LOGINบรรยากาศตอนเย็นของอู่ AKK Motorsport เมื่อช่างคนอื่น ๆ ทยอยกันเลิกงานทำให้ภายในอู่เริ่มเงียบสงบ จะเหลือก็เพียงแต่โซนวีไอพีที่ยังคงมีร่างบางในชุดหมีที่กำลังมุดเข้ามุดออก อยู่ใต้ฝากระโปรงรถ Ferrari 296 GT3 สีแดงสดอย่างขะมักเขม้นเพลิงปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบระบบไฟและอื่น ๆ ในรอบสุดท้าย เพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติถึงแม้จะมีเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้ตัวเลยสักนิด จนกระทั่งถูกวงแขนที่คุ้นเคยสอดเข้ามารวบรั้งเอวของเธอให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างจากทางด้านหลัง“อ๊ะ!” เพลิงสะดุ้งประแจในมือแทบร่วง เธอรีบหันขวับไปเตรียมจะฟาดคนที่โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่พอปลายจมูกเฉียดเข้ากับปลายคางของคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคน ๆ นั้นก็ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร“เป็นยังไงบ้างครับช่างอัค ไม่ทราบว่ารถของผมใกล้พร้อมจะเอาไปวิ่งหรือยัง หืม?” เสียงทุ้มติดเล่นกระซิบถามชิดใบหู ทำเอาเพลิงเพลิงขนลุกไปทั้งตัว“ร...ริว! นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ปล่อยเลยนะ ตัวฉันเหม็นน้ำมัน เดี๋ยวเสื้อผ้านายก็เปื้อนหรอก แล้วกลับมาอีกทำไมเนี่ย” เพลิงโว
ผู้เป็นพ่อหรี่ตามองลูกชายที่แสดงความเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน “แล้วยัยหนูเพลิงของแกเนี่ย เธอเป็นลูกสาวตระกูลไหนกัน ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยล่ะ”ริวอ้าปากเตรียมจะอธิบาย แต่เรนะที่นั่งฟังอยู่กลับชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน ราวกับอยากจะอวดข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งไปสืบรู้มา“จะตระกูลไหนซะอีกละคะพ่อ เพลิงน่ะเป็นถึงลูกสาวคนเล็กคนเดียวจากพี่น้องทั้ง 4 คนของตระกูล ‘อัคราพิวัฒน์’ เลยนะพ่อ แถมยังเป็นตระกูลเจ้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ของประเทศเราด้วยค่ะ”“อัคราพิวัฒน์!?”ผู้เป็นพ่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะตระกูลอัคราพิวัฒน์ไม่ใช่แค่รวย แต่ยังมีอิทธิพลและเส้นสายในวงการยานยนต์ระดับประเทศ ซึ่งหากได้เกี่ยวดองกัน ย่อมส่งผลดีต่อตระกูลคาซึยะอย่างมหาศาล ยิ่งกว่าตระกูลอสังหาฯ เสียอีก“ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมากไอ้ลูกชาย!” ผู้เป็นพ่อหัวเราะร่า“ตาถึงใช้ได้นี่หว่า ลูกสาวคนเดียวของตระกูลอัคราพิวัฒน์เชียวเหรอ”ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นยืนพลางตบไหล่ริวด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะสั่งทิ้งท้าย“แต่ว่ายังไงเรื่องที่จะต้องไปเจอหนูไผ่หลิวก็ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเชียวล่ะ ไปตามนัดให้ตรงเว
รถสปอร์ตคันหรูของริวแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลคาซึยะ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องรับรองใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่พ่อของมักจะใช้เรียกคุยเรื่องสำคัญเป็นประจำทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ริวก็พบกับผู้เป็นพ่อนั่งจิบชาอย่างใจเย็นรออยู่ก่อนแล้ว“พ่อมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้เรียกผมเข้ามาแบบกระทันหันแบบนี้” ริวเอ่ยถามพลางเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม“ก็ถ้าไม่บอกว่าด่วน แกจะยอมโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นไหมล่ะ” ผู้เป็นพ่อวางถ้วยชาลง ก่อนจะเข้าประเด็นสำคัญทันที “มะรืนนี้เคลียร์คิวให้ว่างด้วย พ่อนัดดูตัวไว้ให้แกแล้ว”“ดูตัว!? พ่อพูดเรื่องอะไรเนี่ย ผมไม่ไป ชอบทำอะไรไม่ปรึกษากันอีกแล้วนะ” ริวสวนกลับทันที“ไม่ไปไม่ได้ ผู้ใหญ่เขารับปากกันไว้แล้ว” ผู้เป็นพ่อตวาดเสียงดุ “อีกฝ่ายคือหนู ไผ่หลิว ลูกสาวคนเดียวของตระกูล พิบูรณ์วัฒนา เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ตระกูลเรากำลังดิวโปรเจกต์ด้วยอยู่ แล้วนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะดองกันไว้”“ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจสิพ่อ ทำไมต้องเอาเรื่องแต่งงานของผมไปเกี่ยวด้วย!” ริวโวยวายอย่างหัวเสีย “อีกอย่าง ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงที่พ่อหามาให้ ผมเคยบอกแล้วไงว่าถ
ช่วงสายของวันใหม่“แหม หายไปทั้งคืนเลยนะ ริวเขาคงทำแผลให้อย่างดีเลยล่ะสิ” วาโยเอ่ยแซวขึ้นเป็นคนแรกทันทีที่เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังลงมาจากรถของแฟนหนุ่มที่พึ่งขออนุญาตพวกเขาคบกับน้องสาวอย่างเป็นทางการไปเมื่อคืนนี้ “นั่นสิเฮียโย สงสัยนอกจากแผลแล้ว ริวเขาคงตามใจยัยเพลิงน่าดูเลยล่ะ ถึงได้มาที่อู่สายแบบนี้” ชลธีรับมุกพี่ชายอย่างเข้าขา ทำเอาลูกน้องในอู่ที่เดินผ่านไปมาพากันอมยิ้มตามไปด้วย“หยุดเลยนะเฮียชล ไม่งั้นจะหาว่าเพลิงไม่เตือนนะ”“โอ๊ะๆ โอเคจ้า เฮียไม่แซวแล้วก็ได้ ว่าแต่แผลเป็นยังไงบ้างล่ะ”ชลธีรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ น้องสาวของเขาเริ่มยกกำปั้นขึ้นมาชูไว้ตรงหน้า“ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ยังดีแค่เป็นรอยถากเฉยๆ ผมจัดการล้างแผลทายาให้เรียบร้อยแล้ว”ริวที่เดินตามเข้ามาทีหลังเป็นคนตอบแทนเพลิงที่กำลังหน้าขึ้นสีเพราะเขินที่ถูกเหล่าพี่ชายรุมแซวตั้งแต่เจอหน้ากัน“ก็ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณนายมากนะริวที่ช่วยดูแลน้องสาวของเราแถมยังจัดการเรื่องทะเลาะวิวาทเมื่อคืนนี้ให้อีก หลังจากนี้พวกเฮียก็ฝากยัยเพลิงด้วยนะ”ศิลาที่เดินเข้ามาทีหลังพร้อมเอกสารพูดขอบคุณริวอย่างจริงใจก่อนจะเดินเข้ามา
หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำเสร็จ ริวก็อุ้มเพลิงที่ดูเหนื่อยจากการโดนมังกรหนุ่มเอารัดเอาเปรียบตอนที่อาบน้ำมาวางไว้ที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับล้มตัวลงไปนอนข้างๆ ร่างบางก่อนจะดึงเธอมากอดไว้ในอกอีกครั้ง “อื้อ ปล่อยได้แล้ว ฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ”“หึ ขอกอดอีกหน่อยไม่ได้เหรอไง ผมยังไม่อิ่มเลย”ริวพูดพลางซบหน้าลงบนคอของเพลิงพลางสูดดมอย่างหลงใหล“เฮ้อ นายนี่จริงๆ เลย”เมื่อคนตัวเล็กสู้ไม่ได้ เลยปล่อยให้มังกรหนุ่มทำตามใจตัวเองต่อไปจนกระทั่งริวหยุดการกระทำนั้นแล้ว เปลี่ยนท่าทีมาขยับปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียนใสเบาๆ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่ดูจริงจังออกมา“ผมถามอะไรหน่อยสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน”เพลิงชะงักไปครู่หนึ่งหลังจากได้ยินคำถามทื่อๆ จากชายหนุ่มตัวโตตรงหน้า เธอพยายามหลบสายตาคมคู่นั้นแทนการตอบคำถาม ก่อนจะตัดสินใจย้อนถามเขากลับไปด้วยเรื่องที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจ“แล้วนายถามตัวเองดีแล้วเหรอ? ว่านายสามารถรับผู้หญิงที่เป็นแบบฉันได้จริงๆ น่ะ” เพลิงช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขา โดยที่ในแววตานั้นฉายความกังวลขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่ริวกลับยกยิ้มมุมปาก เมื่อได้ยินคำถามที่เหมือนจะแค่ขอความมั่นใจมากกว่าที่จะปฏิเ
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างของเขาก็เลื่อนต่ำลงไปลูบไล้บั้นท้ายงอนงาม ก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วเข้าสู่กึ่งกลางกายที่กำลังเปียกชุ่มจนสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะที่เอ่อล้นออกมา ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธอเองก็ต้องการเขาไม่แพ้กัน ริวค่อยๆ กรีดนิ้วไปตามร่องสวาทก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปภายในช่องทางคับแคบ ช้าๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนบนร่าง“อ๊ะ... ริว... อื้อ...” เพลิงครางเสียงสั่น มือเล็กที่กำลังรูดรั้งความแข็งขืนชะงักไปชั่วขณะเมื่อถูกจู่โจมกลับทั้งบนและล่างจนตั้งรับไม่ทัน“แฉะขนาดนี้แล้ว... เลิกเล่นได้แล้วครับคนดี”ริวกระซิบเสียงพร่า แววตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้กัดปากหลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่าน เขาขยับปลายนิ้วเบิกทางเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ สลับกับบดขยี้จุดกระสัน จนร่างกายของเพลิงอ่อนระทวยและเปิดรับสัมผัสของเขาอย่างเต็มใจ เมื่อเห็นว่าช่องทางรักพร้อมสำหรับการสอดใส่แล้ว ริวก็ค่อยๆ ถอนปลายนิ้วออก จัดการถอดเสื้อเชิ้ตที่เกะกะของเพลิงออกไปให้พ้นทาง เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่น่าชม ก่อนจะหยิบถุงยางมาสวมแล้วขยับสะโพกจัดแจงให้ส่วนหัวหยักที่กำลังร้อนระอุจ่อเข้ากับปากทางรักที่ชุ่มฉ่ำของเพลิงและค่อยๆ กดสะโพกเธ
“นายต้องการอะไรล่ะ?” เพลิงถามกลับพลางขมวดคิ้วมุ่น พยายามประคองสติที่เริ่มจะหลุดลอยไปเต็มทีอย่างยากลำบากริวไม่ตอบในทันที แต่สายตาคมกวาดมองใบหน้าสวย ลามไปที่ริมฝีปากอิ่ม แรงดึงดูดประหลาดจากคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกต้องการผู้หญิงคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม“แลกกับเวลาที่เหลือในคืนนี้ของคุณ”เงื่อนไขของริวทำเอ
ตัดมาที่อีกโซนหนึ่งของบาร์…“เอ้า! ชน ดื่มให้หมดแก้วแล้วลืมๆ ไอ้ขยะนั่นไปซะ!”เสียงของเชอร์รี่ดังขึ้นพร้อมกับแก้วค็อกเทลสีสวยที่ยื่นมาตรงหน้า เพลิงในชุดเดรสสีดำที่นั่งอยู่ท่ามกลางแสงสีที่ขยับไหวไปมา เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกับพี่สะใภ้ทั้งสามคนตามมารยาทจริงๆ แล้วเพลิงไม่
แสงสลัวจากไฟนีออนในบาร์หรูย่านสุขุมวิทสะท้อนกับแก้ววิสกี้ราคาแพงที่ถูกรินทิ้งไว้ข้างๆ ชายหนุ่มเจ้าของบาร์หรูที่กำลังเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายทันทีที่ตัวของเขาเดินทางกลับถึงไทย นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามขอบแก้วพลางนึกถึงบทสนทนากับพ่อที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน“เฮ้ย ริว! มึงจะทำหน้าเซ็งไปถ
สามสาวลากเพลิงมาหยุดอยู่ที่หน้าสปาหรูใจกลางย่านธุรกิจ เพลิงเลยเดินตามแรงดึงของเชอรี่ไปอย่างเบื่อหน่ายในหัวยังวนเวียนอยู่กับข้อความเฮงซวยในมือถือ จนกระทั่ง…ปึก!จังหวะที่กำลังจะก้าวผ่านประตูบานใหญ่ ร่างของเพลิงก็ปะทะเข้ากับแผงอกของคนที่กำลังเดินสวนออกมาอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เธอเซจนเกือบเสียหลักลงไ







