Mag-log in“กูก็ว่างั้น เช้านี้น้องกูเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง” ยอดตองทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“อะไรวะ” มองกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนเป็นพัน ตอนนั่งมันคงเด่นไม่พอสินะ ธารคิดก่อนจะถามเพื่อนออกไป
“สติไง” ยอดตองบอกออกมาขำ ๆ เพื่อนเขาก็พากันยิ้ม ๆ
ท่าจะจริง ได้คำตอบจากเพื่อนมุมปากเขายกขึ้น จนเห็นเขี้ยวสองข้างแวบเดียวก่อนรอยยิ้มจะหายไป ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายของเขา คงมีสีสันไม่น้อย
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
“เตย น้ำ” เพื่อนที่นั่งด้านหน้ายื่นน้ำให้
ยอดเตยส่งต่อให้เพื่อนที่นั่งด้านหลัง พอรุ่นพี่สลับกันขึ้นพูดจนจบ ถึงให้พวกเรานั่งลง พร้อมทั้งให้รุ่นพี่สตาฟแต่ละสาขา ช่วยกันแจกน้ำดื่มให้กับนักศึกษาทุกคน รุ่นพี่ยืนแจกอยู่ต้นแถว ให้เพื่อนนั่งหัวแถวส่งต่อ ๆ กันมาจนถึงปลายแถว
ได้ครบกันทุกคนถึงหยุดส่ง ขวดน้ำดื่มมีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วยแฮะ ส่วนแก๊งพี่ชายเธอก็หายไปแล้ว ดีเหมือนกัน อย่าได้เจอกันบ่อย ๆ เลย ยอดเตยเลิกคิดก่อนจะหันไปหาเพื่อน ๆ
“เฮ้อ... เหนื่อยจริง ๆ ขาแข็งหมดแล้ว” สิบทิศบ่นพร้อมถอนหายใจยาวเหยียด
เมื่อเราหกคนที่ยืนด้วยกันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนั่ง หันหน้ามาคุยกันเสียงพูดคุยของนักศึกษาน้องใหม่ดังไปทั่วบริเวณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หัวเราะร่าเริง หลังจากรุ่นพี่ให้พักเบรก ดื่มน้ำ ก่อนจะแยกย้ายไปสาขาของตัวเอง
“เรา... ยูโรนะ” เสียงผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้ายอดเตยพูดขึ้น
“เรา... ปราปต์” คนที่ยืนนั่งหลังยอดเตยหันมาบอกพร้อมยิ้มบาง ๆ
“เพลิง”
คนที่ลุกยืนสุดท้ายเพื่อนนั่งข้างจิ๊กซอว์ เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง พูดออกมานิ่ง ๆ เพราะเพื่อนทุกคนหันไปจ้องหน้าเขา
“งั้นแนะนำใหม่นะเราจิ๊กซอว์ ส่วนนี่ยอดเตย และสิบทิศ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน” จิ๊กซอว์แนะนำตัวเองกับเพื่อนใหม่ พร้อมทั้งบอกแนะนำชื่อยอดเตยและสิบทิศด้วยเลย
เสียงพูดคุยซักถามทำความรู้จักกัน ก็เกิดขึ้นทั้งกลุ่มเราทั้งเพื่อนข้าง ๆ และนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนในบริเวณนี้ ได้ยินเสียงพูดคุยดังไปทั่ว
หลังจากรุ่นพี่แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเสร็จ แล้วก็มอบหมายให้รุ่นพี่แต่ละสาขา พานักศึกษาใหม่แยกกันไปตามสาขาของตัวเอง เพื่อจะได้แจ้งรายละเอียดนัดหมายเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการรับน้องของแต่ละสาขา หรือกำหนดการของกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักศึกษาใหม่ต้องเข้าร่วม
ตึกหลังใหญ่หลายชั้น รูปทรงเรียบง่าย ตัวอาคารสีขาวทั้งหลัง ตัดสีแดงเข้มรอบ ๆ อาคารมีต้นไม้สูงใหญ่ และปลูกหญ้าสีเขียวอ่อนเต็มพื้นที่ ภายในมีห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด ห้องทำงานของอาจารย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟร้านสะดวกซื้อ ห้องน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่จอดรถ
ด้านหน้าตึกมีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า ‘สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ’ ติดอยู่ รุ่นพี่ในสาขาแนะนำให้รู้จนทั่วตึกคณะสาขาของตัวเอง ก็พาน้องปีหนึ่งไปรวมที่ห้องกิจกรรม
“สวัสดีน้องเฟรชชีปีหนึ่งสาขาวิศวกรรมอุตสาหการทุกคนครับ พี่ชื่อพี่ดิวนะ เป็นรุ่นพี่ปี 2 รุ่นพี่ปี 2 ทุกคนที่จะมาดูแลพวกเราตลอดการรับน้อง ส่วนพี่ปี 3 มีมาบ้าง ปี 4 ก็จะเข้าเฉพาะกิจกรรมสำคัญ”
“สาขาเราไม่ได้รับน้องอะไรมาก ไม่มีโหดแน่นอน ถ้าทุกคนช่วยกัน พี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่ รับน้องด้วยระบบโซตัสทั่วไป มีใครรู้บ้างว่าระบบโซตัสในการรับน้องคืออะไร”
เสียงรุ่นพี่ผู้ชายที่แนะนำตัวเองว่าชื่อดิว ดังก้องกังวานไปทั่วห้องกิจกรรมของสาขา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบ นักศึกษาน้องใหม่นั่งฟังด้วยความตั้งใจ สายตาจดจ่อไปด้านหน้า
“ไม่ทราบครับ/ค่ะ” เสียงนักศึกษาใหม่พากันตอบพร้อมกันเสียงดังฟังชัด
“การรับน้องระบบ SOTUS ตามตัวเลยครับ SO เอส โอ ส่วน TUS ที ยู เอส ความหมายมาจากภาษาอังกฤษ 5 ตัวนี้ S ย่อมาจากคำว่า Seniority คือการที่รุ่นน้องรู้จักเคารพอาจารย์ เคารพรุ่นพี่ เคารพเพื่อน ที่สำคัญอย่าลืมเคารพตัวเองครับ นอบน้อมถ่อมตนในเรื่องที่ถูกที่ควร ผลที่ได้คือตัวเราเอง
ส่วน O ย่อมาจากคำว่า Order คือ การมีระเบียบวินัย รับฟังความคิดเห็น การกล่าวตักเตือนจากอาจารย์ จากรุ่นพี่ จากเพื่อน
ส่วน T ย่อมาจาก Tradition คือการรักษาประเพณีที่ดีงามและเหมาะสมไว้ เช่นกิจกรรมรับน้อง สานสัมพันธ์น้องพี่ พี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่
ส่วน U ย่อมาจากคำว่า Unity คือความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยกันจับมือกันให้ปัญหาทุกอย่างที่พบเจอผ่านไปด้วยกันได้ด้วยดี
และสุดท้าย S ย่อมาจากคำว่า Spirit คือการมีน้ำใจ เป็นคนจิตใจดี คิดดี ทำดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีการเสียสละเพื่อส่วนรวม
ซึ่งทุกอย่างที่พี่พูดมาน้อง ๆ ทุกคนหรือมนุษย์ทุกคนพึงมีอยู่แล้ว เราแค่ต้องมาปรับใช้นิดหน่อยในตรงนี้ ส่วนวันนี้จะมีรุ่นพี่ฝ่ายต่าง ๆ มาแนะนำตัวและให้คำแนะนำกับน้อง ๆ ทุกคนครับ”
รุ่นพี่ขึ้นมาแนะนำตัวทีละคน พร้อมเสียงกลอง เสียงร้องเพลงปรบมือ ก่อนจะมีการแนะนำสิ่งจำเป็นในการเข้ามาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยที่นี่
พี่ปลา รุ่นพี่ผู้หญิง พูดถึงกดระเบียบการแต่งกาย ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก ถูกระเบียบก็พอ และไม่แนะนำให้ใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ไปนั่งในร้านเหล้า
“ขอบคุณนะคะ”“เรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องค่ะ” อยู่ ๆ เขาก็ยื่นมือไปเปิดไฟหัวเตียง จับกรอบรูปมาถือไว้ ใจเธอกลับเต้นรัว ลืมเก็บเขาเห็นแล้ว“เก็บไว้นานรึยัง” ธารยื่นกรอบรูปที่มียอดเตย เขา และกลุ่มเพื่อนมาถามเธอ“เก็บไว้ตั้งแต่ถ่ายค่ะ”“รักพี่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ” ยอดเตยกลอกตาใส่เขาไปหนึ่งที แต่ก็จริงของเขา เธอรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น“ไม่เชิงว่ารัก แค่ชอบ แล้วก็จะเลิกรักตั้งแต่วันนั้นด้วย” ธารพาคนที่เขานอนกอดลุกขึ้นนั่ง เขามองหน้าเธอชัด ๆ ใบหน้าขาวใสที่ไม่ได้แต่งแต้ม ธารอยากรู้เหมือนกันที่ผ่านมาเธอเมินใส่เขามาตลอดเพราะอะไร“ทำไมถึงเลิกชอบพี่ตั้งแต่วันนั้นล่ะครับ”“วันนั้นเตยได้ยินพี่ธารคุยกับพี่พิทย์ ว่าเตยไม่ใช่สเปกเป็นแค่เด็กผมเปียใครจะจีบก็จีบ แต่ไม่ใช่พี่แน่ ๆ” ธารมุมปากกระตุก ตัวเกร็งขึ้นมานิด เหมือนยอดเตยจะมีอารมณ์แต่เป็นอารมณ์โมโหเขา คนตัวโตถึงรีบอธิบายให้เธอฟังเร็ว ๆ“เตยฟังจบไหม” ยอดเตยส่ายหัวทั้งมองหน้าเขาเคือง ๆ ชายหนุ่มถึงได้จูบหน้าผากเธอก่อนจะอธิบายต่อ“ใช่ พี่บอกพิทย์ว่าพี่จะไม่มีทางจีบเตยแน่ ก็ตอนนั้นเตยยั
“ทำไมถึงไม่เชื่อคะ”“เพราะเตยรักพี่” เขาตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเธอรักเขา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ที่โมโหก็เพราะมันเสื้อใคร ทำไมมาอยู่ในห้องคนรักเขาเท่านั้น ยอดเตยยิ้มทั้งตาทั้งปากก่อนจะเลิกแกล้งคนแก่ขี้ลืม“คนแก่ขี้ลืมจริง เสื้อผ้านี้ จำไม่ได้เหรอคะ เสื้อพี่ธารทั้งนั้น วันที่เตยพาพี่มาบ้านวันแรกไงคะ”“หืม... เสื้อพี่”ธารคิดตามคำพูดยอดเตยถึงได้นึกออก เสื้อผ้าเขาเธอยังเก็บไว้อย่างดีไม่ใช่ตกยุคไปแล้วเหรอ พอพูดกันจนเข้าใจดีแถมโดนยอดเตยค้อนให้วงใหญ่ ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอเธอบอกให้เขาไปอาบน้ำจะได้มาพักดึกแล้ว ด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะหันไปเก็บเสื้อผ้าให้เขา ธารถึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ จะรีบออกมาง้อเธอ อะไรวะเนี่ย ใครจะไปคิดว่าเป็นเสื้อผ้าตัวเอง ผ่านมาตั้งหลายเดือน ซวยแล้วไอ้ธารธารเดินออกจากห้องน้ำ เห็นยอดเตยนอนห่มผ้าตะแคงข้างให้เขา เธองอนเขาจนหลับไปจริงน่ะเหรอ คนตัวโตค่อย ๆ นั่งลงบนเตียง ยอดเตยแกล้งหลับ แกล้งงอนเขาไปงั้นก่อนที่จะรู้สึกว่าเตียงยวบลงข้างกาย ได้กลิ่นหอมสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขา รับรู้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง ธารรู้
มะปรางยิ้มบาง ๆ ออกมา หน้าเธอแดงจัดด้วยความเขินอาย เขารอเธอมานานงั้นเหรอ ทุกครั้งที่ไปหาธารจะเห็นสายตาเขา เธอพอรู้ว่าเขาด่าเธอผ่านสายตาจนทำให้มะปรางไม่คิดจะเป็นแม้กระทั่งเพื่อนกับชีวี แต่พอได้มารู้จักจริง ๆ ในหลายเดือนเขาใส่ใจเธอมาก ถึงจะดูปากไม่ตรงกับใจ พูดวกไปวนมา ไม่ยอมรับตรง ๆ เธอกลับรู้สึกดีกับเขาขึ้นทุกวันส่วนชีวินที่โดนแฝดน้องอย่างชีวีแซว เขาทำแค่แสยะยิ้มให้ เกิดมาพร้อมคู่ครองบ้านมึงสิ ยัยคุณหนูนั่นต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดีอยู่หรอก ไม่รู้จะรักหรือจะร้ายสามวันดีสี่วันไข้ อย่ามาทำให้รักแล้วจากไปนะ บอกเลยว่ายากชีวีแฝดน้องที่ออกหลังเขาสามนาที มันรอมะปรางมานาน ยังดูมีความเป็นไปได้กว่าเขา ชีวินคิดอะไรอยู่คนเดียว ก่อนจะได้ยินมะปรางพูดขึ้น“ยินดีด้วยนะคะธาร น้องเตย”“ขอบใจนะ”“ขอบคุณค่ะพี่ปราง” ยอดเตยนั่งพูดคุยทักทายเพื่อนเขาอีกนิด ก่อนจะขอตัวไปโต๊ะเพื่อนตัวเองกว่าจะขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีทั้งเพื่อน ทั้งญาติผู้ใหญ่ก็เกือบค่ำ หลังรับประทานอาหารเสร็จทุกคนก็ทยอยกันกลับ ทั้งพ่อแม่และพี่ชายของธาร ส่วนตัวเขาไม่ได้กลับเพราะจะค้างที่นี่ตอนแรกพ่
“ยื่นมือซ้ายให้พี่เขาเถอะลูก” แม่เลี้ยงรวีแตะไหล่ลูกสาวเป็งเชิงบอกยอดเตยยื่นมือเล็กวางบนมือใหญ่ ที่รอรับมือเธออยู่ก่อนแล้ว ธารสวมแหวนลงนิ้วนางข้างซ้ายให้คนตรงหน้า หัวใจทั้งสองคนเต้นแรง ยอดเตยยื่นมือไปหยิบแหวนวงใหญ่สวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายให้ชายหนุ่มก่อนที่แม่ของเธอจะกระซิบให้เธอไหว้ขอบคุณพี่เขา ยอดเตยยกมือขึ้นก้มโน้มตัวลงไหว้คนตรงหน้า ธารฉีกยิ้มกว้างรีบยกมือขึ้นมารองมือเธอไว้ อีกมือลูบกลุ่มผมที่จัดทรงอย่างดีของเธอบางเบาช่างภาพเก็บภาพบรรยากาศในงานหมั้นเล็ก ๆ ถ่ายไปยิ้มไป ข้างหลังมีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายนั่งบนโซฟา ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่พ่อเลี้ยงหิรัญตาแดงก่ำ ภรรยาได้แต่ตบหลังลูบไหล่ปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวเขานี่ จะร้องไห้หน่อยก็คงไม่แปลก แต่ยอดตองบอกทีผมหมั้นพ่อไม่เห็นนั่งน้ำตาไหลแบบนี้เลยผู้เป็นพ่อสวนขึ้นทันทีว่าไหลสิ ทำไมจะไม่ไหล แต่ไม่ได้ไหลเพราะเป็นห่วงลูกชาย ไหลเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ คิดยังไงมาหมั้นจับจองยอดตองไว้เป็นสามีในอนาคต ยอดตองยิ้มแห้งให้ทุกคน ส่วนคู่หมั้นคนสวยได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้กับผู้ใหญ่ ทุกคนถึงได้พากันหัวเราะยิ้มแก้มปริกัน
ส่วนวันนี้เป็นวันที่ธาร พิทย์ ยอดตอง บาร์ ชีวี ชีวินและเพื่อนที่จบพร้อมกันกับพวกเขาจะเข้ารับปริญญาบัตร ยอดเตยตื่นแต่เช้าไปรอเขาเข้าพิธีรับปริญญาบัตร ทั้งถือของให้เขา คอยต้อนรับญาติและเพื่อน ๆ ที่มาแสดงความยินดีกับชายหนุ่มเธอยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งวัน พอพิธีรับเสร็จ ธารออกจากห้องประชุมใหญ่ เขาอยู่ในชุดสีขาวทั้งตัว สวมทับด้วยชุดครุยสีขาวบาง ๆ มีแถบสีของคณะ หน้าอกติดเข็มกลัดสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย เขาดูสง่า ภูมิฐาน โดดเด่น รูปร่างสูงใหญ่ผมที่ถูกเซตไว้อย่างดีเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองกลุ่มพวกเขา พอถ่ายรูปกับเพื่อนและครอบครัวเสร็จ ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนยิ้มหวานให้เขาอยู่ ประโยคแรกที่เธอคุยกับเขา ทำเอาความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไป ธารฉีกยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า“เหนื่อยไหมคะ วันนี้พี่ธารหล่อที่สุด”“เตยล่ะ เหนื่อยไหมหืม” ถามคนรักทั้งวางมือลงบนแก้มนิ่ม“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่ธาร ยินดีด้วยนะคะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หัวใจเขาคันยุบยิบ มีความสุขทุกครั้งที่มีเธออยู่ข้างกาย“ขอบคุณครับ พี่ยังไม่ได้ถ่ายรูปกับเตยเลย”“จริงด้วย” ยอดเตยมองซ้า
“พี่ธาร... ว้าย”ยอดเตยพูดได้แค่นั้น ธารรวบตัวอุ้มเธอเข้าห้องน้ำทันที วางเธอลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แยกเรียวขาสวยออกกว้าง ชายหนุ่มเดินไปยืนแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างขาเธอเขาโน้มหน้าลงประกบปากจูบเธออยากดูดดื่ม ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าหาเกี่ยวลิ้นเล็กในโพรงปาก มือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน นิ้วหัวแม่มือลูบไล้สัมผัสแก้มนวลบางเบายอดเตยยกแขนคล้องลำคอแกร่ง เงยหน้ารับจูบจากคนรัก ตะขอบราถูกปลดด้วยมือเดียวตามเคย มืออีกข้างลูบไล้โลมเล้าลำคอขาวลงมาหน้าอกอวบอิ่ม สัมผัสเอวบาง หน้าท้องแบนราบ จนถึงกลางกายเธอเกร็งตัวนิดเมื่อถูกเขาสัมผัสเธอผ่านเนื้อผ้า บดขยี้จุดอ่อนไหวจนเธอเสียวซ่านไปทั่วตัว ธารยกสะโพกเธอขึ้นทีละข้าง ดึงรั้งอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเธอออกทั้งที่ปากยังประกบจูบไม่ห่างสอดมือมาแผ่นหลังเธอให้เอนไปด้านหลังสองมือใหญ่จับข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างขึ้นวางบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ธารผละถอยออกจากริมฝีปากบาง ไล่จูบตามลำคอขาว ลงมาถึงหน้าอกหน้าใจที่มันช่างพอเหมาะพอเจาะทั้งมือทั้งปากของเขา ชายหนุ่มไม่รอแล้วอ้าปากสัมผัสยอดอก ตวัดลิ้นระรัวทั้งสองข้าง ยอดเตยวางมือไว้ด้านหลังค้ำพยุงตัวเอ
ยืนมองอยู่นานก่อนจะหันไปอุ่นข้าวต้ม ตักใส่ถ้วยรองด้วยจานเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะ ถึงไปเคาะประตูห้องของคนป่วยก๊อก ก๊อก ก๊อก“กินข้าวไหม อุ่นเสร็จแล้วค่ะ” รออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบก๊อก ก๊อก ก๊อก“อุ่นข้าวต้มเสร็จแล้วพี่จะกินเลยไหม”“...” เงียบกริบยอดเตย
‘มึงจะบ้าเหรอเจ็บขนาดนี้ นอนลง’ ชีวีกดไหล่เพื่อนเบา ๆ ให้นอนลงที่เตียงตามเดิม ก่อนที่บาร์จะพูดเสริมให้เพื่อนสบายใจ‘เตยโตแล้วนะมึง ไม่ไปรับน้องก็กลับได้ปะ’‘น้องกลับได้ แต่กูดันย้ำกับยอดเตยเมื่อเช้า ว่าจะมารับ อย่าไปไหน เพราะเตยปรับพื้นฐานวันสุดท้าย พรุ่งนี้หยุด ตอนเย็นจะพาไปกินชาบู
เหตุการณ์ก่อนหน้าจากวันนั้นที่ธารกับยอดตองไปหายอดเตยที่สาขาเธอ ผ่านมาเกือบสัปดาห์ ธารแทบไม่ได้เจอหน้ากับยอดเตยเลย เขายุ่งทำโพรเจกต์ ส่วนยอดเตยก็ยุ่งกับการรับน้องปรับพื้นฐานเรื่องคาใจที่เธอเมินเขา ธารไม่ได้ลืมแค่วางเอาไว้ก่อน เขาต้องจัดการกับความรู้สึกยุ่ง ๆ นี้แน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนน
“ใช่ แต่โทร.ไม่ติด ไม่รู้แบตฯ หมดรึเปล่า”ยอดเตยบอกเพื่อน ทั้งกดโทร.ออกหาพี่ชายซ้ำ ๆ ก็ไม่ติด วันนี้เลิกค่ำด้วย เพราะวันนี้เป็นวันปรับพื้นฐานวันสุดท้าย เลยทวนเนื้อหานานหน่อยเธอกระวนกระวายใจ ยอดเตยไม่ชอบความมืดเท่าไรนัก นอกจากแพ้รถบัสแล้ว เธอก็ไม่ชอบความมืดที่สุด ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพ







