로그인“เอ่อ สวัสดีครับ”
สีฝุ่นที่กำลังยืนมองหน้าคุณยายใจดีที่ส่งยิ้มให้เธอด้วยแววตาสั่นระริก พลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของผู้ชายวัยกลางคนเอ่ยทักทายเธอจากทางด้านหลัง และเมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าเขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมกับมองมายังคุณยายตรงหน้าเธอ
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้มาต้อนรับพอดีติดธุระอยู่ชั้นสอง เอ่อ แม่ครับผมพาไปนั่งนะครับ”
“แม่เหรอ”
“อ้าว แล้วแม่มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”
สีฝุ่นที่พูดพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัยอยู่นั้นหันกลับไปมองคุณยายใจดีอีกครั้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป อีกทั้งคุณยายยังพูดราวกับว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้
“!”
และที่ทำให้สีฝุ่นตกใจจนขาเรียวถึงกับก้าวเดินถอยหลังก็เพราะเมื่อหันหน้ากลับมามองคุณยายอีกครั้ง ใบหน้าของคุณยายที่เธอเห็นหน้าตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาและยืนคุยกับเขาอยู่นานสองนานมีใบหน้าที่เปลี่ยนไป ไม่หลงเหลือเค้าโครงของคุณยายท่านนั้นหลงเหลืออยู่เลย
“น้องฝุ่นครับ”
“...”
“น้องฝุ่น เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ปะ เปล่าค่ะ”
เสียงของชยพลที่เอ่ยเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ ทำให้สีฝุ่นหลุดออกจากภวังค์ความคิดที่ตีรวนกันอยู่ในหัวด้วยความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แล้วมองผ่านเขาไปยังชายวัยกลางคนที่ประคองแม่ของเขาเดินไปนั่งลงยังโซฟาที่อยู่บริเวณมุมร้าน ซึ่งสีหน้าของคุณยายนั้นก็ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจริง ๆ
“เหงื่อเราออกเต็มเลย”
“เอ่อ ร้อนนิดหน่อยค่ะ”
สีฝุ่นเบี่ยงหน้าหลบหนีมือใหญ่ของชยพลที่ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วเอื้อมมือมาหาเพื่อหมายจะซับเหงื่อที่ข้างขมับขาวให้เธอ
“พี่ขอโทษ”
“พี่พลไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ แล้วฝุ่นก็ไม่ได้โกรธด้วยเมื่อกี้ฝุ่นแค่ตกใจ แล้วเรื่องรถเป็นยังไงบ้างคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“เขาเมาหรือว่าเป็นอะไรคะ ถึงได้ขับเข้ามาชนแบบนั้น”
“เขามาส่งน้ำแข็งที่ร้านค้าข้างหน้าแต่ว่าไม่ได้ดับเครื่องก่อนลงไป พอหันกลับมาอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงดังขึ้นพร้อมกับเรานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่ารถตัวเองพุ่งเข้ามาชนรถคนอื่น”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“พี่ก็คิดเหมือนฝุ่นนั่นแหละ แต่พี่ดูกล้องที่รถแล้ว”
“...”
“รถคันนั้นไม่มีคนขับจริง ๆ”
เมื่อชยพลพูดจบก็ทำให้สีฝุ่นอึ้งไปสักพักและรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่หนักสำหรับเธอมากเหลือเกิน เพราะมันเกิดเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นแล้วอีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ตัวเธอเองและชยพลต่างเห็นมากับตาของตัวเอง
“ไม่มีปัญหาอะไรก็ดีแล้วค่ะ ฝุ่นว่าวันนี้เรากลับกันก่อนดีกว่า”
“แต่ฝุ่นยังเดินดูไม่ครบเลยนะ ขึ้นไปข้างบนหรือยังครับ”
“ยังค่ะ แต่ไว้ค่อยมาวันอื่นก็ได้ค่ะ วันนี้...ฝุ่นอยากกลับบ้านแล้ว”
“ครับ พี่พากลับบ้านนะ”
ชยพลที่เห็นสีหน้าของสีฝุ่นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะดูไม่สดใสเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ดูเครียดและวิตกกังวลเท่าตอนนี้จึงเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเต็มไปด้วยความห่วงใย
ซึ่งก่อนที่จะพากันเดินออกไปสีฝุ่นก็หันกลับไปมองกระบองไม้อันเล็กนั้นด้วยความเสียดาย เพราะหากคุณยายท่านนั้นจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้เธอก็คงหมดสิทธิ์ที่จะได้มัน
สีฝุ่นมันจ้องมันอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ขายบัตร ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามออกไปอย่างมีความหวัง
“เอ่อ ขอรบกวนสอบถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
“ครับ”
“ของเล่นที่นี่ ขายไหมคะ”
“...เราเปิดให้เยี่ยมชมเท่านั้นครับไม่ได้ขายเลย เพราะเป็นของสะสมที่อยากให้ทุกคนได้เห็นและย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ก็จะได้ดูด้วยครับ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
แม้จะรู้สึกผิดหวังเมื่อได้ยินคำตอบแต่สีฝุ่นก็เข้าใจและส่งยิ้มไปให้ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปจากที่นี่ เพราะอย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้รู้ว่าจะพบเห็นเขาอีกครั้งได้ที่ไหน แม้ว่าจะพบเห็นเพียงแค่สิ่งของที่อยู่คู่กายของเขาก็ตาม
“เดี๋ยวก่อนครับ”
“คะ?!”
แต่เมื่อได้ยินเจ้าของร้านส่งเสียงเอ่ยเรียกรั้งไว้สีฝุ่นก็รีบขานรับและหันหน้ากลับไปหาแทบจะในทันที อีกทั้งตอนนี้ยังยืนกะพริบตามองหน้าเขาด้วยสายตาเป็นประกายจนชายวัยกลางคนรู้สึกเอ็นดูสีฝุ่นไม่น้อย
เพราะเมื่อเห็นเธอก็เหมือนเห็นลูกสาวของตัวเองในยามที่อยากได้สิ่งของหรือต้องการอะไร จนไม่อาจจะทนเห็นเธอเดินหน้าเศร้ากลับออกไปจากร้านมือเปล่าได้จริง ๆ
“อยากได้ชิ้นไหนเหรอครับ”
บนรถ
“มันคืออะไรเหรอครับ พี่คิดว่ามันเหมือนโมเดลที่เอาไว้ตั้งโชว์มากกว่าจะเป็นของเล่นนะ”
โมเดลตั้งโชว์เหรอ มันคืออาวุธร้ายแรงต่างหากอาวุธที่ผู้ชายป่าเถื่อนคนนั้นจ้องจะเอาฟาดหน้าเธออยู่ตั้งหลายครั้งหลายหน!
“ตอนแรกฝุ่นก็คิดว่าตัวเองเหงาปากที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่พอนานวันเข้าฝุ่นกลับคิดถึงใบหน้าของเขา เสียงของเขา จนฝุ่นทรมานและเจ็บมากทุกครั้งที่นึกถึง”“...”“ฝุ่น...รักเขาไปแล้ว”เมื่อได้ยินความในใจของเพื่อนรักนิลตราก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะนอกจากวันเวลาที่แสนทรมานที่ผืนฟ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนรอสีฝุ่นมาโดยตลอดมันจะสิ้นสุดลงแล้ว เขายังได้รับรางวัลคนรอเป็นหัวใจดวงน้อยของสีฝุ่นไปครองอีกด้วย“แต่นิลห้ามไปบอกเขาเด็ดขาดเลยนะ ฝุ่นกำลัง...ให้เขาจีบอยู่”“ฮือ เขินจัง พี่ฟ้าจะจีบสาวยังไงเนี่ย”“แต่ปากเขาก็หวานใช้ได้เลยนะ”“หืม ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ฟ้าปากหวาน ชิมแล้วเหรอ”“ไม่ใช่ปากหวานแบบนั้น! หมายถึงคำพูดคำจาของเขาต่างหาก”“งั้นเหรอ แต่แค่ได้ยินว่าพี่ฟ้าพูดหวานก็อึ้งแล้ว”“ให้ถามแค่คำถามเดียว พอแล้ว จบ! ว่าแต่วันนี้พี่ป่ายอมปล่อยให้ห่างตัวมาได้ยังไงเนี่ย”สีฝุ่นเอ่ยพูดตัดบทเพราะการที่มายืนคุยเรื่องนี้อยู่ตรงนี้โดยมีสายตาของสองพี่น้องที่มองมาอยู่ตลอด มันทำให้เธอเขินหนักจนแทบจะพูดลิ้นพันกันอยู่แล้ว!“วันนี้นิลจะไปหาแม่หมอ เลยขอพี่ป่าว่าจะไปกับฝุ่น”“ไปหาแม่หมอ?”“ใช่
ผืนฟ้ามองใบหน้าสวยที่อ้าปากค้างดวงตากลมโตก็กะพริบปริบ ๆ มองหน้าเขาราวกับไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก ผืนฟ้ามองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเล็กด้วยสัมผัสแผ่วเบาเพราะกลัวว่าความหยาบกร้านจากมือเขาจะทำให้เธอระคายเคือง“พี่จะต้องทำอย่างไรให้เอ็งอยู่กับพี่ และไม่หนีหายไปอยู่ห่างไกลจากสายตาพี่อีก”“...พี่ฟ้า ชอบฉันเหรอ”“...”“ฉันกลับมาที่นี่ก็เพราะอยากได้คำตอบจากพี่”“พี่หลงใหลกลิ่นกายและหลงรักความดื้อด้านของเอ็งไปเสียแล้ว”“...”“รักจนเฝ้ารอเอ็งกลับมาทุกวันคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเอ็งจะกลับมารึไม่”หัวใจของสีฝุ่นเต้นแรงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะช็อกเมื่อได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากเขาชัดเจนเต็มสองหู ชัดเสียจนตอนนี้สมองเธออื้ออึงไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปเพราะภายในหัวมีแต่คำบอกรักของเขาดังซ้ำไปซ้ำมาผืนฟ้ามองดวงตาคู่สวยของสีฝุ่นด้วยความรักและแสนจะโหยหา เขาเฝ้ารอวันที่จะได้มองหน้าและสบตากับเธอเช่นนี้มาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เธอกลับมาก็ไม่อยากรอช้าที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะหากเขาชักช้าจนเวลาผ่านเลยไปและในวันหน้าเธอตัดสินใจที่จะกลับเขาคงไม่อาจจะห้ามอะไรเธ
“เหรอ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันเพราะฉะนั้นจะกินคนเดียว!”พูดจบสีฝุ่นก็ยกกระจาดปลาขึ้นมาวางบนตักแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้เขาแล้วก้มหน้าก้มตาหยิบเนื้อปลามาใส่ปากตัวเองซึ่งไม่รู้ว่าหิวหรืออย่างไร แต่ตอนนี้เธอหยุดกินไม่ได้เลยเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเพราะทุกอย่างตอนนี้ดูเกะเกะไปหมดเลย“!”แต่นั่งฟุ้งซ่านสติเตลิดเพราะเขินอายเขาได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังและก้นนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนด้านหลังเมื่อผืนฟ้านั้นขยับเข้าไปนั่งซ้อนกอดสีฝุ่นโดยที่ขาข้างหนึ่งนั้นห้อยลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้เขาและเธอใกล้ชิดกันไม่ต่างไปจากคืนนั้นเลยมิหนำซ้ำมือเรียวของสีฝุ่นที่กำลังจะหยิบเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง ก็โดนผืนฟ้าจับมาป้อนใส่ปากเขาพร้อมกับดูดเลียนิ้วเธอไม่ต่างไปจากครั้งแรกที่สีฝุ่นป้อน“หิวไม่ใช่รึ กินเข้าไปสิ”ผืนฟ้าเอ่ยถามแต่กลับไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเมื่อพูดจบแขนแกร่งข้างขวาที่แสนจะแน่นและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้สีผิวของเขาจะดำสนิทแต่สีฝุ่นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด เอื้อมมาด้านหน้าโดยยกขึ้นวางพาดไว้ยังไหล่บางของสีฝุ่น ก่อนจะหยิบเนื้อปลาขึ้นมาจ่อยังริมฝีปากสีชมพูร
เสียงหวานที่เอ่ยอ้อนขอให้เขาป้อนทำเอาดวงตาคู่คมนั้นวูบไหวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันกลับมามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวตัวเล็ก ที่ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนแคร่ในขณะที่สายตาก็มองเขาอย่างหวานเชื่อม“พูดจาชวนขนลุก”“น่าจะไม่ได้ลุกแค่ขนนะ”“เป็นหญิงอย่าได้เที่ยวพูดจาลามก”“ฉันพูดอะไรลามก แค่บอกว่าไม่ได้ลุกแค่ขน แล้วพี่รู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไรที่ลุก”“...”“อาจจะเป็นตัวพี่ที่ลุกหนีฉันเพราะไม่อยากป้อนก็ได้”สีฝุ่นขยับไปนั่งกอดอกแล้วเฉไฉสายตามองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้เธอกำลังจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวเพราะขนาดไม่ได้เห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ ว่าผืนฟ้ากำลังทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนรุกหนักทั้งคำพูดและการกระทำจนทำให้เขาตั้งรับไม่ทันเช่นนี้“แล้วมือเอ็งไม่มีรึ”“ก็มี นี่ไง นุ่มด้วยนะ ลองจับไหม”“ผีสิงรึ”“ผีอะไร ผีสาวแสนสวยใช่ไหมล่ะ”สีฝุ่นหันหน้ากลับมามองผืนฟ้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแบออก แล้วนำมารองยังปลายคางของตัวเองพร้อมกับเอียงหน้าในมุมที่เธอมั่นใจว่าองศาประมาณนี้เธอจะสวยที่สุด ดวงตาเป็นประกายก็กะพริบตาปริบ ๆ จนผืนฟ้าถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ผีอยากมีผัว”“ของแบบนี้จะผีหรือคนก็มีความอยากเหมือนกันนั่นแหละ”
เรือนผืนฟ้าสายตาคมที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังปลาช่อนตัวใหญ่ที่นอนนิ่งส่งกลิ่นหอมอยู่บนใบตองในกระจาดสานถึงสามตัว แต่เดโชที่นอนอยู่ในเรือนและตัวเขาเองที่นั่งอยู่ยังแคร่ไม้หน้าเรือนกลับได้กินเพียงแค่กล้วยและลูกหว้า“คงจะมองมันจนอิ่ม จนไม่นึกอยากกินสิ่งใด”เมื่อพูดจบภาพใบหน้าของสีฝุ่นที่มองผ่านเขาไปยังเดโชก็ผุดขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ขุ่นมัวเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะใจเย็นและใจดีกับเธอให้มาก ให้สมกับที่โหยหาและคิดถึงอยากเจอหน้ามาตลอดแต่พอถึงเวลาที่สีฝุ่นนั้นกลับมาแล้วเขาต้องมาเห็นว่าเธอสนิทสนมกับเดโชจนผิดตา ก็ทำให้อดจะหึงหวงเธอไม่ได้พรึบ“เฮือก!”สีฝุ่นที่เดินย่องเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อผืนฟ้านั้นหยิบกระบองไม้ที่วางอยู่ข้างตัวเขามาถือไว้ ก่อนจะหันกลับมาใช้มันชี้มาที่หน้าของสีฝุ่นหากเธอเดินไวกว่านี้อีกสักก้าวปลายกระบองไม้นั้นคงจะตีเสยเข้ายังปลายคางของเธอไปแล้ว มีเขาที่ไหนมีกระบองไม้นี้ที่นั่นสินะ!“ค่ำมืดแล้ว กลับเรือนเอ็งไป”เสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเธอและเขาต่างเอาแต่มองหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำให้ส
ตกดึกเรือนน้ำอบ“คนเคยปากเสียยังไง มันก็ยังปากเสียอยู่วันยังค่ำ!”สีฝุ่นที่อาบน้ำผลัดผ้ามาอยู่ในชุดที่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับประโคมฉีดน้ำหอมไปตามเนื้อตัวจนน้ำอบที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในเรือนยกมือขึ้นมาปิดจมูกในทันที“กลิ่นแสบจมูกนัก!”“ดี! จะได้ไม่มีใครมาเข้าใกล้ฉัน เหม็นจนแสบจมูกกันให้หมด”“เพียงแค่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ชอบกลิ่นเอ็ง ทำให้เอ็งตกมันเชียวรึ”“ฉันก็ไม่ชอบกลิ่นเขา ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ!”“แปลกจัง ทีแรกข้าก็คิดว่าที่พี่ฟ้าไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เพราะว่ารอเอ็ง”“...”“แต่เหตุใดเอ็งกลับมาแล้ว เขายังปากร้ายกับเอ็งไม่เปลี่ยน”“ไปรอปากถ้ำ?”“อืม ทุกวัน เช้าจรดมืด”สีฝุ่นที่ได้ยินว่าเขาไปเฝ้าอยู่ปากถ้ำทุกวันก็เงียบไปสักพัก ภายในหัวก็ผุดคำพูดของผืนฟ้าที่เอ่ยบอกกับเธอในคืนนั้นที่ทั้งสองได้พบกันในป่าลึกซ้ำไปซ้ำมา ว่าเขาคิดถึงเธอแต่เขาก็กลับมาปากร้ายเช่นเดิมเมื่อสีฝุ่นเอ่ยบอกให้เขากลับไปรับเดโช มาวันนี้ทีแรกเขาก็ยังพูดดีแต่พอเดโชกลับมาคำพูดคำจาเขาก็เปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะหึง“นี่น้ำอบ”“หืม”น้ำอบที่ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่ข้างส
เอ่ยพูดอย่างนึกโมโหทั้ง ๆ ที่ใครคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเมื่อพูดจบก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอให้เดโชกลับมาและรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า เธอและเขาจะได้กลับเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะตัวเธอเองก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าแม้ว่าเพื่อนรักอย่างนิลตราจะอยู่นั่นก็ตามยิ่งตอน
แขนเรียวของสีฝุ่นถูกมือใหญ่ของเดโชคว้าจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในถ้ำ ทำให้ใบหน้าสวยหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย“อย่าเพิ่งเข้าไป”“ทำไม”“จำที่ผมเคยบอกว่าเดินเข้าไป แล้วเดินกลับออกมาอยู่ที่เดิมได้ไหม”สีฝุ่นเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันมองไปยังถ้ำแล้วหันกลับมามองหน้าเดโช
สีฝุ่นจากตอนแรกที่ก้าวขาเดินด้วยความคล่องแคล่วแต่พอมาตอนนี้จังหวะเดินของฉันกลับเริ่มช้าลงเพราะเดโชพาฉันเดินโดยไม่ได้หยุดพักต่อเนื่องมาหลายกิโลเมตร จนฉันรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มมันเกือบจะแห้งแล้ว“ถูกทางหรือเปล่าเนี่ยเดโช”“ใกล้แล้ว”“ใกล้ถึงไหน ใกล้ถึงต้นไม้ต้นที่ใหญ่กว่านี้ ใกล้ถึงถ้ำหรือว่า
เวลาเดินผ่านไปนานหลายชั่วโมงที่เดโชและสีฝุ่นมาหลบฝนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หนาทึบมากกว่าบริเวณอื่น พร้อมกับที่เดโชนั้นหยิบร่มพกพาขนาดเล็กมาให้สีฝุ่นเพื่อให้เธอหลบซ่อนเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอยู่ภายในนั้นแต่ตัวเขากลับนั่งตากฝนอยู่ข้างนอกราวกับว่ากำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายฝนท







