بيت / รักโบราณ / มิลืมเลือนรัก / ไม่คิดให้นางมาเป็นอนุ

مشاركة

ไม่คิดให้นางมาเป็นอนุ

last update تاريخ النشر: 2025-12-02 01:55:21

          “นางเป็นใครกัน”

          “นางเป็นบุตรีของพ่อค้าแห่งเมืองลั่วหยางขอรับ”

          “เหตุใดเจ้าถึงได้ตาต่ำเช่นนี้ นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาสามัญไม่คู่ควรกับตระกูลหวังของเรา แม่ไม่อนุญาตให้เจ้าแต่งนางเป็นฮูหยินเอกเป็นอันขาด”

          “นั่นเป็นเรื่องของท่านแม่รับ ข้าไม่สนว่านางจะเป็นใครมาจากไหน”

          “เจ้าไม่สนไม่ได้ ภายภาคหน้าเจ้าต้องพึ่งพาตระกูลภรรยาเพื่อสนับสนุนเจ้า แต่ดูสตรีที่เจ้าเลือกสินางไม่อาจสนับสนุนอันใดเจ้าได้”

          “เช่นนั้นท่านจะบังคับให้ข้าแต่งกับคนที่ข้ามิได้รักงั้นหรือ”

          “แม้คราแรกยังไม่ได้รักแต่พอนานวันเข้าประเดี๋ยวเจ้าก็รักนางเองนั่นแหละ แม่ได้เลือกแม่นางจากตระกูลฟางไว้ให้เจ้าแล้ว งานเลี้ยงตระกูลสวี่นางได้รับเทียบเชิญด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเจ้าอย่าได้พลาดโอกาสนี้เชียว”

          “งานเลี้ยงตระกูลสวี่ลูกไม่ไปนะขอรับ” เขาปฏิเสธทันทีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

          “หวังหย่ง เห็นทีข้าคงตามใจเจ้ามากเกินไปแล้วกระมัง” เสียงใต้เท้าหวังดังขึ้นข้างหลัง เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด

          “ท่านพ่อ...” เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เพราะรู้ดีว่าบิดาของตนนั้นน่ากลัวเพียงใด

          “อย่าทำตัวเนรคุณตระกูลหวังที่ให้ข้าวให้น้ำเจ้า หากไม่มีตระกูลของข้า เจ้าจะได้อยู่สุขสบายเช่นนี้รึ!”

         “แต่ข้ามีคนรักอยู่แล้วนะขอรับ”

         “แล้วอย่างไร สตรีที่เจ้ารักกับสตรีที่เจ้าต้องแต่งงานไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน ข้าไม่ได้ห้ามให้เจ้ารับนางเป็นอนุเสียหน่อย แต่งงานกับแม่นางจากตระกูลฟางเสีย นี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง”

          สุดท้ายหวังหย่งมิอาจขัดคำสั่งของบิดาได้ทำให้ตอนนี้เขามางานเลี้ยงตระกูลสวี่พร้อมมารดาอย่างเลี่ยงไม่ได้

          “หวังหย่ง เจ้าพาแม่นางฟางไปเดินเล่นรอบ ๆ เถิด” ฮูหยิน หวังเอ่ยแกมออกคำสั่ง

          “แม่นางฟาง หากเจ้าไม่รังเกียจ...”

          “ข้าไม่รังเกียจเจ้าค่ะ” ฟางอวี่ซินตอบกลับแทบทันทีพร้อมกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ส่งให้ชายหนุ่ม

          “เช่นนั้นตามข้ามาทางนี้” เขาเดินนำหน้านางมุ่งไปยังศาลาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

          “คุณชาย ข้าได้ยินมาว่าท่านจะเข้ารับตำแหน่งขุนนางในเร็ววันนี้ อวี่ซินขอแสดงความยินดีล่วงหน้า” นางกล่าวยินดี

          “ขอบคุณแม่นาง”

          “ท่านคงรู้อยู่แล้วว่ามารดาของท่านกับมารดาข้าหวังให้เราทั้งคู่แต่งงานกัน”

          “เรื่องนี้ข้าพอรู้”

          “แล้วท่านคิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ”

          “ที่จริงข้ามีสตรีในใจอยู่แล้ว” เขาเลือกบอกนางตามตรง ฟางอวี่ซินได้ยินนางลอบทำหน้าบึ้งไม่พอใจ ทว่าเพียงชั่วครู่เท่านั้นสีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มได้อย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีเสียอีก

          “จริงหรือเจ้าคะ ข้าน่ะไม่ได้มีปัญหาอันใดหากท่านจะรับแม่นางผู้นั้นเป็นอนุ”

          “ข้าไม่คิดว่าแม่นางจะคิดเช่นนี้ มีสตรีใดบ้างที่อยากให้สามีของตนมีหญิงอื่นนอกจากตัวเอง เจ้าทำข้าแปลกใจยิ่งนัก”

          “เรื่องปกตินี่เจ้าคะ ขนาดท่านพ่อของข้ายังมีอนุตั้งหลายคน มิแปลกใจหากท่านจะอยากทำเช่นนั้น”

           “ข้าคงต้องทำให้แม่นางผิดหวังแล้ว เพราะข้าไม่คิดให้นางมาเป็นอนุตั้งแต่แรก ข้าตั้งใจแต่งนางเป็นฮูหยินเอก”

          “แต่เท่าที่ข้าได้ยินมา ฮูหยินกับใต้เท้าหวังคัดดค้านมิใช่หรือ อีกอย่างพิจารณาจากฐานะของนาง นางไม่อาจสนับสนุนท่านได้แล้วเหตุใด...” ไม่รอให้ฟางอวี่ซินพูดจบ เขาแทรกขึ้นเสียก่อน

          “อย่างที่ข้าบอกแม่นางไปก่อนหน้านี้ ข้ารักนางและไม่คิดใช้ประโยชน์อันใดจากคนที่ข้ารัก ดังนั้นข้าจึงอยากขอร้องให้แม่นาง        ปฏิเสธการแต่งงานนี้ได้รึไม่”

          “คุณชายพูดเช่นนี้ ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ ข้าไม่อาจตัดสินใจเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง” นางเอ่ยเสียงเศร้า

          “ตัวข้าเองก็ไม่ต่างจากเจ้านัก”

          “เช่นนั้น มิสู้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้นอีกหน่อยให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าพวกเราเข้ากันไม่ได้จริง ๆ ถึงครานั้นพวกท่านคงไม่คิดบังคับอันใดอีก”

          “ที่แม่นางพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นทำตามที่เจ้าว่าแล้วกัน”

          หลายครั้งที่หวังหย่งเผลอลืมสตรีที่ตนพร่ำบอกว่ารักนักหนาไปชั่วขณะนับตั้งแต่ได้สนิทชิดเชื้อกับฟางอวี่ซิน จดหมายหลายฉบับที่ถูกส่งมาจากเมืองลั่วหยางยังมิได้รับการตอบกลับสักฉบับเดียว

          “คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เล่อจินถามขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าไม่สู้ดีของผู้เป็นเจ้านาย

          “ไม่มีจดหมายจากเมืองหลวงส่งถึงข้าบ้างหรือ” แทนที่เหม่ยเหรินจะตอบคำถาม ทว่ากลับถามคำถามแทน

          “ไม่มีเจ้าค่ะ ท่านรอจดหมายจากคุณชายหวังอยู่หรือ”

          “ใช่ นี่ก็ร่วมสิบวันแล้วนับตั้งแต่ข้าส่งจดหมาย เหตุใดเขาถึงไม่ตอบกลับมาเสียที ช่างแปลกเสียจริง”

          “ไม่แน่ว่าคุณชายอาจกำลังยุ่งจนไม่มีเวลาได้ตอบจดหมายก็ได้นะเจ้าคะ”

          “ข้าหวังว่าจะเป็นดังที่เจ้าพูด”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • มิลืมเลือนรัก   ตอนจบ

    “หากไม่ได้เป็นดังที่ข้าคิด แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้เอามือมาลูบปากข้ากัน” เขายกยิ้มไปพลางถามไปพลาง จนคนใต้ร่างเริ่มรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย “ข้าแค่อยากรู้ว่าริมฝีปากของบุรุษจะอ่อนนุ่มหรือหยาบกร้านถึงได้เผลอไผลทำเรื่องเช่นนั้นไป” “งั้นหรือ” เขาแสร้งเห็นด้วย จากนั้นค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาเรื่อย ๆ จนลมหายใจเป่ารดหน้านางเข้า “ท่านจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” ว่าพลางดันหน้าอกชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่ทว่ากายแกร่งไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว “เจ้าอยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าริมฝีปากข้าจะอ่อนนุ่มหรือไม่ แทนที่จะใช้มือ มิสู้ใช้ปากไม่ดีกว่าหรือ” เอ่ยจบก็ทาบทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบา ก่อนขบเม้มเข้าที่ริมฝีปากล่างของนางเพื่อหยอกล้อ “อื้อ” ซ่งอันเว่ยพร่ำจูบนางจนพอใจถึงได้ปล่อยริมฝีปากของนางให้เป็นอิสระ ขณะที่มืออีกข้างปลดเปลื้องอาภรณ์จนร่างของหญิงสาวเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใด ไม่นานนักร่างกายของเขาก็เปลือยเปล่าไม่ต่างจากนาง... อี้ชางสือมองภาพเบื้องหน้าทั้งรอยยิ้ม ยามเห็นภาพคู่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว “ท่านพี่ ท่านฝึกซ้อมมาหลายชั่วยามแ

  • มิลืมเลือนรัก   ออกเรือน

    ทางด้านของฮูหยินผู้เฒ่าที่อาการป่วยทรุดลงเรื่อย ๆ จนไม่อาจลุกจากเตียงได้แต่นอนเป็นผักเท่านั้น “อาการของท่านแม่ เป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามสาวใช้ข้างกายมารดา “อาการของฮูหยินผู้เฒ่าแย่ลงเรื่อย ๆ เลยเจ้าค่ะ” “ไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า” “ตามไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ ท่านหมอเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง ทั้งยังบอกว่าอาการของฮูหยินผู้เฒ่าไร้หนทางรักษาแล้ว” อนุเมิ่งบอกสามี “จะ...เจ้า นางคนเนรคุณ” เสียงแหบแห้งหมดเรี่ยวแรงพูดขึ้น “พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลท่านเอง” นอกจากนางจะไม่โกรธแล้ว นางยังส่งยิ้มให้หญิงชราด้วยซ้ำไป ฝั่งของฟู่ซิวแวะมาเยี่ยมมารดาสามีบ้างบางครั้ง เพราะอนุเมิ่งขอเป็นคนดูแลเอง “ฮูหยิน ตั้งแต่อนุเมิ่งไปดูแลฮูหยินผู้เฒ่าอาการของนางก็แย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะเจ้าคะ หรือว่านางจะ...” “เจ้าอย่าได้เสียงดังไป เพราะถ้าหากนางไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงคนที่เดือดร้อนคงกลายเป็นพวกเราแทน” นางบอกเสียงเบา ทั้งที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าเมิ่งไป่ซูวางยาพิษฮูหยินผู้เฒ่า แต่นางไม่คิดเปิดโปงเรื่องนี้ เพราะเห็นสมควรว่าสตรีว

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

    ชายหนุ่มถอดรองเท้าของนางออกหนึ่งข้าง ซึ่งเป็นข้างที่นางได้รับบาดเจ็บ แล้วฉีกชายเสื้อของตัวเองมาพันข้อเท้านางไว้ ก่อนอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดด้วยความหวงแหน จากนั้นเดินกลับกระโจมไป แม่ทัพซ่งวางร่างของนางลงบนเก้าอี้ด้วยความทนุถนอม ก่อนออกไปสั่งให้คนสนิทเรียกท่านหมอมาดูอาการ ทว่าไม่ทันจะได้ทำเช่นนั้นเขาถูกมือของหญิงสาวชุดรั้งแขนไว้เสียก่อน “จะไปไหนหรือเจ้าคะ” “ข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมารักษาเจ้า” “ข้าไม่ต้องการหมอ” “ถ้าไม่ต้องการหมอ แล้วเจ้าต้องการอะไร” “ข้าต้องการท่าน” นางบอกทั้งใบหน้าแดงซ่านอย่างปิดไม่มิด “…” “ทำไมไม่ตอบข้าล่ะเจ้าคะ” “ปล่อยก่อน” “ท่านอยากรู้ใช่รึไม่ว่าคนที่ข้ารักคือใคร เช่นนั้นข้าจะบอก” “ไม่ต้อง ข้าไม่อยากรู้” เขาปฏิเสธทันควัน เพราะยังไม่พร้อมรับฟัง “ซ่งอันเว่ย ท่านฟังข้าพูดให้ดี ๆ ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว” “ข้าไม่....” “คนที่ข้ารักคือท่าน ไม่ใช่ใครอื่น” นางแทรกขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นสวมกอดจากด้านหลัง “ที่เจ้าพูด...จริงหรือ ไม่ใช่เ

  • มิลืมเลือนรัก   เรียกความสนใจ

    “น้องพี่ ใครเป็นคนทำให้เจ้าอารมณ์เสียหรือถึงได้ทำสีหน้าบึ้งตึงเช่นนี้” “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เป็นอะไร” “เจ้าปิดบังพี่ไม่ได้หรอก เมื่อครู่ข้าเห็นรถม้าของตระกูลซ่งมาส่งเจ้า ดูทีว่าต้นเหตุคงเป็นซ่งอันเว่ย พี่จะไปจัดการเขาให้เอง” “พี่ชางสือ ท่านจะทำอะไรเขางั้นหรือ” “ข้าจะเตะเขาสักสิบครั้ง ต่อยสักหมัดสองหมัด ให้คนผู้นั้นรู้เสียบ้างว่าอย่าริอาจมารังแกน้องสาวของข้า” “ท่านพี่ จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ อีกไม่นานข้ากับท่านแม่ทัพต้องแต่งงานแล้ว หากใบหน้าเขาบอบช้ำ ข้าคงทนเห็นไม่ได้” “เจ้านี่ช่างเป็นห่วงเขาเสียเหลือเกิน ไหนเจ้าบอกพี่ว่าไม่ได้คิดอันใดกับเขาเล่า” “ขะ...ข้าแค่เป็นห่วงเท่านั้น อีกอย่างท่านแม่ทัพไม่ได้รักข้าเช่นกัน” “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้รักเจ้า” “อะ...เอ่อ” “ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าฟัง เจ้าคิดว่าคนเย็นชาอย่างซ่งอันเว่ยจะเสียเวลาไปรับสตรีที่ไม่รู้จักกลับเมืองหลวงด้วยตัวเองงั้นหรือ ทั้งยังคอยคุ้มกันจนถึงจวนอีก” “เรื่องนั้นท่านแม่ทัพบอกข้าว่า เป็นเพราะท่านไหว้ว

  • มิลืมเลือนรัก   ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง

    “สรุปว่าท่านจะให้ข้าอยู่เรือนรับรองหรือ” “ใครบอกเจ้ากัน เรือนใหญ่ออกจะกว้างขวาง อีกอย่างพวกเราเป็นสามีภรรยากันอยู่เรือนหลังเดียวกันก็สะดวกสบายดี หรือเจ้าไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับข้างั้นหรือ” “มีผู้ใดบ้างที่ทำเช่นนี้ ปกติแม้เป็นคู่สามีภรรยากัน แต่ยังต้องแยกเรือนกันอยู่เลยนะเจ้าคะ” นางถาม เพราะตามปกติแล้วสามีจะอยู่เรือนใหญ่เพียงคนเดียว “ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้นสักนิด” “แต่ถ้าท่านมีอนุคงไม่สะดวก หากอยู่เรือนหลังเดียวกัน” “ข้าไม่เคยคิดอยากมีอนุ ข้าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียวเท่านั้น” เขาบอกเสียงจริงจัง จนนางเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเป็นคนชัดเจนตลอดมา ไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้นางต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง “เช่นนั้นห้องนอนของข้า” “ที่เรือนนี้ไม่มีห้องนอนของเจ้า มีแต่ห้องนอนของเรา” ท้ายประโยคเขาเอื้อนเอ่ยเบา ๆ ราวกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านยอดหญ้า ไหนจะท่าทีเก้เก้อดูก็รู้ว่าคนพูดรู้สึกเช่นไร “วันนี้เจ้าพอมีเวลาว่างให้ข้าทั้งวันรึไม่” “ถามทำไมหรือเจ้าคะ” “เย็นนี้ในเมืองจัดง

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นกันหมดทุกคน

    หลังจากส่งบุตรสาวอีกคนแต่งออกไปถึงเมืองเป่ยโจว ก็ถึงคราวของอี้เหม่ยเหรินหมั้นหมายกับแม่ทัพหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นที่หมายปองของสตรีทั้งเมืองหลวง นอกจากเขาจะรูปโฉมงดงามราวเทพเซียนแล้ว ยังมากด้วยความสามารถและอนาคตไกล จนพวกขุนนางในราชสำนักต่างยกลูกสาวของตัวเองใส่พานมาถวายอยู่ไม่ขาด ทว่าเขากลับไม่สนใจสักนิด ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวคือนาง หญิงสาวธรรมดาที่เขาเคยพบเจอเมื่อสี่ปีก่อน นางเป็นบุตรสาวพ่อค้าชื่อดังของเมืองลั่วหยาง เวลาเห็นนางยิ้มทีไรทำให้หัวใจหยาบกระด้างของชายหนุ่มอ่อนระทวยลงราวกับถูกไฟลน ยามนึกถึงคราแรกที่พานพบพลันทำให้ใจสั่นไหวรัวเร็ว “คุณหนู รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” “เล่อจิน เจ้ารีบตามข้ามาเร็วเข้า” หญิงสาววัยแรกแย้มกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ก่อนหันมาบอกสาวใช้คนสนิท “โอ๊ย” สุดท้ายนางสะดุดล้มเข้าจนได้ “แงง” เสียงเด็กชายร้องไห้เสียงดัง เพราะหมั่นโถวที่ตนถืออยู่ตกพื้น “เด็กน้อย ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ว่าพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก “หมั่นโถวลูกนี้ ข้าลำบากลำบนกว่าจะทำงานหาเงินซื้อได้” เด็กน้อยเอ่ยทั้งน้

  • มิลืมเลือนรัก   ทางเลือกมีเพียงสอง

    “ที่ท่านพูดหมายถึงผู้ใดหรือ” “ข้าจะหมายถึงใครได้อีกเล่า นอกจากลูกสาวของเจ้า เดิมทีข้านึกเอ็นดูนางเสียยิ่งกว่าหลานคนอื่น แต่เจ้ากลับสั่งสอนนางไม่ดีจนทำตัวไร้ค่ายิ่งกว่านางโลม ข้าให้เวลาเจ้าสามวันส่งนางไปให้ไกลจากตระกูลอี้เสีย” “ฮูหยินผู้เฒ่า นางเป็นหลานแท้ ๆ ของท่านนะเจ้าคะ ได้โป

  • มิลืมเลือนรัก   คนที่ข้ารักไม่ใช่ท่านอีกต่อไป

    “ต้องขอบคุณท่านแม่ ข้าถึงได้สวมชุดโอ่อ่าเช่นนี้” “จะ...เจ้า” ฮูหยินหวังมองมาที่นางตาโต เพราะไม่คิดว่าคนที่ตนดูถูกจะเป็นถึงลูกสาวคนโตของเสนาบดีอี้เฉียวลู่ “ฮูหยินหวัง สบายดีไหมเจ้าคะ” นางส่งยิ้มพลางถามหญิงวัยกลางคนที่บัดนี้หน้าซีดเสียยิ่งกว่าอะไร “ช่างน่าแปลกใ

  • มิลืมเลือนรัก   งานเลี้ยงต้อนรับ

    “ยังรักคนผู้นั้นอยู่อีกหรือ” “ท่านหมายความเช่นไร” “ข้าดูก็รู้แล้วว่าเจ้าคิดยังไงคนแซ่หวังนั่น ปากปฏิเสธแต่ใจกลับไม่ได้เป็นดังปากพูด” “ท่านจะไปรู้อะไร” “ทำไมข้าจะไม่รู้ ในเมื่อ...” “…” “ช่างเถิด ถึงอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอันใดไ

  • มิลืมเลือนรัก   ซ่งอันเว่ย

    “นางจะเป็นใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่คนที่ชางสือฝากฝังให้ข้าช่วยดูแล” ซ่งอันเว่ยตอบลูกน้องคนสนิท หลังจากอุ้มนางไปวางลงบนเตียงนอนของตัวเองแล้ว พลันหวนคิดถึงสหายรักอย่างอี้ชางสือที่บัดนี้ไม่ได้อยู่เมืองหลวง ทำให้ไม่สามารถมาคุ้มกันน้องสาวได้ด้วยตัวเองเพราะติดภารกิจสำคัญ โชคยังดีที่แม่ทัพอย่างเขาเดิ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status