LOGINหนึ่งปีต่อมา
ถงหว่านเหนียน ในคราบของบุรุษ ยืนนิ่งมองไปยังถนนเบื้องล่าง ที่ผู้คนสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง ใบหน้าของนางปกปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ด้วยหน้ากากที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นางต้องต่อสู้กับหลายสิ่งอย่าง กว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้
ชูถง! ชื่อที่นางใช้ในสร้างการค้า ไม่เคยมีใครได้รู้เห็นตัวตนของนาง นอกจากคนในบ้านเท่านั้น และแน่นอนว่าถ้าใครคิดที่จะปริปาก ในสิ่งที่นางไม่ต้องการให้คนรู้ นางไม่ได้ใจดีมีเมตตาเก็บไว้
คนที่นางเลือกมาเดินร่วมทาง ในฐานะของบริวาร ย่อมต้องรู้ดีว่าทุกเส้นทาง จะปูด้วยดอกไม้หรือกลิ่นคาวเลือด ชูถง! เป็นตัวตนของนาง ที่ผู้ร่วมการค้ารู้จัก
แต่ถงหว่านเหนียนเอง ก็ยังคงไม่หายไปที่ใด นางยังคงเป็นคุณหนู ที่คนสกุลถงพลิกแผ่นดินหา เพราะของขวัญที่นางส่งไปให้แก่สกุลถงในเมืองหลวง คงทำให้พวกเขาอยู่กันอย่างครื้นเครง นับตั้งแต่วันที่ได้รับมัน
“พวกเจ้าเลือกที่จะพบกับปีศาจ ข้ามีหรือจะไม่สนองตอบ ในเมื่อพวกเจ้าไร้หนทางให้ข้าเลือก หมากกระดานนี้ ข้าจะพาพวกเจ้าเดินจนจบด้วยมือของข้าเอง”
หญิงสาวแสยะยิ้มกว้าง เมื่อสายตาของนาง ได้หยุดอยู่ที่ชายหนุ่มในชุดสีเข้ม โดยรอบกายของเขา มีผู้คุ้มกันหลายคน หึ ๆ ถึงขนาดส่งบุตรชายสุดที่รัก มาตามหานางด้วยตนเอง มิใช่เพราะรักนาง แต่เพื่อให้แน่ใจ ว่านางจะไม่กลับไปสร้างปัญหา
“นายหญิงเรื่องที่ไปสืบ ได้ความมาแล้วขอรับ”
ตี้หลงยื่นซองจดหมายให้แก่ผู้เป็นนาย ชายหนุ่มในเวลานี้ ต่างไปจากเมื่อครึ่งปีก่อน ราวกับเป็นคนละคน เขามีรูปร่างที่กำยำกว่าเดิม มีสง่าราศีของผู้สมบูรณ์พร้อม ฝีมือทางการต่อสู้ ก็ได้รับการฝึกฝนจนสามารถปกป้องตนเอง และคนรอบข้างได้ แม้จะยังไม่ทันเทียมนาง แต่ก็ไม่ถือว่าเสียเวลาเปล่าในการฝึกฝน
“ขอบใจเจ้ามาก”
หญิงสาวยื่นมือไปรับมาคลี่อ่าน เรียวปากอิ่มเหยียดออก เรื่องบ้าบอพวกนี้ ยังมีคนงมงานอยู่อีกหรือ ไม่น่าแปลกใจสักนิด ที่พวกเขากลัวว่านางจะเป็นตัวหายนะ ถึงขั้นส่งนางมาอยู่ไกลแสนไกล พอใกล้ช่วงเวลาสำคัญ ของบุตรชายหญิงอันเป็นที่รัก ก็เลือกที่จะลงมือสังหารนาง พร้อมบ่าวแก่ทั้งเรือน จิตใจอำมหิตเยี่ยงเดรัจฉาน
แต่นางจะยังไม่ให้พวกเขาตายในทันที นางจะค่อย ๆ ทำให้เขาได้ลิ้มรสคำว่าทุกข์ทรมาน เหมือนที่เจ้าของร่างนี้ได้รับ ก็แค่การแต่งงานกับคนสูงศักดิ์ มันจะน่าพิสมัยอันใด ชีวิตคนเราขอแค่มีกิน นอนให้อิ่ม ไม่ทุกข์ร้อน เท่านี้ก็ดีมากแล้ว
ทว่าคนสกุลถงกลับไม่รู้คิด ลงมือแบบพวกไร้สมอง ชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับความเขลานี้ นางต้องทวงคืนให้แก่ทุกคน ศึกย่อมสงบด้วยลมหายใจเท่านั้น มิใช่สงบด้วยคำว่าอภัย
“นายหญิง จะให้ทำเช่นไรกับคุณชายถงผู้นั้นดีขอรับ”
ตี้หลงมองไปยังถนนเบื้องล่าง เขาเห็นแล้วว่าคุณชายจากเมืองหลวง กำลังสอบถามหาผู้เป็นนาย สำหรับเขาแล้วอยากจะลงมือ กำจัดคนผู้นั้นไปเสีย ยิ่งรู้เรื่องที่เกิดกับผู้เป็นนาย ในวันที่นายหญิงรับเขาให้ติดตาม นางต้องผ่านความเจ็บปวดมาอย่างสหัส เขายังจดจำสภาพในวันที่ไปรับเสี่ยวไป๋ได้ ทุกอย่างที่เขาเห็นมันทำให้เขา ไม่คิดที่จะละทิ้งผู้เป็นนายไปที่ใดได้เลย
“ให้คนของเราช่วยเขาหา อีกห้าวัน ค่อยให้เขาไปพบข้าที่กระท่อมชายป่า”
“ขอรับ”
นางไม่ได้สร้างตัวได้ในเวลาสั้น ๆ แน่นอนว่าชีวิตใหม่นี้ นางก็ยังคงได้รับการช่วยเหลือ จากพี่ชายร่วมสาบานในชีวิตเดิม มันคือความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ไม่อาจรู้ได้ เมื่อครึ่งปีก่อน นางได้พบกับจ้าวไค และด้วยความเป็นพี่น้องกันมาทั้งชีวิต นางจึงลองเสี่ยงที่จะบอกถึงตัวตนใหม่ของนาง
แน่นอนว่าครั้งแรกเขาไม่ยินยอมที่จะเชื่อ จนหลายสิ่งที่ทำร่วมกันมา วันเวลาต่าง ๆ ที่รู้กันเพียงพวกนาง สามพี่น้องร่วมสาบาน ถูกพูดออกมาจากปากของนาง เขาจึงได้ยินยอมรับฟังเรื่องราวทั้งหมด และช่วยให้นางมีตัวตนใหม่ ที่มั่งคั่งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ใครจะไปคิดว่าคนไร้แก่นสารแบบพี่ใหญ่ จะร่ำรวยจนนางอยากจะโห่ร้อง กับเมตตาที่สวรรค์มอบให้ ในทางเลือกชีวิตใหม่ของนาง ในอดีตนางเป็นกำลังหนุนให้ผู้อื่นเสมอมา
แต่ในชีวิตใหม่นี้ นางมีพี่ชายสองคน ที่มั่งคั่งดั่งเขาไท่ชานเชียวนะ คอยเป็นทุกอย่างให้นางก้าวเดิน ในคราบของชูถง! และผู้ช่วยชั้นดีของคุณหนูใหญ่สกุลถง สตรีผู้ถูกเลือกให้ตายด้วยน้ำมือของครอบครัว
“คุณหนู นายท่านจ้าวมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าไปเตรียมสุรา กับอาหารให้พร้อม ข้าจะไปพบเขาเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวยังคงไม่ทิ้งตัวตน และท่วงท่าของผู้เป็นแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่าตัวตนในอดีต กับถงหว่านเหนียนมีความต่างกันอยู่มาก แล้วอย่างไร...เวลาย่อมทำให้คนเราพัฒนา ให้ดีขึ้นมิใช่หรือ ถงหว่านเหนียนก็เช่นกัน พัฒนาให้โหดเหี้ยมขึ้น ตามประสบการณ์ที่ได้รับ
ห้องรับรองชั้นบนสุด
ร่างสูงสง่า ทว่าอยุ่ในชุดราวยาจกของจ้าวไค กำลังนั่งชื่นชมกับไหสุรา ที่เขาเพิ่งได้มาใหม่ ก่อนจะชำเลืองมองไปยังน้องสาว ในคราบของบุรุษ เหอะ! เจ้าตัวแสบ ไม่ว่าจะเกิดกี่ชาติ ก็คงทำตัวให้อ่อนหวานเยี่ยงสตรีไม่ได้ ชอบทำให้พี่ ๆ อับอายขายขี้หน้านัก!
“ไม่ด่าข้าออกมาเลยเล่าเจ้าคะ จะด่าด้วยหางตาทำไมกัน”
ด้วยรู้นิสัยของกันดี หญิงสาวจึงเย้าพี่ชาย ด้วยถ้อยทำที่รู้ว่านาง จะถูกจิกกัดไม่หยุดอย่างแน่นอน
“ด่าไปแล้วเจ้าสำนึกหรืออย่างไร ข้าอุตส่าห์มีน้องสาวหน้าตางดงาม ราวเทพธิดา แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำสิ! มีตรงไหนเรียกว่าหญิงงาม”
“อิ่มท้องหรือไม่...”
“อะไร!”
“ความงาม...มันกินได้อิ่มท้องไหม แล้วถ้าข้าเป้นสาวงามในสายตาผู้คน ใครมันจะยำเกรงข้า หืม...”
“ฮ่า ๆ ต่อให้เจ้าอยู่ในร่างสาวงาม คนก็กลัวเจ้าอยู่ดีน้องพี่ นี่เจ้าไม่เคยรู้ตัวเลยหรือ ว่าสายตาของเจ้า สามารถทำให้คนกลั้นใจตายได้เลย”
จ้าวไคไม่ได้พูดเกินจริง สายตาที่เต็มไปด้วยความเลือดเย็น ของน้องสาว คือสิ่งที่ทำให้ศัตรูอกสั่นขวัญแขวนมาแล้ว เขาและนางเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์ ย่อมรู้ดีว่านางเป็นเช่นไร
แต่สิ่งที่เขากับน้องรองไม่คิดฝันมาก่อน คือเพียงแค่ไม่กี่เดือนที่เขาหายตัวไป เพื่อท่องยุทธภพ น้องสาวของเขากลับตายอย่างไรสาเหตุได้ เจ็บป่วยหรือ...เหอะ! ช่างเป็นสิ่งลวงโลก ถ้านางป่วยจริง ย่อมต้องเรียกหาลู่หยางให้มาตรวจรักษา ไม่มีวันที่น้องเล็กจะปล่อยตนเองเจ็บป่วยจนตาย
“ข้าจะเข้าเมืองหลวง”
คำพูดต่อมาของหญิงสาว ทำให้คนที่กำลังสุดดมกลิ่นของสุรา จำต้องหันมองน้องสาว ด้วยความไม่เข้าใจ
“เจ้าจะไปชิงเจ้าบ่าวหรือ คนไร้ค่าแบบนั้น เจ้าจะเอามาทำอันใด เงินทองพี่ก็มีให้เจ้าไม่ขาดมือ”
“ไม่ใช่! แต่ข้าจะไปหาความจริง เรื่องการตายครั้งก่อน”
หญิงสาวไม่ได้อยากรื้อฟื้น แต่เรื่องบางอย่าง นางต้องสะสางเพื่อคนข้างหลังในชีวิตเดิม ส่วนเรื่องสกุลถงนางก็ไม่อาจปล่อยผ่าน มันควรได้รับการเรียบเรียงใหม่ให้ถูกเส้นทาง เพื่อความสงบของนางในภายหน้า
จ้าวไคจ้องเข้าไปในดวงตาของน้องสาว เรื่องนี้ใช่ว่าเขาไม่เคยทำ แต่เพราะตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นกับลู่หยางเสียก่อน เขาจึงไม่ได้สืบหาความจริงต่อ จนกระทั้งมาพบกับหญิงสาว ที่เรียกชื่อเขาในตอนที่นาง กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ครั้งนี้ข้าจะไปด้วย เราจะไปหาพี่รองของเจ้าด้วย”
ชายหนุ่มหันกลับไปสนใจสุราของเขาต่อ เสียงน้ำสีอำพัน ไหลลงสู่ก้นถ้วยกระเบื้องเคลือบชั้นดี ถ้วยเหล้าของพี่ชายนาง ใหญ่กว่าถ้วยข้าวเสียอีก แต่กระนั้นเขายังไม่มีทีท่าว่าจะเมามายสักครั้ง คงมีเพียงนางกับพี่รองเท่านั้น ที่เมาหัวทิ่มก่อนทุกครั้ง นับตั้งแต่นางเริ่มหัดดื่มสุราเป็นครั้งแรก จนกระทั้งนางเกิดในร่างนี้
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช
“ถงหว่านเนียน! เจ้ากำลังด่าทอข้าอย่างนั้นรึ” ถงเฮ่อหลง ตวาดกลับเสียงกร้าว ใบหน้าของชายหนุ่ม มืดครึ้ม ด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด ยิ่งเห็นแววตาเยาะหยันจากน้องสาว ความเคียดแค้นและชิงชัง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นางกล้าดีอย่างไร ถึงได้อาจหาญ ด่าทอว่าเขาเป็นสุนัข “ข้าเอ่ยชื่อเจ้าหรือ” หญิงสาว ถามกลับด้วยน้ำ อันเสียงอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น หาได้เป็นเยี่ยงคำพูดไม่ เพราะทุกอย่างมันล้วนเต็มไปด้วยความขบขัน นี่หรือ...บุตรชายคนโตของสกุลถง โอหังแต่ไร้ สามารถ ลำพองตนแต่ขลาดเขลาเบาปัญญา มิน่าเล่าถึงยังไม่ก้าวหน้าในราชสำนัก หากนางมีบุตรชายเช่นนี้ คงกลั้นใจตายไปแล้ว เทียบไม่ได้กับนางในชีวิตเดิม ยังได้ไม่ถึงขี้เล็บ มาทำพองขนต่อหน้านาง ช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า ในเมื่อภายในห้องนี้ มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น” ถงเฮ่อหลง ตอบกลับด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ยิ่งเห็นท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ความชิงชังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับทำนบน้ำที่พังทลาย “เช่นนั้น ก็ตามแต่พี่ใหญ่จะคิด ก็แล้วกันเจ้าค่ะ” หญิง
ห้าวันต่อมา ณ กระท่อมชายป่า แว่วใบไม้เสียดสียามสายลมพัดผ่าน ดังแววให้ได้ยินเป็นระยะ กลิ่นอายของธรรมชาติ ทำให้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายป่า รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายนิ่งนัก ถงหว่านเหนียนนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง สายตาของนางมองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ออกไปยังสวนดอกไม้ป่าที่นางให้คนปลุกเอาไว้ แขกของนางคงกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว นี่ถือเป็นการสละเวลาให้สายเลือดเจ้าของร่าง ก่อนที่นางจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ให้มันจบลง ภายหน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก ชีวิตแบบนี้สิที่นางต้องการ ร่ำรวยและเรียบง่าย แต่ชีวิตในความเป็นจริง มันช่างไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลยสักนิด จบเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่งวนเวียนเกิดขึ้นมามิเว้นวัน แต่เมื่อยังหายใจอยู่ ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะสู้รบกับชะกรรมได้ “คุณหนู พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋รีบเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่ามีคนมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้ากระท่อม ท่าทางของผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นมิตรสักนิด “เจ้าพาท่านป้าหวงไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” การแสดงสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเหยื่อมาถึง นักแสดงก้ต้องออกจากที่นี่ เพื







