LOGINยอดเตยกำลังจะไขกุญแจเปิดประตูรั้วต้องชะงัก ประตูไม่ได้ล็อก คิ้วเรียวกระตุกนิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เปิดประตูรั้วเข้าไปด้านใน
บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน ห้องน้ำในตัวทุกห้อง ส่วนชั้นล่างเป็นโถงกว้างสำหรับนั่งเล่นและกินข้าว มีชุดโซฟาขนาดใหญ่ที่สามารถพับเก็บเป็นที่นั่ง หรือจะขยายออกเป็นที่นอนได้
ด้านหน้าชุดโซฟามีทีวีจอใหญ่ติดผนัง ด้านล่างเป็นโต๊ะโชว์วางของสองชั้น ชั้นหนึ่งสำหรับวางหนังสือ ส่วนอีกชั้นมีกรอบรูปวางอยู่หลายอัน ชั้นล่างมีห้องน้ำหนึ่งห้อง
ก่อนถึงห้องครัวมีโต๊ะกินข้าวสี่ที่นั่ง ภายในห้องครัวมีเคาน์เตอร์ตัวยาว อุปกรณ์ทำครัวครบครันพร้อมเครื่องดูดควัน พอเปิดหน้าต่างห้องครัวออกไป มองเห็นต้นไม้เขียวชอุ่ม มีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ พืชกินผล และผักสวนครัว
“เตย... มาแล้วเหรอ ได้หมูปิ้งพี่ไหมหมู 6 เหนียว 2 เหมือนเดิมเปล่า”
เสียงถามดังมาจากชั้นสองของบ้าน ได้ยินแต่เสียง ยังไม่เห็นแม้เงาคนพูด ยอดเตยวางของกินไว้โต๊ะกินข้าว หยิบถุงแตงโมกับฝรั่งไปแช่ตู้เย็นไว้ แล้วขึ้นไปชั้นสองเปิดห้องนอนของตัวเอง เธออยากล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่นสักหน่อย
จัดการตัวเองเสร็จแล้วถึงลงมาด้านล่าง เดินผ่านโต๊ะกินข้าวเข้าครัวเปิดตู้เย็นหยิบถุงผลไม้ที่แช่เย็นไว้ออกมาจัดใส่จาน หยิบขวดน้ำเย็น และแก้วสองใบมาวางที่โต๊ะกินข้าวที่มีผู้ชายตัวโต ๆ นั่งอยู่
“ขอบใจยอดเตยของพี่”
ยอดเตยกลอกตามองบนเป็นเลขแปดคนนั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะยังเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งตุ้ย ๆ ไม่ได้สนใจบรรยากาศอึมครึมรอบตัว จนเธอพูดกับเขา ชายหนุ่มถึงรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ
“อร่อยไหมล่ะ หมาหน้าเซเว่นหลับหรอกนะ พี่ถึงได้กิน”
ปากที่กำลังเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ้ยหยุดกึก คนได้กินข้าวเหนียวหมูปิ้งเพราะหมาหลับมุมปากกระตุก เขารู้ดี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ายัยยอดเตยคนนี้กำลังงอนเขาอยู่ ที่กลับบ้านในเมืองก่อนเธอ ยอดตองมีธุระต้องเข้าไปมหาวิทยาลัยด่วน พอนึกย้อนถึงเมื่อวานเขาก็ชวนน้องแล้วนี่
‘กลับพร้อมพี่ไหม เย็นนี้พี่มีงานด่วนต้องเข้าสาขา’
ยอดตองเดินเข้าไปในโรงเรือนเพาะต้นกล้า เห็นคนที่นั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กมือหนึ่งถือกระป๋องเมล็ดพันธุ์พืช อีกมือถือที่คีบปากแหลมคีบเม็ดพืชเล็ก ๆ ลงในหลุมของถาดเพาะ แต่ละหลุมมีดินดำอัดอยู่สามส่วนสี่คนทำยังจด ๆ จ้อง ๆ อย่างตั้งใจทั้งพูดกับเขาไปด้วย
‘หืม... ไหนพี่ตองบอกว่าจะกลับตอนเย็นไงคะ’
คนน้องไม่ได้หันไปมองแต่ก็รู้ว่าเป็นพี่ชาย ยอดตองนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ น้องสาว ยื่นมือไปหยิบที่คีบมาคีบเม็ดเพาะจากกระป๋องในมือน้องไปลงในถาดหลุมอีกถาดที่วางข้างกัน
‘ก็เพื่อนโทร.มาบอกว่ามีงานด่วน พี่เลยต้องรีบไปแก้’
ยอดเตยยังไม่อยากกลับบ้านในเมือง ยังอยากอยู่ที่บ้านสวนอีกสักหน่อย เพราะคิดถึงพ่อกับแม่ ถึงบ้านพักกับบ้านสวนจะไม่ได้อยู่ห่างไกลกันมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตื่นเช้าขึ้นมาได้เห็นแม่ทำกับข้าว ได้กินข้าวพร้อมพ่อกับแม่ทุกวัน เธอจึงอยากยื้อเวลาอีกหน่อย ชวนพี่ชายกลับพรุ่งนี้แต่เช้า
‘เดี๋ยวพ่อไปส่งเตยเอง ถ้าเตยยังไม่อยากกลับพร้อมพี่เขา’ พ่อเลี้ยงหิรัญเดินเข้ามาในโรงเรือนหลังจากไปดูลูกน้องในสวน ขนพันธุ์ไม้สำหรับออกส่งของวันนี้
สวนพันธุ์ไม้ทวีหิรัญกิจ จำหน่ายพันธุ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดส่งทั่วประเทศ สำหรับเบี้ยต้นกล้าเล็ก ๆ ส่งออกทั่วโลก สำหรับเมล็ดเพาะพันธุ์พืช มีมาตั้งแต่รุ่นตารุ่นยายจนถึงปัจจุบัน
ดูแลโดยพ่อเลี้ยงหิรัญ แม่เลี้ยงรวี ทั้งสองคนมีลูกชายคนโต ยอดตองทิวากร ทวีหิรัญกิจ และลูกสาวคนเล็ก ยอดเตย ทิพากร ทวีหิรัญกิจ ลูกชายคนโตกำลังศึกษาปีสี่คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สวนลูกสาวกำลังจะเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งคณะเดียวกันกับพี่ชาย แต่คนละสาขา
พ่อเลี้ยงหิรัญให้สิทธิ์ในการตัดสินใจลูกทุกเรื่องในเรื่องที่เห็นสมควร ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเรียน อย่างตอนนี้ที่ลูกทั้งสองคนเลือกเรียนในด้านที่ไม่เกี่ยวกับสายงาน หรือเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว พ่อเลี้ยงไม่มีปัญหาเพราะตัวเขาเองก็เรียนจบวิศวกรด้านออกแบบมาเช่นกัน
ผู้เป็นพ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เลือกชีวิตของพวกเขาเอง เพราะพ่อแม่ทำได้แค่สนับสนุน และยืนดูอยู่ข้างหลังเท่านั้น ไม่ว่าลูกทั้งสองจะเดินไปในทิศทางไหน ถ้าลูกล้ม พ่อกับแม่พร้อมจะเดินไปพยุงขึ้น ถ้าลูกเดินทางผิด พ่อกับแม่พร้อมที่จะไปสะกิดให้เดินทางใหม่ จนกว่าจะส่งลูก ๆ ถึงฝั่ง
อย่างตอนนี้ที่ยอดเตยน้อย ลูกสาวคนเล็กของพ่อกับแม่ ต้องย้ายไปอยู่บ้านในเมือง บ้านพักใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งพ่อเลี้ยงกับผู้เป็นเมียเห็นพ้องต้องกันว่า ซื้อไว้ให้ลูกชายเข้าเรียน
เพราะแม่เลี้ยงรวีเมียรักของเขาคิดถึงลูกชายที่มาเรียนไกลบ้าน พยายามหาทางเข้ามาหาลูกบ่อยจนเกือบจะวันเว้นวัน มาทีก็หอบกันมาทั้งบ้าน จะให้ขับรถไปกลับก็ไม่ไหว บางทีภรรยาอยู่พักกับลูกเป็นเดือน ๆ กว่าจะทำใจได้ก็เกือบปี
จนตอนนี้ยอดตองขึ้นปีสี่พอลูกชายเริ่มขึ้นปีสองปีสามผู้เป็นแม่ก็เริ่มปรับตัวได้ ไปหาบ้างเดือนเว้นเดือนเห็นจะได้ แต่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะไปเรียนรอบนี้
พ่อเลี้ยงหิรัญหวังว่า ภรรยาจะไม่ทิ้งเขา หอบผ้าไปเฝ้าลูกสาวเหมือนเฝ้าลูกชาย เพราะปีนี้งานเยอะกว่าทุกปี เปิดขายทั้งออนไลน์ ทั้งหน้าสวน ส่งออกทั่วประเทศ
ทำให้เขาไม่มีเวลามากนักสำหรับต้องไป ๆ มา ๆ หรือไปค้างที่อื่นนอกจากบ้านสวนเป็นระยะเวลาหลายวัน แต่ยอดเตยมียอดตองอยู่ด้วย พ่อแม่ก็ไม่ห่วงอะไรมาก
“ขอบคุณนะคะ”“เรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องค่ะ” อยู่ ๆ เขาก็ยื่นมือไปเปิดไฟหัวเตียง จับกรอบรูปมาถือไว้ ใจเธอกลับเต้นรัว ลืมเก็บเขาเห็นแล้ว“เก็บไว้นานรึยัง” ธารยื่นกรอบรูปที่มียอดเตย เขา และกลุ่มเพื่อนมาถามเธอ“เก็บไว้ตั้งแต่ถ่ายค่ะ”“รักพี่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ” ยอดเตยกลอกตาใส่เขาไปหนึ่งที แต่ก็จริงของเขา เธอรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น“ไม่เชิงว่ารัก แค่ชอบ แล้วก็จะเลิกรักตั้งแต่วันนั้นด้วย” ธารพาคนที่เขานอนกอดลุกขึ้นนั่ง เขามองหน้าเธอชัด ๆ ใบหน้าขาวใสที่ไม่ได้แต่งแต้ม ธารอยากรู้เหมือนกันที่ผ่านมาเธอเมินใส่เขามาตลอดเพราะอะไร“ทำไมถึงเลิกชอบพี่ตั้งแต่วันนั้นล่ะครับ”“วันนั้นเตยได้ยินพี่ธารคุยกับพี่พิทย์ ว่าเตยไม่ใช่สเปกเป็นแค่เด็กผมเปียใครจะจีบก็จีบ แต่ไม่ใช่พี่แน่ ๆ” ธารมุมปากกระตุก ตัวเกร็งขึ้นมานิด เหมือนยอดเตยจะมีอารมณ์แต่เป็นอารมณ์โมโหเขา คนตัวโตถึงรีบอธิบายให้เธอฟังเร็ว ๆ“เตยฟังจบไหม” ยอดเตยส่ายหัวทั้งมองหน้าเขาเคือง ๆ ชายหนุ่มถึงได้จูบหน้าผากเธอก่อนจะอธิบายต่อ“ใช่ พี่บอกพิทย์ว่าพี่จะไม่มีทางจีบเตยแน่ ก็ตอนนั้นเตยยั
“ทำไมถึงไม่เชื่อคะ”“เพราะเตยรักพี่” เขาตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเธอรักเขา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ที่โมโหก็เพราะมันเสื้อใคร ทำไมมาอยู่ในห้องคนรักเขาเท่านั้น ยอดเตยยิ้มทั้งตาทั้งปากก่อนจะเลิกแกล้งคนแก่ขี้ลืม“คนแก่ขี้ลืมจริง เสื้อผ้านี้ จำไม่ได้เหรอคะ เสื้อพี่ธารทั้งนั้น วันที่เตยพาพี่มาบ้านวันแรกไงคะ”“หืม... เสื้อพี่”ธารคิดตามคำพูดยอดเตยถึงได้นึกออก เสื้อผ้าเขาเธอยังเก็บไว้อย่างดีไม่ใช่ตกยุคไปแล้วเหรอ พอพูดกันจนเข้าใจดีแถมโดนยอดเตยค้อนให้วงใหญ่ ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอเธอบอกให้เขาไปอาบน้ำจะได้มาพักดึกแล้ว ด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะหันไปเก็บเสื้อผ้าให้เขา ธารถึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ จะรีบออกมาง้อเธอ อะไรวะเนี่ย ใครจะไปคิดว่าเป็นเสื้อผ้าตัวเอง ผ่านมาตั้งหลายเดือน ซวยแล้วไอ้ธารธารเดินออกจากห้องน้ำ เห็นยอดเตยนอนห่มผ้าตะแคงข้างให้เขา เธองอนเขาจนหลับไปจริงน่ะเหรอ คนตัวโตค่อย ๆ นั่งลงบนเตียง ยอดเตยแกล้งหลับ แกล้งงอนเขาไปงั้นก่อนที่จะรู้สึกว่าเตียงยวบลงข้างกาย ได้กลิ่นหอมสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขา รับรู้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง ธารรู้
มะปรางยิ้มบาง ๆ ออกมา หน้าเธอแดงจัดด้วยความเขินอาย เขารอเธอมานานงั้นเหรอ ทุกครั้งที่ไปหาธารจะเห็นสายตาเขา เธอพอรู้ว่าเขาด่าเธอผ่านสายตาจนทำให้มะปรางไม่คิดจะเป็นแม้กระทั่งเพื่อนกับชีวี แต่พอได้มารู้จักจริง ๆ ในหลายเดือนเขาใส่ใจเธอมาก ถึงจะดูปากไม่ตรงกับใจ พูดวกไปวนมา ไม่ยอมรับตรง ๆ เธอกลับรู้สึกดีกับเขาขึ้นทุกวันส่วนชีวินที่โดนแฝดน้องอย่างชีวีแซว เขาทำแค่แสยะยิ้มให้ เกิดมาพร้อมคู่ครองบ้านมึงสิ ยัยคุณหนูนั่นต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดีอยู่หรอก ไม่รู้จะรักหรือจะร้ายสามวันดีสี่วันไข้ อย่ามาทำให้รักแล้วจากไปนะ บอกเลยว่ายากชีวีแฝดน้องที่ออกหลังเขาสามนาที มันรอมะปรางมานาน ยังดูมีความเป็นไปได้กว่าเขา ชีวินคิดอะไรอยู่คนเดียว ก่อนจะได้ยินมะปรางพูดขึ้น“ยินดีด้วยนะคะธาร น้องเตย”“ขอบใจนะ”“ขอบคุณค่ะพี่ปราง” ยอดเตยนั่งพูดคุยทักทายเพื่อนเขาอีกนิด ก่อนจะขอตัวไปโต๊ะเพื่อนตัวเองกว่าจะขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีทั้งเพื่อน ทั้งญาติผู้ใหญ่ก็เกือบค่ำ หลังรับประทานอาหารเสร็จทุกคนก็ทยอยกันกลับ ทั้งพ่อแม่และพี่ชายของธาร ส่วนตัวเขาไม่ได้กลับเพราะจะค้างที่นี่ตอนแรกพ่
“ยื่นมือซ้ายให้พี่เขาเถอะลูก” แม่เลี้ยงรวีแตะไหล่ลูกสาวเป็งเชิงบอกยอดเตยยื่นมือเล็กวางบนมือใหญ่ ที่รอรับมือเธออยู่ก่อนแล้ว ธารสวมแหวนลงนิ้วนางข้างซ้ายให้คนตรงหน้า หัวใจทั้งสองคนเต้นแรง ยอดเตยยื่นมือไปหยิบแหวนวงใหญ่สวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายให้ชายหนุ่มก่อนที่แม่ของเธอจะกระซิบให้เธอไหว้ขอบคุณพี่เขา ยอดเตยยกมือขึ้นก้มโน้มตัวลงไหว้คนตรงหน้า ธารฉีกยิ้มกว้างรีบยกมือขึ้นมารองมือเธอไว้ อีกมือลูบกลุ่มผมที่จัดทรงอย่างดีของเธอบางเบาช่างภาพเก็บภาพบรรยากาศในงานหมั้นเล็ก ๆ ถ่ายไปยิ้มไป ข้างหลังมีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายนั่งบนโซฟา ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่พ่อเลี้ยงหิรัญตาแดงก่ำ ภรรยาได้แต่ตบหลังลูบไหล่ปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวเขานี่ จะร้องไห้หน่อยก็คงไม่แปลก แต่ยอดตองบอกทีผมหมั้นพ่อไม่เห็นนั่งน้ำตาไหลแบบนี้เลยผู้เป็นพ่อสวนขึ้นทันทีว่าไหลสิ ทำไมจะไม่ไหล แต่ไม่ได้ไหลเพราะเป็นห่วงลูกชาย ไหลเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ คิดยังไงมาหมั้นจับจองยอดตองไว้เป็นสามีในอนาคต ยอดตองยิ้มแห้งให้ทุกคน ส่วนคู่หมั้นคนสวยได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้กับผู้ใหญ่ ทุกคนถึงได้พากันหัวเราะยิ้มแก้มปริกัน
ส่วนวันนี้เป็นวันที่ธาร พิทย์ ยอดตอง บาร์ ชีวี ชีวินและเพื่อนที่จบพร้อมกันกับพวกเขาจะเข้ารับปริญญาบัตร ยอดเตยตื่นแต่เช้าไปรอเขาเข้าพิธีรับปริญญาบัตร ทั้งถือของให้เขา คอยต้อนรับญาติและเพื่อน ๆ ที่มาแสดงความยินดีกับชายหนุ่มเธอยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งวัน พอพิธีรับเสร็จ ธารออกจากห้องประชุมใหญ่ เขาอยู่ในชุดสีขาวทั้งตัว สวมทับด้วยชุดครุยสีขาวบาง ๆ มีแถบสีของคณะ หน้าอกติดเข็มกลัดสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย เขาดูสง่า ภูมิฐาน โดดเด่น รูปร่างสูงใหญ่ผมที่ถูกเซตไว้อย่างดีเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองกลุ่มพวกเขา พอถ่ายรูปกับเพื่อนและครอบครัวเสร็จ ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนยิ้มหวานให้เขาอยู่ ประโยคแรกที่เธอคุยกับเขา ทำเอาความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไป ธารฉีกยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า“เหนื่อยไหมคะ วันนี้พี่ธารหล่อที่สุด”“เตยล่ะ เหนื่อยไหมหืม” ถามคนรักทั้งวางมือลงบนแก้มนิ่ม“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่ธาร ยินดีด้วยนะคะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หัวใจเขาคันยุบยิบ มีความสุขทุกครั้งที่มีเธออยู่ข้างกาย“ขอบคุณครับ พี่ยังไม่ได้ถ่ายรูปกับเตยเลย”“จริงด้วย” ยอดเตยมองซ้า
“พี่ธาร... ว้าย”ยอดเตยพูดได้แค่นั้น ธารรวบตัวอุ้มเธอเข้าห้องน้ำทันที วางเธอลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แยกเรียวขาสวยออกกว้าง ชายหนุ่มเดินไปยืนแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างขาเธอเขาโน้มหน้าลงประกบปากจูบเธออยากดูดดื่ม ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าหาเกี่ยวลิ้นเล็กในโพรงปาก มือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน นิ้วหัวแม่มือลูบไล้สัมผัสแก้มนวลบางเบายอดเตยยกแขนคล้องลำคอแกร่ง เงยหน้ารับจูบจากคนรัก ตะขอบราถูกปลดด้วยมือเดียวตามเคย มืออีกข้างลูบไล้โลมเล้าลำคอขาวลงมาหน้าอกอวบอิ่ม สัมผัสเอวบาง หน้าท้องแบนราบ จนถึงกลางกายเธอเกร็งตัวนิดเมื่อถูกเขาสัมผัสเธอผ่านเนื้อผ้า บดขยี้จุดอ่อนไหวจนเธอเสียวซ่านไปทั่วตัว ธารยกสะโพกเธอขึ้นทีละข้าง ดึงรั้งอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเธอออกทั้งที่ปากยังประกบจูบไม่ห่างสอดมือมาแผ่นหลังเธอให้เอนไปด้านหลังสองมือใหญ่จับข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างขึ้นวางบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ธารผละถอยออกจากริมฝีปากบาง ไล่จูบตามลำคอขาว ลงมาถึงหน้าอกหน้าใจที่มันช่างพอเหมาะพอเจาะทั้งมือทั้งปากของเขา ชายหนุ่มไม่รอแล้วอ้าปากสัมผัสยอดอก ตวัดลิ้นระรัวทั้งสองข้าง ยอดเตยวางมือไว้ด้านหลังค้ำพยุงตัวเอ
“กูก็ว่างั้น เช้านี้น้องกูเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง” ยอดตองทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่“อะไรวะ” มองกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนเป็นพัน ตอนนั่งมันคงเด่นไม่พอสินะ ธารคิดก่อนจะถามเพื่อนออกไป“สติไง” ยอดตองบอกออกมาขำ ๆ เพื่อนเขาก็พากันยิ้ม ๆท่าจะจริง ได้คำตอบจากเพื่อนมุมป
เจอกันครั้งแรกก็ที่บ้านพักหน้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นเธอน่าจะกำลังขึ้นมัธยมปลายปีแรก ยังถักผมเปียวิ่งร้องไห้ตีกันกับพี่ชายรอบบ้านอยู่เลยเจอเขาครั้งแรกวันนั้นก็สวัสดีปกติ พอหลัง ๆ มา เจอกันก็ยกมือไหว้สวัสดีนั่นแหละ แต่จะบอกว่าไหว้ได้ไหมเหมือนเอามือประกบกัน หรือเรียกตบยุงยังได้เลย
“พี่ตองไม่ต้องเดินลงไปส่งหรอก จะเข้าสาขาไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเตยเดินเข้าไปเอง” ยอดเตยปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว หันหน้าไปหาพี่ชายที่กำลังมองมาทางเธออยู่ แล้วสายตานิ่ง ๆ ที่มองมาทางเธอ คืออะไรกัน“เดี๋ยวพี่เดินเข้าไปส่ง” พูดจบก็ลงจากรถ ยืนรอแป๊บเดียว ยอดเตยก็เดินมายืนข้างเขาสองพี่น้องถึงเดินเข้า
ยอดเตยยืนรอพี่ชายนั่งใส่รองเท้าตรงเก้าอี้หน้าบ้าน เธอสวมชุดนักศึกษากระโปรงพลีตสั้นเหนือเข่า เสื้อนักศึกษาพอดีตัว สะพายกระเป๋าผ้าพร้อมรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา ผมสีดำสนิทรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ปอยผมน้อย ๆ ตกคลอเคลียลำคอขาวใบหน้ารูปไข่ แก้มอิ่ม ๆ ตาสองชั้นกลมโต แต่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยดูเฉ







