หน้าหลัก / โรแมนติก / ม่านรักสาริกา / ม่านรักสาริกา ตอนที่ 3

แชร์

ม่านรักสาริกา ตอนที่ 3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-27 21:11:24

ตกค่ำ

เสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็กน้อยในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ที่เดินอุ้มลูกวนไปวนมาอยู่ในเรือน เล็ดลอดออกมาเข้าหูปลุกผู้คนที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา ให้ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมองไปรอบ ๆ เรือนของตนที่มืดมิดพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนการนอน

ไพรพายหนึ่งในผู้คนที่ได้ยินเสียงร้องไห้ราวกับจะขาดใจของเด็กน้อย ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึกจึงหยัดกายลุกขึ้นนั่งพร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมยาวสยายถึงกลางหลังที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าสวยด้วยความงัวเงีย 

เพราะพักหลัง ๆ ที่ไพรพายมักจะออกไปข้างนอกมันทำให้เธอรู้สึกอ่อนเพลีย แต่กลับนอนไม่ค่อยหลับเพราะมีเรื่องให้ว้าวุ่นใจผิดจากเมื่อก่อนที่แทบจะไม่เคยออกไปไหน แต่เมื่อหลับไปแล้วถูกปลุกขึ้นมากลางดึกเช่นนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิด แม้ว่าเสียงร้องไห้ที่ได้ยินนั้นจะเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ความก็ตาม

“เหตุใดถึงไม่เอาเต้าเข้าปาก มันจะได้เงียบเสียง”

แม้จะไม่เคยมีลูกแต่ไพรพายก็รู้ว่าเด็กน้อยนั้นชอบกินอะไรและต้องเลี้ยงอย่างไร ยิ่งตอนนี้ที่ลัลนาเพื่อนรักกำลังตั้งท้องก็พลอยทำให้ไพรพายได้อ่านตำราต่าง ๆ ที่ลัลนาเอามาอ่านผ่านตาไปด้วย

ซึ่งเสียงร้องของเด็กน้อยก็ยังคงดังต่อเนื่องและเหมือนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอาการสำลักน้ำลาย ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตัดสินใจอุ้มลูกน้อยที่อายุยังไม่ถึงสองเดือนออกมาจากเรือนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่า ทำให้ไพรพายที่แอบมองผ่านร่องประตูที่เปิดแง้มหลังจากที่ได้ยินเสียงเท้ามองตามไปด้วยความสนใจ เพราะทิศที่สองผัวเมียนั้นเดินไปคือทิศของเรือนพ่อครูเปลวเทียน

เรือนพ่อครูเปลวเทียน

เมื่อสองผัวเมียเดินไปไม่นานไพรพายก็นำหัวสวมมาใส่ปิดบังใบหน้าพร้อมกับหยิบผ้าผืนแดงมาคลุมหัวแล้วแอบเดินตามไปเงียบ ๆ แม้ในใจจะหวาดกลัวว่าจะพบเจอเรื่องราวชวนขนลุกเหมือนคืนก่อนก็ตาม

“พ่อครูช่วยลูกข้าด้วยเถิด ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ข้าพามันมาหาพ่อครู กลับไปมันก็ไม่ร้องกลางดึกอีกเลย มีคืนนี้นี่แหละจ้ะที่อยู่ ๆ มันก็ร้องไม่หยุด ข้าให้มันกินนม เอายาทาท้องทำทุกอย่างแล้วมันก็ไม่เงียบเลย ข้ากลัวมันจะร้องไห้จนขาดใจเหลือเกิน”

เสียงของผู้เป็นแม่ที่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอกเอ่ยพูดขอร้องชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบน่าเกรงขาม โดยที่ไพรพายก็ทำการแอบมองอยู่ข้างร่องเล็ก ๆ บริเวณหน้าต่างซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของพ่อครูเปลวเทียน เพราะครั้งนี้ไพรพายเลือกที่จะเดินอ้อมมาหน้าเรือนเพราะภาพในครั้งก่อนยังทำให้เธอกลัวจนไม่อยากไปยืนที่เดิม

แต่คำพูดของหญิงผู้เป็นแม่ก็ทำให้คิ้วเล็กของไพรพายขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดสองผัวเมียคู่นี้ถึงไม่พาลูกไปหาพ่อครูแสงไฟ แต่กลับมาหาพ่อครูเปลวเทียนผู้ที่ถนัดวิชาดำมืดและแทบไม่เคยช่วยเหลือผู้ใด

“ของที่กูให้ไปเมื่อครั้งก่อนอยู่รึไม่”

“อยู่รึไม่ ข้าไม่ได้ดู”

เมื่อน้ำเสียงนิ่งเรียบของพ่อครูเปลวเทียนเอ่ยถามหญิงผู้เป็นแม่ก็หันไปเอ่ยถามผัว แต่ผู้เป็นผัวกลับมีท่าทีอึกอักหันมองหน้าพ่อครูเปลวเทียนสลับกับเมียของตนราวกับคนที่ทำอะไรผิด

“เอ่อ วันก่อนข้าเอาผ้ารองนอนลูกไปซัก มันน่าจะหล่นหายไปแล้วจ้ะ”

“เอ็งนี่มัน! แล้วเหตุใดถึงไม่บอกข้า”

“ข้าก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้”

“หุบปากทั้งคู่”

สองผัวเมียที่กำลังถกเถียงและผู้เป็นเมียใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้อุ้มลูกตบตีผัวด้วยความโมโหแต่เมื่อได้ยินเสียงพ่อครูเปลวเทียน ก็จำต้องหุบปากและนั่งก้มหน้าก้มตาด้วยความกลัว

“หากหายอีก ก็ปล่อยให้มันเอาลูกมึงไปเลี้ยง”

“มันรึ มัน มันคือผู้ใดพ่อครู”

ไม่เพียงแค่สองผัวเมียที่ตกใจและหวาดกลัวจนขนหัวลุกเมื่อได้ยินพ่อครูเปลวเทียนเอ่ยพูดเพราะไพรพายที่แอบฟังอยู่ข้างนอกเรือนก็รู้สึกไม่ต่างกัน ใบหน้าสวยจึงหันมองซ้ายขวาและข้างหลังด้วยความระแวงเพราะมันผู้นั้นที่พ่อครูพูดถึง แม้จะไม่ได้บอกว่าหมายถึงผู้ใดแบบชัดเจนแต่ก็เดาได้ไม่ยากเลย

“มึงขอลูกจากสิ่งใดล่ะ”

เมื่อได้ยิน สองผัวเมียก็ก้มลงมองใบหน้าของลูกน้อยในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้นอนนิ่งไม่ได้เปล่งเสียงร้องไห้งอแงเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับหัวเราะคิกคักและดวงตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาก็เป็นประกาย มองขึ้นไปข้างบนราวกับเห็นอะไรที่ผู้เป็นพ่อและแม่ไม่เห็น

ทำให้ไพรพายที่กำลังแอบดูอยู่นอกเรือนลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วมองไปยังเสี้ยวหน้าของหัวสวมพ่อครูเปลวเทียนอย่างนึกกลัว และรู้แจ้งทันทีว่าเหตุใดสองผัวเมียนี้ถึงพาลูกน้อยมาหาพ่อครูเปลวเทียน

“ส่งลูกให้มัน แล้วมึงก็ขยับเข้ามา”

ผู้เป็นเมียส่งลูกน้อยในอ้อมอกให้ผัว ร่างสูงกำยำที่นั่งคุกเข่าจึงค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปหาพ่อครูเปลวเทียน ซึ่งไพรพายที่เห็นว่าแม้แต่หญิงที่มีผัวแล้วพ่อครูเปลวเทียนก็ยังไม่เข้าใกล้จึงทำให้เธอรู้สึกสบายใจ ที่อย่างน้อยพ่อครูเปลวเทียนก็เป็นเช่นนี้กับผู้หญิงทุกคน

พ่อครูเปลวเทียนหันไปหยิบเศษผ้าสีดำที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กมาใส่มือของเด็กน้อยที่กำลังมองเขาตาแป๋ว ซึ่งสัมผัสของพ่อครูที่แตะต้องเด็กน้อยตรงหน้าช่างอ่อนโยนและเบามือ ทำให้ไพรพายมองพ่อครูด้วยสายตาที่เป็นประกายและรู้สึกหลงใหลในตัวเขามากขึ้นกว่าเดิม

“รู้อยู่รู้กิน รู้เล่นรู้นอน”

“แอะ แอ้”

เมื่อพ่อครูเปลวเทียนพูดจบเด็กน้อยก็เปล่งเสียงไม่เป็นคำตอบกลับราวกับรับรู้และรับปาก ทำให้สองผัวเมียหันมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ทั้งเบาใจและขนลุกไปพร้อม ๆ กัน

พ่อครูเปลวเทียนจับมือเด็กน้อยที่กำผ้าไว้ในมือและนิ้วเล็ก ๆ ก็เกี่ยวนิ้วชี้เรียวสวยของพ่อครูอยู่ พร้อมกับเอ่ยท่องบริกรรมคาถาเพื่อปกปักรักษาและปัดเป่ากลิ่นสัมภเวสีที่ติดตัวเด็กน้อยผู้นี้ออกไป

ซึ่งเหตุที่เด็กน้อยผู้นี้ร้องไห้งอแง เพราะทั้งแม่ซื้อและสัมภเวสีต่างมารุมเล่นหยอกล้อจนเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน

“กลับไปถึงเรือนก็เก็บไว้ใต้ผ้าที่มันนอน เช้ามืดของวันพรุ่งให้มึงนำกล้วยกับผ้าผืนที่มันใช้ประจำไปวางไว้ทางสามแพร่งในป่าทิศตะวันตก”

“จ้ะพ่อครู ขอบคุณนะจ๊ะที่ช่วยพวกข้า”

“กูหนวกหู”

“เอ่อ จ้ะ แต่ว่าพ่อครูมีสิ่งใดที่อยากได้หรือของที่อยากกินไหมจ๊ะ ข้าจะให้ผัวข้ามันไปหามาให้เพื่อตอบแทนที่พ่อครูช่วย”

“ไม่”

“ยาสูบดีรึไม่”

“กูบอกว่าไม่ก็ไม่ ออกไป”

“จ้ะ ๆ ไปแล้วจ้ะ”

ผู้เป็นผัวที่ได้ยินเสียงพ่อครูเริ่มเข้มขึ้นหลังจากที่เมียเขาซักถามไม่จบไม่สิ้น จึงรีบพูดแทรกพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ลาพ่อครูด้วยความรีบร้อนอย่างทุลักทุเลเพราะแขนข้างซ้ายอุ้มลูกน้อยอยู่ แล้วคลานเข่าถอยมาข้างหลังเพื่อจับแขนเมียให้ลุกขึ้นกลับเรือนก่อนที่พ่อครูเปลวเทียนจะหงุดหงิด

แต่สองผัวเมียยังเดินไปไม่ถึงประตูพ่อครูเปลวเทียนก็เอ่ยพูดบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 10

    ดวงตาคู่สวยกลับมาเป็นประกายอีกครั้งในขณะที่เอ่ยถามแต่กลับถูกดับความสดใสลงด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของแม่เฒ่า จึงลากสายตาจากหญิงตรงหน้าไปมองพ่อครูเปลวเทียนที่นั่งมองตรงมายังเธอ ทำให้ไพรพายรีบก้มหน้าด้วยกลัวว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนด่าเพราะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าจะทำสมาธิ”“เช่นนั้นแม่ไม่กวนแล้ว”พูดจบแม่เฒ่าก็มองพ่อครูเปลวเทียนด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวาอยู่สักพักแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไพรพายช่วยประคองแต่ก่อนที่ไพรพายจะเดินตามแม่เฒ่าออกไปเสียงของพ่อครูเปลวเทียนที่ดังขึ้นด้านหลังก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก“นำผ้ากูไปเผาทิ้ง อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้า”“...ข้าไม่เผา”“มึงจะเผาผ้าหรือให้กูเผาเรือนมึง”“พ่อครูอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิดจ้ะ เพราะข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าอยากทำ”พูดจบไพรพายก็เดินออกไปจากเรือนทันที ทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่มองตามไปรู้สึกเกลียดชังไพรพายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อกลับมาจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก็เดินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บดินเหนียวมาพอกหัวสวมบริเวณที่ปริแตก แต่ในตอนที่ไพรพายกำลังก้มลงจกดินที่อยู่ริมฝั่งข้างลำธารภายในป่าที่ห่างจากห

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 9

    เช้าเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก้าวเดินตามหลังแม่เฒ่าเข้าไปในป่า มือเรียวก็ยกขึ้นมาจับผ้าที่ใช้คลุมไหล่ขึ้นปกปิดผิวกายเพราะรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหนาวของฤดูกาลหรือเป็นเพราะคนที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปหา ที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุกเช่นนี้ไพรพายก้มหน้าลงมองเท้าของแม่เฒ่าและตัวเองที่ก้าวเดินเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งด้วยความรู้สึกประหม่า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปหาพ่อครูเปลวเทียนแบบไม่ได้หลบซ่อน แต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเธอจะโดนด่าเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่แอบไปหารึไม่“หลบข้า”เมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าเอ่ยพูดไพรพายก็เงยหน้าขึ้นและชะโงกมองไปข้างหน้าทันที แต่เธอกลับไม่พบเห็นผู้ใดมายืนขวางหน้ามีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ไพรพายรู้ว่า สิ่งที่แม่เฒ่าพูดด้วยนั้นไม่ใช่คนหัวใจของไพรพายเต้นแรงและมือที่ถือพวงดอกพุ่มแดงก็เปียกชื้น เพราะหญิงตรงหน้าเธอเป็นถึงแม่เฒ่าแต่ก็ยังไม่อาจจะรอดพ้นจากบริวารผีที่พ่อครูเลี้ยงไว้ ไม่แปลกที่ไพรพายจะโดนทักทายทุกครั้งที่เธอมา“พ่อครู ให้แม่เข้าไปได้รึไม่”เมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนแม่เฒ่าก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี ทำให้ชายหนุ่มที

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 8

    เรือนพ่อครูเปลวเทียนพ่อครูเปลวเทียนเดินกลับมาที่เรือนด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธแค้นที่หญิงไร้ยางอายผู้นั้นแตะต้องเนื้อตัวเขา อีกทั้งยังพูดไม่รู้ความเอาแต่ตามตอแยและยังแอบไปดูเขาอาบน้ำซึ่งบริเวณนั้นไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปแต่เมื่อเดินมาจนเกือบถึงเรือนมือที่ยกขึ้นคว้าจับผ้าบนไหล่กว้างด้วยความเคยชินก็เกิดชะงักเมื่อสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า พ่อครูเปลวเทียนจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองยังทิศทางที่ตนเดินมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าวางไว้บนขอบบ่อก่อนที่จะลงไปแช่ตัวในน้ำพ่อครูเปลวเทียนถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วก้าวเดินกลับเรือน ส่วนผ้าผืนนั้นก็ตัดสินใจทิ้งมันเพราะเขาไม่มีทางเดินกลับไปเอาในขณะที่ไพรพายอยู่ที่นั่นเป็นเด็ดขาดเมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนก็เปิดฝาตุ่มใบเล็กที่วางตั้งอยู่ข้างบันไดแล้วใช้กะลามะพร้าวตักน้ำขึ้นมาราดใส่ตัว มือก็ถูขยี้แผงอกและหน้าท้องรวมถึงบริเวณที่ไพรพายสัมผัสด้วยความแรงอย่างนึกรังเกียจ ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอติดตัว พ่อครูเปลวเทียนก็ยิ่งคิ้วขมวดและออกแรงขัดตัวไม่หยุดสองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายหลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นไพรพายก็กลับมาหมก

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 7

    น้ำในบ่อกระเซ็นขึ้นด้านบนเมื่อร่างเล็กของไพรพายที่วิ่งหนีงูที่หล่นลงมาจากต้นไม้ตกใส่หัวของเธอวิ่งหนีมาหาพ่อครูที่นอนแช่ตัวอยู่บ่อ ทำให้ตอนนี้ร่างหนากำยำที่แสนหวงแหนไม่เคยให้ผู้ใดสัมผัสแม้แต่ชายผ้าถูกไพรพายนั่งตักและวาดแขนเล็กทั้งสองข้างคล้องกอดลำคอหนา ทำให้ดวงตาดุดันของพ่อครูเปลวเทียนที่ลืมตาขึ้นมองหลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ“อี๋ ขนลุก!”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างนึกรังเกียจในขณะที่สายตาก็มองไปยังงูเหลือมตัวใหญ่ที่เลื้อยลงไปจากโขดหิน ซึ่งมันมีขนาดตัวที่ใหญ่และยาวมาก กว่าจะหายไปจากสายตาก็นานพอสมควรและเมื่องูตัวนั้นหายไปจากสายตาสติของไพรพายที่แตกกระเจิงก็กลับเข้าร่างทำให้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า เธอวิ่งหนีงูมาหาคนที่น่ากลัวกว่างูและตอนนี้ก็กำลังนั่งทับตักเขาที่มีงูอีกตัวอยู่ในนั้น“ลุกออกไปจากตัวกู!”พ่อครูเปลวเทียนตะคอกเสียงดังหลังจากที่สติกลับเข้าร่าง แล้วยกมือขึ้นมาจับต้นแขนเล็กของไพรพายด้วยความแรงเพื่อผลักให้เธอปล่อยแขนออกจากคอเขาและลุกออกไปเสียที“พ่อครูข้ากลัวงู ฮึก”แต่ไพรพายก็ไม่ยอมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีฝืนตัวเองเอาไว้แม้ว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนบีบต้นแขนจนร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 6

    “ข้าไม่หลบ เอ็งจงหันหลังแล้วเดินกลับไป”“เอ็งเป็นพ่อข้ารึถึงกล้ามาสั่ง!”“ข้าเพียงแค่เป็นห่วงเอ็ง”“เก็บไว้เถิด ข้าไม่ต้องการ หลบ”ไพรพายเอ่ยพูดเน้นย้ำเป็นการยื่นคำขาดเพราะหากเสือยังยืนขวาง แล้วเธอทำอะไรที่มันไม่ดีลงไปเขาจะโกรธหรือเสียใจไม่ได้“หากไป เอ็งก็จะโดนพ่อครูเปลวเทียนดุอีก”“เกี่ยวข้องกับเอ็งอย่างไร หลบไปสิวะ!”“ข้าไม่หลบ เอ็งต้องกลับ ลืมสิ้นแล้วรึว่าห้ามไปใกล้เรือนพ่อครู”“ไม่หลบงั้นรึ”พูดจบไพรพายก็ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมายกขึ้นง้างเตรียมจะฟาดใส่เสืออย่างไม่คิดจะยั้งแรง ทำให้ร่างสูงของคนที่ยืนกรานว่าจะไม่หลบก้าวเท้าเดินถอยหลังและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบังใบหน้าตัวเองไว้“ขี้ขลาด”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างดูถูกแล้วโยนไม้ท่อนนั้นใส่เท้าของเสือแล้วเดินกระแทกเท้าด้วยความหงุดหงิดผ่านเขาไป ทิ้งให้เสือได้แต่ยืนมองตามด้วยความรู้สึกมากมายอยู่เบื้องหลังไพรพายเดินหน้าบึ้งเข้าไปในป่าด้านในจนเมื่อเห็นเรือนของพ่อครูเปลวเทียนอยู่ไม่ไกลใบหน้าสวยก็กลับมาประดับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง เท้าเล็กก้าวเดินลงน้ำหนักให้เบากว่าตอนแรกและหันกลับไปมองทางด้านหลังเพื่อดูว่าเสือตามเธอมาหรือไม่ เมื่อ

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

    สายตาคมดุของพ่อครูเปลวเทียนมองตามกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งขึ้นด้านบน ในขณะที่พ่อครูกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วเอนหลังวางศอกเท้าไว้บนขอนไม้ และปรายตามองไปยังควันธูปที่นั่งขัดสมาธิแล้วจ้องมองพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่เขามาถึง ซึ่งคล้อยหลังไพรพายกลับไปไม่นานนักด้วยสายตาที่นิ่งไม่ต่างกัน“ลืมหน้ากูรึ ถึงได้จ้องไม่วางตา”“เปล่า”“...”“ข้าได้ยินว่าแม่เฒ่าจะจับคู่ให้พ่อครูทั้งสอง”“...”“พ่อครูจะยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ”“มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมา”ด้วยความสนิทสนมจึงทำให้พ่อครูเปลวเทียนและควันธูปรู้ใจกันเป็นอย่างดี เนื่องจากควันธูปเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับและสั่งสอนวิชาคุณไสยดำมืดให้แก่เขา“หากจะยอมให้แม่เฒ่าเลือกให้ ข้าคิดว่าพ่อครูเลือกเองจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้ตรงใจเพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น”“เมียมึงเป่าหูให้มาพูดกับกูรึ อย่าให้กูต้องไล่มึงอีกคน”“หญิงที่ทนมือทนตีน ย่อมดีกว่าพวกอ่อนแอ”ควันธูปไม่ปฏิเสธว่าลัลนาเมียของเขาให้มาช่วยพูดกับพ่อครูเปลวเทียน เนื่องจากลัลนาและไพรพายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ควันธูปที่ได้ยินผู้คนพูดกันปากต่อปากจนหนาหูว่าพ่อค

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 4

    “กูอยากได้กล้วย”“กล้วยรึ ได้จ้ะ วันพรุ่งข้าจะไปตัดมาให้พ่อครูหลาย ๆ เครือเลย”ผู้เป็นผัวรีบกระตือรือร้นรับปากในขณะที่เมียก็ยิ้มดีใจที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับของจากพวกเขาเป็นการตอบแทน แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องมองหน้าพ่อครูเปลวเทียนด้วยความงุนงง“ต้นกล้วย กูอยากได้ต้นกล้วย”“...”“นำมันมาปลูกไว้ข้างเรือน

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 2

    พ่อครูเปลวเทียนมองหน้าแม่เฒ่าด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่นและถอนหายใจออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะโต้เถียงอะไรกลับไปได้ แม่เฒ่าจึงละสายตาจากพ่อครูเปลวเทียนแล้วมองไปยังลูกชายอีกคนที่เป็นสายเลือดของตัวเองด้วยแววตาและสีหน้าที่นิ่งเรียบเพราะแม่เฒ่ารู้ดีว่าหากครั้งนี้ตนไม่เด็ดขาด ก็คงจะตายก่อนได้

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 1

    เช้าเรือนไพรพาย“คิดแล้วก็เสียดายนัก หากเมื่อคืนนี้ข้าได้เห็นหน้าพ่อครูเปลวเทียน เช้านี้ข้าคงจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนพ่อครูแล้ว”“เพียงแค่เห็นหน้า เอ็งคิดว่าพ่อครูจะยอมรับเอ็งเป็นเมียรึ ข้ากลับคิดว่าเอ็งจะโดนพ่อครูเปลวเทียนและแม่เฒ่าลงโทษเสียมากกว่าที่ไปยุ่งวุ่นวาย”“ข้าเป็นเพื่อนเอ็งนะ เหตุใดถึ

  • ม่านรักสาริกา   อารัมภบท

    มือเรียวสวยที่เล็บยาวทั้งสิบนิ้วถูกทาทับด้วยสีชมพูอ่อนจากฝีมือของหญิงแปลกหน้านามว่า สีฝุ่น ที่ทาให้เธอและเพื่อนสนิทอีกสองคนซึ่งก็คือเดือนอ้ายและลัลนา วักน้ำที่อยู่ในลำธารขึ้นมาชโลมหน้าอกและแขนเรียวทำให้ ไพรพาย รู้สึกเย็นยะเยือกเพราะเป็นจังหวะที่สายลมพัดหอบความเย็นผ่านร่างกายของเธอราวกับมาทักทายและเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status