Home / โรแมนติก / ม่านรักสาริกา / ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

Share

ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

last update publish date: 2026-03-27 21:15:09

สายตาคมดุของพ่อครูเปลวเทียนมองตามกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งขึ้นด้านบน ในขณะที่พ่อครูกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วเอนหลังวางศอกเท้าไว้บนขอนไม้ และปรายตามองไปยังควันธูปที่นั่งขัดสมาธิแล้วจ้องมองพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่เขามาถึง ซึ่งคล้อยหลังไพรพายกลับไปไม่นานนักด้วยสายตาที่นิ่งไม่ต่างกัน

“ลืมหน้ากูรึ ถึงได้จ้องไม่วางตา”

“เปล่า”

“...”

“ข้าได้ยินว่าแม่เฒ่าจะจับคู่ให้พ่อครูทั้งสอง”

“...”

“พ่อครูจะยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ”

“มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมา”

ด้วยความสนิทสนมจึงทำให้พ่อครูเปลวเทียนและควันธูปรู้ใจกันเป็นอย่างดี เนื่องจากควันธูปเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับและสั่งสอนวิชาคุณไสยดำมืดให้แก่เขา

“หากจะยอมให้แม่เฒ่าเลือกให้ ข้าคิดว่าพ่อครูเลือกเองจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้ตรงใจเพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น”

“เมียมึงเป่าหูให้มาพูดกับกูรึ อย่าให้กูต้องไล่มึงอีกคน”

“หญิงที่ทนมือทนตีน ย่อมดีกว่าพวกอ่อนแอ”

ควันธูปไม่ปฏิเสธว่าลัลนาเมียของเขาให้มาช่วยพูดกับพ่อครูเปลวเทียน เนื่องจากลัลนาและไพรพายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ควันธูปที่ได้ยินผู้คนพูดกันปากต่อปากจนหนาหูว่าพ่อครูทั้งสองถูกแม่เฒ่าบังคับให้มีคู่ครองก็คิดอยากช่วยแนะ เพราะพ่อครูเปลวเทียนของเขานั้นช่างแข็งกระด้างและไม่ประสาเรื่องผู้หญิงเอาเสียเลย

“หากมึงมาเพราะเรื่องนี้ มึงก็กลับไปได้แล้ว กูจะนอน”

เมื่อพูดจบพ่อครูเปลวเทียนก็พ่นกลุ่มควันสีเทาออกจากริมฝีปากและจมูกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหยัดกายลุกขึ้นนั่ง มือก็เอื้อมไปหย่อนก้นยาสูบใส่ลงไปในหม้อดินใบเล็ก เมินเฉยต่อเรื่องที่ควันธูปเอ่ยพูดออกมาราวกับไม่ได้ยิน

“เมียข้าใกล้คลอด จึงมาขอของดีไปคุ้มภัย”

“ของมึงเสื่อมหมดแล้วรึ ถึงต้องมาขอที่กู”

แม้ปากจะพูดถามและสายตาที่มองลูกศิษย์เพียงคนเดียวของตนจะตำหนิ ที่ควันธูปเอาแต่เสพกามารมณ์จนไม่ได้นั่งสมาธิให้จิตมั่นคงเพื่อประคองของที่อยู่ในตัวให้คงเดิม

แต่มือก็เอื้อมไปหยิบสายสิญจน์และผ้ายันต์สีดำผืนขนาดประมาณฝ่ามือที่ถูกลงอักขระด้วยสีแดง ใส่มือของควันธูปที่ขยับนั่งคุกเข่าและคลานเข้ามาหาพ่อครูเพื่อรับไป

แต่ในตอนที่ควันธูปกำลังจะถอยกลับไปนั่งที่เดิมสายตาเขาก็มองไปเห็นของบางอย่างที่วางอยู่บนพานเล็ก แม้ว่าพานนั้นจะถูกสอดเข้าไปแอบอยู่ใต้หิ้งบูชาแล้วก็ตาม

“ข้าหวังว่าสักวัน จะได้เห็นพ่อครูที่ข้ารักยิ่งกว่าชีวิต มีความสุขเช่นที่ข้ามี”

ควันธูปมองใบหน้าของหัวสวมพ่อครูเปลวเทียนที่เป็นทั้งอาจารย์ พี่ชาย และผู้มีพระคุณของเขาด้วยความรักและหวังดีหลังจากที่พูดจบ แล้วยกมือขึ้นประนมไหว้ก่อนจะก้มลงกราบลา ซึ่งพ่อครูเปลวเทียนก็ทำเพียงแค่นั่งมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยสายตาและใบหน้าที่นิ่งเรียบ

สามวันต่อมา

ไพรพายนอนหงายลืมตามองหลังคาเรือนอย่างเลื่อนลอยในท่าเดิมไม่ขยับเขยื้อนมาตลอดสามวัน ตั้งแต่วันที่กลับมาจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนในวันนั้น เพราะเมื่อใดที่เธอขยับตัวก็จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนภายในท้องแสนทรมาน แต่วันนี้กลับรู้สึกดีขึ้นจนเกือบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

โดยที่ไม่ได้มีใครแวะเวียนมาหาเพราะปกติไพรพายก็มักจะขังตัวเองอยู่แต่ในเรือนไม่ออกไปไหนเป็นปกติของเธออยู่แล้ว ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ไม่ได้เอะใจ

ส่วนเดือนอ้ายด้วยสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเช่นกันจึงไม่รู้ว่าไพรพายเป็นอะไร ส่วนลัลนาก็ท้องโตใกล้คลอดควันธูปจึงไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนไกลจากเรือน

“คิดถึงพ่อครูเหลือเกิน ไม่ได้เห็นหน้าไปเห็นเรือนก็ยังดี”

ไพรพายเอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาแล้วค่อย ๆ ขยับลุกขึ้นนั่งอย่างระวังด้วยกลัวว่าจะปวดท้องขึ้นมาอีก แต่เมื่อลุกขึ้นนั่งได้และลองขยับตัวไปมาก็พบว่าเธอไม่รู้สึกปวดท้องอีกแล้ว

“แกล้งข้าแรงเช่นนี้ คงจะเริ่มรู้สึกกับข้าไม่น้อย”

แม้จะรู้ว่าพ่อครูเปลวเทียนทำเพราะเกลียดชังแต่ไพรพายกลับระบายยิ้มราวกับมีความสุขและคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา อีกทั้งยังไม่เข็ดหลาบและไม่กลัวว่าครั้งต่อไปจะโดนหนักกว่าครั้งก่อน

“แต่ไปอาบน้ำก่อนจะดีกว่า”

เมื่อยกแขนขึ้นมาดมไพรพายก็เปลี่ยนความคิดกะทันหันเนื่องจากสามวันที่ผ่านมาเธอไม่ได้อาบน้ำเลย จึงเดินไปนั่งลงหน้าหิ้งบูชาเพื่อหยิบหัวสวมมาใส่ปิดบังใบหน้า และลุกเดินไปเปิดประตูพร้อมกับก้าวออกไปนอกเรือนในรอบสามวัน

แต่เมื่อเท้าเล็กก้าวเดินออกมาหยุดยืนอยู่บริเวณชานเรือนก็เห็นเครือกล้วยและผลไม้หลายชนิด ถูกใส่ไว้ในกระจาดแล้ววางไว้บนพื้นเรือนจนแทบไม่เหลือที่ให้เดิน

“ไม่ใช่ของข้า”

เสียงของ กันตา ผู้เป็นแม่ที่นั่งพับผ้าอยู่ชานเรือนหลังข้าง ๆ เอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นไพรพายเดินออกมายืนมองผลไม้อยู่นาน

“ของผู้ใดรึแม่”

“ไอ้เสือ”

“พูดไม่รู้ฟัง”

“ก็คงจะเหมือนเอ็ง ที่ไม่รู้จักจำ”

“พ่อครูไม่เคยมีคนรัก นิสัยเดิมทีก็ไม่ใช่ชายปากหวานอ่อนโยน ข้าไม่ถือสาหรอกแม่”

“ไม่มีชายใดแข็งกระด้าง กับหญิงที่เขามีใจให้หรอก”

“ข้าไปอาบน้ำดีกว่า แม่พูดไม่เข้าหู ข้าไม่อยากฟัง”

“เข้าหู แต่ไม่เข้าหัวเอ็ง”

ไพรพายมองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเบื่อหน่ายและถอนหายใจออกมาเสียงดัง แล้วสะบัดหน้าเดินกอดอกก้าวลงจากเรือนโดยไม่สนใจผลไม้ที่เสือเก็บมาให้ แม้ว่าจะเห็นเขายืนมองเธออยู่ก็ตาม

 ป่าใกล้เรือนพ่อครูเปลวเทียน

จากที่ตั้งใจว่าจะไปอาบน้ำแต่ไพรพายกลับเปลี่ยนใจเดินไปยังทิศของเรือนพ่อครูเปลวเทียน ด้วยเพราะอยากไปเห็นหน้าพ่อครูให้หายคิดถึงหลังจากที่เธอไม่ได้พบพ่อครูเปลวเทียนมาหลายวัน

“เอ็งคงจะเบื่อกล้วย ข้าจึงนำมะม่วงสุกมาให้”

“หลบข้า!”

ไพรพายขึ้นเสียงใส่ชายตรงหน้าที่เดินมาขวางทางเธอทำให้ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงและก้าวเดินถอยหลังออกห่างจากเสือราวกับรังเกียจ แต่เสือก็ยังคงยิ้มและยื่นกระจาดที่ใส่มะม่วงสุกให้ไพรพายพร้อมกับเอ่ยพูดอย่างไม่ยอม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 10

    ดวงตาคู่สวยกลับมาเป็นประกายอีกครั้งในขณะที่เอ่ยถามแต่กลับถูกดับความสดใสลงด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของแม่เฒ่า จึงลากสายตาจากหญิงตรงหน้าไปมองพ่อครูเปลวเทียนที่นั่งมองตรงมายังเธอ ทำให้ไพรพายรีบก้มหน้าด้วยกลัวว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนด่าเพราะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าจะทำสมาธิ”“เช่นนั้นแม่ไม่กวนแล้ว”พูดจบแม่เฒ่าก็มองพ่อครูเปลวเทียนด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวาอยู่สักพักแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไพรพายช่วยประคองแต่ก่อนที่ไพรพายจะเดินตามแม่เฒ่าออกไปเสียงของพ่อครูเปลวเทียนที่ดังขึ้นด้านหลังก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก“นำผ้ากูไปเผาทิ้ง อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้า”“...ข้าไม่เผา”“มึงจะเผาผ้าหรือให้กูเผาเรือนมึง”“พ่อครูอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิดจ้ะ เพราะข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าอยากทำ”พูดจบไพรพายก็เดินออกไปจากเรือนทันที ทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่มองตามไปรู้สึกเกลียดชังไพรพายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อกลับมาจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก็เดินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บดินเหนียวมาพอกหัวสวมบริเวณที่ปริแตก แต่ในตอนที่ไพรพายกำลังก้มลงจกดินที่อยู่ริมฝั่งข้างลำธารภายในป่าที่ห่างจากห

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 9

    เช้าเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก้าวเดินตามหลังแม่เฒ่าเข้าไปในป่า มือเรียวก็ยกขึ้นมาจับผ้าที่ใช้คลุมไหล่ขึ้นปกปิดผิวกายเพราะรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหนาวของฤดูกาลหรือเป็นเพราะคนที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปหา ที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุกเช่นนี้ไพรพายก้มหน้าลงมองเท้าของแม่เฒ่าและตัวเองที่ก้าวเดินเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งด้วยความรู้สึกประหม่า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปหาพ่อครูเปลวเทียนแบบไม่ได้หลบซ่อน แต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเธอจะโดนด่าเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่แอบไปหารึไม่“หลบข้า”เมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าเอ่ยพูดไพรพายก็เงยหน้าขึ้นและชะโงกมองไปข้างหน้าทันที แต่เธอกลับไม่พบเห็นผู้ใดมายืนขวางหน้ามีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ไพรพายรู้ว่า สิ่งที่แม่เฒ่าพูดด้วยนั้นไม่ใช่คนหัวใจของไพรพายเต้นแรงและมือที่ถือพวงดอกพุ่มแดงก็เปียกชื้น เพราะหญิงตรงหน้าเธอเป็นถึงแม่เฒ่าแต่ก็ยังไม่อาจจะรอดพ้นจากบริวารผีที่พ่อครูเลี้ยงไว้ ไม่แปลกที่ไพรพายจะโดนทักทายทุกครั้งที่เธอมา“พ่อครู ให้แม่เข้าไปได้รึไม่”เมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนแม่เฒ่าก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี ทำให้ชายหนุ่มที

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 8

    เรือนพ่อครูเปลวเทียนพ่อครูเปลวเทียนเดินกลับมาที่เรือนด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธแค้นที่หญิงไร้ยางอายผู้นั้นแตะต้องเนื้อตัวเขา อีกทั้งยังพูดไม่รู้ความเอาแต่ตามตอแยและยังแอบไปดูเขาอาบน้ำซึ่งบริเวณนั้นไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปแต่เมื่อเดินมาจนเกือบถึงเรือนมือที่ยกขึ้นคว้าจับผ้าบนไหล่กว้างด้วยความเคยชินก็เกิดชะงักเมื่อสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า พ่อครูเปลวเทียนจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองยังทิศทางที่ตนเดินมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าวางไว้บนขอบบ่อก่อนที่จะลงไปแช่ตัวในน้ำพ่อครูเปลวเทียนถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วก้าวเดินกลับเรือน ส่วนผ้าผืนนั้นก็ตัดสินใจทิ้งมันเพราะเขาไม่มีทางเดินกลับไปเอาในขณะที่ไพรพายอยู่ที่นั่นเป็นเด็ดขาดเมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนก็เปิดฝาตุ่มใบเล็กที่วางตั้งอยู่ข้างบันไดแล้วใช้กะลามะพร้าวตักน้ำขึ้นมาราดใส่ตัว มือก็ถูขยี้แผงอกและหน้าท้องรวมถึงบริเวณที่ไพรพายสัมผัสด้วยความแรงอย่างนึกรังเกียจ ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอติดตัว พ่อครูเปลวเทียนก็ยิ่งคิ้วขมวดและออกแรงขัดตัวไม่หยุดสองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายหลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นไพรพายก็กลับมาหมก

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 7

    น้ำในบ่อกระเซ็นขึ้นด้านบนเมื่อร่างเล็กของไพรพายที่วิ่งหนีงูที่หล่นลงมาจากต้นไม้ตกใส่หัวของเธอวิ่งหนีมาหาพ่อครูที่นอนแช่ตัวอยู่บ่อ ทำให้ตอนนี้ร่างหนากำยำที่แสนหวงแหนไม่เคยให้ผู้ใดสัมผัสแม้แต่ชายผ้าถูกไพรพายนั่งตักและวาดแขนเล็กทั้งสองข้างคล้องกอดลำคอหนา ทำให้ดวงตาดุดันของพ่อครูเปลวเทียนที่ลืมตาขึ้นมองหลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ“อี๋ ขนลุก!”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างนึกรังเกียจในขณะที่สายตาก็มองไปยังงูเหลือมตัวใหญ่ที่เลื้อยลงไปจากโขดหิน ซึ่งมันมีขนาดตัวที่ใหญ่และยาวมาก กว่าจะหายไปจากสายตาก็นานพอสมควรและเมื่องูตัวนั้นหายไปจากสายตาสติของไพรพายที่แตกกระเจิงก็กลับเข้าร่างทำให้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า เธอวิ่งหนีงูมาหาคนที่น่ากลัวกว่างูและตอนนี้ก็กำลังนั่งทับตักเขาที่มีงูอีกตัวอยู่ในนั้น“ลุกออกไปจากตัวกู!”พ่อครูเปลวเทียนตะคอกเสียงดังหลังจากที่สติกลับเข้าร่าง แล้วยกมือขึ้นมาจับต้นแขนเล็กของไพรพายด้วยความแรงเพื่อผลักให้เธอปล่อยแขนออกจากคอเขาและลุกออกไปเสียที“พ่อครูข้ากลัวงู ฮึก”แต่ไพรพายก็ไม่ยอมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีฝืนตัวเองเอาไว้แม้ว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนบีบต้นแขนจนร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 6

    “ข้าไม่หลบ เอ็งจงหันหลังแล้วเดินกลับไป”“เอ็งเป็นพ่อข้ารึถึงกล้ามาสั่ง!”“ข้าเพียงแค่เป็นห่วงเอ็ง”“เก็บไว้เถิด ข้าไม่ต้องการ หลบ”ไพรพายเอ่ยพูดเน้นย้ำเป็นการยื่นคำขาดเพราะหากเสือยังยืนขวาง แล้วเธอทำอะไรที่มันไม่ดีลงไปเขาจะโกรธหรือเสียใจไม่ได้“หากไป เอ็งก็จะโดนพ่อครูเปลวเทียนดุอีก”“เกี่ยวข้องกับเอ็งอย่างไร หลบไปสิวะ!”“ข้าไม่หลบ เอ็งต้องกลับ ลืมสิ้นแล้วรึว่าห้ามไปใกล้เรือนพ่อครู”“ไม่หลบงั้นรึ”พูดจบไพรพายก็ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมายกขึ้นง้างเตรียมจะฟาดใส่เสืออย่างไม่คิดจะยั้งแรง ทำให้ร่างสูงของคนที่ยืนกรานว่าจะไม่หลบก้าวเท้าเดินถอยหลังและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบังใบหน้าตัวเองไว้“ขี้ขลาด”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างดูถูกแล้วโยนไม้ท่อนนั้นใส่เท้าของเสือแล้วเดินกระแทกเท้าด้วยความหงุดหงิดผ่านเขาไป ทิ้งให้เสือได้แต่ยืนมองตามด้วยความรู้สึกมากมายอยู่เบื้องหลังไพรพายเดินหน้าบึ้งเข้าไปในป่าด้านในจนเมื่อเห็นเรือนของพ่อครูเปลวเทียนอยู่ไม่ไกลใบหน้าสวยก็กลับมาประดับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง เท้าเล็กก้าวเดินลงน้ำหนักให้เบากว่าตอนแรกและหันกลับไปมองทางด้านหลังเพื่อดูว่าเสือตามเธอมาหรือไม่ เมื่อ

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

    สายตาคมดุของพ่อครูเปลวเทียนมองตามกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งขึ้นด้านบน ในขณะที่พ่อครูกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วเอนหลังวางศอกเท้าไว้บนขอนไม้ และปรายตามองไปยังควันธูปที่นั่งขัดสมาธิแล้วจ้องมองพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่เขามาถึง ซึ่งคล้อยหลังไพรพายกลับไปไม่นานนักด้วยสายตาที่นิ่งไม่ต่างกัน“ลืมหน้ากูรึ ถึงได้จ้องไม่วางตา”“เปล่า”“...”“ข้าได้ยินว่าแม่เฒ่าจะจับคู่ให้พ่อครูทั้งสอง”“...”“พ่อครูจะยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ”“มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมา”ด้วยความสนิทสนมจึงทำให้พ่อครูเปลวเทียนและควันธูปรู้ใจกันเป็นอย่างดี เนื่องจากควันธูปเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับและสั่งสอนวิชาคุณไสยดำมืดให้แก่เขา“หากจะยอมให้แม่เฒ่าเลือกให้ ข้าคิดว่าพ่อครูเลือกเองจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้ตรงใจเพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น”“เมียมึงเป่าหูให้มาพูดกับกูรึ อย่าให้กูต้องไล่มึงอีกคน”“หญิงที่ทนมือทนตีน ย่อมดีกว่าพวกอ่อนแอ”ควันธูปไม่ปฏิเสธว่าลัลนาเมียของเขาให้มาช่วยพูดกับพ่อครูเปลวเทียน เนื่องจากลัลนาและไพรพายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ควันธูปที่ได้ยินผู้คนพูดกันปากต่อปากจนหนาหูว่าพ่อค

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 4

    “กูอยากได้กล้วย”“กล้วยรึ ได้จ้ะ วันพรุ่งข้าจะไปตัดมาให้พ่อครูหลาย ๆ เครือเลย”ผู้เป็นผัวรีบกระตือรือร้นรับปากในขณะที่เมียก็ยิ้มดีใจที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับของจากพวกเขาเป็นการตอบแทน แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องมองหน้าพ่อครูเปลวเทียนด้วยความงุนงง“ต้นกล้วย กูอยากได้ต้นกล้วย”“...”“นำมันมาปลูกไว้ข้างเรือน

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 3

    ตกค่ำเสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็กน้อยในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ที่เดินอุ้มลูกวนไปวนมาอยู่ในเรือน เล็ดลอดออกมาเข้าหูปลุกผู้คนที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา ให้ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมองไปรอบ ๆ เรือนของตนที่มืดมิดพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนการนอนไพรพายหนึ่งในผู้คนที่ได้ยินเสียงร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 2

    พ่อครูเปลวเทียนมองหน้าแม่เฒ่าด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่นและถอนหายใจออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะโต้เถียงอะไรกลับไปได้ แม่เฒ่าจึงละสายตาจากพ่อครูเปลวเทียนแล้วมองไปยังลูกชายอีกคนที่เป็นสายเลือดของตัวเองด้วยแววตาและสีหน้าที่นิ่งเรียบเพราะแม่เฒ่ารู้ดีว่าหากครั้งนี้ตนไม่เด็ดขาด ก็คงจะตายก่อนได้

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 1

    เช้าเรือนไพรพาย“คิดแล้วก็เสียดายนัก หากเมื่อคืนนี้ข้าได้เห็นหน้าพ่อครูเปลวเทียน เช้านี้ข้าคงจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนพ่อครูแล้ว”“เพียงแค่เห็นหน้า เอ็งคิดว่าพ่อครูจะยอมรับเอ็งเป็นเมียรึ ข้ากลับคิดว่าเอ็งจะโดนพ่อครูเปลวเทียนและแม่เฒ่าลงโทษเสียมากกว่าที่ไปยุ่งวุ่นวาย”“ข้าเป็นเพื่อนเอ็งนะ เหตุใดถึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status