INICIAR SESIÓN“คุณชาย ขอเพียงท่านช่วยท่านแม่ของข้า ทั้งชีวิตข้าย่อมมอบแก้ท่านได้ขอรับ”
ตี้หลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น นี่คือโลกแห่งความเป้นจริง ว่าผู้มีเงินตราและอำนาจเท่านั้น จึงจะกำหนดชีวิตตนเองได้ ในเมื่อเขาไม่มี เขาก็พร้อมที่จะสวามิภักดิ์ต่อผู้เหนือกว่า
“แค่ไม่แทงข้างหลังข้า ในยามที่ข้าล้ม เท่านั้นข้าก็ไม่คิดที่จะทอดทิ้งเจ้าแม่ลูก”
รอยยิ้มของชายหนุ่มนั้น มันบอกได้หลากหลายความหมาย และตี้หลงเข้าใจมันดี ที่บิดาของเขาตกที่นั่งลำบาก ก็เพราะมิตรสหายหักหลัง และญาติพี่น้องซ้ำเติม ในเมื่อมีคนมอบโอกาสยืนอีกครั้งให้แก่เขา เขาจะไม่มีวันทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้น
“ข้าน้อยสาบานขอรับ วันนี้อาจเป็นเพียงลมปาก แต่เวลานับจากนี้ ข้าจะทำให้คุณชายได้เห็นขอรับ ว่าข้าน้อยมิได้โป้ปด”
“ดี! เช่นนั้นเจ้าช่วยตัวให้ท่านป้า ไปโรงหมอเถิด เรื่องข้างนอกข้าจะจัดการเอง”
ตี้หลงสบตากับผู้เป็นนาย ใบหน้าของเขาพลันตึงขึ้นหลายส่วน เป็นอย่างที่คิดมีคนติดตามมา ถงหว่านเนียนยกพักขึ้นแตะที่เรียวปากของตนเองเบา ๆ เป็นการบอกให้ตี้หลง ไม่ต้องเอ่ยสิ่งใด เพราะหญิงชราในอ้อมแขนของตี้หลง คงไม่อาจทนทานรับได้ หากต้องเห็นการเข่นฆ่า
ตี้หลง ขยับกายออกห่างจากมารดา แล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตู เขาโค้งกายให้แก่ผู้เป็นนายเล็กน้อย ก่อนจะดึงประตูให้ปิดลลง แล้วก้าวกลับไปช่วยมารดาแต่งกาย สำหรับออกจากบ้านหลังนี้
เมื่อประตูบ้านปิดลง ถงหว่านเหนียนก็หันกลับไปยังหน้าประตูใหญ่ เท้างามก้าวตรงไปยังประตูหน้าซึ่งยังเปิดอ้าอยู่ ฮึ! ไม่มีปัญญาคว้าชัยชนะเอง และยังจะมาช่วงชิงของผู้อื่น ช่างน่าตายนัก! หญิงสาวก่นด่าคนที่กำลังซุ่มอยู่ด้านนอก ด้วยความไม่พอใจ ช่างเสียเวลาของนางยิ่งนัก
“พวกเจ้าช่างไร้สามัญสำนึกนัก! ไร้ฝีมือไม่พอ ยังเป็นโจรชั้นต่ำอีกหรือ!”
คำพูดที่หยามเหยียดจากคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ซึ่งเปิดอ้าอยู่ เอ่ยขึ้นลอย ๆ ทว่าคนที่แอบซ่อนอยู่ รู้ได้ว่านี่คือคำพูด ที่หมายถึงตัวพวกเขา
“น้องชาย...เจ้ากำลังด่าทอพวกข้าอยู่สินะ!”
ชายใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็น บอกได้ถึงตัวตนว่าใช้ชีวิตมาอย่างโซกโซนเพียงใด ทว่าแววตาภายใต้หน้ากากนั้น หาได้แสดงความแตกตื่นกับความดุดันนั้น แผลที่ไม่เกิดจากการสร้างประโยชน์ต่อผู้ใด มันน่ารังเกียจ กว่าคำว่าน่าเกรงขาม
“หือ...พวกท่านเป็นใครกัน มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”
ช่างเป็นการแสดงที่จอมปลอมสิ้นดี ในสายตาของผู้มาเยือน ก็ในเมื่อชายหนุ่มผู้นี้รู้อยู่เต็มอก ว่าพวกเขาติดตามมาจนถึงที่นี่ แต่ก็ช่างเถอะ! สิ่งที่พวกเขาต้องการคือเงิน และชีวิตของเจ้าหนุ่มนี่เท่านั้น
“อย่าโยกโย้น้องชาย หากเจ้ายังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ส่งตั๋วเงินที่เจ้าได้มา ให้แก่พวกข้าเสีย แล้วเรื่องที่เราพบกันในวันนี้ ข้าผู้เป็นพี่ชายจะถือเสียว่ามิเคยเกิดขึ้น”
“เงินที่ข้าหามาด้วยตนเอง ไยต้องยื่นให้ผู้อื่นโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนด้วยเล่า”
ชายหนุ่มยกยิ้มละมุน ช่างเป็นโจรที่ดี กล้าพูดมาได้อย่างไม่อายปาก ว่ามิเคยเกิดขึ้น แต่น่าเสียดาย...ที่เขาเป็นคนที่หวงของเป็นที่สุด และทุกการลงมือต้องหมายถึง ไม่มีสิ่งใดยุ่งยากในภายหน้า
“อย่าเสียเวลา จัดการมันซะ! เอาตั๋วเงินมาให้ข้า!”
ชายใบหน้าดุดัน ชี้นิ้วไปยังชายสวมหน้ากาก ทั้งหมดค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้าหาชายสวมหน้ากาก ที่เวลานี้เดินออกมายืนอยู่กลางถนนแคบ ๆ ในตรอกแล้ว ทุกก้าวที่ทั้งหมดเหยียบย่าง ตั้งใจจะข่มขวัยชายหนุ่มแปลกหน้า อ๊าก!! ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิด คือชายหนุ่มกลับพุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เป็นความเร็วที่มองแทบไม่ทัน ทั้งหมดทั้งเท้ารัวเข้าใส่พวกเขา เรียกว่าทุกจุด คือจุดสำคัญทั้งสิ้น นั่นทำให้จากที่ตั้งใจข่มขวัญชายหนุ่ม กลายเป็นพวกเขาต้องรุมล้อมเข้าหาชายหนุ่ม ประหนึ่งหมาไนรุมทึ้งเหยื่ออย่างไรอย่างนั้น
ถงหว่านเหนียนรู้ดี ว่าตนเองเสียเปรียบ ทั้งร่างกายและจำนวนคน หากนางไม่เร่งลงมือให้จบในเวลาอันสั้น คงได้ตายรอบสอง และเสียเงินจำนวนมหาศาล ที่หามาได้ในวันนี้ด้วย และนี่คือความยินยอมที่นางจะไม่มีวันให้เกิดขึ้น เพิ่งลืมตาจะมารีบตายอีกรอบไปทำไม
พัดในมือตวัดรอบการโจมตี ที่ไร้ซึ่งหลักการฝึกยุทธ มันง่ายนักในการรับมือ ปึก! อึก! ทว่านางก็พลาดเข้าจนได้ หมัดหนัก ๆ ที่เหวี่ยงสะเปะสะปะของชายหน้าบาก กระแทกเข้าสีข้างของนางเต็มแรง หญิงสาวรู้ดีว่ากระดูกเหมือนจะร้าว
หญิงสาวปล่อยพลังปราณไปที่พัดในมือ ตวัดกางออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปลิดชีพของชายหน้าบากผู้นั้นในทันที กรามเล็กขบกันแน่น เพื่อข่มความเจ็บปวดที่ทวีขึ้นมาอย่างรุนแรง นางถอยยังไม่ได้ ทั้งชีวิตใหม่ สาวใช้ผู้ภักดี รวมไปถึงสองแม่ลุกในบ้าน ยังรอการปกป้องจากนางอยู่
“นายท่าน!”
เสียงเรียกจากด้านหน้าประตูบ้าน ทำให้เหล่าผู้มาดร้ายหันไป และนั่นเองที่หญิงสาวฉวยจังหวะเคลื่อนกายถอยห่าง มือเรียวเลื่อนมากุมสีข้างเอาไว้ ดวงตาที่คิดว่ามันแจ่มกระจ่าง คล้ายจะพร่าเลือนไปด้วยความเจ็บปวด
ตี้หลง ตวัดขวานสำหรับผ่าฟืนเข้าใส่คนที่หันมาเล่นงานเขา ชายหนุ่ม ไม่มีคำว่าเกรงกลัวต่อคู่ต่อสู้ ยิ่งเห็นอาการของผู้เป็นนาย ที่ยืนพิงกำแพงอยู่อีกด้าน เขารู้ได้ในทันทีว่านายท่านของเขา กำลังบาดเจ็บหนัก
ถงหว่านเหนียนหลับตาลงนิ่ง รอบกายของนางหมุนคว้างราวลูกข่าง ที่กำลังหาจุดสิ้นสุด เพื่อจะหยุดหมุน นางรวบรวมสมาธิ กำหนดให้ปราณทั้งหมด เคลื่อนไปข่มความเจ็บปวดเอาไว้ อย่างไรนางก็ต้องรอดไปได้ ชีวิตสองชาติต้องมีสักชาติที่นางรอดชีวิตอย่างสวยงาม
ดวงตาที่ปิดอยู่เปิดขึ้น ภาพที่เห็นทำให้นางอดขบขันไม่ได้ ตี้หลง ไม่เก่งกาจเชิงยุทธ แต่นางกลับเลือกเขามาเป็นผู้คุมกัน หึ ๆ สรุปแล้วเป็นนางเสียเองกระมัง ที่ต้องคุ้มกันทุกคนเอง แต่อย่างไรเขาก็คือผู้ติดตามที่นางพอใจไม่น้อย ถ้าเป็นคนอื่นย่อมหาหนทางเอาตัวรอด แต่ตี้หลงเลือกที่จะพยายามฝ่าคู่ต่อสู้มาหานาง เพื่อปกป้อง...เท่านี้การพิจารณาขั้นแรกของเขา ก็ผ่านได้อย่างสวยงาม ส่วนมันจะเป็นการเสแสร้งหรือไม่ ให้ภายหน้าตัดสิน
หญิงสาวก้มลงเก็บหินก้อนเท้าหัวแม่มือขึ้นมากำหนึ่ง ก่อนจะเร่งเร้าพลังปราณมาที่ฝ่ามือ ฟิ้ว! เพียงก้อนหินเหล่านั้น หลุดออกจากมือของหญิงสาว คนที่หมายเอาชีวิตนาง ก็ร่วงลงสิ้นใจ ประหนึ่งใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงจากต้น
“อึก! พรู๊ด!!!”
“นายท่าน!”
ตี้หลงที่ตื่นจากอาการนิ่งอึ้ง พุ่งเข้าประคองผู้เป็นนายเอาไว้ มิให้ล้มลง ก่อนจะช่วยพยุงนายท่านเข้าไปภายในบ้าน ถงหว่านเหนียนนั่งลง พร้อมกับพยายามปรับลมหายใจให้คงที่ ความเจ็บปวดมันทวีความรุนแรงขึ้น จนนางแทบสิ้นสติแล้ว
“เอานี้ไปร้านขายโลงศพมานำร่างพวกมันไปจัดการเสีย แล้วเจ้าไปหาบ้านเช่าที่ห่างตัวเมืองสักหน่อย สำหรับพวกเรา จำไว้ว่าหลังไม่ต้องเล็กจนคับแคบ ต้องเผื่อทาส ที่ข้าจะไปซื้อมาไว้ใช้งานด้วย จำไว้ว่าเจ้าต้องรีบกลับ”
“ข้าน้อยจะรีบไปขอรับ”
“เดี๋ยว เอานี่ไปด้วย แล้วไปยังบ้านสกุลถงฝั่งตะวันออก นำสิ่งนี้ไปมอบให้แก่สาวใช้ของข้า นางชื่อเสี่ยวไป๋ พานางไปหาบ้านเช่าพร้อมกับเจ้า ช่วยนางนำส่งของทั้งหมดออกมา บอกนางว่าปลอดภัยดี”
นางรู้สภาพของตนเองดี ว่าคงไม่มีเวลาวิ่งกลับไปกลับมา ทั้งบ้านหลังใหม่ และกลับไปบ้านเดิมเพื่อรับเสี่ยวไป๋ สู้ให้ตี้หลงไปรับเสี่ยวไป๋ด้วยเลย เพราะอย่างไรทั้งบ้านก้เหลือแค่เสี่ยวไปคนเดี๋ยว
“ข้าน้อยจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง ข้าจะรีบพานายท่านกับท่านแม่ไปหาท่านหมอนะขอรับ”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอเจ้ากับเสี่ยวไป่กลับมาก่อน”
หญิงสาวใช้เลือดที่เกิดจากบาดแผล เขียนลงบนเศษผ้า ยัดใส่มือของตี้หลง เพื่อเพิ่มสิ่งยืนยันตัวตนของนางต่อเสี่ยวไป๋ หาไม่แล้วสาวใช้ตัวน้อยของนาง คงไม่วางใจจนยืดเยื้อเวลาออกไป ครานี้นางมีหวังได้เป็นผักยาวนานอย่างแท้จริง
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช
“ถงหว่านเนียน! เจ้ากำลังด่าทอข้าอย่างนั้นรึ” ถงเฮ่อหลง ตวาดกลับเสียงกร้าว ใบหน้าของชายหนุ่ม มืดครึ้ม ด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด ยิ่งเห็นแววตาเยาะหยันจากน้องสาว ความเคียดแค้นและชิงชัง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นางกล้าดีอย่างไร ถึงได้อาจหาญ ด่าทอว่าเขาเป็นสุนัข “ข้าเอ่ยชื่อเจ้าหรือ” หญิงสาว ถามกลับด้วยน้ำ อันเสียงอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น หาได้เป็นเยี่ยงคำพูดไม่ เพราะทุกอย่างมันล้วนเต็มไปด้วยความขบขัน นี่หรือ...บุตรชายคนโตของสกุลถง โอหังแต่ไร้ สามารถ ลำพองตนแต่ขลาดเขลาเบาปัญญา มิน่าเล่าถึงยังไม่ก้าวหน้าในราชสำนัก หากนางมีบุตรชายเช่นนี้ คงกลั้นใจตายไปแล้ว เทียบไม่ได้กับนางในชีวิตเดิม ยังได้ไม่ถึงขี้เล็บ มาทำพองขนต่อหน้านาง ช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า ในเมื่อภายในห้องนี้ มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น” ถงเฮ่อหลง ตอบกลับด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ยิ่งเห็นท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ความชิงชังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับทำนบน้ำที่พังทลาย “เช่นนั้น ก็ตามแต่พี่ใหญ่จะคิด ก็แล้วกันเจ้าค่ะ” หญิง
ห้าวันต่อมา ณ กระท่อมชายป่า แว่วใบไม้เสียดสียามสายลมพัดผ่าน ดังแววให้ได้ยินเป็นระยะ กลิ่นอายของธรรมชาติ ทำให้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายป่า รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายนิ่งนัก ถงหว่านเหนียนนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง สายตาของนางมองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ออกไปยังสวนดอกไม้ป่าที่นางให้คนปลุกเอาไว้ แขกของนางคงกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว นี่ถือเป็นการสละเวลาให้สายเลือดเจ้าของร่าง ก่อนที่นางจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ให้มันจบลง ภายหน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก ชีวิตแบบนี้สิที่นางต้องการ ร่ำรวยและเรียบง่าย แต่ชีวิตในความเป็นจริง มันช่างไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลยสักนิด จบเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่งวนเวียนเกิดขึ้นมามิเว้นวัน แต่เมื่อยังหายใจอยู่ ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะสู้รบกับชะกรรมได้ “คุณหนู พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋รีบเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่ามีคนมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้ากระท่อม ท่าทางของผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นมิตรสักนิด “เจ้าพาท่านป้าหวงไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” การแสดงสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเหยื่อมาถึง นักแสดงก้ต้องออกจากที่นี่ เพื







