไง" พรีมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "โอเค งั้นถ้าพรีมรู้สึกไม่ไหวเมื่อไหร่ ต้องบอกทันทีเลยนะ รู้ไหม?" นนท์ยิ้มอ่อนโยน สายตาที่มองพรีมยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักลึกซึ้ง "อื้อ รู้แล้วจ้ะ ขอบใจนะนนท์" น้ำตาลมองหน้าพรีมสลับกับนนท์ แล้วได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงเพื่อนสาวของเธอจะไม่ยอมพูดอะไร แต่คนอย่างน้ำตาลดูออกแน่นอนว่าบาดแผลและรอยบอบช้ำในใจของพรีม... จะต้องเกี่ยวข้องกับ 'ชายหนุ่มทรงอำนาจ' คนที่มารับมาส่งเธออย่างแน่นอน!เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเงียบเหงาที่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หรู พรีมตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพไร้ชีวิตชีวา เมื่อเดินลงมาถึงห้องโถงด้านล่าง สายตากลมโตสุกใสที่บัดนี้หมองหม่นก็กวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเคยชิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมองหาใครบางคนอยู่ "มองหาคุณคิมหันต์อยู่เหรอคะคุณพรีม?" ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นพรีมยืนลังเลอยู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มเอ็นดู "เอ่อ... เปล่าค่ะป้าสาย พรีมไม่ได้มองหาใครสักหน่อย" พรีมรีบปฏิเสธเสียงแผ่ว หลบสายตาป้าแม่บ้านอย่างมีเลศนัย "คุณคิมหันต์ออกไปทำงานตั้งแต่ตรู่แล้วค่ะคุณพรีม" ป้าสายพูดพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "เห็นบอกว่ามีประชุมด่วนที่ต่างจังหวัด น่าจะกลับอีกทีก็ค่ำๆ นู่นเลยค่ะ" "อ๋อ... เหรอกับป้า" พรีมพยักหน้ารับเบาๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกห่อเหี่ยวและโหว่งเหวงพุ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจอย่างน่าประหลาด 'เขาออกไปโดยไม่คิดจะลาหรือมองหน้าเราเลยสินะ... คงจะรังเกียจเรามากจริงๆ' "แล้วคุณพรีมจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ? ป้าเ
บรรยากาศยามเช้าหน้ามหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าผู้คนที่เดินทางมาเรียน ในขณะที่รถสปอร์ตคันหรูของประมุขหนุ่มขับเข้ามาจอดชิดริมฟุตบาทอย่างนุ่มนวล พรีมขยับตัวเตรียมจะลงจากรถ แต่ก็ถูกมือหนาของชายหนุ่มคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน "เย็นนี้เลิกเรียนกี่โมง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำถามขึ้น สายตาคมกริบมองสบดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย "ประมาณสี่โมงเย็นค่ะ" พรีมตอบเสียงเบา แก้มเนียนยังคงขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนและเมื่อเช้าที่ผ่านมา "อืม... เดี๋ยวพี่ให้คนมารับ แล้วเจอกันที่บ้าน" เขาเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาประทับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากหวานอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ พรีมก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเกร็งเล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อยล้าช่วงล่างยังคงมีอยู่ แต่เธอต้องพยายามเดินให้เป็นปกติที่สุด ทันทีที่รถคันหรูขับออกไป 'น้ำตาล' เพื่อนสาวสนิทที่สุดของพรีมก็รีบวิ่งรี่เข้ามาหาทันที ดวงตาของน้ำตาลเป็นประกายวาววับวิบวับอย่างจับผิด "แหมๆๆ พรีมคะ! นั่นรถใครน่ะ? คันละกี่สิบล้านกันเชียว!" น้ำตาลเอ่ยแซวพร้อมกับใช้นิ้วสะกิดแขนเพื่อนสาวเบาๆ "แล้วแน่ใจนะว่าแค่คนรู้จัก? ดูสายตาคนที
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาจับเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา พรีมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งกาย โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงมีความรู้สึกชาและผ่าวร้อนลอยเด่นขึ้นมา ความทรงจำจากบทรักดุเดือดเมื่อคืนที่ลากยาวตั้งแต่เคาน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัว หน้าประตู โซฟาหนัง และจบลงบนเตียงใหญ่ พรั่งพรูเข้ามาในหัวจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและขึ้นสีแดงระเรื่อทันที ข้างกายเธอคือแผงอกกว้างกำยำของคิมหันต์ แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามยังคงโอบตระกองกอดเอวคอดของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงและดูทรงอำนาจต่อหน้าคนทั้งโลก บัดนี้ยามหลับใหลกลับดูผ่อนคลายและเสน่ห์แรงเกินต้านทาน พรีมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเรียวเล็กไปสัมผัสสันจมูกโด่งและสันกรอบหน้าของเขาเบาๆ "ตื่นมาแอบมองสามีตัวเองแต่เช้าเลยนะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าระย้าดังขึ้นทั้งที่ดวงตาคมยังปิดอยู่ ก่อนที่มือหนาจะรวบจับมือเล็กของเธอไปประทับจูบที่กลางฝ่ามือหนักๆ "คุณคิมหันต์... เอ่อ พี่คิม ตื่นนานแล้วเหรอคะ" พรีมเอ่ยถามเสียงเบา พยายามจะถดตัวหนีด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงคำสั่งดุดันของเขาเมื่อคืน แต่กลับถูกวงแข
ลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงหอบกระสันยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องครัวที่เงียบสงบ พรีมนอนหมดแรงอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน เรือนร่างผ่องใสขึ้นสีแดงระเรื่อฉ่ำไปด้วยเหงื่อและรอยรัก คิมหันต์ถอนตัวตนอันอุ่นร้อนออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะมองดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจและเอ็นดูเป็นที่สุด "มะ... ไม่ไหวแล้วนะคะคุณคิมหันต์... พรีมเหนื่อยจนไม่มีแรงเดินแล้ว" พรีมเอ่ยเสียงแผ่วสั่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาอกแกร่งอย่างออดอ้อนและประหม่า คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ เขาก้มลงประทับจูบเบาๆ ที่พวงแก้มแดงก่ำ ก่อนจะช้อนร่างบางในสภาพเปลือยเปล่าขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยให้เธอพักกันล่ะ?" คิมหันต์เอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระย้า "ยกแรกตรงนี้เป็นแค่ 'น้ำจิ้ม' เท่านั้น... บนห้องของจริงต่างหาก" "คุณคิมหันต์! คนบ้า... อื้อ!" พรีมยังไม่ทันจะได้เอ็ดเสียงเขียว คิมหันต์ก็สาวเท้ายาวๆ ก้าวออกจากห้องครัว อุ้มร่างบางขึ้นบันไดวนตรงไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ทันทีที่ก้าวพ้นบานประตูห้องนอนใหญ่ที่ถูกดันปิดลงดัง ปัง! ความอดทนของประมุขหนุ่มก็พังทลายลงอีกครั้ง เขากด
เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งหนึ่งทุ่มกว่าๆ แสงมืดมิดของยามค่ำคืนครอบคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ พรีมที่เผลอหลับยาวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายค่อยๆ กะพริบตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนคิงไซส์ผืนนุ่ม สายตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องนอนอันกว้างขวางที่บัดนี้เงียบสงบ ไร้เงาร่างสูงของสามีมาเฟีย "สงสัยยังไม่กลับ... ไม่ก็อยู่ที่ห้องทำงานมั้ง" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาลงจากเตียงนอน ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวตรงช่วงล่างที่เคยมีในตอนเช้าหายไปเกือบหมดแล้ว ทว่ายังคงมีความรู้สึกขัดๆ ตึงๆ อยู่บ้างเล็กน้อยยามขยับตัว ทันทีที่ความคิดส่วนลึกหวนนึกไปถึงสาเหตุของความเจ็บระบมและภาพเหตุการณ์บทรักอันดุเดือดเมื่อเช้า ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อฉับพลัน "เลิกคิดได้แล้วยัยพรีม แกนี่มันลามกจริงๆ!" พรีมสะบัดหน้าเรียกสติของตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ภาพหวาบหวามออกจากหัว ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย ร่างบางเลือกสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีครีมตัวยาวผ่าข้างสูง นุ่มลื่นสบายผิว พร้อมสวมทับด้วยเสื้อผ้าคลุมสายสปาเก็ตตี้เข้าชุดกัน จากนั้นจึงเดินก้าวเท้ายาวลงไปยังชั้นล่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องครัวขนาดใหญ่ เพ
ดวงอาทิตย์ในยามสายของวันเคลื่อนขึ้นสูง ส่องแสงแดดเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ คฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์อันเงียบสงบกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวลบริเวณหน้าประตูทางเข้าหลัก ชายชุดดำสองคนรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม ภายในรถ พรีมนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง ตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยอาการ 'งอน' อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อปนความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเวลาตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว นั่นหมายความว่าเธอขาดเรียนวิชาสำคัญในภาคเช้าไปโดยสมบูรณ์! "ยังไม่หายงอนอีกเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของคิมหันต์เอ่ยถามขึ้นข้างกาย เขาหันมามองใบหน้าบูดบึ้งของภรรยาหมาดๆ ด้วยแววตาเอ็นดูและขำขันในใจ "ก็เพราะใครล่ะคะ!" พรีมหันขวับมามองเขาด้วยสายตาค้อนขวับ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเอาแต่ใจเมื่อเช้านี้... ฉันคงไม่ต้องขาดเรียนวิชาของอาจารย์วิชัยหรอกค่ะ! คลาสนี้เช็คชื่อตั้งสองเปอร์เซ็นต์เลยนะคุณคิมหันต์!" คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งของ







