Home / โรแมนติก / ม่านรักสาริกา / ม่านรักสาริกา ตอนที่ 1

Share

ม่านรักสาริกา ตอนที่ 1

last update publish date: 2026-03-27 21:10:13

เช้า

เรือนไพรพาย

“คิดแล้วก็เสียดายนัก หากเมื่อคืนนี้ข้าได้เห็นหน้าพ่อครูเปลวเทียน เช้านี้ข้าคงจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนพ่อครูแล้ว”

“เพียงแค่เห็นหน้า เอ็งคิดว่าพ่อครูจะยอมรับเอ็งเป็นเมียรึ ข้ากลับคิดว่าเอ็งจะโดนพ่อครูเปลวเทียนและแม่เฒ่าลงโทษเสียมากกว่าที่ไปยุ่งวุ่นวาย”

“ข้าเป็นเพื่อนเอ็งนะ เหตุใดถึงไม่เข้าข้าง”

ไพรพายที่นั่งเอนหลังพิงผนังบนชานเรือนหันมองไปยังเดือนอ้ายที่แวะมาหาเพราะไม่รู้จะไปไหนด้วยความเหนื่อยใจ ที่เพื่อนผู้แสนดีไม่คิดจะเข้าข้างหรือช่วยเธอคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้พ่อครูมาครอบครอง

“ไพรพายทำผิด ข้าเป็นเพื่อนก็จะต้องเตือน ไม่ใช่ยุยงแล้วบอกว่าดี”

“ยิ่งข้าเห็นพ่อครูเมื่อคืนนี้ ยิ่งทำให้ใจข้ามันรักพ่อครูเสียยิ่งกว่าเดิม”

เดือนอ้ายมองไพรพายที่ไม่แม้แต่จะสนใจว่าเธอพูดอะไร เพราะตอนนี้ไพรพายกำลังลุ่มหลงและเพ้อหาแต่พ่อครูเปลวเทียนเพียงผู้เดียว

“แผลที่ขายังไม่หาย แต่กลับลืมสิ้นแล้วรึว่าคราวก่อนพูดออกมาว่าอย่างไร”

“ข้าพูดรึ”

“ข้าคงจะหูฟาดไปเอง”

เดือนอ้ายถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วมองหน้าไพรพายด้วยสายตาที่แสนจะเอ็นดูและเหนื่อยใจ ซึ่งไพรพายเองก็นั่งกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับไม่รู้เรื่องและจำไม่ได้ 

ว่าคราวก่อนที่โมโหโกรธเคืองพ่อครูเปลวเทียนเหตุเพราะเขาออกอุบายหลอกใช้เธอ ไพรพายได้ลั่นวาจาออกมาว่าจะตัดใจไม่รักพ่อครูเปลวเทียนอีกต่อไป แต่ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวตัวและใจก็ลอยละล่องไปหาเขาที่เรือนเสียแล้ว

“แล้วผู้ใดช่วยไพรพายกลับมา”

“ไอ้เสือ”

“เรียกเขาดี ๆ สิ”

“ข้าก็เรียกมันเช่นนี้มาตลอด เอ็ง!”

เดือนอ้ายถึงกับสะดุ้งยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ ไพรพายที่นั่งคุยกับเธออยู่นั้นก็ตะโกนเรียกคนผู้หนึ่งพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงจากเรือนไปหาทันที

“เดี๋ยวข้ากลับมานะ ข้าจะต้องไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง”

“ไพรพาย”

เดือนอ้ายได้แต่เรียกเพื่อนเสียงอ่อนแล้วมองดูไพรพายเดินตามหลังร่างสูงของ เสือ ชายหนุ่มในหมู่บ้าน ที่อายุมากกว่าเดือนอ้ายและไพรพายสี่ถึงห้าปีซึ่งชายผู้นี้แอบรักไพรพายมาเนิ่นนาน

แต่จะเรียกว่าแอบก็ไม่ถูกต้องนักเพราะคนอื่น ๆ รวมถึงตัวไพรพายเองก็รู้ว่าเสือนั้นหลงรักตน เพียงแต่ไพรพายไม่ได้สนใจเพราะในใจของเธอมีชายอื่นจับจองพื้นที่ไว้หมดทั้งดวงแล้ว

“มองสิ่งใดรึ”

เสียงของแม่เฒ่าที่เอ่ยถามขึ้นทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่ยืนอยู่หน้าเรือนแม่เฒ่า ละสายตาจากหญิงสาวตัวเล็กที่เดินตามหลังชายคนหนึ่งไป ช่างเป็นหญิงที่ไร้ยางอายยิ่งนัก

“วานบอกพ่อแม่มัน ให้เตือนเสียบ้าง”

“ผู้ใด ไพรพายรึ”

“อืม”

“ตักเตือนเรื่องใด”

“สิ่งใดที่ห้ามก็อย่าทำ และอย่าให้มันไปยุ่งที่เรือนข้าอีก”

แม่เฒ่าที่นั่งอยู่บนชานเรือนมองร่างสูงที่นุ่งกางเกงกุยเฮงขายาวสีดำซึ่งเป็นของที่พรานอินเอามาให้เมื่อครั้งนานมาแล้ว แต่พ่อครูเปลวเทียนก็ยังคงใส่มาจนถึงทุกวันนี้และมีผ้าผืนดำพาดบ่าก้าวเดินขึ้นมาบนเรือนด้วยท่าทางน่าเกรงขาม 

ซึ่งเพียงแค่พ่อครูเปลวเทียนปรากฏตัวก็ทำให้เด็กเล็กที่วิ่งเล่นส่งเสียงดัง และผู้คนที่กำลังคุยกันเสียงดังจอแจรีบปลีกตัวเดินหนีด้วยความหวาดกลัวทันที

แต่ในสายตาแม่เฒ่า ชายหนุ่มผู้นี้และชายหนุ่มที่นุ่งชุดแบบเดียวกันแต่ต่างเพียงแค่สีที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ ก็ยังคงเป็นเด็กผู้ชายธรรมดา ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผู้อื่นมองเลยสักนิด

“แล้วเหตุใดพ่อครูถึงไม่บอกเองล่ะ”

เมื่อพ่อครูเปลวเทียนนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้า แม่เฒ่าก็เอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ ซึ่งพ่อครูเปลวเทียนก็รับรู้ได้จากน้ำเสียง จึงทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจพอสมควร

“ข้ารังเกียจมันยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่คิดอยากพูดกับมัน ไม่อยากเห็นหน้ามัน แม่เฒ่าอย่าได้คิดเช่นนั้นอีก”

“ก็เพราะว่าแม่เห็นมานักต่อนักแล้ว ที่ว่าเกลียดกันแต่สุดท้ายกลับมีลูกหัวปีท้ายปี”

“หากมันมีลูก ย่อมมีกับผู้อื่น ไม่ใช่ข้า”

“แล้วพ่อครูอยากมีกับผู้ใดล่ะ”

“ข้าตั้งใจจะไม่มี ทั้งคู่ทั้งลูก”

“ไม่มี ไม่ได้”

แม่เฒ่าเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำให้พ่อครูแสงไฟที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมาและนั่งลงขัดสมาธิข้าง ๆ พ่อครูเปลวเทียน มองใบหน้าของผู้เป็นแม่และเหลือบมองไปยังพ่อครูเปลวเทียนนิ่ง ๆ อย่างนึกรู้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูเปลวเทียนพูดอะไรออกมา

เพราะเมื่อใดที่แม่เฒ่าเรียกพวกเขาทั้งสองคนมาหา ไม่เคยพ้นเรื่องนี้สักครั้ง

“ที่นี่จะต้องมีพ่อครูสืบต่อไป”

“...”

“จะมีเพียงหนึ่งหรือสอง ก็จะต้องเป็นลูกที่เกิดจากพ่อครูทั้งสองเท่านั้น”

“แต่ข้าไม่ได้เกิดจากพ่อครูคนก่อน”

“แต่พ่อครูเปลวเทียนเป็นลูกที่เขาเลี้ยงมาและส่งต่อทุกอย่างให้ไม่ต่างจากที่พ่อครูแสงไฟได้รับ หรือพ่อครูเปลวเทียนไม่ได้นับว่าเขาเป็นพ่อรึ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 10

    ดวงตาคู่สวยกลับมาเป็นประกายอีกครั้งในขณะที่เอ่ยถามแต่กลับถูกดับความสดใสลงด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของแม่เฒ่า จึงลากสายตาจากหญิงตรงหน้าไปมองพ่อครูเปลวเทียนที่นั่งมองตรงมายังเธอ ทำให้ไพรพายรีบก้มหน้าด้วยกลัวว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนด่าเพราะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าจะทำสมาธิ”“เช่นนั้นแม่ไม่กวนแล้ว”พูดจบแม่เฒ่าก็มองพ่อครูเปลวเทียนด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวาอยู่สักพักแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไพรพายช่วยประคองแต่ก่อนที่ไพรพายจะเดินตามแม่เฒ่าออกไปเสียงของพ่อครูเปลวเทียนที่ดังขึ้นด้านหลังก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก“นำผ้ากูไปเผาทิ้ง อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้า”“...ข้าไม่เผา”“มึงจะเผาผ้าหรือให้กูเผาเรือนมึง”“พ่อครูอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิดจ้ะ เพราะข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าอยากทำ”พูดจบไพรพายก็เดินออกไปจากเรือนทันที ทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่มองตามไปรู้สึกเกลียดชังไพรพายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อกลับมาจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก็เดินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บดินเหนียวมาพอกหัวสวมบริเวณที่ปริแตก แต่ในตอนที่ไพรพายกำลังก้มลงจกดินที่อยู่ริมฝั่งข้างลำธารภายในป่าที่ห่างจากห

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 9

    เช้าเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก้าวเดินตามหลังแม่เฒ่าเข้าไปในป่า มือเรียวก็ยกขึ้นมาจับผ้าที่ใช้คลุมไหล่ขึ้นปกปิดผิวกายเพราะรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหนาวของฤดูกาลหรือเป็นเพราะคนที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปหา ที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุกเช่นนี้ไพรพายก้มหน้าลงมองเท้าของแม่เฒ่าและตัวเองที่ก้าวเดินเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งด้วยความรู้สึกประหม่า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปหาพ่อครูเปลวเทียนแบบไม่ได้หลบซ่อน แต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเธอจะโดนด่าเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่แอบไปหารึไม่“หลบข้า”เมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าเอ่ยพูดไพรพายก็เงยหน้าขึ้นและชะโงกมองไปข้างหน้าทันที แต่เธอกลับไม่พบเห็นผู้ใดมายืนขวางหน้ามีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ไพรพายรู้ว่า สิ่งที่แม่เฒ่าพูดด้วยนั้นไม่ใช่คนหัวใจของไพรพายเต้นแรงและมือที่ถือพวงดอกพุ่มแดงก็เปียกชื้น เพราะหญิงตรงหน้าเธอเป็นถึงแม่เฒ่าแต่ก็ยังไม่อาจจะรอดพ้นจากบริวารผีที่พ่อครูเลี้ยงไว้ ไม่แปลกที่ไพรพายจะโดนทักทายทุกครั้งที่เธอมา“พ่อครู ให้แม่เข้าไปได้รึไม่”เมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนแม่เฒ่าก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี ทำให้ชายหนุ่มที

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 8

    เรือนพ่อครูเปลวเทียนพ่อครูเปลวเทียนเดินกลับมาที่เรือนด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธแค้นที่หญิงไร้ยางอายผู้นั้นแตะต้องเนื้อตัวเขา อีกทั้งยังพูดไม่รู้ความเอาแต่ตามตอแยและยังแอบไปดูเขาอาบน้ำซึ่งบริเวณนั้นไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปแต่เมื่อเดินมาจนเกือบถึงเรือนมือที่ยกขึ้นคว้าจับผ้าบนไหล่กว้างด้วยความเคยชินก็เกิดชะงักเมื่อสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า พ่อครูเปลวเทียนจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองยังทิศทางที่ตนเดินมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าวางไว้บนขอบบ่อก่อนที่จะลงไปแช่ตัวในน้ำพ่อครูเปลวเทียนถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วก้าวเดินกลับเรือน ส่วนผ้าผืนนั้นก็ตัดสินใจทิ้งมันเพราะเขาไม่มีทางเดินกลับไปเอาในขณะที่ไพรพายอยู่ที่นั่นเป็นเด็ดขาดเมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนก็เปิดฝาตุ่มใบเล็กที่วางตั้งอยู่ข้างบันไดแล้วใช้กะลามะพร้าวตักน้ำขึ้นมาราดใส่ตัว มือก็ถูขยี้แผงอกและหน้าท้องรวมถึงบริเวณที่ไพรพายสัมผัสด้วยความแรงอย่างนึกรังเกียจ ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอติดตัว พ่อครูเปลวเทียนก็ยิ่งคิ้วขมวดและออกแรงขัดตัวไม่หยุดสองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายหลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นไพรพายก็กลับมาหมก

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 7

    น้ำในบ่อกระเซ็นขึ้นด้านบนเมื่อร่างเล็กของไพรพายที่วิ่งหนีงูที่หล่นลงมาจากต้นไม้ตกใส่หัวของเธอวิ่งหนีมาหาพ่อครูที่นอนแช่ตัวอยู่บ่อ ทำให้ตอนนี้ร่างหนากำยำที่แสนหวงแหนไม่เคยให้ผู้ใดสัมผัสแม้แต่ชายผ้าถูกไพรพายนั่งตักและวาดแขนเล็กทั้งสองข้างคล้องกอดลำคอหนา ทำให้ดวงตาดุดันของพ่อครูเปลวเทียนที่ลืมตาขึ้นมองหลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ“อี๋ ขนลุก!”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างนึกรังเกียจในขณะที่สายตาก็มองไปยังงูเหลือมตัวใหญ่ที่เลื้อยลงไปจากโขดหิน ซึ่งมันมีขนาดตัวที่ใหญ่และยาวมาก กว่าจะหายไปจากสายตาก็นานพอสมควรและเมื่องูตัวนั้นหายไปจากสายตาสติของไพรพายที่แตกกระเจิงก็กลับเข้าร่างทำให้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า เธอวิ่งหนีงูมาหาคนที่น่ากลัวกว่างูและตอนนี้ก็กำลังนั่งทับตักเขาที่มีงูอีกตัวอยู่ในนั้น“ลุกออกไปจากตัวกู!”พ่อครูเปลวเทียนตะคอกเสียงดังหลังจากที่สติกลับเข้าร่าง แล้วยกมือขึ้นมาจับต้นแขนเล็กของไพรพายด้วยความแรงเพื่อผลักให้เธอปล่อยแขนออกจากคอเขาและลุกออกไปเสียที“พ่อครูข้ากลัวงู ฮึก”แต่ไพรพายก็ไม่ยอมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีฝืนตัวเองเอาไว้แม้ว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนบีบต้นแขนจนร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 6

    “ข้าไม่หลบ เอ็งจงหันหลังแล้วเดินกลับไป”“เอ็งเป็นพ่อข้ารึถึงกล้ามาสั่ง!”“ข้าเพียงแค่เป็นห่วงเอ็ง”“เก็บไว้เถิด ข้าไม่ต้องการ หลบ”ไพรพายเอ่ยพูดเน้นย้ำเป็นการยื่นคำขาดเพราะหากเสือยังยืนขวาง แล้วเธอทำอะไรที่มันไม่ดีลงไปเขาจะโกรธหรือเสียใจไม่ได้“หากไป เอ็งก็จะโดนพ่อครูเปลวเทียนดุอีก”“เกี่ยวข้องกับเอ็งอย่างไร หลบไปสิวะ!”“ข้าไม่หลบ เอ็งต้องกลับ ลืมสิ้นแล้วรึว่าห้ามไปใกล้เรือนพ่อครู”“ไม่หลบงั้นรึ”พูดจบไพรพายก็ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมายกขึ้นง้างเตรียมจะฟาดใส่เสืออย่างไม่คิดจะยั้งแรง ทำให้ร่างสูงของคนที่ยืนกรานว่าจะไม่หลบก้าวเท้าเดินถอยหลังและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบังใบหน้าตัวเองไว้“ขี้ขลาด”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างดูถูกแล้วโยนไม้ท่อนนั้นใส่เท้าของเสือแล้วเดินกระแทกเท้าด้วยความหงุดหงิดผ่านเขาไป ทิ้งให้เสือได้แต่ยืนมองตามด้วยความรู้สึกมากมายอยู่เบื้องหลังไพรพายเดินหน้าบึ้งเข้าไปในป่าด้านในจนเมื่อเห็นเรือนของพ่อครูเปลวเทียนอยู่ไม่ไกลใบหน้าสวยก็กลับมาประดับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง เท้าเล็กก้าวเดินลงน้ำหนักให้เบากว่าตอนแรกและหันกลับไปมองทางด้านหลังเพื่อดูว่าเสือตามเธอมาหรือไม่ เมื่อ

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

    สายตาคมดุของพ่อครูเปลวเทียนมองตามกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งขึ้นด้านบน ในขณะที่พ่อครูกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วเอนหลังวางศอกเท้าไว้บนขอนไม้ และปรายตามองไปยังควันธูปที่นั่งขัดสมาธิแล้วจ้องมองพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่เขามาถึง ซึ่งคล้อยหลังไพรพายกลับไปไม่นานนักด้วยสายตาที่นิ่งไม่ต่างกัน“ลืมหน้ากูรึ ถึงได้จ้องไม่วางตา”“เปล่า”“...”“ข้าได้ยินว่าแม่เฒ่าจะจับคู่ให้พ่อครูทั้งสอง”“...”“พ่อครูจะยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ”“มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมา”ด้วยความสนิทสนมจึงทำให้พ่อครูเปลวเทียนและควันธูปรู้ใจกันเป็นอย่างดี เนื่องจากควันธูปเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับและสั่งสอนวิชาคุณไสยดำมืดให้แก่เขา“หากจะยอมให้แม่เฒ่าเลือกให้ ข้าคิดว่าพ่อครูเลือกเองจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้ตรงใจเพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น”“เมียมึงเป่าหูให้มาพูดกับกูรึ อย่าให้กูต้องไล่มึงอีกคน”“หญิงที่ทนมือทนตีน ย่อมดีกว่าพวกอ่อนแอ”ควันธูปไม่ปฏิเสธว่าลัลนาเมียของเขาให้มาช่วยพูดกับพ่อครูเปลวเทียน เนื่องจากลัลนาและไพรพายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ควันธูปที่ได้ยินผู้คนพูดกันปากต่อปากจนหนาหูว่าพ่อค

  • ม่านรักสาริกา   อารัมภบท

    มือเรียวสวยที่เล็บยาวทั้งสิบนิ้วถูกทาทับด้วยสีชมพูอ่อนจากฝีมือของหญิงแปลกหน้านามว่า สีฝุ่น ที่ทาให้เธอและเพื่อนสนิทอีกสองคนซึ่งก็คือเดือนอ้ายและลัลนา วักน้ำที่อยู่ในลำธารขึ้นมาชโลมหน้าอกและแขนเรียวทำให้ ไพรพาย รู้สึกเย็นยะเยือกเพราะเป็นจังหวะที่สายลมพัดหอบความเย็นผ่านร่างกายของเธอราวกับมาทักทายและเ

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 4

    “กูอยากได้กล้วย”“กล้วยรึ ได้จ้ะ วันพรุ่งข้าจะไปตัดมาให้พ่อครูหลาย ๆ เครือเลย”ผู้เป็นผัวรีบกระตือรือร้นรับปากในขณะที่เมียก็ยิ้มดีใจที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับของจากพวกเขาเป็นการตอบแทน แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องมองหน้าพ่อครูเปลวเทียนด้วยความงุนงง“ต้นกล้วย กูอยากได้ต้นกล้วย”“...”“นำมันมาปลูกไว้ข้างเรือน

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 3

    ตกค่ำเสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็กน้อยในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ที่เดินอุ้มลูกวนไปวนมาอยู่ในเรือน เล็ดลอดออกมาเข้าหูปลุกผู้คนที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา ให้ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมองไปรอบ ๆ เรือนของตนที่มืดมิดพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนการนอนไพรพายหนึ่งในผู้คนที่ได้ยินเสียงร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 2

    พ่อครูเปลวเทียนมองหน้าแม่เฒ่าด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่นและถอนหายใจออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะโต้เถียงอะไรกลับไปได้ แม่เฒ่าจึงละสายตาจากพ่อครูเปลวเทียนแล้วมองไปยังลูกชายอีกคนที่เป็นสายเลือดของตัวเองด้วยแววตาและสีหน้าที่นิ่งเรียบเพราะแม่เฒ่ารู้ดีว่าหากครั้งนี้ตนไม่เด็ดขาด ก็คงจะตายก่อนได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status