เข้าสู่ระบบเสียงร่ำไห้ดังอยู่ในบ้านที่แสนเงียบเหงายิ่งตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยวให้ทับถมจนสีฝุ่นแทบจะดึงตัวเองกลับมาไม่ได้ สองแขนเรียวก็กอดพวงดอกพุ่มแดงไว้แนบอกและก้มหน้าหลั่งรินน้ำตาออกมาจนมันไหลเปียกกระโปรงสีขาวที่เธอสวมใส่
“คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”
เสียงหวานเอื้อนเอ่ยความรู้สึกออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงรินไหลไม่ขาดสาย เธอร้องไห้หนักเสียจนหายใจไม่ออกจนต้องเงยหน้าขึ้นและพยายามดึงสติที่มันหลุดลอยไปยังที่ที่อยู่แสนไกลให้กลับมา
ดวงตาคู่สวยที่แพขนตายาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาหลับตาลงก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางปากจนกระทั่งกลับมาหายใจได้เป็นปกติ มือเรียวก็กดปิดรูปภาพก่อนจะกดเข้าไปยังรายชื่อผู้ติดต่อเมื่อเธอตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับความรู้สึกที่รุมเร้าอยู่ในตอนนี้
ซึ่งรอสายไม่นานคนปลายสายที่แรกเริ่มเดิมทีเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้า แต่ตอนนี้กลับพัฒนามาเป็นเพื่อนร่วมงานที่สีฝุ่นนั้นไว้ใจ
“(ครับ)”
“มาหาฉันหน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องที่อยากจะขอร้องนายให้ช่วย...เดโช”
อีกด้าน
ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกเอนกายพิงลำต้นของต้นไม้ใหญ่บริเวณน้ำตกหน้าถ้ำโดยที่ในอ้อมแขนนั้นมีกระบองไม้ยาวคู่กายติดตัวเขาไว้ไม่เคยห่าง สายตาคู่คมที่อยู่ภายใต้หัวสวมก็จับจ้องมองไปยังปากถ้ำที่ไม่มีผู้ใดเดินเข้าไป และไม่มีผู้ใดเดินออกมาราวกับว่ามันถูกปิดตาย
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันไม่เหงา ฉันจะจำพี่ไว้...ไม่ลืมแน่นอน”
เสียงหวานสั่นเครือที่เอ่ยพูดกับเขาในวันสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไปยังฝังอยู่ในหัวของเขาอย่างไม่มีวันลบเลือน ซึ่งคนที่พูดว่าจะไม่ลืมนั้นคือเธอแต่กลับทำให้เขาที่เป็นคนฟังลืมเธอไม่ได้เช่นเดียวกัน
“ไม่ว่าอยู่ที่ใด ปลอดภัย ไร้เรื่องทุกข์ใจ และยิ้มได้เหมือนที่ข้าเคยเห็น”
และประโยคคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับเธอก็เป็นพรเพียงข้อเดียวที่เขาขอในคืนพิธีขอพร เพียงแค่เธอปลอดภัยไม่ว่าอยู่ที่ใดเขาก็พอใจแล้ว
ตุบ!
ผืนฟ้ากระโดดลงมาจากต้นไม้ก่อนจะหันหลังให้ถ้ำที่เขาเฝ้ามองมันจนจำได้ทุกรายละเอียดแล้วก้าวเดินไปทิ้งตัวนั่งลงยังโคนต้นไม้ แล้วทอดสายตามองฝูงปลามากมายที่กำลังแหวกว่ายด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“พวกเอ็งว่ายไปได้ไกลถึงที่ใดรึ”
“...”
“แล้วไกลจนพบเห็นหญิงกลิ่นตัวฉุนหน้าตาโมโหร้ายตลอดเวลารึไม่”
“...”
ไร้ซึ่งเสียงใดตอบกลับมามีเพียงดวงตาของเหล่าฝูงปลาที่มองมายังเขาเพื่อบอกว่าพวกมันไม่เห็น
ผืนฟ้าระบายยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเองก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วควงกระบองไม้ด้วยมือเพียงข้างเดียวในขณะที่เดินกลับหมู่บ้าน เมื่อตอนนี้เวลาล่วงเลยผ่านมาจนเย็นย่ำเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันที่เขาเฝ้ารอคอยใครบางคนมันได้หมดลงไปอีกวันแล้ว.
ช่วงเย็น บ้านสีฝุ่น
“หากคุณพร้อมเมื่อไหร่ โทรมาหาผมได้เสมอ”
คำพูดของเดโชที่เอ่ยพูดกับสีฝุ่นก่อนที่เธอจะลงจากรถของเขาทำให้ขาเรียวที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เปลี่ยนทิศทางไปยังห้องครัวเมื่อหางตาเหลือบเห็นว่าแม่ของเธอกำลังช่วยชิมอาหารสำหรับมื้อค่ำอยู่ที่นั่น
“คนสวยคะ คนสวยกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยค่ะ”
เสียงของลูกสาวคนสวยที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้คุณแม่ที่เป็นต้นแบบของความสวยหันกลับมามองด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
แต่เมื่อเห็นใบหน้าของสีฝุ่นกลับทำให้คนเป็นแม่สายตาวูบไหวเพราะดวงตาที่แดงก่ำและใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาแม้ว่าจะถูกลบออกไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม ไม่อาจจะรอดพ้นจากสายตาของคนเป็นแม่ไปได้
สีฝุ่นจูงมือคุณแม่คนสวยเดินออกมายังสวนดอกไม้หลังบ้านที่แสนจะร่มรื่นและส่งกลิ่นหอม ซึ่งดอกไม้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นสีแดงหมดทั้งสิ้น
เมื่อเดินมานั่งลงยังม้านั่งสีขาวสีฝุ่นก็ก้มหน้ามองมือเรียวที่กุมมือของคนเป็นแม่เอาไว้โดยที่ไม่พูดอะไรออกมา แต่ก็ทำให้ภาพวาดรู้ว่าลูกสาวของเธอกำลังรู้สึกอะไรจึงออกแรงบีบมือลูกสาวเบา ๆ ทำให้สีฝุ่นเงยหน้าขึ้นมามองสบตาด้วยดวงตาที่วูบไหว เพราะไม่กล้าที่จะพูดความต้องการของตัวเองออกไปด้วยกลัวว่าแม่จะเป็นห่วง
“หนูพูดกับแม่ได้ทุกเรื่องเลยนะคะ พ่อของหนูก็ด้วย”
“...”
“เรื่องพี่พลใช่ไหมคะ”
“...เป็นเรื่อง ที่ส่งผลมาถึงเรื่องนั้นค่ะ”
“พูดมาได้เลยค่ะ แม่รักและเคารพในความคิดของหนู”
“หนู...จะไปหานิลตราค่ะ”
“ไปหานิลตรา?”
สีฝุ่นพยักหน้ารับเพราะเธอตัดสินใจดีแล้วว่าจะต้องกลับไปจัดการความรู้สึกที่มันค้างคาอยู่ในใจออกไปให้หมด ไม่ว่าจะดีหรือร้ายเธอก็จะต้องสะสางให้จบและพร้อมที่จะรับความจริงทุกอย่าง
เพราะเมื่อมันเกิดขึ้นที่ไหนก็ต้องกลับไปจัดการที่นั่นเพื่อให้ตัวเธอนั้นไปต่อได้ ไม่ใช่เอาแต่คิดถึงและจมปักอยู่กับเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว
ซึ่งใครคนนั้นอาจจะลืมเธอไปแล้วก็ได้ และถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดจริง ๆ เธอก็จะกลับมาอยู่ในเส้นทางของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น
“ที่ไหนเหรอลูก ต่างจังหวัดที่หนูกับน้องนิลเคยไปเที่ยวกันช่วงเรียนจบใช่ไหมคะ”
“ค่ะ”
“อยากไปก็ไปสิลูก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย”
ภาพวาดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวลูกสาวด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าสีฝุ่นยังมองสบตาเธออยู่เหมือนยังพูดไม่จบก็กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวั่นใจ
“นอกจากไปเที่ยวหาน้องนิล หนูจะไปทำอะไรที่นั่นคะ”
“ไปสะสางความรู้สึกบางอย่าง กับใครบางคนค่ะ”
“...คนที่ทำให้หนูพัฒนาความสัมพันธ์กับใครไม่ได้ใช่ไหมคะ”
“ค่ะ”
“ลูกสาวแม่มีคนในใจอยู่แล้วนี่เอง ไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ หนูมีสิทธิ์ที่จะรักและเลือกว่าหนูอยากใช้ชีวิตของหนูกับใคร”
“คุณแม่ของหนูแสนดีและเข้าใจหนูทุกอย่างเลย”
สีฝุ่นโผเข้าไปกอดเอวบางของคนเป็นแม่ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก และอยากจะขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เธอได้พบกับความรักและความเข้าใจจากคนทั้งสองที่เป็นพ่อและแม่ของเธอมากมายขนาดนี้
“เพราะแม่อยากเห็นรอยยิ้มบนหน้าของหนูตลอดไปค่ะ”
“หนูรักแม่นะคะ รักพ่อด้วยรักมาก ๆ เลย”
“พ่อกับแม่ก็รักหนูค่ะ ว่าแต่จะไปเมื่อไหร่คะ และไปกี่วัน”
“พรุ่งนี้ค่ะ แต่หนูบอกไม่ได้ว่าไปกี่วัน รู้แค่ว่านานมาก ๆ”
“นานมาก ๆ เลยเหรอ”
“...”
“แต่ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปเที่ยวให้สนุกนะคะนานแค่ไหนก็ได้จนกว่าหนูจะสบายใจแล้วค่อยกลับมานะ”
สีฝุ่นผละกอดออกแล้วมองสบตากับคนเป็นแม่ด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความลำบากใจที่จะพูด แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องพูดเพราะเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วเธอควรจะต้องบอกกล่าวทุกอย่างก่อนที่จะไปเพื่อไม่ให้ครอบครัวเป็นห่วง
“ค่ะแม่ แต่ว่าที่นั่นสัญญาณไม่ดีมาก ๆ แม่อาจจะติดต่อหนูไม่ได้ แต่แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หนูปลอดภัยแน่นอนค่ะ”
เมื่อภาพวาดได้ยินว่าจะติดต่อลูกไม่ได้ก็เริ่มมีสีหน้าที่เครียดและเต็มไปด้วยความกังวลเพราะเธอจะไม่มีทางรู้เลยว่าลูกเธอปลอดภัยจริง ๆ หรือไม่
“ฝุ่นกำลังทำให้แม่กลัวนะ ที่น้องนิลอยู่มันคือที่ไหนกันแน่ลูก”
“หลาย ๆ อย่างมันทำให้หนูบอกแม่หรือว่าใครไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”
เพราะถ้าเธอบอก เธออาจจะไม่มีวันกลับเข้าไปที่นั่นได้อีกเลย...
“ตอนแรกฝุ่นก็คิดว่าตัวเองเหงาปากที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่พอนานวันเข้าฝุ่นกลับคิดถึงใบหน้าของเขา เสียงของเขา จนฝุ่นทรมานและเจ็บมากทุกครั้งที่นึกถึง”“...”“ฝุ่น...รักเขาไปแล้ว”เมื่อได้ยินความในใจของเพื่อนรักนิลตราก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะนอกจากวันเวลาที่แสนทรมานที่ผืนฟ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนรอสีฝุ่นมาโดยตลอดมันจะสิ้นสุดลงแล้ว เขายังได้รับรางวัลคนรอเป็นหัวใจดวงน้อยของสีฝุ่นไปครองอีกด้วย“แต่นิลห้ามไปบอกเขาเด็ดขาดเลยนะ ฝุ่นกำลัง...ให้เขาจีบอยู่”“ฮือ เขินจัง พี่ฟ้าจะจีบสาวยังไงเนี่ย”“แต่ปากเขาก็หวานใช้ได้เลยนะ”“หืม ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ฟ้าปากหวาน ชิมแล้วเหรอ”“ไม่ใช่ปากหวานแบบนั้น! หมายถึงคำพูดคำจาของเขาต่างหาก”“งั้นเหรอ แต่แค่ได้ยินว่าพี่ฟ้าพูดหวานก็อึ้งแล้ว”“ให้ถามแค่คำถามเดียว พอแล้ว จบ! ว่าแต่วันนี้พี่ป่ายอมปล่อยให้ห่างตัวมาได้ยังไงเนี่ย”สีฝุ่นเอ่ยพูดตัดบทเพราะการที่มายืนคุยเรื่องนี้อยู่ตรงนี้โดยมีสายตาของสองพี่น้องที่มองมาอยู่ตลอด มันทำให้เธอเขินหนักจนแทบจะพูดลิ้นพันกันอยู่แล้ว!“วันนี้นิลจะไปหาแม่หมอ เลยขอพี่ป่าว่าจะไปกับฝุ่น”“ไปหาแม่หมอ?”“ใช่
ผืนฟ้ามองใบหน้าสวยที่อ้าปากค้างดวงตากลมโตก็กะพริบปริบ ๆ มองหน้าเขาราวกับไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก ผืนฟ้ามองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเล็กด้วยสัมผัสแผ่วเบาเพราะกลัวว่าความหยาบกร้านจากมือเขาจะทำให้เธอระคายเคือง“พี่จะต้องทำอย่างไรให้เอ็งอยู่กับพี่ และไม่หนีหายไปอยู่ห่างไกลจากสายตาพี่อีก”“...พี่ฟ้า ชอบฉันเหรอ”“...”“ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะอยากได้คำตอบจากพี่”“พี่หลงใหลกลิ่นกายและหลงรักความดื้อด้านของเอ็งไปเสียแล้ว”“...”“รักจนเฝ้ารอเอ็งกลับมาทุกวันคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเอ็งจะกลับมารึไม่”หัวใจของสีฝุ่นเต้นแรงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะช็อกเมื่อได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากเขาชัดเจนเต็มสองหู ชัดเสียจนตอนนี้สมองเธออื้ออึงไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปเพราะภายในหัวมีแต่คำบอกรักของเขาดังซ้ำไปซ้ำมาผืนฟ้ามองดวงตาคู่สวยของสีฝุ่นด้วยความรักและแสนจะโหยหา เขาเฝ้ารอวันที่จะได้มองหน้าและสบตากับเธอเช่นนี้มาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เธอกลับมาก็ไม่อยากรอช้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะหากเขาชักช้าจนเวลาผ่านเลยไปและในวันหน้าเธอตัดสินใจที่จะกลับเขาคงไม่อาจจะห้ามอะไรเธ
“เหรอ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะกินคนเดียว!”พูดจบสีฝุ่นก็ยกกระจาดปลาขึ้นมาวางบนตักแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้เขาแล้วก้มหน้าก้มตาหยิบเนื้อปลามาใส่ปากตัวเองซึ่งไม่รู้ว่าหิวหรืออย่างไร แต่ตอนนี้เธอหยุดกินไม่ได้เลยเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเพราะทุกอย่างตอนนี้ดูเกะเกะไปหมดเลย“!”แต่นั่งฟุ้งซ่านสติเตลิดเพราะเขินอายเขาได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังและก้นนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนด้านหลังเมื่อผืนฟ้านั้นขยับเข้าไปนั่งซ้อนกอดสีฝุ่นโดยที่ขาข้างหนึ่งนั้นห้อยลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้เขาและเธอใกล้ชิดกันไม่ต่างไปจากคืนนั้นเลยมิหนำซ้ำมือเรียวของสีฝุ่นที่กำลังจะหยิบเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง ก็โดนผืนฟ้าจับมาป้อนใส่ปากเขาพร้อมกับดูดเลียนิ้วเธอไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่สีฝุ่นป้อน“หิวไม่ใช่รึ กินเข้าไปสิ”ผืนฟ้าเอ่ยถามแต่กลับไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเมื่อพูดจบแขนแกร่งข้างขวาที่แสนจะแน่นและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้สีผิวของเขาจะดำสนิทแต่สีฝุ่นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เอื้อมมาด้านหน้าโดยยกขึ้นวางพาดไว้ยังไหล่บางของสีฝุ่น ก่อนจะหยิบเนื้อปลาขึ้นมาจ่อยังริมฝีปากสีชมพูร
เสียงหวานที่เอ่ยอ้อนขอให้เขาป้อนทำเอาดวงตาคู่คมนั้นวูบไหวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันกลับมามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวตัวเล็ก ที่ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนแคร่ในขณะที่สายตาก็มองเขาอย่างหวานเชื่อม“พูดจาชวนขนลุก”“น่าจะไม่ได้ลุกแค่ขนนะ”“เป็นหญิงอย่าได้เที่ยวพูดจาลามก”“ฉันพูดอะไรลามก แค่บอกว่าไม่ได้ลุกแค่ขน แล้วพี่รู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไรที่ลุก”“...”“อาจจะเป็นตัวพี่ที่ลุกหนีฉันเพราะไม่อยากป้อนก็ได้”สีฝุ่นขยับไปนั่งกอดอกแล้วเฉไฉสายตามองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้เธอกำลังจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวเพราะขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ ว่าผืนฟ้ากำลังทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนรุกหนักทั้งคำพูดและการกระทำจนทำให้เขาตั้งรับไม่ทันเช่นนี้“แล้วมือเอ็งไม่มีรึ”“ก็มี นี่ไง นุ่มด้วยนะ ลองจับไหม”“ผีสิงรึ”“ผีอะไร ผีสาวแสนสวยใช่ไหมล่ะ”สีฝุ่นหันหน้ากลับมามองผืนฟ้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแบออก แล้วนำมารองยังปลายคางของตัวเองพร้อมกับเอียงหน้าในมุมที่เธอมั่นใจว่าองศาประมาณนี้เธอจะสวยที่สุด ดวงตาเป็นประกายก็กะพริบตาปริบ ๆ จนผืนฟ้าถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ผีอยากมีผัว”“ของแบบนี้จะผีหรือคนก็มีความอยากเหมือนกันนั่นแหละ”
เรือนผืนฟ้าสายตาคมที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังปลาช่อนตัวใหญ่ที่นอนนิ่งส่งกลิ่นหอมอยู่บนใบตองในกระจาดสานถึงสามตัว แต่เดโชที่นอนอยู่ในเรือนและตัวเขาเองที่นั่งอยู่ยังแคร่ไม้หน้าเรือนกลับได้กินเพียงแค่กล้วยและลูกหว้า“คงจะมองมันจนอิ่ม จนไม่นึกอยากกินสิ่งใด”เมื่อพูดจบภาพใบหน้าของสีฝุ่นที่มองผ่านเขาไปยังเดโชก็ผุดขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ขุ่นมัวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะใจเย็นและใจดีกับเธอให้มาก ให้สมกับที่โหยหาและคิดถึงอยากเจอหน้ามาตลอดแต่พอถึงเวลาที่สีฝุ่นนั้นกลับมาแล้วเขาต้องมาเห็นว่าเธอสนิทสนมกับเดโชจนผิดตา ก็ทำให้อดจะหึงหวงเธอไม่ได้พรึบ“เฮือก!”สีฝุ่นที่เดินย่องเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อผืนฟ้านั้นหยิบกระบองไม้ที่วางอยู่ข้างตัวเขามาถือไว้ ก่อนจะหันกลับมาใช้มันชี้มาที่หน้าของสีฝุ่นหากเธอเดินไวกว่านี้อีกสักก้าวปลายกระบองไม้นั้นคงจะตีเสยเข้ายังปลายคางของเธอไปแล้ว มีเขาที่ไหนมีกระบองไม้นี้ที่นั่นสินะ!“ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเอ็งไป”เสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเธอและเขาต่างเอาแต่มองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำให้ส
ตกดึกเรือนน้ำอบ“คนเคยปากเสียยังไง มันก็ยังปากเสียอยู่วันยังค่ำ!”สีฝุ่นที่อาบน้ำผลัดผ้ามาอยู่ในชุดที่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับประโคมฉีดน้ำหอมไปตามเนื้อตัวจนน้ำอบที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในเรือนยกมือขึ้นมาปิดจมูกในทันที“กลิ่นแสบจมูกนัก!”“ดี! จะได้ไม่มีใครมาเข้าใกล้ฉัน เหม็นจนแสบจมูกกันให้หมด”“เพียงแค่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ชอบกลิ่นเอ็ง ทำให้เอ็งตกมันเชียวรึ”“ฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเขา ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ!”“แปลกจัง ทีแรกข้าก็คิดว่าที่พี่ฟ้าไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เพราะว่ารอเอ็ง”“...”“แต่เหตุใดเอ็งกลับมาแล้ว เขายังปากร้ายกับเอ็งไม่เปลี่ยน”“ไปรอปากถ้ำ?”“อืม ทุกวัน เช้าจรดมืด”สีฝุ่นที่ได้ยินว่าเขาไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เงียบไปสักพัก ภายในหัวก็ผุดคำพูดของผืนฟ้าที่เอ่ยบอกกับเธอในคืนนั้นที่ทั้งสองได้พบกันในป่าลึกซ้ำไปซ้ำมา ว่าเขาคิดถึงเธอแต่เขาก็กลับมาปากร้ายเช่นเดิมเมื่อสีฝุ่นเอ่ยบอกให้เขากลับไปรับเดโช มาวันนี้ทีแรกเขาก็ยังพูดดีแต่พอเดโชกลับมาคำพูดคำจาเขาก็เปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะหึง“นี่น้ำอบ”“หืม”น้ำอบที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ข้างส
เมื่อเดินเข้ามาข้างในก็พบกับบรรยากาศที่เงียบเชียบและมืดสลัวเพราะกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่แผ่ใบปกคลุมด้านบนจนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาได้เพียงน้อยนิด ซึ่งทางเดินก็ยังเป็นทางเล็ก ๆ เหมือนที่สีฝุ่นเคยมากับนิลตราในครั้งแรกทำให้คนตัวเล็กระบายยิ้มในขณะที่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่สั่นระริกเพราะมันเป็นภาพที่เธอคิดถึ
“อย่าใคร่รู้ นึกฝักใฝ่ ในสิ่งที่ไม่เคยพบเห็น”ดวงตากลมโตของสีฝุ่นมองไปยังป้ายที่ปักอยู่ริมทางก่อนจะอ่านออกเสียงขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเชียบภายในรถ ทำให้เดโชที่นั่งขับรถเงียบ ๆ พร้อมกับคิดถึงเรื่องต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นยังสถานที่ที่เขากำลังมุ่งหน้าไป หันกลับมามองหน้าสีฝุ่นก่อนจะมองไปยังป้ายนั
ซึ่งคำพูดของสีฝุ่นก็ทำให้คนเป็นแม่นั้นเงียบไปและก่อเกิดความรู้สึกที่แสนจะทุกข์ใจเพราะเป็นห่วงลูกสาวของตัวเองเหลือเกิน“งั้นฝุ่นบอกแม่ได้ไหม ว่าจังหวัดที่หนูไปมันคือจังหวัดอะไร อย่างน้อยก็ให้แม่ได้รู้ว่าลูกสาวแม่ไปอยู่ที่ไหนไม่ใช่เคว้งคว้างและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูเลย”“...จังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ”“ไปกั
ซึ่งของชิ้นนี้ตัวเจ้าของร้านเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเก็บไว้ตั้งแต่ตอนไหนหรือว่าได้มาอย่างไรดูเหมือนจะไม่เคยเห็นเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเขามีของสะสมมากมายจนบางสิ่งบางอย่างก็อาจจะหลงลืมไปบ้าง และที่สำคัญเจ้าของร้านยังให้สีฝุ่นมาฟรี ๆ โดยบอกว่าแทนคำขอโทษที่เขาไม่ได้ออกมาต้อนรับและขอเพีย







